Home > ตลาดแรงงาน

วังวนวิบากกรรมเด็กจบใหม่ พิษน้ำมันถล่มซ้ำ เตะฝุ่นยาว

ตลาดแรงงานที่มีลุ้นฟื้นตัวหลังปลดล็อก COVID ถอดแมสก์ กลับต้องเจอวิกฤตน้ำมันแพงครั้งใหญ่ถล่มซ้ำฉุดเศรษฐกิจ ธุรกิจต้องเร่งตัดต้นทุนอีกรอบ หยุดรับคน โดยเฉพาะบรรดาบัณฑิตจบใหม่ที่ไหลสู่ตลาดเฉลี่ยปีละเกือบ 5 แสนคน มีแนวโน้ม “เตะฝุ่น” ว่างงานเพิ่มขึ้นอย่างน้อยอีก 1-2 ปี ล่าสุดมีข้อมูลวิจัยของสำนักเศรษฐกิจภูมิภาค ฝ่ายนโยบายโครงสร้างเศรษฐกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เรื่อง Youth unemployment ส่องตลาดแรงงานเด็กจบใหม่ยุค COVID-19 ระบุว่า การว่างงานของเด็กจบใหม่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่มีมาแล้วระยะเวลาหนึ่งและถูกซ้ำเติมด้วยการระบาดของ COVID-19 ก่อนเกิดวิกฤตน้ำมันแพงในขณะนี้ โดยจำนวนเด็กจบใหม่ว่างงานเพิ่มขึ้นมาก เห็นชัดเจนช่วงไตรมาส 2 ของปี 2564 สูงถึง 290,000 คน และส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอุดมศึกษา แม้ปัจจุบันภาพรวมการว่างงานทุเลาลงบ้าง แต่ยังสูงกว่าระดับเฉลี่ยก่อนการระบาดของ COVID-19 และหากคิดเป็นอัตราการว่างงานแล้ว กลุ่มเยาวชนอายุ 15-24 ปี มีอัตราการว่างงานสูงถึง 7.2% มากกว่าอัตราการว่างงานของแรงงานทั้งหมด ซึ่งอยู่ที่ 1.6% ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ตัวเลขการว่างงานในกลุ่มเด็กจบการศึกษาใหม่ของไทยอยู่ในระดับสูง ได้แก่ ปัญหาตำแหน่งงานว่างไม่สอดคล้องกับทักษะ วุฒิการศึกษา รวมถึงค่านิยมของเด็กจบใหม่

Read More

สายงานมาแรงแห่งปี 2565 จากดิจิทัลดิสรัปชันถึงโควิดดิสรัปชัน

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญๆ ทั้งจากดิจิทัลดิสรัปชันที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในแวดวงต่างๆ จนมาถึงยุคโควิดดิสรัปชันที่ส่งผลกระทบและสร้างแรงสั่นสะเทือนทั้งต่อการใช้ชีวิต การทำงาน การดำเนินธุรกิจ รวมถึงตลาดแรงงานด้วยเช่นกัน ปัจจุบันตลาดแรงงานของไทยมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา อันเนื่องมาจากการปรับตัวในการดำเนินธุรกิจของแต่ละองค์กร เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ทั้งจากภาวะเศรษฐกิจ เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้รูปแบบการทำงานเปลี่ยนไป ล่าสุด แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย ได้ทำการสำรวจทิศทางและสถานการณ์ของตลาดแรงงานไทย ของปี 2565 พบว่า ทิศทางของตลาดแรงงานและภาพรวมความต้องการแรงงานมีทิศทางดีขึ้นกว่าสถานการณ์โควิดรอบแรก เมื่อปี 2563 องค์กรและผู้ประกอบการพร้อมเดินหน้าธุรกิจด้วยมาตรการด้านความปลอดภัยและป้องกันความเสี่ยงต่างๆ มีการนำเทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้ในกระบวนการทำงานมากขึ้น และมีแนวโน้มปรับตัวไปสู่รูปแบบของธุรกิจใหม่ (New Economy) ที่ต้องวางแผนด้านกำลังคน การสรรหาบุคลากร และพัฒนาบุคลากรเพื่อให้ตอบโจทย์การทำงานปัจจุบันสู่อนาคต นอกจากนี้ยังพบว่าความต้องการบุคลากรในตลาดแรงงานมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีความต้องการทักษะใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การทำงานในปัจจุบันและการจ้างงานยุคใหม่ ด้านความต้องการของนายจ้างส่วนใหญ่ยังอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และจังหวัดที่เป็นหัวเมืองใหญ่ๆ ในแต่ละภูมิภาค เช่น สมุทรปราการ, ปทุมธานี, ระยอง, ชลบุรี, อยุธยา, ฉะเชิงเทรา, เชียงใหม่, นครราชสีมา และสงขลา เป็นต้น โดยที่นายจ้างส่วนใหญ่ต้องการแรงงานในลักษณะหมุนเวียนในประเทศและประจำพื้นที่ 10 อันดับ

Read More

สคช. เร่งเครื่องจัดทำ 5 มาตรฐานอาชีพ เขย่าอีก 125 อาชีพ รองรับตลาดแรงงานอนาคต

สคช. เร่งเครื่องจัดทำ 5 มาตรฐานอาชีพ เขย่าอีก 125 อาชีพ รองรับความต้องการกำลังคนในตลาดแรงงานอนาคต ล่าสุดกับสาขาอนุรักษ์งานพื้นบ้านฯ สืบสานงานศิลป์สู่สายตาทั่วโลก สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) เร่งจัดทำมาตรฐานอาชีพ สาขาวิชาชีพอนุรักษ์งานพื้นบ้านและศิลปหัตถกรรม กลุ่มผ้าทอ กลุ่มดินเผา กลุ่มจักสานและกลุ่มเครื่องถม เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และต่อยอดให้กับบุคลากรที่อยู่ในอาชีพได้พัฒนาตัวเอง เข้าสู่การรับรองเป็นที่ยอมรับอย่างเป็นทางการในระดับสากล ขณะเดียวกันก็เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนและเยาวชนรุ่นหลังหันมาสนใจใส่ใจศึกษาและสืบทอดงานศิลป์แผ่นดินให้มากยิ่งขึ้น ดร.นพดล ปิยะตระภูมิ ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ระบุว่าช่างศิลป์ของไทย เป็นงานที่ทำโดยผู้ชำนาญในการฝีมือ อาศัยสติปัญญาและผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนัก ซึ่งคนไทยด้วยกันอาจจะเห็นจนชินตา แต่ผลงานของช่างศิลป์ ในสายตาของชาวต่างชาติเป็นที่ยอมรับถึงคุณค่าแห่งความงามในเชิงศิลปะอย่างแท้จริง ทั้งนี้พบว่ามรดกทางศิลปะวัฒนะธรรมของชาติไทยในสาขานี้ ไม่มีการสอนโดยตรงจากสถาบันการศึกษาและกำลังจะขาดช่วงในการสืบทอด สคช. จึงจับมือกับผู้เชี่ยวชาญ และคนในอาชีพ เดินหน้าจัดทำมาตรฐานอาชีพ งานช่างที่เกี่ยวข้องกับงานศิลป์แผ่นดินในแต่ละสาขา เพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนากำลังคนให้สามารถสืบทอดกระบวนการงานช่างต่อไป โดยนอกจาก 4 กลุ่มสาขาวิชาชีพที่แล้วเสร็จไปก่อนหน้านี้แล้ว ยังเตรียมเพิ่มระดมความคิดเห็น ในการจัดทำมาตรฐานอาชีพ เพื่อสืบสานงานศิลป์แผ่นดิน ในสาขา ช่างเขียน ช่างปั้น ช่างหัวโขน ช่างทำหัวโขน ช่างสนะไทย ช่างพัสตราภรณ์และช่างรัก ด้วย ไม่เพียงเท่านั้นในปีนี้ สคช. ยังได้มีการจัดทำมาตรฐานอาชีพใหม่ๆ

Read More

จ๊อบไทย เผยความต้องการแรงงานครึ่งปีแรก โควิด-19 ทำธุรกิจลดการจ้างงานสูงสุด 75% สายงานแพทย์/สาธารณสุข เนื้อหอมสุดในช่วงโควิด-19

จ๊อบไทย (JobThai) ผู้ให้บริการหางาน สมัครงาน ออนไลน์ อันดับ 1 ของประเทศไทย ซึ่งให้บริการเข้าสู่ปีที่ 20 เปิดเผยว่า จากการรวบรวมข้อมูลความต้องการแรงงานขององค์กรในจ๊อบไทยแพลตฟอร์ม พบว่า องค์กรมีความต้องการแรงงานในช่วงครึ่งปีแรกรวมกันอยู่ที่ 303,776 อัตรา (เป็นการนับจำนวนอัตราแบบไม่ซ้ำกัน) ซึ่งมีการเปิดรับสูงสุดในเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ 124,629 อัตรา แต่ในช่วงเดือนมีนาคม – เมษายนการจ้างงานลดลง 16.5% เทียบกับเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่การระบาดของไวรัสโควิด-19 เริ่มมีตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงขึ้นและกระจายวงกว้างมากขึ้น ทำให้ธุรกิจต่าง ๆ ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วนด้านผู้ใช้งาน หางาน สมัครงาน มีการใช้งานมากกว่า 11 ล้านคน เติบโตขึ้น 7.5% ซึ่งมีการสมัครงาน 8,876,727 ครั้ง เติบโตขึ้น 31.0% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นางสาวแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการจ๊อบไทย (JobThai) กล่าวว่า

Read More

อาชีพไหนเนื้อหอม-มาแรง ในยุคบิสซิเนสดิสรัปชั่น (Business Disruption)

แมนพาวเวอร์กรุ๊ป เผยผลวิจัยอาชีพไหนเนื้อหอม-มาแรง ในยุคบิสซิเนสดิสรัปชั่น (Business Disruption) จากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย ส่งผลให้ภาคธุรกิจและกลุ่มแรงงานมีการปรับตัว เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ และยังทำให้เกิดรูปแบบการทำงานแบบใหม่ จากวิถีความปกติในรูปแบบใหม่ หรือ New Normal ล่าสุด “แมนพาวเวอร์กรุ๊ป” ได้ทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่างประมาณ 1,246 คน จากแรงงานในหลายอาชีพว่ามีกลุ่มอาชีพในสายงานใดที่คนทำงานต้องการทำท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 นับเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของแรงงานในยุคที่เรียกได้ว่า “การหยุดชะงักทางธุรกิจ” หรือ “Business Disruption” แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ในฐานะที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญตลาดแรงงานเชิงนวัตกรรมชั้นนำระดับโลก ได้จัดอันดับกลุ่มอาชีพจากผลการสำรวจ ไว้ดังนี้ สำหรับกลุ่มอาชีพและสายงานที่ขึ้นมาเป็นอันดับแรก คือ กลุ่มอาชีพอิสระต่าง ๆ คิดเป็น 12.76 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในกลุ่มนี้ประกอบด้วยคนทำงานประจำที่ต้องการทำงานเสริมเพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมจากช่วงการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ตลอดระยะเวลากว่า 4 เดือนที่ผ่านมาหลายองค์กรปรับรูปแบบการทำงาน Work from Home ทำให้มีการจัดสรรเวลาโดยการทำงานที่เป็นอาชีพอิสระที่นำทักษะความรู้มาต่อยอดเป็นการสร้างโอกาสและรายได้ควบคู่กัน และผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ต้องการทำงานอิสระจากงานระยะสั้นประเภทต่างๆ อาจะเป็นงานเดียวหรือหลายงานในเวลาเดียวกันเพื่อสร้างรายได้ ส่วนกลุ่มที่สองเป็นกลุ่มอาชีพด้านโลจิสติกส์, ซัพพลายเชนส์ และการขนส่งเดลิเวอรี่ คิดเป็น 10.32 เปอร์เซ็นต์ นับว่าเป็นช่วงเวลาที่กลุ่มดังกล่าวมีการเติบโตอย่างมาก โดยเฉพาะการรองรับการซื้อสินค้าออนไลน์ หรืออี-คอมเมิร์ซ

Read More

แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ออกโรงแนะแรงงานรับมือ ฝ่าเศรษฐกิจซบ-จีดีพีโตต่ำ 2%

แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ออกโรงแนะแรงงานรับมือ ฝ่าเศรษฐกิจซบ-จีดีพีโตต่ำ 2% ภาคธุรกิจส่งสัญญาณชะลอตัว ผู้ประกอบการรัดเข็มขัด หวั่นสะเทือนตลาดแรงงานปีนี้ จากสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยและทั่วโลกตั้งแต่ปลายปี 62 จนถึงไตรมาสแรกปี 63 เมื่อเทียบกับช่วง 10 ปีที่ผ่านมาอัตราเติบโตเฉลี่ยของเศรษฐกิจไทย อยู่ที่ 3.3% แต่ในปีที่ผ่านมากับปี 63 มีการส่งสัญญาณชะลอตัวโดยมีปัจจัยจากเศรษฐกิจโลกและในประเทศ โดยข้อมูลล่าสุดจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุปัจจัยลบที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจประเทศไทยในปีนี้ มี 3 ปัจจัยหนักๆ ได้แก่ การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด19 อีกปัจจัยจะเป็นเรื่องภาวะภัยแล้ง และความล่าช้าของงบประมาณปี 63 ทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้อาจขยายตัวต่ำกว่าปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังจะต้องติดตามต่ออีกว่าการแพร่ระบาดของ โควิด19 จะกินระยะเวลาอีกนานแค่ไหน หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อต่อเนื่องก็จะมีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยปีนี้อาจขยายตัวต่ำกว่า 2% สำหรับกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากปัจจัยลบโดยเฉพาะโรคระบาดก็คือ ธุรกิจท่องเที่ยวซึ่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีรายได้เฉลี่ยปีละ 2.9 ล้านล้านบาทคิดเป็น 20% ของจีดีพีเกี่ยวข้องกับทั้งโรงแรม ภัตตาคาร ค้าปลีก ขนส่ง และอื่นๆ คิดเป็น

Read More

ภาวะเศรษฐกิจไทย เมื่อถึงคราวเครื่องยนต์ดับ!

สถานการณ์ทางเศรษฐกิจไทยช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 นอกจากจะปราศจากสัญญาณเชิงบวกที่จะช่วยผลักดันให้เกิดความหวังว่าด้วยการฟื้นตัวอย่างที่หลายฝ่ายเฝ้าติดตามแล้ว ดูเหมือนว่าผลกระทบว่าด้วยการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจทั้งภายในประเทศและระดับนานาชาติ ยังมีผลให้ภาคการผลิตของไทยได้รับผลกระทบต่อเนื่องจนอาจจะเป็นเหตุให้เกิดการจ้างงานในอนาคตอันใกล้นี้ด้วย การส่งออกของไทยที่ตกต่ำลงจะอยู่ในภาวะติดลบต่อเนื่องในระดับร้อยละ 1.5-2.0 ส่งผลให้เกิดภาวะชะลอตัวในการจ้างแรงงานในภาคการผลิต โดยเฉพาะการผลิตเพื่อการส่งออก โลจิสติกส์ ค้าปลีกและค้าส่ง ที่ส่งสัญญาณชะลอตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนอย่างมาก สัญญาณการจ้างงานที่ลดต่ำลง ในด้านหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ผู้ประกอบการบางส่วนปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีการผลิต ไปสู่กระบวนการผลิตที่มีวิทยาการสูงขึ้น รวมถึงการใช้หุ่นยนต์หรือ AI เข้ามาประกอบส่วน ซึ่งกรณีเช่นว่านี้กลายเป็นความเสี่ยงต่อตลาดแรงงานโดยเฉพาะนักศึกษาจบใหม่ที่กำลังจะเข้าสู่ระบบในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน 2563 อีกประมาณ 5.24 แสนคน ซึ่งกำลังจะกลายเป็นอีกหนึ่งในมิติของปัญหาทางเศรษฐกิจสังคมที่สังคมไทยจะต้องเผชิญ เพราะจะทำให้สังคมไทยต้องแบกหนักและประสบปัญหาภาวะว่างงานสูงขึ้น ขณะที่กลไกรัฐจำเป็นต้องออกมาตรการประคับประคองสถานการณ์และกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อให้เกิดการบริโภคภายในก่อนที่จะทรุดหนักไปมากกว่านี้ ความหนักหน่วงของสถานการณ์การเลิกจ้างแรงงานสามารถประเมินได้จากสัญญาณจากมาตรการขึ้นต้นว่าด้วยการเริ่มไม่รับพนักงานใหม่เพิ่มเข้าสู่กระบวนการผลิตแทนตำแหน่งที่ว่าง การใช้หุ่นยนต์หรือเครื่องจักรอัตโนมัติในกระบวนการผลิตมากขึ้น ไปสู่การเลิกจ้างบริษัทภายนอกเกี่ยวกับแรงงาน การลดค่าล่วงเวลา การลดชั่วโมงการทำงาน ไปจนสู่การปิดไลน์การผลิต และการปิดสาขาหรือโรงงานการผลิตที่ไม่จำเป็น จนถึงการปลดออกแรงงานในที่สุด ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจเกี่ยวกับตลาดแรงงานไทยในห้วงเวลาปัจจุบันอยู่ที่แรงงานไทยในทุกภาคการผลิตมีอยู่ประมาณ 37.6 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 56.5 ของประชากรทั้งหมด ขณะที่กลไกการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักทั้งการส่งออก การลงทุน การบริโภคลดลง มีเพียงภาคการท่องเที่ยวที่เติบโตในปี 2562 ซึ่งกลายเป็นปัจจัยกดดันการจ้างงานปีนี้และต่อเนื่องถึงปี 2563 โดยเฉพาะช่วงไตรมาสแรกถึงไตรมาสสองของปีหน้าอีกด้วย ปัจจัยลบที่จะมีผลต่อตลาดแรงงานในระยะต่อไป นอกเหนือจากการเริ่มเข้าสู่ยุคดิจิทัลที่เน้นเทคโนโลยีแทนคนเพิ่มขึ้นแล้ว เงื่อนไขการส่งเสริมการลงทุนที่เน้นอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงเศรษฐกิจโลกที่อยู่ในวัฏจักรชะลอตัว กำลังจะส่งผลให้เกิดการว่างงานอย่างกว้างขวาง แต่ด้วยเหตุที่แรงงานไทยจำนวนไม่น้อยเป็นแรงงานนอกระบบ ทำให้ดูเหมือนว่าประเทศไทยมีอัตราการว่างงานอยู่ในเกณฑ์ต่ำ

Read More

“จ๊อบไทย” ปลื้ม ยอดผู้ใช้บริการหางาน สมัครงาน มากกว่า 10 ล้านคน พร้อมเผยผลสรุปตัวเลขความต้องการแรงงานครึ่งปีแรก

จ๊อบไทย (JobThai) ผู้ให้บริการหางาน สมัครงาน ออนไลน์ อันดับ 1 ของประเทศไทย เผยกระแสตอบรับดีหลังจากพัฒนาบริการสู่ จ๊อบไทย แพลตฟอร์ม (JobThai Platform) และเปิดตัว จ๊อบไทย โมบาย แอปพลิเคชัน (JobThai Mobile Application) เวอร์ชันใหม่เมื่อช่วงปลายเดือนมกราคม 2562 ที่ผ่านมา พบว่าในระยะเวลาครึ่งปีแรกมี ผู้ใช้งานมากกว่า 10 ล้านคน โดยมีการสมัครงานมากกว่า 6 ล้านครั้ง เติบโตขึ้น 11% และมีจำนวนคนสมัครงานกว่า 9 แสนคน เติบโตขึ้น 25% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 พร้อมเผยข้อมูลภาพรวมความต้องการแรงงานทั่วประเทศไทยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2562 พบว่า ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม มีความต้องการแรงงานสูงสุด และงานขายเป็นอาชีพที่เปิดรับสมัครมากที่สุด นอกจากนี้ยังเผยพฤติกรรมของผู้สมัครงานว่า งานธุรการ/จัดซื้อ มีการสมัครสูงที่สุด และ งานที่มีอัตราการแข่งขันสูงที่สุด ได้แก่ งานนำเข้า-ส่งออก

Read More