Home > Cover Story

ท่องเที่ยวทรุดส่งออกฟุบ ฉุดเศรษฐกิจไทย ดึง GDP ติดลบ

สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ COVID-19 ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นทั่วโลก และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้างทำให้หลายฝ่ายคาดว่า เศรษฐกิจโลกปี 2563 อาจเข้าสู่ภาวะถดถอย (Recession) อีกครั้งในรอบกว่า 10 ปี นับตั้งแต่วิกฤต Hamburger ซึ่งเศรษฐกิจไทยก็จะได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ทั้งทางตรงและทางอ้อมในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว การบริโภคและการลงทุน รวมถึง “การส่งออก” ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ใหญ่ที่สุดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงพาณิชย์เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ระบุว่าตัวเลขการส่งออกเดือนกุมภาพันธ์ 2563 หดตัวที่ร้อยละ 4.5 ซึ่งจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ “ดีกว่า” การคาดการณ์ที่หลายฝ่ายประเมินไว้ก่อนหน้านี้ โดยในด้านหนึ่งเป็นผลจากการได้อานิสงส์จากการส่งออกทองคำที่ขยายตัวถึงร้อยละ 180 แล้ว ขณะที่ตลาดส่งออกสำคัญของไทยที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจาก COVID-19 ในสัดส่วนสูงทั้งจีน EU สหรัฐฯ ตะวันออกกลาง เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ซึ่งมีสัดส่วนรวมกันคิดเป็นเกือบร้อยละ 50 ของมูลค่าส่งออกรวมของไทย หดตัว “น้อยกว่าที่คาด” แม้ว่าการส่งออกของไทยโดยรวมในช่วง 2 เดือนแรกปี 2563 จะหดตัวเพียงร้อยละ 0.8

Read More

ส่องมาตรการรัฐ เยียวยาผลกระทบโควิด-19

นับเป็นอีกปีที่ทั่วโลกต้องเผชิญวิบากกรรมจากเชื้อไวรัสโคโรนาที่อุบัติขึ้นเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ความร้ายกาจของเชื้อร้ายนี้ได้คร่าชีวิตผู้คนไปเป็นจำนวนมาก ประชากรโลกต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดวิตก แม้บางส่วนจะกักตัวเองอยู่ภายในที่พักอาศัย และเชื้อร้ายยังไม่ถูกยืนยันว่าสามารถแพร่กระจายไปในอากาศได้หรือไม่ ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัยจากหลายประเทศกำลังทำงานอย่างหนักที่จะพัฒนาวัคซีนเพื่อหยุดยั้งเชื้อไวรัสโคโรนา แต่ยังไม่มีใครที่จะสามารถให้คำตอบที่แน่ชัดได้ว่า ความพยายามนี้จะสัมฤทธิ์ผลเมื่อใด ขณะที่ประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกอย่างจีน ที่เผชิญวิกฤตเชื้อไวรัสนี้ก่อนใคร แม้จะพบกับความยากลำบากในการทำงาน ทว่า ท้ายที่สุดประเทศจีนสามารถควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อไม่ให้เพิ่มจำนวนได้ และปัจจุบันเหลือผู้ที่ยังอยู่ในขั้นตอนการรักษาไม่กี่ร้อยรายเท่านั้น อีกฟากฝั่งของซีกโลกและประเทศที่ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศมหาอำนาจซีกโลกตะวันตกอย่างสหรัฐอเมริกา ที่กำลังถูกเชื้อไวรัสโจมตีอย่างหนักในขณะนี้ จนทำให้มีผู้ติดเชื้อรวมทั้งประเทศกว่า 2 แสนราย ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศรับความช่วยเหลือจากประเทศในเอเชีย ทั้งจากจีนและเกาหลีใต้ในการที่จะหาหนทางยับยั้งไม่ให้จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมไปถึงความพยายามที่จะลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาด้วยเช่นกัน ย้อนกลับมาดูจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย จากรายงานของกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2563 พบผู้ติดเชื้อสะสมจำนวน 1,875 ราย และมีผู้เสียชีวิต 15 ราย การระบาดของเชื้อไวรัสไม่ใช่แค่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพของประชาชนในประเทศเท่านั้น หากแต่มาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสที่รัฐบาลประกาศใช้ ส่งผลให้วิถีชีวิตของประชาชนต้องถูกปรับเปลี่ยนไปตามความเหมาะสม ทั้งการปิดสถานบริการ ห้ามสรรพสินค้า ตลาด แหล่งบันเทิง รวมไปถึงพื้นที่สาธารณะอีกจำนวนหนึ่ง สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในทุกระดับ แต่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือฟันเฟืองตัวเล็กในระบบเศรษฐกิจฐานรากที่ต้องขาดรายได้เป็นเวลานาน แน่นอนว่า หากจะมองถึงประโยชน์ส่วนรวมการสั่งปิดสถานบริการ ห้างร้านต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อร้าย ย่อมเป็นเหตุผลที่ประชาชนยอมรับได้ แต่หากมองในเรื่องของรายได้ที่หดหายไปของประชาชนที่ต้องหาเช้ากินค่ำ เป็นเรื่องที่ภาครัฐต้องมีมาตรการออกมาช่วยเหลือเยียวยา ประเทศไทยเผชิญกับความถดถอยทางเศรษฐกิจมาหลายปีติดต่อกัน การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาในห้วงยามนี้ ซ้ำเติมให้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ตกต่ำอยู่แล้วให้ย่ำแย่ลง มาตรการที่ภาครัฐประกาศออกมาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน แม้จะไม่สามารถเบรรเทาได้ทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์

Read More

ความหวาดกลัวโควิด-19 ธุรกิจประกันภัยโตสวนทาง

นับตั้งแต่การระบาดของไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19 โรคใหม่ที่อุบัติทั่วโลกในขณะนี้ สร้างความหวั่นวิตกต่อผู้คนไปทุกหย่อมหญ้าและทุกระดับชนชั้น การมองหาต้นสายปลายเหตุของโรคยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ทว่า ความหวาดกลัวต่อโรคระบาดที่ได้คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกไปแล้วกว่า 40,000 คน ส่งผลให้ผู้คนมองหาที่พึ่งแม้จะไม่ใช่ปราการปกป้องหรือสกัดกั้นการมองเห็นตัวตนจากเชื้อไวรัส หากแต่เป็นความรู้สึกอุ่นใจทั้งต่อตัวเอง และคนในครอบครัว ธุรกิจประกันภัยเล็งเห็นช่องทางที่พลิกวิกฤตเป็นโอกาส จึงผุดไอเดียที่สร้างความสนใจแก่ผู้คนให้หันมาซื้อกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 ไม่น้อย สถานการณ์ของกลุ่มธุรกิจประกันชีวิตในปี 2562 เข้าสู่สภาวะถดถอยเป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษ เมื่อต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน ทั้งปัจจัยด้านการเงิน การลงทุน รวมไปถึงกฎเกณฑ์ใหม่ๆ ที่จะเริ่มใช้ในปีนี้ หากแต่การแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรนาทำให้ธุรกิจประกันภัยใช้วิกฤตนี้กอบกู้สถานการณ์ แม้จะเป็นเพียงช่วงระยะเวลาอันสั้นก็ตาม สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า จากข้อมูลเมื่อวันที่ 18 มี.ค. ที่ผ่านมา มียอดขายประกันภัยโควิด-19 ทั้งระบบประมาณ 2 ล้านฉบับ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1 พันล้านบาท และมีบริษัทประกันที่ได้รับความเห็นชอบแบบกรมธรรม์จำนวน 25 บริษัท ขณะสิ่งที่สังคมกังวลคือ หลังจากมีกรมธรรม์โควิด-19 ออกมาคุ้มครองผู้เอาประกัน อาจจะมีผู้ที่จงใจนำตัวเองไปรับเชื้อหรือเข้าไปยังพื้นที่เสี่ยงหรือบุคคลที่น่าจะติดเชื้อ เพื่อหวังจะได้รับเงินประกัน เมื่อซื้อประกันในรูปแบบ “เจอจ่ายจบ” ซึ่ง คปภ. อธิบายว่า การใช้สิทธิ์ต้องใช้ด้วยความสุจริต

Read More

Planet Marketing มาแรง เจาะกลยุทธ์ “ดีต่อใจ” สู้วิกฤต

สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายเป็นอาวุธทำลายล้างเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่เหล่านักวิเคราะห์ต่างฟันธงว่า เศรษฐกิจจะเติบโตต่ำที่สุดในรอบ 11 ปี นับตั้งแต่วิกฤตซับไพรม์เมื่อปี 2552 และยิ่งเป็นปัจจัยสำคัญทำให้บรรดานักการตลาดต้องทบทวนกลยุทธ์ครั้งใหญ่ ไม่ใช่แค่การขายของแบบเดิมอีกแล้ว ที่ผ่านมา มีสินค้าหลายแบรนด์พยายามสร้างแคมเปญเพื่อประโยชน์ต่อสังคม บางค่ายพยายามสะท้อนผ่าน “แบรนด์” เช่น กลุ่มสหพัฒน์ที่เน้นปลุกแบรนด์ “ซื่อสัตย์” และเน้นย้ำตัวตนสินค้า แต่ดูเหมือนว่า ความนิยมยังอยู่ในวงจำกัด ดร.แสงสุข พิทยานุกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามเฮลท์ กรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก “เดนทิสเต้” (Dentiste) และผลิตภัณฑ์ดูแลผิว “สมูท-อี” (Smooth-E) กล่าวว่า แผนการตลาดในอนาคตของธุรกิจจะเปลี่ยนแปลงจากเดิม ไม่ใช่การขายสินค้า หรือโฆษณาว่า สินค้าดีอย่างไร เพราะสินค้าทุกตัวต่างมีคู่แข่งทัดเทียมกัน สินค้าเจ้าหนึ่งสวย อีกเจ้าสวยเช่นกัน ดังนั้น โจทย์ข้อสำคัญนอกจากคุณภาพสินค้าแล้วอยู่ที่การวางแผนการตลาดอย่างไรเพื่อผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืน “ในสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังวิกฤตหนัก เจอปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส “โควิด-19” และสมรภูมิการตลาดในโลกยุค Digital disruption การเจาะตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่ กลุ่ม Gen Y หรือ

Read More

ตื่น “แพนิกชอปปิ้ง” บิ๊กคอนซูเมอร์โกย

แม้กระทรวงพาณิชย์เรียกถกกลุ่มภาคเอกชนยืนยันสินค้าอุปโภคบริโภคหลักๆ ไม่มีปัญหาขาดแคลน แต่ไม่สามารถหยุดยั้งกระแส “Panic Shopping” ที่ก่อตัวรุนแรงตั้งแต่การสั่งปิดสถานที่เสี่ยงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในกรุงเทพฯ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ประกาศฉีดยาแรงใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ระยะเวลา 1 เดือนแรกก่อนประเมินสถานการณ์อีกครั้ง ทั้งการแห่ซื้อกักตุนสินค้า ผู้ค้าโก่งราคาแพงขึ้นหลายเท่า โดยเฉพาะที่เห็นเป็นปัญหาชัดเจน คือ “ไข่ไก่” ล่าสุดขาดตลาด ต้องต่อคิวยาวเหยียดรอซื้อ ทั้งตลาดค้าส่งและค้าปลีก ที่สำคัญ ราคาแพงขึ้นมากกว่า 30 บาทต่อแผง ตกแผงละ 120 บาท และมีแนวโน้มพุ่งขึ้นรายวัน จากปกติเฉลี่ยแผงละ 85-95 บาท นายประโยชน์ เพ็ญสุต รองอธิบดีกรมการค้าภายใน ระบุว่า ไทยผลิตไข่ไก่ได้ปีละกว่า 15,000 ล้านฟอง หรือวันละ 41 ล้านฟอง ทั้งหมดใช้บริโภคภายในประเทศวันละ 39 ล้านฟอง เหลือส่งออกวันละ 1-2

Read More

ค้าปลีก-ร้านอาหาร อ่วมแสนล้าน กระหน่ำเดลิเวอรี่หนีตาย

ประเมินกันว่า ธุรกิจค้าปลีกปี 2563 จะสูญเสียเม็ดเงินมากกว่า 200,000 ล้านบาท หลังเจอสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ “โควิด-19” โดยเฉพาะการประกาศฉีดยาแรงใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 เพื่อยกระดับการป้องกันการแพร่ระบาดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา แน่นอนว่า ณ เวลานี้ความปลอดภัย คือ ความจำเป็นอันดับ 1 และทุกคนในประเทศต้องปรับตัวรับผลกระทบที่พลิกผันอย่างรวดเร็ว แม้ส่วนหนึ่งรัฐบาลเร่งออกมาตรการเยียวยาต่อเนื่อง ทั้งกลุ่มแรงงานลูกจ้าง ลูกจ้างชั่วคราว และกลุ่มผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจทัวร์ ธุรกิจสปา ธุรกิจรถทัวร์ รถบัส รถตู้ รถแท็กซี่ เรือนำเที่ยว รถเช่า บริษัทนำเที่ยว โรงแรม ห้องพัก และร้านอาหาร กิจการสถานบริการ ซึ่งสูญเสียรายได้ชนิดไม่ทันตั้งตัว ขณะที่กลุ่มยักษ์ค้าปลีก ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า และมิกซ์ยูส มีสเกลขนาดใหญ่ แม้ยังมีเซกเมนต์ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ซูเปอร์มาร์เกตและร้านสะดวกซื้อ เปิดให้บริการได้

Read More

ธุรกิจออนไลน์สบโอกาส โตสวนทางวิกฤตโรคร้าย

ท่ามกลางวิกฤตของการแพร่ระบาดโรค COVID-19 ซึ่งส่งผลให้ภาคธุรกิจ-อุตสาหกรรมหลากหลายได้รับผลกระทบในเชิงลบจนทำให้การดำเนินธุรกิจตกอยู่ในภาวะชะงักงัน ขณะที่บางบริษัทต้องปลดพนักงานหรือชะลอแผนการลงทุนจากผลของการแพร่ระบาดของโรคที่ดำเนินอยู่นี้ ธุรกิจการบินดูจะเป็นธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 และมีแนวโน้มที่ไม่สดใสเท่าที่ควร เพราะภายหลังจากการแพร่ระบาดของโรค ทุกประเทศต่างใช้มาตรการคัดกรองนักเดินทางจากประเทศกลุ่มเสี่ยงกันอย่างเข้มงวด โดยสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association: IATA) คาดการณ์ว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ว่าจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบินทั่วโลกคิดเป็นมูลค่ากว่า 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ IATA ระบุว่า โรคโควิด-19 จะทำให้รายได้ของสายการบินประเภทเครื่องบินโดยสารลดลง 6.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐถึง 1.13 แสนล้านเหรียญสหรัฐขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดว่าจะขยายวงกว้างมากเพียงใด หลังจากที่ก่อนหน้านี้ IATA ระบุว่า โรคโควิด-19 จะทำให้รายได้ของสายการบินลดลง 2.93 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมคาดการณ์ว่า ผลกระทบดังกล่าวจะจำกัดอยู่ในตลาดที่เกี่ยวข้องกับจีนเท่านั้น แต่ไม่ได้ทำการประเมินผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่จะมีต่อสายการบินประเภทขนส่งสินค้า ความเสียหายที่ IATA ประเมินล่าสุดนี้ เป็นระดับความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมการบินทั่วโลกระหว่างช่วงวิกฤตการณ์ทางการเงิน เมื่อปี 2551 แต่ IATA ยังประเมินสถานการณ์ภายใต้ความเชื่อที่ว่าหากทั่วโลกสามารถควบคุมการระบาดได้รวดเร็ว และจัดการผลกระทบให้อยู่ในวงจำกัด ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นก็จะอยู่ในระดับมูลค่าประมาณ 6.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น แต่นั่นก็เป็นความสูญเสียที่มากพอจะสั่นคลอนความเชื่อมั่นและความมั่นคงของผู้ประกอบการสายการบินแต่ละรายไม่น้อยเช่นกัน แต่ภายใต้วิกฤตดูเหมือนว่าจะยังมีโอกาสใหม่ๆ

Read More

COVID-19 เชื้อฟืนเผาจริงเศรษฐกิจไทย?

แรงกดดันว่าด้วยการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาในนาม COVID-19 ที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่ความท้าทายต่อความสามารถในการบริหารจัดการด้านการสาธารณสุขและมาตรการรับมือกับสถานการณ์ความเป็นไปของหน่วยงานภาครัฐแต่เพียงลำพังเท่านั้น หากแต่ผลของการแพร่ระบาดยังคุกคามชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในสังคมซึ่งกำลังนำไปสู่ new normal หรือวิถีชีวิตใหม่ในไม่ช้า ตลอดระยะเวลากว่า 2-3 เดือนนับตั้งแต่แรกเริ่มมีข่าวการแพร่ระบาดในประเทศจีน การประเมินความเสียหายอาจจะจำกัดวงอยู่เฉพาะในส่วนของการค้าและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับจีนอย่างเป็นด้านหลัก หากแต่เมื่อข้อเท็จจริงของการแพร่ระบาดกระจายตัวไปสู่การประกาศให้ COVID-19 เป็น “ภาวะการระบาดใหญ่ทั่วโลก” (Pandemic) โดยองค์การอนามัยโลกในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา การประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจก็ขยายตัวไปสู่ความกังวลใจว่า COVID-19 จะเป็นปัจจัยลบที่ฉุดให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกเป็นไปอย่างยากลำบากมากขึ้นไปอีก COVID-19 ซึ่งเป็นไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ไม่เพียงแต่จะส่งผลร้ายทำลายร่างกายมนุษย์เท่านั้น แต่ยังทำลายเศรษฐกิจทั่วโลก เพราะโรงงานหลายแห่งในจีนที่มีบริษัทจากต่างประเทศได้ทุ่มเงินมหาศาลเข้าไปลงทุนทำกิจการต่างต้องปิดทำการชั่วคราว ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวจีนซึ่งเป็นหัวใจหลักของการท่องเที่ยวในหลายๆ ประเทศก็ต่างชะลอตัวลงหลังรัฐบาลจีนประกาศห้ามประชาชนในประเทศออกไปท่องเที่ยว เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสที่รุนแรงไปมากกว่านี้ เหตุการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบในรูปแบบของ domino effect ซึ่งในส่วนของประเทศไทยซึ่งมีกลไกการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศอยู่ที่การท่องเที่ยว และพึ่งพานักท่องเที่ยวจีนอย่างเป็นด้านหลัก ทำให้เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศไทยทรุดหนักถึงขั้นวิกฤต ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจโรงแรม ธุรกิจสายการบิน หรือแม้กระทั่งสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่เคยมีนักท่องเที่ยวหนาแน่นต่างเงียบเหงาไร้ผู้คน และทำให้ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยทนพิษไม่ไหวจนถึงขนาดที่ต้องยอมถอยและปิดกิจการลง กระนั้นก็ดี ผู้ประกอบการบางส่วนต่างพยายามประคับประคองและปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ที่ต้องเผชิญอยู่เบื้องหน้า โดยธุรกิจสายการบินดูจะเป็นธุรกิจที่นอกจากจะได้รับผลกระทบอย่างหนักแล้ว ยังมีความเคลื่อนไหวเพื่อรองรับกับวิกฤตครั้งนี้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการปรับลดเงินเดือนของผู้บริหารการบินไทยลงร้อยละ 15-25 ควบคู่กับการปรับลดค่าพาหนะลงร้อยละ 20-30 เป็นระยะเวลา 6 เดือนนับตั้งแต่ 1 มีนาคม 2653

Read More

การคืนชีพของกล้องฟิล์ม แค่แฟชั่น หรือมนต์เสน่ห์

ภาพยนตร์เรื่อง “Walter Mitty ชีวิตพิศวงของวอลเตอร์มิตตี้” ที่เข้าฉายในประเทศไทยช่วงปลายปี 2013 เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผู้จัดการแผนกฟิล์มเนกาทีฟในสำนักงานนิตยสาร Life ที่มักจะหลุดเข้าไปอยู่ในจินตนาการของตัวเองบ่อยๆ ประกอบกับในห้วงยามนั้น สถานการณ์วงการสิ่งพิมพ์ทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลง การตีพิมพ์นิตยสาร Life ฉบับสุดท้ายและฟิล์มภาพสำคัญ ทำให้เขาต้องออกเดินทาง เรื่องราวของวอลเตอร์ มิตตี้ ในภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้ “ผู้จัดการ 360 องศา” มองรอบตัวที่ถูกล้อมรอบไปด้วยตู้เก็บฟิล์มภาพถ่ายสำคัญๆ ที่ถูกใช้ตีพิมพ์ลงในนิตยสาร หนังสือพิมพ์ สำหรับบางคนอาจมองว่า สิ่งเหล่านี้มันก็แค่ขยะเก่าๆ เท่านั้น ทว่า เรื่องราว เหตุการณ์ที่ถูกบันทึกอยู่ในม้วนฟิล์มเหล่านี้ ยังคงทรงคุณค่าอยู่เสมอ การเปลี่ยนแปลงของโลกโดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ที่มีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้คน โลกทั้งใบแทบจะถูกย่อส่วนลงมาบรรจุอยู่ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ให้เราได้สืบค้นและเปิดโลกทัศน์ และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีนี่เองที่ทำให้อะไรหลายอย่างที่เคย “เฟี้ยวฟ้าว” หรือ “เจ๋งโคตร” ในอดีตถูกกลบไปด้วยฝุ่นแห่งกาลเวลา แต่แน่นอนว่า แท้จริงแล้วทุกสิ่งทุกอย่างไม่ได้จางหายไปอย่างไร้ร่องรอย เพราะลึกๆ ในก้นบึ้งหัวใจของทุกคนล้วนแล้วแต่มีพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้บันทึกความทรงจำที่ชวนประทับใจในวัยหวาน วัยเยาว์ ให้เราได้ระลึกถึงได้เสมอ เหมือนลิ้นชักที่เราเก็บซ่อนความทรงจำที่งดงามและมีค่าเอาไว้ ขณะที่ความทรงจำเหล่านั้นกลับนอนอย่างสงบนิ่ง อดทน ซื่อสัตย์ เพียงเพื่อรอให้เจ้าของความทรงจำเปิดออกมาทบทวนห้วงเวลานั้นอีกสักครั้ง ในยุคหนึ่ง กล้อง ฟิล์มและภาพถ่ายคืออีกหนึ่งในเครื่องบันทึกความทรงจำ เชื่อว่าหลายครอบครัวต้องมีกล้องฟิล์มไว้ในครอบครองอย่างน้อยๆ หนึ่งตัว

Read More

พาย ดาต้าเมทริกซ์ ปั้นเทคโนโลยีใหม่ จับมือกีคคอน วัลเล่ย์ ลุยตลาด Search Engines

ตลาดออนไลน์นับว่าเป็นธุรกิจที่มีมูลค่าสูงนับล้านล้านบาท และมีบทบาทสำคัญที่จะสามารถวัดผลของความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจได้ เทียบเท่าหรือเกือบเทียบเท่าตลาดออฟไลน์ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จึงเลือกใช้ Google เป็นหนึ่งทางเลือกในการทำการตลาดออนไลน์ เพราะ Google เป็นเสมือนช่องทางแรกในการทำความรู้จักผู้ประกอบการผ่านสายตาและการค้นข้อมูลจากผู้บริโภค และการหาหนทางให้ชื่อแบรนด์ของผู้ประกอบการขึ้นมาอยู่ในหน้าแรกของ Search Engine ชื่อดังอย่าง Google จึงเป็นเสมือนปราการด่านแรกที่จะเจาะและเข้าให้ถึงกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ ทว่าการทำให้เว็บไซต์ของแบรนด์ขึ้นมาอยู่หน้าแรกของ google ได้นั้น นอกจากการออกแบบเว็บไซต์ให้อยู่ภายในกฎเกณฑ์ของ google แล้ว ยังต้องเขียนเนื้อหาที่มีคุณภาพ โดยมุ่งเน้นไปที่ Keywords สำคัญ แต่นั่นอาจจะไม่เพียงพอ ในยุคที่ AI มีบทบาทในโลกดิจิทัลมากขึ้น และ Google Algorithm มีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา และหลักการแสดงผลจัดอันดับในแต่ละหน้าของ Google หรือ Search Engine Result Page เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดย Google ยุคใหม่จะเลือกหน้ามาแสดงผลจัดอันดับจากการวิเคราะห์เรียนรู้ ความตั้งใจในการค้นหาของลูกค้าอย่างรอบด้าน Pi Datametrics เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ท้าทายตัวเองด้วยการตั้งโจทย์จากการเปลี่ยนแปลงอัลกอริทึมของ Google และพัฒนาโปรแกรมที่จะทำให้แบรนด์รู้เท่าทัน Google ซึ่ง Jon Earnshaw

Read More