Home > Cover Story

“วิชา” ซุ่มเจน 2 ลุยสมรภูมิปีหน้า

ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา วิชา พูลวรลักษณ์ เจ้าของอาณาจักรไลฟ์สไตล์เอ็นเตอร์เทนเมนต์ครบวงจร “เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป” กำลังซุ่มถ่ายทอดวิทยายุทธ์ต่างๆ ให้ 2 หนุ่ม ทายาทรุ่นที่ 2 “วิศรุต-วิชญะ” โดยเฉพาะวิศรุตเริ่มเข้ามาเรียนรู้งานบริหาร ทั้งธุรกิจหลัก “โรงภาพยนตร์” และธุรกิจเกี่ยวเนื่องกลุ่ม Non-Movie ซึ่งเป็นส่วนที่หมายมั่นเร่งขยายอย่างรวดเร็ว เพื่อเสริมจุดขายและจุดแข็งในฐานะผู้นำตลาด ยึดครองส่วนแบ่งมากกว่า 70% ล่าสุด ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผนทั้งหมด วิชาวางกำหนดเวลาเปิดตัว “วิศรุต” ผู้บริหารหนุ่ม ดีกรีปริญญาด้านบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ประเทศสหรัฐอเมริกา อย่างเป็นทางการภายในสิ้นปีนี้ ก่อนลุยสมรภูมิการแข่งขันเต็มรูปแบบในปี 2562 “คุณวิศรุตยังไม่อยากเปิดตัวในฐานะผู้บริหารเมเจอร์ฯ กับสื่อ เพราะยังเป็นช่วงเรียนรู้งานต่างๆ และออกงานอีเวนต์ต่างๆ ซึ่งเท่าที่พูดคุยกัน คุณวิศรุตจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการประมาณสิ้นปีนี้” แหล่งข่าวใกล้ชิดวิชากล่าว ขณะเดียวกัน แผนการเปิดตัวทายาทรุ่นที่ 2 ยังต้องเตรียมการด้านการจัดสรรหุ้นต่างๆ เพื่อเพิ่มอำนาจการบริหารอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2560 บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป

Read More

เร่งเครื่อง MAJOR 5.0 จัดเต็มไลฟ์สไตล์เอ็นเตอร์เทนเมนต์

หลังเปิดตัวโรงภาพยนตร์เด็กแห่งแรกในเมืองไทยได้ไม่กี่เดือน ล่าสุด เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป เดินหน้ากลยุทธ์เติมเต็มความเป็นไลฟ์สไตล์เอ็นเตอร์เทนเมนต์ครบวงจร เพื่อสร้างโรงหนังที่เป็นมากกว่าโรงหนัง เผยโฉมโรงภาพยนตร์อีสปอร์ตแห่งแรกภายใต้ชื่อ Dell Gaming Esports Cinema และที่สำคัญยังซุ่มเตรียมแผนผุดโปรเจกต์ใหม่อย่างน้อยอีก 1 โครงการภายในสิ้นปีนี้ด้วย แน่นอนว่า ในช่วง 2 ทศวรรษแรก วิชา พูลวรลักษณ์ ฟันฝ่าต่อจิ๊กซอว์สร้างอาณาจักรธุรกิจเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ประกอบด้วยธุรกิจโรงภาพยนตร์ ธุรกิจโบว์ลิ่ง คาราโอเกะ และลานสเกตน้ำแข็ง สื่อโฆษณา มีพื้นที่ให้เช่าและบริการรวมถึงสื่อภาพยนตร์ ก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านธุรกิจไลฟ์สไตล์เอนเตอร์เทนเมนต์ครบวงจรในประเทศไทย และเวลานี้กำลังลุยสมรภูมิธุรกิจทศวรรษที่ 3 ประกาศวิสัยทัศน์ “MAJOR 5.0” แข่งขันกับเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยเฉพาะวิดีโอสตรีมมิ่ง (Video Streaming) ที่กำลังมาแรงจนหลายฝ่ายเริ่มหวั่นวิตกว่าจะทำให้ธุรกิจโรงหนังเจอวิกฤตใหญ่อีกครั้ง เพราะวิดีโอสตรีมมิ่งเป็นระบบการนำข้อมูลในรูปแบบภาพและเสียงส่งผ่านทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งปัจจุบันเกิดธุรกิจผู้ให้บริการ Video Streaming หลายค่ายใหญ่ เช่น Netflix, iflix, Amazon Prime ทั้งแบบฟรีและคิดค่าบริการแบบรายเดือน โดยผู้ชมสามารถรับชมวิดีโอหรือเพลงบนคอมพิวเตอร์หรือมือถือได้ทุกที่ทุกเวลา อย่าง

Read More

มาตรการใหม่แบงก์ชาติ สัญญาณเตือน “ฟองสบู่อสังหาฯ”

สถานการณ์อสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังมีประเด็นที่น่าสนใจ และน่าจับตามองไม่น้อย ทั้งจากฝั่งของผู้ซื้อเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย นักเก็งกำไร และผู้ประกอบการอสังหาฯ เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมประกาศใช้มาตรการ Loan to Value (LTV) คือการลดวงเงินสินเชื่อต่อมูลค่าที่อยู่อาศัยลง เพื่อหวังจะคัดกรองคุณภาพของลูกหนี้ และป้องกันการเกิดปัญหาหนี้เสียเพิ่มมากขึ้น เหตุผลของการพิจารณาประกาศใช้มาตรการ LTV ของ ธปท. น่าจะมาจากอัตราการเติบโตของจำนวนที่อยู่อาศัยทั้งแนวตั้งและแนวราบที่มีผู้ประกอบการหน้าเก่าและหน้าใหม่ประกาศเปิดตัวโครงการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาสแรก ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องที่ชวนให้แปลกใจแต่อย่างใด ที่จะมีจำนวนโครงการที่อยู่อาศัยเพิ่มจำนวนมากขึ้น เมื่อนักลงทุนกระโจนเข้ามาเล่นในตลาดนี้ เพื่อหวังจะแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาด เมื่อมูลค่าการซื้อขายอสังหาฯ ในไทยปี 2560 มีมูลค่าสูงถึง 576,396 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นผู้ซื้อชาวไทย 80 เปอร์เซ็นต์ และผู้ซื้อชาวต่างชาติ 20 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นที่มีส่วนให้การเติบโตของโครงการที่อยู่อาศัยมีอัตราการขยายตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียม นั่นคือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ การขยายเส้นทางรถไฟฟ้าจากในเมืองหลวงสู่รอบนอก ทำให้บรรดาผู้ประกอบการต่างกว้านซื้อที่ดินสำหรับก่อสร้างโครงการที่อยู่อาศัยแนวตั้ง ด้วยระยะเวลาการก่อสร้างเพียงไม่นาน ที่อยู่อาศัยอย่างคอนโดมิเนียมผุดขึ้นราวดอกเห็ดหน้าฝน ทั้งนี้เกณฑ์การปล่อยสินเชื่อที่แบงก์ชาติเตรียมจะประกาศใช้ใหม่ ในกรณีการกู้ซื้อที่อยู่อาศัยราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป หรือการกู้ซื้อที่อยู่อาศัยหลังที่ 2 ขึ้นไป ต้องวางเงินดาวน์อย่างน้อย 20 เปอร์เซ็นต์ ของมูลค่าหลักประกัน โดยเงื่อนไขเดิมสำหรับการกู้ซื้อที่อยู่อาศัยหลังที่

Read More

ส่องเทศกาลกินเจ 2561 สะท้อนทิศทางเศรษฐกิจไทย

เทศกาลถือศีลกินเจเวียนมาถึงอีกครั้ง ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่มีความเห็นต่าง โดยฝั่งรัฐบาลมองว่าสถานการณ์เศรษฐกิจในปี 2561 ส่งสัญญาณดีขึ้น มองเห็นการฟื้นตัว ประกอบกับการลงทุนภาครัฐที่ขยายวงกว้างมากขึ้น หากจะมองเช่นนั้นคงไม่ผิดนัก เมื่อพิจารณาจากโครงการที่ภาครัฐลงทุนโดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน อันจะนำมาซึ่งการลงทุนของภาคเอกชน ขณะที่ภาคประชาชนกลับเห็นต่างออกไป ซึ่งสะท้อนออกมาทางผลสำรวจของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และแม้ว่าตัวเลขความเชื่อมั่นจะลดลงไปเพียงเล็กน้อย แต่นั่นหมายถึงสัญญาณบางอย่างที่ภาครัฐไม่ควรเพิกเฉย โดยผลสำรวจความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยในช่วงเดือนกันยายน 2561 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน เนื่องจากผู้บริโภครู้สึกว่าราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นส่งผลให้อำนาจซื้อลดน้อยลง ประกอบกับราคาพืชผลทางการเกษตรหลายรายการยังมีราคาต่ำ นักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยลดน้อยลง และสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่เริ่มรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้กำลังซื้อในปัจจุบันชะลอตัวลง และความเชื่อมั่นในอนาคตปรับตัวลดลง โดยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมในเดือนกันยายน ลดลงจากระดับ 70.2 ในเดือนที่ผ่านมาสู่ระดับ 69.4 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจในอนาคต (ใน 6 เดือนข้างหน้า) ของเดือนกันยายน 2561 ปรับตัวลดลงจากระดับ 88.3 มาอยู่ที่ระดับ 87.2 แม้ว่าส่วนหนึ่งของปัจจัยที่มีผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค จะมาจากปัจจัยภายนอกประเทศ กระนั้นยังมีสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศที่เป็นตัวฉุดความเชื่อมั่นและกลายเป็นปัจจัยลบต่อเศรษฐกิจไทยได้ไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะเหตุร้ายที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวต่างชาติในไทย ซึ่งถึงเวลานี้คาดว่าคงต้องใช้เวลาในการเรียกความเชื่อมั่นจากนักท่องเที่ยวอีกพอสมควร ขณะที่เทศกาลกินเจปี 2561 มีการเปิดเผยตัวเลขเม็ดเงินที่จะสะพัดในช่วงนี้ทั้งจากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และศูนย์วิจัยกสิกรไทย โดยด้านหอการค้าไทยเปิดเผยว่า เทศกาลกินเจปีนี้ น่าจะมีเงินสะพัดมูลค่า 4.6 หมื่นล้านบาท นับเป็นมูลค่าที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์

Read More

วิชัย มาลีนนท์ หนึ่งในตำนานโทรทัศน์ไทย

ข่าวการถึงแก่กรรมของ วิชัย มาลีนนท์ ในวัย 99 ปี เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่าจะนำมาซึ่งความรู้สึกแห่งความสูญเสียโศกเศร้าให้กับบุคคลในครอบครัวและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทั้ง “มาลีนนท์” และกลุ่มบริษัท บีอีซีเวิลด์ (BEC) หรือไทยทีวีสีช่อง 3 แล้ว หากแต่ในอีกมิติหนึ่งเรื่องราวและประวัติความเป็นมาเป็นไปของ วิชัย มาลีนนท์ ในฐานะที่เป็นผู้ให้กำเนิดและก่อตั้งสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ที่กลายมาเป็นอาณาจักรธุรกิจมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทในปัจจุบัน กลับอุดมด้วยสีสันและสะท้อนจังหวะก้าวที่พร้อมเป็นบทเรียนให้กับธุรกิจสังคมไทยได้ย้อนพินิจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เนื่องเพราะรอยทางแห่งการสร้างอาณาจักรธุรกิจโทรทัศน์ช่อง 3 ของวิชัย และ มาลีนนท์ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากแต่ดำเนินไปท่ามกลางช่วงเวลาหนักหน่วง ที่มีทั้งล้มลุกคลุกคลาน ถึงขั้นที่เกือบล้มละลายก่อนที่จะขยับขึ้นก้าวสู่เป็นสถานีโทรทัศน์ชั้นนำและฉลองการก่อตั้งปีที่ 48 ไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ประวัติชีวิตบนเส้นทางธุรกิจของวิชัย อุดมด้วยสีสันและเรื่องราวกล่าวขานมากมาย นับตั้งแต่การเริ่มต้นธุรกิจตั้งแต่อายุ 17 ปี ด้วยธุรกิจการให้บริการรถโดยสารระหว่างเมืองใน 2 เส้นทาง จากกรุงเทพฯ ถึงสระบุรี และกรุงเทพฯ สู่ชลบุรี มาจนถึงการขยายธุรกิจไปสู่โรงแรมด้วยการดัดแปลงห้องแถวย่านหัวลำโพงให้เป็นโรงแรมที่พักในนาม “โรงแรมตงฮั้ว” พร้อมกับการขยายไปสู่ธุรกิจขายของชำในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อสงครามโลกสิ้นสุดลง ธุรกิจที่เฟื่องฟูและได้รับความนิยมในกระแสสูงอยู่ที่ธุรกิจการส่งเงินจากคนจีนโพ้นทะเลกลับสู่แผ่นดินใหญ่หรือโพยก๊วน ซึ่งวิชัยก็เป็นส่วนหนึ่งของนักธุรกิจยุคบุกเบิกที่หวังจะสร้างความมั่งคั่งจากธุรกรรมนี้ หากแต่ด้วยปัญหาความไม่แน่นอนของค่าเงิน ทำให้วิชัยดำเนินธุรกิจนี้ได้เพียง

Read More

Disruptive Economy Disruptive Society

วิบากกรรมที่เกิดขึ้นกับ Elon Musk ในห้วงเวลาปัจจุบัน นอกจากจะได้รับการประเมินว่าเป็นผลมาจากการใช้สื่อสังคมออนไลน์ทวีตข้อความสุ่มเสี่ยง ที่ทำให้สำนักงานคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา (Securities and Exchange Commission: SEC) ยื่นฟ้องดำเนินคดีกับเขาแล้ว กรณีที่เกิดขึ้นยังสั่นคลอนความเป็นไปของทั้ง Tesla และ SpaceX ที่มี Elon Musk เป็นฉากเงาและจักรกลสำคัญในการขับเคลื่อนอีกด้วย เรื่องราวความเป็นมาและเป็นไปของ Elon Musk ซึ่งเพิ่งผ่านวันครบรอบอายุปีที่ 47 ไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา (เกิด 28 มิถุนายน 1971) นับว่าได้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับสังคมธุรกิจของอเมริกาและของโลกไม่น้อยเลย โดยในวัย 24 ปีเขาสร้างธุรกิจ Zip2 บริษัทพัฒนาเว็บซอฟต์แวร์ ร่วมกับน้องชายของเขาในปี 1995 จากเงินลงทุนของกลุ่มนักลงทุนอิสระ (Angel Investors) Zip2 พัฒนาและทำตลาดด้วย “แผนที่แนะนำเมือง” บนอินเทอร์เน็ต ให้กับอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ภายใต้สัญญาที่มีกับทั้ง The New York Times และ Chicago

Read More

October Red Alert เศรษฐกิจโลกส่อวิกฤตรอบใหม่

แม้สังคมไทยกำลังจะเดินหน้าสู่สมรภูมิการเลือกตั้งที่ทำให้พื้นที่ข่าวจำนวนหนึ่งถูกจัดสรรให้รายงานความเคลื่อนไหวและเป็นไปทางการเมือง ที่ประกอบส่วนด้วยท่วงทำนองของนักการเมืองที่ต่างพร้อมกระโจนเข้าสู่สนามการแข่งขันทั้งอย่างเปิดเผย โดยมีบางส่วนที่ยังสงวนท่าที ขณะเดียวกันวิกฤตจากภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในภูมิภาคและประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะที่อินโดนีเซียก็ดูจะเป็นกรณีที่น่าสนใจติดตามไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน และทำให้สังคมไทยต้องหันมาตั้งคำถามถึงขีดความสามารถในการบริหารจัดการความเสี่ยงและบรรเทาสาธารณภัยที่อาจเกิดขึ้นของหน่วยราชการและกลไกแวดล้อมว่ามีอยู่ในระดับใด มีกุญแจที่จะไขไปสู่การสร้างความมั่นใจให้กับสังคมได้มากน้อยเพียงใดหรือไม่ หากแต่ในภาพรวมระดับนานาชาติ ความเป็นไปของเศรษฐกิจมหภาคกำลังดำเนินไปภายใต้ภาวะสุ่มเสี่ยงจากผลกระทบของสงครามการค้าที่เริ่มขึ้นจากข้อขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ซึ่งทำให้การลงทุนและกระบวนการผลิตที่จะหนุนนำการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนมากขึ้นอีกด้วย และอาจเป็นปัจจัยกดทับให้ความมุ่งหมายที่จะเร่งฟื้นคืนเศรษฐกิจไทยให้กลับมาเจริญรุดหน้าเป็นไปได้อย่างยากลำบากขึ้น กรณีของสงครามการค้าที่กำลังเกิดขึ้นดังกล่าวส่งผลให้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ ต้องออกมาร้องเตือนถึงภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มจะชะงักงันและซบเซาลงในช่วงเวลานับจากนี้ และอาจทำให้เศรษฐกิจโลกต้องเข้าสู่ภาวะวิกฤตอีกครั้ง หลังจากที่โลกต้องเผชิญกับวิกฤต subprime ในปี 2008 หรือเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่น่าสนใจติดตามจากคำเตือนของไอเอ็มเอฟในครั้งนี้ อยู่ที่การระบุว่า นอกจากการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่ชะงักงันแล้ว ยังระบุว่าหากวิกฤตค่าเงินในตลาดเกิดใหม่ยืดเยื้อและลุกลามต่อไป อาจทำให้ต้องเผชิญกับภาวะกระแสเงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่มากถึง 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 3.3 ล้านล้านบาท ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับกระแสเงินไหลออกในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจโลกเมื่อ 10 ปีก่อน วิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังส่อเค้าจะถาโถมเข้าใส่เศรษฐกิจโลกครั้งใหม่นี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะจากผลของสงครามการค้าแต่เพียงลำพังเท่านั้น หากยังประกอบส่วนด้วยการปรับอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้น และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ที่แข็งค่าขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับค่าเงินหลายสกุล ซึ่งส่งผลกระทบให้เกิดภาระหนี้ต่างประเทศของชาติในตลาดเกิดใหม่อย่างหนักหน่วง ข้อมูลจากไอเอ็มเอฟ ได้ชี้ให้เห็นด้วยว่า ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา พบว่ากระแสเงินทุนไหลออกจากประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่แล้ว มากถึง 240,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งทำให้ประเทศส่วนใหญ่ดำเนินการกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ยากลำบากมากขึ้น เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจโลกเริ่มเปลี่ยนแปลง และมีปัจจัยเสี่ยงที่ปรากฏเค้าลางมาตั้งแต่ต้นปีกำลังเริ่มส่งผลกระทบต่อภาวะการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างหนักหน่วงและแท้จริงยิ่งขึ้น ปัจจัยเสี่ยงจากนโยบายการค้าของสหรัฐอเมริกา ได้รับการประเมินว่า นอกจากจะมีแนวโน้มส่งผลกระทบด้านลบต่อเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาเองแล้ว ท่าทีดังกล่าวยังบ่อนทำลายระบบเศรษฐกิจของโลกอย่างใหญ่หลวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมิติของความมั่นใจของนักลงทุน ซึ่งจะส่งผลสร้างความเสียหายให้เกิดเป็นความสูญเสียที่มีผลกระทบกว้างขวางยิ่งขึ้นไปอีก ข้อเท็จจริงที่สอดรับกับข้อสังเกตดังกล่าว

Read More

อุตสาหกรรมไทย โอกาสในสงครามการค้า

ท่ามกลางสถานการณ์สงครามการค้าที่อุบัติขึ้นอย่างต่อเนื่องของสองชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน ก่อให้เกิดผลกระทบในเชิงลบที่ไม่ได้เกิดขึ้นกับทั้งสองประเทศเท่านั้น หากแต่ผลกระทบเชิงลบยังขยายวงกว้างไปยังประเทศคู่ค้าอื่นๆ ที่แม้ว่าจะพยายามหาหนทางหรือกลยุทธ์ในการหลบหลีกรัศมีของห่ากระสุนจากสงครามนี้แล้วก็ตาม จากนโยบาย “American First” ที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใช้เป็นนโยบายหลักในการบริหารประเทศ แม้จะเป็นไปเพื่อผลลัพธ์ที่ดีต่อพลเมืองอเมริกัน และได้รับแรงสนับสนุนจากผู้ที่เห็นดีเห็นงามอยู่บ้าง ในทางกลับกันนโยบายดังกล่าวสร้างความไม่พอใจจากผู้ประกอบธุรกิจนำเข้าและส่งออกสินค้า รวมไปถึงประเทศคู่ค้า เพราะมาตรการขึ้นภาษีนำเข้า ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญของนโยบาย “American First” การสาดกระสุนทางภาษีในสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนเกิดขึ้นหลายระลอก แน่นอนว่าในทุก สงครามย่อมต้องมีฝ่ายได้รับบาดเจ็บ ผู้ประกอบการจากหลายอุตสาหกรรมต้องแสวงหากลยุทธ์เพื่อหวังจะลดทอนผลกระทบให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมยานยนต์ในจีน ที่ตกอยู่ท่ามกลางดงกระสุนของสงครามนี้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เพราะค่ายรถยนต์ที่มีฐานการผลิตอยู่ในจีนได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีทั้งสองทาง มาตรการขึ้นภาษีของทั้งสองประเทศในอุตสาหกรรมยานยนต์ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตรถยนต์มีราคาสูงขึ้น และกำไรลดน้อยลง เมื่อยังไม่มีใครให้คำตอบได้ว่าสงครามการค้าระหว่างสองประเทศนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อใด ทางออกที่มีอาจจะจำกัดอยู่เพียงแค่การย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่น ไม่ว่าจะเป็นย้ายฐานการผลิตไปยังสหรัฐอเมริกา เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี ซึ่งทางออกนี้โดนัลด์ ทรัมป์ จะชี้นำไว้จากนโยบาย American First โดยมุ่งหวังที่จะสร้างงานให้แก่คนอเมริกัน และแน่นอนว่า ประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน อาจจะเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการสร้างฐานการผลิตรถยนต์ หรือขยายฐานการผลิตในกรณีที่ค่ายรถยนต์มีฐานการผลิตอยู่แล้วในภูมิภาคนี้ อย่างไรก็ตาม บริษัทผู้ประกอบการรถยนต์จำนวนหนึ่งที่มีฐานลูกค้าอยู่ในอเมริกา เลือกที่จะย้ายฐานการผลิตไปยังอเมริกาแทน เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น และส่งผลให้กำไรลดลง หากจะมองว่ามาตรการขึ้นภาษีของนโยบาย “American First” เป็นการบีบบังคับประเทศคู่ค้าเพื่อให้ตกลงในเงื่อนไขที่โดนัลด์ ทรัมป์ สร้างขึ้นก็ดูจะไม่ผิดนัก เพราะเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีการทำข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และเม็กซิโกเกี่ยวกับอุตสาหกรรมยานยนต์ว่า

Read More

บิ๊กซี รุกไตรมาสสุดท้าย เร่งฟอร์แมตใหม่สู้ศึกปีหน้า

บิ๊กซีใช้โอกาสฉลองครบรอบ 25 ปี ชิมลางจัดรายการ “Big C Expo 2018” ครั้งแรกเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ชนิดตัดหน้าคู่แข่งยักษ์ใหญ่ “เทสโก้ โลตัส” ซึ่งกะเก็งแผนเปิดมหกรรมจับจ่ายส่งท้ายปี “เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์โป” ต่อเนื่องจากปีก่อน เหมือนเป็นการประกาศสงครามค้าปลีกครั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า โดยเตรียมทุ่มเม็ดเงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท อัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบริษัทเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือบีเจซี ในเครือทีซีซี กรุ๊ป กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างการจัดทำแผนธุรกิจและยุทธศาสตร์การลงทุนในปี 2562 คาดจะแล้วเสร็จภายใน 6 สัปดาห์ข้างหน้า โดยเม็ดเงินลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาทจะครอบคลุมการขยายเครือข่ายธุรกิจบิ๊กซีทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้า ทั้งในแง่ความหลากหลายของสินค้าและบริการ ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด “ช่วง 2 ปีที่ผมเข้ามาบริหารบิ๊กซี

Read More

แฟมิลี่มาร์ท-เซเว่นฯ เปิดศึกรูดปรื๊ด แบงกิ้งเอเย่นต์

สงครามรูดปรื๊ดในกลุ่มคอนวีเนียนสโตร์ร้อนเดือดต่อเนื่อง เมื่อยักษ์สะดวกซื้อ “เซเว่นอีเลฟเว่น” ถูก 2 คู่แข่ง ทั้งแฟมิลี่มาร์ทและลอว์สัน 108 งัดบริการรับชำระเงินผ่านบัตรเครดิตชนิดไม่มียอดซื้อขั้นต่ำขึ้นมาบลั๊ฟ เป็นจุดขายหลัก โดยเฉพาะการย้ำให้พนักงานตอบลูกค้าว่า “จะรูดบัตรเครดิตซื้อสินค้าเท่าไหร่ก็ได้ ไม่มีขั้นต่ำ” ขณะที่ฝ่ายเซเว่น อีเลฟเว่น แม้ยังยืนยันยอดขั้นต่ำสำหรับรูดบัตรเครดิตที่ 300 บาทต่อบิล แต่เปิดเกมรุกแซงหน้าคู่แข่งไปอีกขั้น เมื่อบรรลุข้อตกลงกับธนาคารออมสิน ในฐานะตัวแทนการให้บริการทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ (Banking agent) รับฝากและถอนเงินผ่านสาขา เซเว่น อีเลฟเว่น ทั่วประเทศได้ตลอด 24 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค. นี้ โดยช่วงปีแรกจะยกเว้นค่าธรรมเนียมการใช้บริการฝากเงินสำหรับเด็กและเยาวชนอายุ 7-20 ปี ตั้งแต่ 1 บาทขึ้นไป สูงสุด 30,000 บาท ส่วนผู้ใช้บริการอายุ 20 ปีขึ้นไป คิดค่าธรรมเนียม 15 บาทต่อครั้ง นอกจากนี้ เตรียมให้บริการฝาก-ถอนเงินสดผ่านแอปพลิเคชัน Mobile Banking

Read More