Home > Cover Story

คีรี กาญจนพาสน์ เปิดฉาก “ยูซิตี้” รุกโค้งน้ำเจ้าพระยา

ระยะเวลาเพียงเดือนเศษๆ คีรี กาญจนพาสน์ ในฐานะประธานคณะกรรมการ บริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน) เปิดฉากผุดบิ๊กโปรเจกต์รุกขยายอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเริ่มต้นคิกออฟโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุแปลงที่ตั้งโรงภาษีร้อยชักสาม ย่านเจริญกรุง เพราะถือเป็นการเจาะแนวรบใหม่ริมฝั่งน้ำเจ้าพระยาที่มีกลุ่มทุนรายใหญ่ยึดครองพื้นที่รอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น “เอเชียทีค” ของกลุ่มทีซีซีกรุ๊ป “ไอคอนสยาม” ที่กลุ่มสยามพิวรรธน์จับมือกับเครือซีพี และ “ล้ง 1919” ของตระกูลหวั่งหลี  ตามแผนเบื้องต้น ยู ซิตี้ และกรมศิลปากรจะเร่งลงพื้นที่สำรวจทางโบราณคดีและสเกตช์ภาพเพื่อบันทึกหลักฐานทางประวัติศาสตร์ รูปแบบโครงสร้างดั้งเดิมของตัวอาคารศุลกสถาน (The Custom House) หรือโรงภาษีร้อยชักสามอย่างละเอียด ซึ่งขั้นตอนการสำรวจจะเสร็จสิ้นในช่วงต้นปี 2563 จากนั้นนำข้อมูลทั้งหมดมาประกอบการบูรณะอาคารโบราณสถาน ก่อสร้างอาคารใหม่และพัฒนาอาคารประวัติศาสตร์อายุกว่า 130 ปี พร้อมพื้นที่โดยรอบ ประมาณ 5 ไร่ ในรูปแบบมิกซ์ยูส เพื่อสร้าง New Destination ด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แห่งใหม่ภายในปี 2568 ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบกับเอเชียทีคและล้ง 1919 ต้องถือว่า โรงภาษีร้อยชักสาม มี

Read More

“กระทิงแดง” อัดฉีดยกกลุ่ม เดินหน้าชนเป้าแสนล้าน

ระยะเวลากว่า 2 ปี หลัง สราวุฒิ อยู่วิทยา ประกาศยกเครื่องโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ตั้งกลุ่มธุรกิจ TCP เดินหน้าแผนการลงทุน 5 ปี (ปี 2561-2565) เม็ดเงินกว่า 10,000 ล้านบาท โดยเฉพาะปีนี้ กลุ่มธุรกิจ TCP เปิดเกมรุกสมรภูมิเครื่องดื่มทุกแบรนด์ เร่งขยายพอร์ตโฟลิโอกว้างขวางและหลากหลาย เพื่อกวาดกลุ่มเป้าหมายทุกเพศทุกวัยและคนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดเพื่อผลักดันรายได้แตะ 100,000 ล้านบาท ทำให้กลุ่มธุรกิจ TCP เป็น House of Brand ผลิตสินค้าและสร้างแบรนด์ที่ทรงพลังมากที่สุด จะว่าไปแล้ว ธุรกิจกลุ่มกระทิงแดงจากยุคนายเฉลียว อยู่วิทยา สู่ยุคเจเนอเรชันใหม่ มีความพยายามขยายไลน์สินค้าตั้งแต่ปี 2552 เริ่มจากการเปิดตัวเครื่องดื่มให้พลังงาน “เรดดี้” เจาะตลาดพรีเมียมมากขึ้น โดยชูจุดขายส่วนผสมเสริมสร้างบุคลิกภาพ ทั้งรูปแบบขวด สี และมีหลากหลายรสชาติ พร้อมๆ กับชิมลางรุกธุรกิจอาหาร ส่ง “ซันสแนค” เมล็ดทานตะวันเคลือบธัญพืช อบกรอบ

Read More

ภาวะเศรษฐกิจไทย เมื่อถึงคราวเครื่องยนต์ดับ!!

สถานการณ์ทางเศรษฐกิจไทยช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 นอกจากจะปราศจากสัญญาณเชิงบวกที่จะช่วยผลักดันให้เกิดความหวังว่าด้วยการฟื้นตัวอย่างที่หลายฝ่ายเฝ้าติดตามแล้ว ดูเหมือนว่าผลกระทบว่าด้วยการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจทั้งภายในประเทศและระดับนานาชาติ ยังมีผลให้ภาคการผลิตของไทยได้รับผลกระทบต่อเนื่องจนอาจจะเป็นเหตุให้เกิดการจ้างงานในอนาคตอันใกล้นี้ด้วย การส่งออกของไทยที่ตกต่ำลงจะอยู่ในภาวะติดลบต่อเนื่องในระดับร้อยละ 1.5-2.0 ส่งผลให้เกิดภาวะชะลอตัวในการจ้างแรงงานในภาคการผลิต โดยเฉพาะการผลิตเพื่อการส่งออก โลจิสติกส์ ค้าปลีกและค้าส่ง ที่ส่งสัญญาณชะลอตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนอย่างมาก สัญญาณการจ้างงานที่ลดต่ำลง ในด้านหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ผู้ประกอบการบางส่วนปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีการผลิต ไปสู่กระบวนการผลิตที่มีวิทยาการสูงขึ้น รวมถึงการใช้หุ่นยนต์หรือ AI เข้ามาประกอบส่วน ซึ่งกรณีเช่นว่านี้กลายเป็นความเสี่ยงต่อตลาดแรงงานโดยเฉพาะนักศึกษาจบใหม่ที่กำลังจะเข้าสู่ระบบในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน 2563 อีกประมาณ 5.24 แสนคน ซึ่งกำลังจะกลายเป็นอีกหนึ่งในมิติของปัญหาทางเศรษฐกิจสังคมที่สังคมไทยจะต้องเผชิญ เพราะจะทำให้สังคมไทยต้องแบกหนักและประสบปัญหาภาวะว่างงานสูงขึ้น ขณะที่กลไกรัฐจำเป็นต้องออกมาตรการประคับประคองสถานการณ์และกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อให้เกิดการบริโภคภายในก่อนที่จะทรุดหนักไปมากกว่านี้ ความหนักหน่วงของสถานการณ์การเลิกจ้างแรงงานสามารถประเมินได้จากสัญญาณจากมาตรการขึ้นต้นว่าด้วยการเริ่มไม่รับพนักงานใหม่เพิ่มเข้าสู่กระบวนการผลิตแทนตำแหน่งที่ว่าง การใช้หุ่นยนต์หรือเครื่องจักรอัตโนมัติในกระบวนการผลิตมากขึ้น ไปสู่การเลิกจ้างบริษัทภายนอกเกี่ยวกับแรงงาน การลดค่าล่วงเวลา การลดชั่วโมงการทำงาน ไปจนสู่การปิดไลน์การผลิต และการปิดสาขาหรือโรงงานการผลิตที่ไม่จำเป็น จนถึงการปลดออกแรงงานในที่สุด ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจเกี่ยวกับตลาดแรงงานไทยในห้วงเวลาปัจจุบันอยู่ที่แรงงานไทยในทุกภาคการผลิตมีอยู่ประมาณ 37.6 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 56.5 ของประชากรทั้งหมด ขณะที่กลไกการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักทั้งการส่งออก การลงทุน การบริโภคลดลง มีเพียงภาคการท่องเที่ยวที่เติบโตในปี 2562 ซึ่งกลายเป็นปัจจัยกดดันการจ้างงานปีนี้และต่อเนื่องถึงปี 2563 โดยเฉพาะช่วงไตรมาสแรกถึงไตรมาสสองของปีหน้าอีกด้วย ปัจจัยลบที่จะมีผลต่อตลาดแรงงานในระยะต่อไป นอกเหนือจากการเริ่มเข้าสู่ยุคดิจิทัลที่เน้นเทคโนโลยีแทนคนเพิ่มขึ้นแล้ว เงื่อนไขการส่งเสริมการลงทุนที่เน้นอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงเศรษฐกิจโลกที่อยู่ในวัฏจักรชะลอตัว กำลังจะส่งผลให้เกิดการว่างงานอย่างกว้างขวาง แต่ด้วยเหตุที่แรงงานไทยจำนวนไม่น้อยเป็นแรงงานนอกระบบ ทำให้ดูเหมือนว่าประเทศไทยมีอัตราการว่างงานอยู่ในเกณฑ์ต่ำ

Read More

อุตสาหกรรมยานยนต์กระอัก พิษสงครามการค้า-เศรษฐกิจโลกทรุด

แม้พิษจากสงครามการค้าระหว่างสองประเทศมหาอำนาจอย่างจีนและสหรัฐฯ ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะสร้างผลกระทบเป็นวงกว้างและในหลายระนาบต่อประเทศคู่ค้า โดยที่ทั้งสองประเทศจะให้เหตุผลในการฟาดฟันกันด้วยกลยุทธ์ทางภาษีว่า ต้องการทวงถามความยุติธรรมทางการค้าระหว่างกันก็ตาม กระนั้นไทยในฐานะประเทศคู่ค้าและไม่ได้มีบทบาทสำคัญในศึกการค้าครั้งนี้กลับได้รับผลกระทบไม่น้อย เมื่อสินค้าหลายชนิดถูกชะลอการสั่งซื้อ นั่นทำให้ตัวเลขการส่งออกของไทยลดลงอย่างน่าใจหาย ผลกระทบเป็นระลอกคลื่นนี้สะท้อนกลับมาภายในประเทศอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แน่นอนว่า ไม่ใช่เพียงปัจจัยภายนอกจากสงครามการค้าเท่านั้นที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยโดยรวม เมื่อปัจจัยภายในประเทศอย่างกำลังซื้อของคนไทยที่ลดลง ความขัดแย้งทางการเมืองที่ส่งผลต่อความไม่มั่นใจของนักลงทุน หนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงขึ้น และความเข้มงวดของสถาบันการเงินในการอนุมัติสินเชื่อ เป็นมูลเหตุที่ดูจะซ้ำเติมให้สถานการณ์แย่ลง แม้ว่าภาครัฐจะพยายามหาแนวทางการแก้ปัญหาด้วยการเติมเงินเข้ามาในระบบ โดยมุ่งหวังให้ฟันเฟืองทางเศรษฐกิจทุกตัวสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้บ้าง ทว่า ผลที่ได้รับกลับเป็นเพียงการสปาร์กให้เครื่องยนต์ติดและทำงานได้เพียงระยะสั้นๆ เท่านั้น และสิ่งที่น่ากังวลใจในเวลานี้ น่าจะเป็นภาคการผลิตที่เริ่มแสดงอาการของปัญหาชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ยอดการผลิตและยอดการส่งออกลดลง โดยสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์ในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ยังน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะยอดการผลิตและการส่งออกรถยนต์ของไทยในปีนี้มีโอกาสที่จะหลุดจากเป้าหมายเดิม หลังมีปัจจัยลบรุมเร้าทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะปัญหาจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน รวมไปถึงการขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ที่ผลิตจากยุโรป ที่ทำให้ยอดขายรถยนต์ทั่วโลกรวมถึงไทยปรับตัวลดลง ทว่าข้อมูลที่น่าสนใจคือรายงานยอดขายรถยนต์ของโลกในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ ติดลบ 5.7 เปอร์เซ็นต์ และมียอดการผลิตติดลบ 5.8 เปอร์เซ็นต์ และสำหรับประเทศไทยตัวเลขการส่งออกรถยนต์ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ติดลบ 20 เปอร์เซ็นต์ โดยยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปเดือนสิงหาคม 2562 อยู่ที่ 81,549 คัน ลดลง 20.45

Read More

40 ปี โรบินสัน ได้ฤกษ์เจาะแนวรบบุกเมือง

“โรบินสัน” ฉลองครบรอบ 40 ปี งัดแคมเปญใหญ่ ROBINSON 40th ANNIVERSARY ยาวถึงวันที่ 10 พ.ย. และต้องถือเป็นช่วงจังหวะการเปลี่ยนผ่านตามแผนปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ของกลุ่มเซ็นทรัล ซึ่งประกาศจะนำบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ “CRC” เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แทนหุ้น ROBINS เพื่อจัดกระบวนทัพค้าปลีก โดยเฉพาะการผนึกความแข็งแกร่งของห้างสรรพสินค้าทั้งสองแบรนด์ “เซ็นทรัล-โรบินสัน” ที่มีส่วนแบ่งรวมกันมากกว่า 50% ให้ชัดเจนมากขึ้น ที่สำคัญ โรบินสันประกาศเปิดเกมรุกสงครามห้างส่งท้ายปี 2562 เตรียมเผยโฉมสาขาลาดกระบัง ซึ่งถือเป็นรูปแบบศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์แห่งแรกในเขตกรุงเทพฯ หลังจากทยอยผุดสาขาไลฟ์สไตล์บุกจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ และนำร่องเจาะปริมณฑล 2 สาขา คือ สาขาศรีสมาน นนทบุรี และสาขาสมุทรปราการ รวมทั้งซุ่มวางแผนผุดสาขารูปแบบคอมมูนิตี้มอลล์ เพื่อเจาะเขตเมืองมากขึ้น ทั้งนี้ หากย้อนรอยเส้นทางกว่า 40 ปี ของ “โรบินสัน” เริ่มแรกใช้ชื่อ บริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน

Read More

ร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย ดิ้นโค้งสุดท้ายปี 62

รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องรีบเร่งเครื่องขนานใหญ่ เพื่อผลักดันเม็ดเงินรายได้จากการท่องเที่ยวช่วงโค้งสุดท้ายก่อนปิดปี 2562 โดยเฉพาะล่าสุด เมื่อคณะกรรมการร่วมเอกชน (กกร.) ประกาศปรับลดประมาณการตัวเลขจีดีพีปี 2562 เหลือ 2.7-3% จากเป้าหมายเดิม 2.9-3.3% และปรับลดอัตราการขยายตัวของการส่งออกเหลือ 0% ถึงติดลบ 2% จากเดิม 1% ถึงติดลบ 1% เพราะเศรษฐกิจยังอ่อนแรงมากจากสารพัดปัญหามากมาย กกร. ระบุด้วยว่า แม้ภาครัฐพยายามออกมาตรการกระตุ้นหลายด้าน ทั้งมาตรการชิม ช้อป ใช้ ที่คาดว่ามีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 20,000-30,000 ล้านบาท ซึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ 0.1-0.2% มาตรการประกันรายได้สินค้าเกษตร และมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยที่คาดว่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจ 20,000-25,000 ล้านบาท แต่ชดเชยผลกระทบจากปัจจัยลบภายนอกได้เพียงบางส่วนเท่านั้น ขณะที่สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ปรับลดคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยปี 2562 จากเดิมเคยคาดไว้เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 40.06 ล้านคน สร้างรายได้ 2.13 ล้านล้านบาท เหลือ

Read More

เซ็นทรัลทุ่มทุนนาฬิกาหรู ดันเอ็กซ์โปแข่งสิงคโปร์-ฮ่องกง

การประกาศทุ่มทุนจัดมหกรรมนาฬิกาของยักษ์ใหญ่ “เซ็นทรัล” นอกจากเปิดศึกเจาะตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะช่วงโกลเด้นวีกที่คาดว่าจะมีกลุ่มชาวจีนไหลทะลักเข้าสู่ประเทศไทยเฉียดล้านคน มากกว่าไปนั้น คือการอัปเกรดงาน Central | ZEN World's Premier Watch & Jewellery Expo เทียบชั้น Watch Expo ในประเทศสิงคโปร์ และฮ่องกง ซึ่งถือเป็นผู้นำตลาดนาฬิกาในภูมิภาคเอเชียมาอย่างยาวนาน ที่สำคัญ เป็นความพยายามตอกย้ำกลยุทธ์การตลาดในฐานะผู้ริเริ่มจัดงานมหกรรมนาฬิกาในห้างสรรพสินค้าเป็นเจ้าแรกของไทย ตั้งแต่ปี 2541 และเป็นต้นแบบของมหกรรมนาฬิกาประจำปีในประเทศไทยชนิดที่ห้างคู่แข่งต้องเดินตาม ปิยวรรณ ลีละสมภพ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาด บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือกลุ่มเซ็นทรัลรีเทล กล่าวว่า ปีนี้ บริษัทเดินหน้ากลยุทธ์การจัดงานด้วยการตอกย้ำความเป็นที่สุด ได้แก่ การจัดงานในช่วงเวลาที่ดีที่สุด รวบรวมค่ายนาฬิกาชั้นนำภายในงานมากที่สุด จำนวนแบรนด์มากกว่า 160 แบรนด์ และมูลค่ารวมสูงที่สุด พร้อมนาฬิกาคอลเลกชันพิเศษมากที่สุด และข้อเสนอดีที่สุด โดยขยายเวลาการจัดงาน ขยายพื้นที่การจัดงาน เพิ่มมูลค่าและยกระดับการจัดงานให้ยิ่งใหญ่ขึ้น ด้วยการจัดงาน 2 ครั้ง 2 สถานที่

Read More

จับตาอนาคตเศรษฐกิจไทย แข่งขันดุเดือด-โอกาสลดลง?

การเดินทางเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 ด้วยสถานการณ์ที่เรียกได้ว่าหืดจับ เมื่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของไทยต้องแขวนและฝากความหวังไว้กับความเป็นไปของเศรษฐกิจโลก และประเทศคู่ค้า รวมไปถึงต้องพึ่งพาอาศัยนักลงทุนจากต่างชาติ ที่จะช่วยให้ฟันเฟืองในระบบหมุนไปได้ตามครรลองที่พึงจะเป็น ตลอดระยะเวลาที่ไทยถูกนำพาและบริหารประเทศด้วยรัฐบาลทหาร กระทั่งการเลือกตั้งเกิดขึ้น เราไม่อาจหลีกหนีข้อเท็จจริงที่ว่า การเข้ามาบริหารประเทศของรัฐบาลทหารในช่วงที่การเมืองกำลังระอุนั้น นำมาซึ่งความสงบเรียบร้อย ทว่า อีกความจริงที่ไม่อาจหลีกหนีได้เช่นกัน คือความง่อนแง่นของเสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระนั้นหากจะโยนความผิดไปที่การบริหารประเทศของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เพียงอย่างเดียวดูจะไม่ยุติธรรมนัก เมื่อความเป็นจริงคือ เศรษฐกิจของประเทศไทยจะขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพึ่งพาอาศัยแรงขับจากปัจจัยภายนอกเป็นส่วนใหญ่ ทั้งด้านการท่องเที่ยว ที่ต้องอาศัยตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ภาคการส่งออกที่ปัจจุบันได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าที่ยังยืดเยื้อ แม้จะไม่ร้อนแรงดุเดือดเท่าในระยะแรก แต่ก็สร้างบาดแผลลึกให้กับอุตสาหกรรมการส่งออกของไทยไม่น้อย หรือด้านการลงทุน ที่นักลงทุนส่วนใหญ่เฝ้ารอสัญญาณความมั่นคงของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง รวมไปถึงนโยบายสำคัญที่จะมีส่วนในการตัดสินใจ ที่จะเลือกและย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทย คล้ายกับว่าในห้วงยามนี้ ไทยยังต้องเผชิญคลื่นลมพายุที่ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพราะนอกจากต้องแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นภายในประเทศ ที่พร้อมใจกันดาหน้าเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อนแล้ว ยังต้องระดมสรรพกำลังเพื่อหาทางออกบนเวทีโลก เมื่อมีการแข่งขันนัดสำคัญรออยู่ ประเด็นที่น่าขบคิดในเวลานี้คือ ทิศทางและอนาคตของอุตสาหกรรมไทยจะดำเนินไปอย่างไร เมื่อไทยเริ่มมีคู่แข่งที่หลายคนให้คำจำกัดความว่า “โตเงียบ” อย่างประเทศเวียดนาม ข่าวคราวจากหลากหลายช่องทางให้ข้อมูลไปในทิศทางเดียวกันว่า เวลานี้ เวียดนามกำลังเนื้อหอม และเป็นที่หมายตาของนักลงทุน ทั้งนักลงทุนหน้าใหม่รวมไปถึงนักลงทุนที่ต้องการย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศคู่ค้าสงคราม เพื่อหลีกหนีผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษีของทั้งจีนและสหรัฐฯ เหตุผลหลักๆ ที่เวียดนามสามารถก้าวขึ้นมายืนบนเวทีโลกและพร้อมจะแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน ในฐานะประเทศอุตสาหกรรมเกิดใหม่ คือเรื่องอัตราค่าแรงขั้นต่ำ ปัจจุบันอัตราค่าแรงขั้นต่ำในประเทศเวียดนามคือ 160,000 ดอง ถึง 230,000 ดอง

Read More

สุนทรพจน์ Greta Thunberg บนภาพตัดวิสัยทัศน์เหล่าผู้นำ

ข่าวการประชุม UN Climate Action Summit 2019 ซึ่งจัดขึ้นโดยสหประชาชาติในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อาจไม่ได้รับการกล่าวถึงมากนัก หากไม่ปรากฏภาพและสุนทรพจน์ของนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมสาววัย 16 ปีนาม Greta Thunberg จากสวีเดน ที่สั่นคลอนท่าทีของเหล่าผู้นำโลก และปลุกเร้าความสนใจของผู้คนต่อการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้จริงจังมากขึ้น ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจก่อนการกล่าวสุนทรพจน์ของ Greta Thunberg เมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา ในด้านหนึ่งอยู่ที่การปลุกเร้าให้เยาวชนทั่วโลกตระหนักถึงภัยร้ายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกและการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนกระแสสำนึกให้เกิดผลจริงในทางปฏิบัติ ผ่านการเคลื่อนไหวภายใต้ชื่อ School strike for Climate ซึ่งประกาศให้มีการชุมนุมโดยสงบเมื่อวันที่ 20 กันยายนในฐานะที่เป็น International Global Climate Strikes หรือก่อนหน้าการประชุม UN Climate Action Summit เพียง 3 วัน ควบคู่กับการปลุกสำนึก Earth Strike ที่จัดให้มีขึ้นตลอดช่วงสัปดาห์ระหว่างวันที่ 20-27 กันยายน 2019 หรือที่เรียกขานกันในนาม

Read More

เศรษฐกิจไทยปลายปี 62 ดำดิ่งสู่จุดต่ำสุดใหม่?

ความเป็นไปของภาวะเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 ยังคงดำเนินไปอย่างไร้สัญญาณบวกที่จะส่งผลให้เกิดการกลับตัวทะยานขึ้น หลังจากที่ต้องตกอยู่ในภาวะถดถอยและทรุดตัวต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจเกือบทุกชนิดที่ใช้อ้างอิงก็บ่งชี้ไปในทิศทางที่ไม่ได้เอื้ออำนวยให้เกิดความมั่นใจในการเผชิญหน้ากับอนาคตที่กำลังจะคืบคลานเข้ามา ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในช่วงที่ผ่านมา ได้ปรับตัวลดลงอย่างหนัก โดยในเดือนสิงหาคม 2562 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทุกรายการปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 แม้ว่ารัฐบาลจะพยายามเร่งเร้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้มูลค่าของงบประมาณกว่า 3.16 แสนล้านบาท เหตุที่เป็นดังนั้นก็เนื่องเพราะผู้บริโภคยังมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังฟื้นตัวช้าและกำลังซื้อของประชาชนยังไม่ฟื้นตัวขึ้นมากนัก ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคยังมีความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเมืองทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ประกอบกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกเนื่องจากข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนที่มีความรุนแรงมากขึ้น ประเด็นที่น่าสนใจจากตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นที่สะท้อนออกมาครั้งล่าสุดอยู่ที่ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมซึ่งอยู่ในระดับ 60.9 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวมที่ระดับ 69.7 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 90.4 ซึ่งถือเป็นการปรับตัวลดลงในทุกรายการ เมื่อเทียบกับดัชนีในเดือนกรกฎาคม ที่อยู่ในระดับ 62.2 70.9 และ 91.9 ตามลำดับ โดยดัชนีความเชื่อมั่นที่ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ (ที่ระดับ 100) แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคยังไม่มีความมั่นใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ โอกาสในการหางานทำ และรายได้ในอนาคตมากนัก การปรับตัวลดลงของดัชนีในทุกรายการอย่างต่อเนื่องนี้ ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค (Consumer Confidence Index: CCI) ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 และอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 33เดือน นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2559 เป็นต้นมา จากระดับ 75.0

Read More