Home > Cover Story

จากมอเตอร์ เอ็กซ์โป ถึงอนาคตยานยนต์ไทย

ความเคลื่อนไหวของผู้ประกอบการยานยนต์และตลาดยานยนต์ในประเทศไทย ดูจะมีความคึกคักและเป็นที่จับตามองในฐานะที่อาจเป็นดัชนีหรือสัญญาณบ่งชี้ทิศทางในอนาคตของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมิติของกำลังซื้อ ที่มีส่วนช่วยกระตุ้นกำลังการผลิตและการบริโภคภายในประเทศ หลังจากที่ตลาดส่งออกยานยนต์ได้รับผลกระทบจากพิษของสงครามทางการค้าที่ฉุดให้เศรษฐกิจโลกโดยรวมชะลอตัวต่อเนื่องตลอดทั้งปี แม้ว่าปัจจัยลบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วโลกจะส่งผลกระทบแผ่กว้างไปในทุกอุตสาหกรรม หากแต่สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ผลกระทบที่เกิดขึ้นดูจะหนักหน่วงและรุนแรงมากเป็นพิเศษ เพราะความเป็นไปของผู้ผลิตยานยนต์ในประเทศไทย ยังพึ่งพิงตลาดส่งออกมากถึงร้อยละ 50 ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการเหล่านี้ต้องพลิกกลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่อรับมือกับสถานการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง หลังจากที่การส่งออกยานยนต์สำเร็จรูปและชิ้นส่วนอยู่ในภาวะชะงักงัน ผลของการชะลอตัวในตลาดส่งออกผนวกกับภาวะถดถอยซบเซาทางเศรษฐกิจของไทย รวมถึงความเข้มงวดที่เพิ่มมากขึ้นในการอนุมัติสินเชื่อรถยนต์ของสถาบันการเงิน กลายเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้สมาชิกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ปรับลดเป้าการผลิตรถยนต์ในปี 2562 ลงจากเป้าหมายเดิมที่ 2.15 ล้านคันเหลือเพียง 2 ล้านคัน โดยเป็นไปเพื่อตลาดส่งออกและตลาดในประเทศอย่างละ 1 ล้านคัน ซึ่งการปรับลดเป้าการผลิตดังกล่าวส่งผลให้มูลค่าในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยหดหายไปไม่ต่ำกว่า 1.5 แสนล้านบาทเลยทีเดียว การปรับลดกำลังการผลิตของผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ดังกล่าว ส่งผลให้เกิดความกังวลใจอย่างกว้างขวาง เมื่อโรงงานประกอบรถยนต์หลายแห่งมีการปรับลดเวลาการทำงานของพนักงานในโรงงานหรือแม้กระทั่งหยุดทำงานชั่วคราวตามประกาศบริษัท ซึ่งแม้การหยุดดังกล่าวจะไม่มีผลใดๆ กับการคำนวณเบี้ยขยัน หรือการประเมินผลงาน หากแต่การที่บริษัทจ่ายเงินค่าจ้างให้กับพนักงานทุกระดับในอัตราร้อยละ 75 ของค่าจ้างปกติ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานจากผลของการปรับตัวให้สอดรับกับปริมาณคำสั่งซื้อที่ลดลง ย่อมส่งผลต่อรายได้ของแรงงานในโรงงานเหล่านี้อย่างไม่อาจเลี่ยง ยังไม่นับรวมกรณีที่ผู้ประกอบการบางแห่งส่งหนังสือเลิกจ้างพนักงาน โดยบริษัทจะจ่ายค่าแรง และค่าสินไหมทั้งหมดที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท ตามที่ระบุไว้ในกฎหมายอีกด้วย ปัจจัยทางเศรษฐกิจโดยรวมที่ดำเนินไปในทิศทางขาลงอย่างต่อเนื่อง อาจได้รับการประเมินว่าอยู่ในสถานการณ์ประคองตัวที่บางฝ่ายยังเชื่อว่าอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ หากแต่ในห้วงเวลาปัจจุบันดัชนีและตัวเลขชี้วัดทางเศรษฐกิจในทุกมิติได้บ่งชี้ถึงทิศทางขาลงและถดถอยรอบด้าน ทั้งในมิติของความเชื่อมั่น การลงทุน การส่งออก ค่าเงินบาท สงครามการค้า ซึ่งปัจจัยลบเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการพิจารณาและเตรียมพร้อมมาตรการเพื่อรับมือสถานการณ์ไม่พึงประสงค์อย่างใกล้ชิด ก่อนหน้านี้ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเคยกำหนดเป้าหมายยุทธศาสตร์ยานยนต์ไทยเพื่อการปรับตัวเข้าสู่ภาวะแข่งขันของ

Read More

เรื่องเล่าของเหรียญกษาปณ์และคุณค่าที่มากกว่ามูลค่า

น้อยคนนักที่จะสงสัยและหาคำตอบว่า เหรียญที่กระทบกันส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งจากในกระเป๋าเรานั้น มีเรื่องราวการเดินทางมาอย่างไรบ้าง แต่เชื่อเถอะว่า เหรียญกษาปณ์ทุกเหรียญล้วนแล้วแต่มีที่มา และเรื่องราวมากมายแฝงเร้นอยู่ ย้อนไปเมื่อ 5 ปีก่อน ผู้จัดการ 360 องศา เคยนำเสนอเรื่องราวของพิพิธภัณฑ์เหรียญในบริบทที่ว่า “พิพิธภัณฑ์เหรียญ ทุกการเดินทางมีเรื่องราว” ในเวลานั้นการถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางของเหรียญเป็นเพียงแค่ปฐมบทเท่านั้น หาใช่บทสรุปของการเดินทาง จวบจนกระทั่งเวลานี้ที่พิพิธภัณฑ์เหรียญได้เปิดให้บริการแก่นักสะสม และผู้ที่สนใจอย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้การบริหารงานของกรมธนารักษ์ บรรยากาศประชาชนเข้าคิวเพื่อจองและแลกซื้อเหรียญที่ระลึกเนื่องในวันสำคัญต่างๆ คงเป็นภาพที่คุ้นตาไม่น้อย ไม่ว่าผู้คนที่ต่อแถวจะมีความจำนงที่จะซื้อเหรียญเพื่อเก็บไว้เอง หรือเพื่อนำไปเก็งกำไรต่อก็ตามที ทว่า เหรียญที่ระลึกเหล่านั้นไม่ได้มีคุณค่าอยู่ที่ความสามารถในการจับจองจนได้มาเป็นเจ้าของเท่านั้น หากแต่เหรียญที่ระลึกเป็นเสมือนเครื่องบันทึกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ เกี่ยวกับบุคคล วันหรือเหตุการณ์สำคัญ และนั่นทำให้เหรียญเหล่านี้ไม่ได้มีคุณค่าตามมูลค่าที่ปรากฏอยู่บนเหรียญเท่านั้น ทว่า เรื่องราวมากมายที่ถูกถ่ายทอดลงบนเหรียญต่างหาก ที่บ่งบอกและแสดงให้เห็นคุณค่าของเหรียญนั้นๆ อย่างแท้จริง ท่ามกลางแดดร้อนระอุ ถือเป็นบททดสอบความมานะอุตสาหะของนักสะสมเหรียญและนักเก็งกำไรได้เป็นอย่างดี แต่หลังจากที่เหรียญมาอยู่ในครอบครองแล้ว จะมีสักกี่คนที่ยังหมั่นหยิบเหรียญเหล่านั้นขึ้นมาเพื่อหวนรำลึกถึงและมองคุณค่าของมัน นี่อาจเป็นโจทย์สำคัญของกรมธนารักษ์ ที่นอกเหนือไปจากหน้าที่หลักในด้านการผลิตเหรียญกษาปณ์ทั้งสองชนิด คือ เหรียญกษาปณ์หมุนเวียน และเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก โดยเหรียญทั้งสองชนิดทำหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราวต้นกำเนิดของเหรียญที่กลายเป็นประวัติศาสตร์ซึ่งน้อยคนนักจะได้รู้ และเช่นเคย บริษัท ไร้ท์แมน จำกัด ที่เคยออกแบบนิทรรศรัตนโกสินทร์ พิพิธบางลำพู และศูนย์การเรียนรู้อีกมากมาย เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการย่อยสารและตีโจทย์ในครั้งนี้ แม้ว่าพิพิธภัณฑ์เหรียญจะเปิดให้บริการครั้งแรกในปี พ.ศ. 2557 และเริ่มถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางของเหรียญมาตั้งแต่ครั้งนั้น แต่เหรียญกษาปณ์ถูกประกอบส่วนขึ้นจากเรื่องราวอีกมากมาย และพิพิธภัณฑ์เหรียญยังคงทำหน้าที่อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง จนกระทั่งมีการผลัดเปลี่ยนแผ่นดิน ส่วนเติมเต็มของเรื่องที่ขาดหายไปบนพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้ปรากฏขึ้นอีกครั้งเมื่อวันที่

Read More

ยุคเข็ญเศรษฐกิจไทย กลไกรัฐหมดแรงขับเคลื่อน

ความเป็นไปของเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีหมู 2562 ดูจะไม่ปรากฏสัญญาณบวกหรือกระเตื้องขึ้นตามที่กลไกรัฐคาดหวัง หากแต่ยังอยู่ในทิศทางตรงกันข้ามและถูกถมทับด้วยปัจจัยลบ ที่ก่อให้เกิดความกังวลใจอย่างกว้างขวางว่าเศรษฐกิจไทยในห้วงเวลานับจากนี้จะเดินหน้าเข้าสู่จุดวิกฤต และเผชิญกับภาวะที่ไม่พึงประสงค์ที่กำลังคืบใกล้เข้ามา แม้ว่าตลอดระยะเวลา 5-6 ปีที่ผ่านมา รัฐนาวา ภายใต้การนำของ ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะพยายามโหมประโคมและระบุว่าเศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะที่ฟื้นตัวขึ้นจากความซบเซา และกำลังดำเนินไปอย่างราบรื่นภายใต้เป้าหมายทางยุทธศาสตร์ หากแต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้ากลับกลายเป็นการปรับลดต่ำลงของตัวเลขสำคัญทางเศรษฐกิจ จนเป็นเหตุให้คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ต้องมีการปรับลดประมาณการและคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพี ลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ก่อนที่ล่าสุดจะปรับลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 2.6 ทั้งที่รัฐบาลจะทุ่มเทเงินงบประมาณจำนวนกว่า 3 แสนล้านบาทด้วยหวังว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี แต่ดูเหมือนว่าความพยายามดังกล่าวจะอยู่ไกลจากเป้าหมายที่วางไว้ ก่อนหน้านี้ รัฐบาลไทยได้กำหนดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจของปี 2562 ไว้ที่การเติบโตร้อยละ 3 พร้อมกับการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบลดแลกแจกแถมสารพัด แต่ดูเหมือนว่ามาตรการของรัฐเหล่านี้จะไม่ได้ส่งผลในเชิงบวกมากนัก ขณะที่ผลการสำรวจความเห็นของประชาชนโดยสวนดุสิตโพล พบว่าประชาชนกว่าร้อยละ 65.54 ระบุว่ารัฐบาลแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ และทำให้เกิดปัญหาข้าวของแพง และมีปัญหาการว่างงาน กลายเป็นปัญหาเศรษฐกิจที่รุมเร้าในปัจจุบัน ประเด็นที่น่าสนใจจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำที่ดำเนินอยู่ในปัจจุบัน ประการหนึ่งอยู่ที่การประเมินปัญหาที่รุมเร้าว่าหากมองว่าเศรษฐกิจย่ำแย่ ก็จะเกิดความรู้สึกรับรู้ว่าย่ำแย่ และนำไปสู่ความรู้สึกโดยรวมที่ไม่ดีขาดความมั่นใจ จนนำไปสู่ภาวะชะลอตัวในการบริโภคและการลงทุน ซึ่งทัศนะเช่นว่านี้ทำให้กลไกรัฐดูจะไม่ได้ยืนอยู่บนตรรกะและข้อเท็จจริงของสภาพที่เผชิญอยู่ และพยายามเน้นย้ำว่าเศรษฐกิจไทยยังไปได้ ทั้งที่สถานการณ์โดยรวมไม่ได้เป็นไปตามที่เอ่ยอ้างเช่นนั้น การออกมายอมรับของ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ว่าเศรษฐกิจไทยซึ่งเคยขับเคลื่อนด้วยการส่งออก

Read More

Experience อาวุธของไร้ท์แมน ในยุค Digital Disruption

ไม่ว่าโลกจะหมุนด้วยอัตราความเร็วเท่าไร แต่ดูเหมือนว่าการเปลี่ยนผ่านจากยุคอะนาล็อกสู่ยุคดิจิทัลจะมีความเร็วกว่าหลายเท่าตัว แต่ด้วยเหตุผลเพียง 3 ประการ ความสะดวก ความรวดเร็ว ความทันสมัย กลับสร้างอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนไม่น้อย แทบจะทุกสังคมและเกือบทุกช่วงเวลาของชีวิตมนุษย์ที่ดิจิทัลเทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญต่อชีวิต ไลฟ์สไตล์ของผู้คนถูกเปลี่ยนแปลงไปในทุกระนาบ ทุกมิติ เมื่อปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตถูกย่อส่วนให้สามารถเข้ามาอยู่ในอุปกรณ์สื่อสารขนาดมือจับได้ แม้ว่ายุคดิจิทัลจะทำให้สังคมเกิดการพัฒนา ทว่า สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปในแบบคู่ขนานคือรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คน เช่น การจับจ่ายซื้อสินค้าเพื่อการดำรงชีพ การพบปะสังสรรค์กันน้อยลง พูดคุยแบบตัวต่อตัวกันน้อยลง ไลฟ์สไตล์ของมนุษย์เปลี่ยนไป ส่งผลให้ภาคธุรกิจจำเป็นต้องปรับตัวตามให้ทัน เพื่อความอยู่รอดและหลุดพ้นจากกับดัก Digital Disruption เมื่อข้อมูลข่าวสารถูกเสิร์ฟถึงมือตั้งแต่ยังไม่ลุกจากที่นอน นักชอปสามารถเลือกซื้อสินค้าได้เพียงทัชบนหน้าจออุปกรณ์สื่อสารเพียงไม่กี่ครั้ง หรือแม้กระทั่งอาหารที่เป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต ที่เราแทบไม่ต้องตะเกียกตะกายออกไปนอกบ้าน ก็สามารถสั่งอาหารระดับดาวมิชลินให้มาส่งถึงบ้านได้ ดิจิทัล ดิสรัปชันขยายวงและสร้างผลกระทบในทุกแวดวง ไม่แว้นแม้แต่นักย่อยสารมือฉมังอย่าง อุปถัมป์ นิสิตสุขเจริญ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไร้ท์แมน จำกัด ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการรังสรรค์ศูนย์การเรียนรู้จำนวนมากในประเทศไทย งานนิทรรศการ และงานอีเวนต์ ที่แม้ว่าผู้บริหารไร้ท์แมนจะยอมรับกลายๆ ว่า บริษัท ไร้ท์แมนได้รับผลกระทบจากดิจิทัลดิสรัปชันอยู่บ้าง แต่ไร้ท์แมนยังยืนหยัดภายใต้แนวคิดที่ว่า “Experience คือสิ่งที่ผู้คนโหยหา” “จริงๆ แล้ว ดิจิทัล ดิสรัปชันก็มีผลกระทบในทุกธุรกิจ แม้ว่าดิจิทัลจะสะท้อนความพัฒนาของเทคโนโลยีก็ตาม แต่สำหรับผมยังเชื่อว่า สิ่งที่ผู้คนโหยหายังคงเป็นประสบการณ์

Read More

สงครามเมดิคอล 2020 ทุนยักษ์แห่ผุด แข่งพรีเมียม

แม้ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนมีปัจจัยลบเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกรณีกระทรวงพาณิชย์งัดกฎเหล็กคุมเข้มอัตราค่าบริการและราคายา ชนิดที่เคยโขก 1,000% เหลือไม่เกิน 100% แต่กลุ่มทุนเครือข่าย ทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ ต่างเดินหน้าบุกสมรภูมิเมดิคอล เน้นเจาะตลาดพรีเมียม เร่งขยายไลน์ชู “ไฮเทค” เป็นจุดขายใหม่ เพราะไม่ใช่แค่เป้าหมายการรุกฐานกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง กลุ่มชาวต่างชาติ แต่ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าสร้างรายได้อีกจำนวนมหาศาล ที่สำคัญ ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะเป็นศูนย์กลางธุรกิจสุขภาพ ทั้งในแง่ชื่อเสียงของโรงพยาบาลยักษ์ใหญ่ นวัตกรรมด้านการรักษา แพทย์ผู้ชำนาญการ เครื่องมืออุปกรณ์ และมีกลุ่มลูกค้าระดับไฮเอนด์ที่ไม่ต้องการเสียค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ เพื่อเดินทางไปรักษาในต่างประเทศ ภาพสะท้อนหนึ่งที่เห็นชัดเจน คือ การเข้ามาจัดงานประชุม “Life Conference 2019” ครั้งแรกในไทยของ “ไครโอนิกส์ฟอร์ยู (Cryonics4U)” ที่ปรึกษาเทคโนโลยีการแช่แข็งร่างกาย (Cryonics) และการแช่แข็งเพื่อรักษาสภาพของเซลล์หรือเนื้อเยื่อ (Cryopreservation) เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยไครโอนิกส์ฟอร์ยูยังประกาศเปิดตัวบริการให้คำปรึกษาการรักษาชีวิตและความเจ็บป่วยด้วยเทคโนโลยี “ไครโอนิกส์” (Cryonics) แบบครบวงจรในประเทศไทย หลังจากเดินสายมาทั่วโลก สำหรับไครโอนิกส์ (Cryonics) เริ่มใช้กันมาตั้งแต่ปี 2503 และกลายเป็นธุรกิจที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากจากบุคคลชั้นนำของโลก ไม่ว่าจะเป็นพิธีกรชื่อดังของ CNN อย่าง

Read More

ปราเสริฐ พลิกบทเรียนคดีปั่นหุ้น “วันนี้ ขอโตช้าๆ มั่นคง ยั่งยืน”

“ตอนนี้ ไม่อยากลงทุนอะไรมาก เพราะสิ่งแวดล้อมไม่เอื้อ ลงทุนมากก็เสี่ยง เน้นทำธุรกิจระดับกลางๆ ถ้าลงทุนมากเกินไปจะเป็นความเสี่ยง เราไม่รู้อนาคต พยายามทำที่มีอยู่แล้ว Keep ไว้ เติบโตช้าๆ ให้มั่นคง ยั่งยืน” นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ผู้สร้างอาณาจักรธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย กล่าวกับ “ผู้จัดการ 360” ในงานเผยโฉมโรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล (BIH) เครือกรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวกับสื่อครั้งแรกหลังเจอมรสุมคดีปั่นหุ้น BA คดีดังกล่าวมาจากกรณีสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ส่งหนังสือแจ้งนายแพทย์ปราเสริฐ พร้อมแพทย์หญิงปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ ลูกสาวคนที่สาม และนางนฤมล ใจหนักแน่น เลขานุการสำนักประธานคณะผู้บริหารเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2562 ระบุความผิดฐานร่วมกันซื้อขายหุ้นบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA โดยจับคู่ซื้อขายระหว่างกันในลักษณะอำพราง ระหว่างวันที่ 13 พ.ย. 2558 ถึงวันที่

Read More

BDMS ปักหมุด “กรุงเทพอินเตอร์” เมินวิกฤต เจาะซูเปอร์ไฮเอนด์

เครือกรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) ของมหาเศรษฐี “ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ” เดินหน้าขยายฐานต่อเนื่อง หลังจากเปิดให้บริการ Movenpick BDMS Wellness Resort เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา จับกลุ่มต่างชาติและเจาะตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ล่าสุด เผยโฉมโรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล (Bangkok International Hospital หรือ BIH) ปลุกปั้นจุดขายใหม่ ‘Smart Hospital’ ชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย แน่นอนว่า การผลักดัน “Smart Hospital” มาจากการเร่งไล่ให้ทันกับความก้าวหน้าของระบบเทคโนโลยีบวกกับไลฟ์สไตล์ของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไป ต้องการความสะดวกรวดเร็ว แต่ต้องแม่นยำถูกต้อง เนื่องจากธุรกิจโรงพยาบาลมี “ชีวิต” เป็นเดิมพัน ไมเคิล เดวิด มิตเชลล์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า จากประสบการณ์กว่า 47 ปี ของ BDMS โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนลเกิดจากความมุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพการบริการและการรักษา โดยเปิดให้บริการการรักษาด้านโรคสมองและระบบประสาท โรคกระดูกและข้อ และโรคกระดูกสันหลัง มีทีมแพทย์และสหสาขาวิชาชีพที่มีประสบการณ์สูงและมีความชำนาญ เทคโนโลยีเครื่องมือทางการแพทย์ขึ้น ภายใต้แนวคิด “Smart

Read More

สายน้ำและวิถีชุมชน เงาสะท้อนของสังคมที่เปลี่ยนไป

คนไทยไม่สามารถตัดขาดจากสายน้ำได้ เมื่อสายน้ำหรือแม่น้ำทอดตัวผ่านชุมชน ผ่านเมือง ไม่ว่ายุคใดสมัยใดแม่น้ำจึงเปรียบเสมือนเส้นเลือดสำคัญที่ทำหน้าที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนจวบจนปัจจุบันกาล หน้าที่ของสายน้ำเปลี่ยนไปตามยุคสมัย จากที่เคยถูกใช้เพื่อการอุปโภค บริโภค ใช้เป็นเส้นทางสัญจรไปมาหาสู่กัน เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เป็นตลาด ทุกวันนี้แม้บทบาทหน้าที่ของแม่น้ำจะลดลง ทว่าสายน้ำยังคงดำเนินไปตามครรลองเฉกเช่นที่เคยเป็นมาในอดีต การเปลี่ยนผ่านของสังคมและผู้คนกลายเป็นตัวกำหนดบทบาทใหม่ให้แก่แม่น้ำไปโดยปริยาย วิถีชีวิตของคนไทยในยุคดิจิทัล ชีวิตที่หลายคนนิยามว่า คือชีวิตที่ศิวิไลซ์ ชีวิตที่ถูกกำหนดให้ดำเนินไปด้วยความไวของสัญญาณอินเทอร์เน็ตระดับ 4G แต่น่าแปลกที่ความรวดเร็วของสัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่ได้ทำให้ผู้คนหยุดความคำนึงถึงบรรยากาศและวิถีชีวิตเก่าๆ ที่ดำเนินคู่ไปกับสายน้ำได้เลย แต่กลับยิ่งโหยหาและปรารถนาที่จะดึงเอาความรู้สึกดั้งเดิมเหล่านั้นกลับมา ประเพณีลอยกระทง เป็นภาพสะท้อนความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยได้เป็นอย่างดี เพราะถึงแม้ว่า โลกจะหมุนเวียน ฤดูกาลจะผันผ่านไปนานเท่าไร งานลอยกระทงจะถูกสืบสานต่อไป ตามความเชื่อที่ว่า การลอยกระทงเป็นการขอขมาต่อพระแม่คงคา ที่ให้น้ำใช้อุปโภค บริโภค หรือบางคนเชื่อว่าการลอยกระทงเป็นการสะเดาะเคราะห์ และปัดเป่าสิ่งไม่ดีให้ออกจากชีวิต งานลอยกระทงแต่ละปี ภาพจำที่ฉายชัดในความทรงจำของใครหลายคน คืองานลอยกระทงส่วนใหญ่ถูกจัดขึ้นภายในวัดวาอารามซึ่งมีอาณาบริเวณอยู่ติดคลอง ติดแม่น้ำ อาหารการกินมักหนีไม่พ้นขนมน้ำตาลปั้นรูปสัตว์ รูปดอกไม้ ลูกชิ้นปิ้ง สายไหม รำวง และเสียงเพลงที่เปิดคลอเบาๆ เพื่อสร้างบรรยากาศ รวมไปถึงชิงช้าสวรรค์ ม้าหมุน เครื่องเล่นที่เด็กหลายคนต้องไม่พลาดสักครั้ง เหนืออื่นใดคือกระทงที่นำมาลอยล้วนแต่ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาเองในยามบ่ายจากต้นกล้วยใบกล้วยหลังบ้าน เทคโนโลยีและรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป ทำให้บรรยากาศเหล่านี้ค่อยๆ เจือจางลงไปตามกาลเวลา การประดิษฐ์กระทงเพื่อนำไปลอยเองดูจะหายากขึ้นในสังคมปัจจุบัน เมื่อความสะดวกสบายเข้ามาทดแทน กระทงก็หาซื้อง่ายขึ้นและราคาไม่แพง เวลาในแต่ละวันยังคงเท่าเดิม ทว่า ผู้คนกลับใช้เป็นข้ออ้างว่า

Read More

จากสงครามการค้าสู่ GSP แผลกดทับคุกคามเศรษฐกิจไทย

สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 นอกจากจะปราศจากสัญญาณบวกที่จะมาช่วยกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวกระเตื้องขึ้นในระยะสั้นแล้ว ดูเหมือนว่าในระยะยาวที่ถัดออกไปสภาพเศรษฐกิจไทยโดยรวมก็ถูกกระหน่ำด้วยปัจจัยลบและความเสี่ยงที่ฉุดรั้งทั้งความเชื่อมั่นและศักยภาพในการพัฒนาที่น่ากังวลไม่น้อยเลย ภาวะชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจไทยตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา มักได้รับการอธิบายจากภาครัฐว่าเป็นผลมาจากปัจจัยภายนอกว่าด้วยข้อพิพาททางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา ซึ่งทำให้เกิดภาวะชะลอตัวทางเศรษฐกิจแผ่กว้างไปทั่วทุกมุมของโลก แม้ว่าเศรษฐกิจไทยจะยังมีพื้นฐานที่ดี และกำลังดำเนินไปบนหนทางที่ถูกต้องเหมาะสมตามแนวทางและวิสัยทัศน์ที่รัฐบาลได้กำหนดวางไว้ตั้งแต่เมื่อ 5-6 ปีที่ผ่านมา และเป็นไปตามทิศทางการพัฒนาของยุทธศาสตร์ระยะยาวอีก 20 ปีข้างหน้าก็ตาม ตัวเลขการขยายตัวเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มลดต่ำลงอย่างต่อเนื่องในแต่ละไตรมาสในลักษณะที่พร้อมสร้างปรากฏการณ์จุดต่ำสุดใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า ได้รับการอธิบายว่ายังเป็นตัวเลขที่สะท้อนการขยายตัวอยู่แต่น้อยลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้าเท่านั้น และไม่ใช่สิ่งที่ควรวิตกกังวลมากนัก เพราะรัฐบาลดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมาถูกทางแล้ว และผู้ประกอบการรวมถึงประชาชนควรปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์มากกว่าที่จะเรียกร้องมาตรการความช่วยเหลือจากรัฐ กรณีที่ว่านี้ ส่งผลทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจากการสำรวจในแต่ละเดือน ลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนตุลาคม 2562 ที่ผ่านมาดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคทุกรายการปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 และอยู่ในจุดต่ำสุดในรอบ 18 ปี แม้ว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่โหมประโคมออกมาอย่างหนักก็ตาม เหตุปัจจัยที่ปรากฏจริงอยู่เบื้องหน้าไม่สามารถฉุดรั้งความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจทั้งใน-นอกประเทศได้ ที่พร้อมจะนำไปสู่ความไม่เชื่อมั่นในศักยภาพและความสามารถของกลไกภาครัฐในการผลักดันมาตรการและนโยบายเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพ และกลายเป็นเงื่อนไขว่าด้วยความกังวลใจในเสถียรภาพทางการเมืองในอนาคต ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมในระดับ 57.9 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวมในระดับ 67.0 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตซึ่งอยู่ที่ระดับ 87.3 สะท้อนการปรับตัวลดลงทุกรายการ เมื่อเทียบกับดัชนีในเดือนกันยายน ที่อยู่ในระดับ 59.3 68.5 และ 88.9 ตามลำดับ ขณะที่ดัชนีซึ่งอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติและถอยห่างจากระดับที่ 100 แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความรู้สึกและจิตวิทยาของสังคมว่าผู้บริโภคไม่มีความมั่นใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ โอกาสในการหางานทำ และรายได้ในอนาคตเพิ่มมากขึ้นทุกขณะ ความเป็นไปดังกล่าวส่งผลให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในปัจจุบันปรับตัวลดลงจากระดับ 47.9 มาอยู่ที่ระดับ 46.5

Read More

อาเซียนกับความหวัง RCEP จุดเปลี่ยนผ่านยุทธศาสตร์มหาอำนาจ

แม้ว่าการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35 (ASEAN Summit 35th) ซึ่งประเทศไทยรับหน้าที่เป็นประธานและเจ้าภาพการประชุมจะปิดฉากลงไปแล้วตั้งแต่เมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ท่ามกลางความพยายามของรัฐไทยที่โหมประโคมและมุ่งเน้นสื่อสารความคืบหน้าของการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค The Regional Comprehensive Economic Partnership หรือ RCEP ในฐานะที่เป็นประหนึ่งดัชนีบ่งชี้ถึงความสำเร็จในการประชุมครั้งนี้อย่างขะมักเขม้น การมุ่งเน้นกับความเป็นไปของ RCEP ของไทยดูจะทำให้ประเด็นแวดล้อมอื่นๆ ของอาเซียนในการประชุมครั้งสำคัญนี้ ไม่ว่าจะเป็นกรณีพิพาทในทะเลจีนใต้ กรณีว่าด้วยผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา ที่สื่อต่างประเทศให้ความสนใจและนำเสนออย่างต่อเนื่อง หรือแม้แต่ประเด็นความร่วมมือด้านอื่นๆ ถูกกดทับไปจากการรับรู้ของสังคมไทยโดยสิ้นเชิง ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจต่อเนื่องจากกรณีดังกล่าวอีกด้านหนึ่งก็คือ ความพยายามที่จะผลักดันการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ที่ยืดเยื้อยาวนานกว่า 7 ปี เพื่อผนึก 10 ประเทศอาเซียนและพันธมิตร 6 ประเทศที่มีทั้ง จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอินเดีย ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกจากสงครามการค้า มิได้ดำเนินอยู่บนเส้นทางที่ราบเรียบไร้อุปสรรค ท่าทีของอินเดีย หนึ่งในสมาชิกของ RCEP ที่ขอเจรจาปรับรายการภาษีบางสินค้าใหม่ในช่วงสรุปผลการเจรจาใน 20 ประเด็นให้ได้ตามกำหนดเวลาเป้าหมาย ทำให้เหลือสมาชิก RCEP เพียง 15

Read More