Home > manager360

วสท.ยกระดับมาตรฐานอาคารต้านแผ่นดินไหว ลดภัยพิบัติ-สังคมปลอดภัยจากงานวิจัยสกสว.

วสท.โดยคณะอนุกรรมการผลกระทบจากแผ่นดินไหวและแรงลม จัดสัมมนารับกฎกระทรวง และ มยผ.ที่ปรับปรุงใหม่จากข้อมูลงานวิจัย สกสว. หวังสร้างเสริมนวัตกรรมในการออกแบบอาคารให้มีความแข็งแรง ผู้อยู่อาศัยมั่นใจ ลดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินในภาวะฉุกเฉิน หลังจากมาตรฐานการออกแบบอาคารต้านทานการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว (มยผ.1302-52) ได้ประกาศใช้เมื่อปี 2552 และได้เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ส่งผลกระทบกับความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ หลายครั้ง ส่งผลต่อความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ประกอบกับมีข้อมูลแผ่นดินไหวและผลการศึกษาทางธรณีวิทยาเพิ่มเติม กรมโยธาธิการและผังเมืองจึงได้มอบหมายให้คณะผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหวทำการศึกษาเพื่อการปรับปรุงมาตรฐานการออกแบบอาคารต้านทานการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวให้สอดคล้องกับสภาวการณ์และข้อมูลในปัจจุบัน โดยมาตรฐานฉบับใหม่ล่าสุด คือ มาตรฐานการออกแบบอาคารต้านทานการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว มยผ.1301/1302-61 ล่าสุด วสท.ได้จัดการอบรม “กฎกระทรวงและมาตรฐาน มยผ. การออกแบบบบบบบอาคารต้านทานการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวฉบับใหม่” นำทีมโดย ศ. ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย หัวหน้าชุดโครงการลดภัยพิบัติแผ่นดินไหวในประเทศไทย สกสว. ซึ่งกล่าวว่าการปรับปรุงครั้งนี้มุ่งเน้นวิธีการวิเคราะห์การออกแบบอาคารต้านทานแผ่นดินไหวให้สมบูรณ์มากขึ้นโดยเน้นประเด็นหลักที่สำคัญคือ ระดับความรุนแรงของแผ่นดินไหวในรูปของความเร่งตอบสนองเชิงสเปกตรัมทั่วประเทศ ค่าความเร่งตอบสนองเชิงสเปกตรัมสำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่พิจารณาแอ่งดินลึก ข้อกำหนดในการใช้โครงสร้างแบบความเหนียวจำกัด ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการใช้ผนังอิฐก่อ การออกแบบฐานราก การให้รายละเอียดเหล็กเสริม วิธีการออกแบบโครงสร้างด้วยวิธีสเปกตรัม ผลตอบสนองและการปรับปรุงด้านอื่น ๆ “มาตรฐานวิชาชีพจะต้องปรับปรุงเป็นระยะ ๆ เนื่องจากมีผลกระทบและความเสียหายที่เกิดขึ้นจากแผ่นดินไหว ซึ่งคณะวิจัยได้นำประสบการณ์มาทบทวนใหม่ โดยเฉพาะความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่มีมากขึ้น การสำรวจทำให้เราสามารถประเมินการสั่นสะเทือนได้ดีขึ้น และนำมาปรับข้อกำหนดการออกแบบใหม่ นอกจากนี้ผลการวิจัยก็ชี้ว่ามาตรฐานของต่างประเทศไม่เหมาะสมกับบริบทในประเทศไทย” ด้าน รศ.

Read More

ไปรษณีย์ไทย ชู “ส่งเช้าได้บ่าย ส่งบ่ายได้เช้า” ตอบความต้องการลูกค้าอีคอมเมิร์ซ พร้อมกระจายจุดบริการครอบคลุมทั่วประเทศ

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ชูศักยภาพการเป็นผู้นำด้านขนส่งและโลจิสติกส์อันดับ 1 ของไทย ในการจัดส่งสิ่งของที่รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยหากส่งของในช่วงเช้าจะได้รับช่วงบ่าย และส่งของช่วงบ่ายจะได้รับในช่วงเช้าของวันรุ่งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการการจัดส่งที่เร่งด่วน พร้อมอำนวยความสะดวกขยายบริการให้ครอบคลุมพื้นที่ภูมิภาคเพิ่มขึ้น นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กล่าวว่า จากพฤติกรรมของผู้ใช้บริการชาวไทยที่มีการสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ จึงทำให้ผู้ใช้บริการต้องการการจัดส่งสิ่งของที่เร่งด่วน รวดเร็วกว่าในอดีต ไปรษณีย์ไทย จึงปรับปรุงมาตรฐานคุณภาพบริการให้จัดส่งรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยปรับระบบขนส่งให้การคัดแยกปลายทางมีความรวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมเพิ่มคุณภาพการนำจ่ายที่ทำการไปรษณีย์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ได้แก่ การฝากส่งสิ่งของในช่วงเช้าจากกรุงเทพฯและปริมณฑล ปลายทางกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะถึงผู้รับในวันเดียวกัน หรือหากส่งช่วงบ่ายจะได้รับเช้าวันรุ่งขึ้น นอกจากนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการส่งทั่วประเทศไทย ไปรษณีย์ไทย จึงอยู่ระหว่างการขยายเครือข่ายพื้นที่ยกระดับคุณภาพบริการ “ส่งเช้าได้บ่าย ส่งบ่ายได้เช้า” ไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เช่น ต้นทางจังหวัดเชียงใหม่ หากส่งไปยังภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันตก ขณะที่ต้นทางจังหวัดนครศรีธรรมราช ปลายทางภาคใต้ หรือกรุงเทพฯ

Read More

แกร็บย้ำวิสัยทัศน์ผู้นำซูเปอร์แอป ชูการเข้าถึงบริการทางการเงิน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่ไทยแลนด์ 4.0

แกร็บ ผู้นำซูเปอร์แอปในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ ตอกย้ำความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ในการสนับสนุนการเข้าถึงบริการทางการเงินในงานบางกอก ฟินเทค แฟร์ 2019 โดยการสนับสนุนผู้ที่ไม่มีบัญชีธนาคาร (unbanked) และกลุ่มผู้ที่เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบธนาคารได้ยาก (underbanked) จำนวนหลายล้านคน ให้สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินผ่านทางแพลตฟอร์มซูเปอร์แอปที่ลูกค้าสามารถใช้ได้ทุกวัน ทั้งนี้ จากผลสำรวจผู้บริโภค Global Consumer Insights ของ PwC ประจำปี 2562 พบว่าอัตราผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือของไทยระหว่างปี 2561 – 2562 เติบโตขึ้น 19 เปอร์เซ็นต์ โดยล่าสุดอยู่ที่ 67 เปอร์เซ็นต์ แสดงให้เห็นถึงโอกาสของไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมไร้เงินสดในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า รวมถึงบริการทางการเงินดิจิทัลอื่นๆ สอดคล้องกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่ประเทศไทย 4.0 นายแอนโทนี่ ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งแกร็บ กล่าวว่า “เราเชื่อว่า ฟินเทคจะเอื้อประโยชน์แก่สังคมและเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก ด้วยการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์และภาครัฐ แกร็บหวังที่จะขับเคลื่อนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ก้าวไปข้างหน้า ด้วยการทำให้กลุ่มคนที่ไม่มีบัญชีธนาคารจำนวนหลายล้านคนสามารถเข้าถึงการชำระเงินดิจิทัลและบริการทางการเงินอื่นๆ ได้ เพื่อเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจรวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน” ตั้งแต่เปิดตัวในเดือนมีนาคมปีที่แล้ว แกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ได้มีส่วนช่วยในการเปิดบัญชีธนาคารกว่า 1 ล้านบัญชี

Read More

ทางแพร่งขึ้นค่าแรง บนความเสี่ยงเศรษฐกิจไทย

ความเป็นไปของเศรษฐกิจสังคมการเมืองไทยในห้วงสัปดาห์ที่กำลังจะมาถึงนี้ ดูจะมีความน่าสนใจติดตามไม่น้อย เพราะนอกจากรัฐบาลใหม่ในนามประยุทธ์ 2 จะมีกำหนดการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 25 กรกฎาคม 2562 ซึ่งเป็นประหนึ่งพิธีการก่อนเริ่มบริหารราชการบ้านเมืองอย่างเป็นทางการแล้ว กรณีดังกล่าวยังเป็นเสมือนการบ่งชี้ทิศทางการพัฒนาของประเทศไทยในระยะเวลานับจากนี้ และมีสถานะเป็นสัญญาประชาคมที่ย่อมมีนัยความหมายมากกว่าคำมั่นสัญญาที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เคยให้ไว้ก่อนหน้านี้ แม้ว่านโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภาจะมีหลากหลายด้าน ทั้งนโยบายว่าด้วยการดูแลราคาสินค้าเกษตรที่กำลังตกต่ำในทุกผลิตภัณฑ์ การแก้ปัญหาการส่งออกตกต่ำ นโยบายด้านการพลังงาน หรือแม้กระทั่งนโยบายที่เกี่ยวข้องกับโครงการลงทุนขนาดใหญ่ รวมถึงนโยบายที่เกี่ยวเนื่องด้วยความพยายามในการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจสังคม และการแก้ปัญหาเรื่องค่าครองชีพของประชาชนในระดับครัวเรือน หากแต่นโยบายที่ดูเหมือนว่าจะได้รับความสนใจและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ตั้งแต่ยังไม่มีการแถลงนโยบายอย่างเป็นทางการกลับอยู่ที่นโยบายว่าด้วยการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงาน ที่สร้างความกังวลใจให้กับผู้ประกอบการในหลากหลายอุตสาหกรรม และนำไปสู่การแสดงออกซึ่งท่าทีคัดค้านในการเร่งรัดผลักดันนโยบายดังกล่าว ในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ในมุมมองของผู้ประกอบการอุตสาหกรรม แม้ว่านโยบายการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 400 บาท จะดำเนินไปภายใต้ผลของการรณรงค์หาเสียงในช่วงก่อนการเลือกตั้งของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และพรรคร่วมรัฐบาลพรรคอื่นๆ หากแต่ภายใต้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ยังตกต่ำและไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นตัวโดยง่ายนี้ การปรับขึ้นค่าแรงในห้วงเวลาขณะนี้ย่อมต้องส่งผลกระทบด้านลบต่อผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) อย่างยากที่จะเลี่ยง ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งก็คือ การปรับขึ้นค่าแรงที่ผ่านมาดำเนินการผ่านคณะกรรมการค่าจ้าง ซึ่งเป็นคณะกรรมการไตรภาคี ขณะที่ค่าจ้างแรงงานในแต่ละพื้นที่มีอัตราไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับสภาพทางเศรษฐกิจและค่าครองชีพของพื้นที่นั้นๆ อีกด้วย ประเด็นที่ภาคเอกชนได้สะท้อนออกมาต่อกรณีการขึ้นค่าจ้างแรงงานครั้งใหม่นี้ อยู่ที่การเรียกร้องให้ภาครัฐเน้นความสำคัญของการปรับเพิ่มทักษะฝีมือแรงงานให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ เพื่อให้แรงงานมีโอกาสได้รับรายได้มากขึ้น โดยไม่เห็นด้วยกับการปรับขึ้นค่าแรงที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้อย่างแน่นอน เพราะผู้ประกอบการเอกชนกลุ่มนี้เชื่อว่า ภายใต้การปรับขึ้นค่าแรงตามนโยบายของรัฐบาลใหม่นี้ ผู้ที่จะได้รับประโยชน์จะเป็นกลุ่มแรงงานต่างด้าวมากกว่าแรงงานไทย ซึ่งจะทำให้ไทยต้องเสี่ยงต่อการสูญเสียผลประโยชน์มากถึงพันล้านหรือมากถึงหมื่นล้านบาท โดยค่าแรงส่วนนี้ไม่ได้หมุนกลับมาเป็นแรงกระตุ้นระบบเศรษฐกิจภายในประเทศมากนัก ขณะที่แรงงานคนไทยส่วนใหญ่ได้รับอัตราค่าแรงในอัตราที่ดีขึ้นอยู่แล้ว ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การมุ่งปรับทักษะฝีมือแรงงานของแรงงานไทยให้สูงขึ้นสำหรับรองรับพัฒนาการทางการผลิตในอนาคต ความกังวลใจในกรณีการปรับขึ้นค่าแรงไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการเท่านั้น หากแต่ในกลุ่มของผู้ใช้แรงงานจำนวนไม่น้อยก็ได้สะท้อนความกังวลใจต่อเรื่องดังกล่าว เพราะนอกจากจะมีความเสี่ยงต่อการที่นักลงทุนจากต่างประเทศจะย้ายฐานการผลิตไปสู่ประเทศอื่นๆ ที่มีต้นทุนแรงงานต่ำกว่า ซึ่งทำให้แรงงานจำนวนไม่น้อยอยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะตกงาน

Read More

“แสนสิริ” ทุ่มงบกว่า 12 ลบ. เปิดตัว “THE CLOUD” เซลล์ เซ็นเตอร์รูปแบบใหม่ ครั้งแรกในไทย! ย้ำวิสัยทัศน์ผู้นำด้าน Health & Well-Being

“แสนสิริ” ทุ่มงบกว่า 12 ลบ. เปิดตัว “THE CLOUD” เซลล์ เซ็นเตอร์รูปแบบใหม่ ครั้งแรกในไทย! ย้ำวิสัยทัศน์ผู้นำด้าน Health & Well-Being ชูการผสานนวัตกรรมการอยู่อาศัยและการสร้างประสบการณ์ พร้อมผนึก “เดอะ คอฟฟี่ คลับ” ร่วมเสริมแกร่งคอมมูนิตี้การมีสุขภาพชีวิตที่ดี ครั้งแรกในวงการอสังหาฯ! แสนสิริ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย ฉีกกรอบวงการตลาดอสังหาฯ ทุ่มงบกว่า 12 ลบ. เปิดตัว “THE CLOUD” เซลล์ เซ็นเตอร์รูปแบบใหม่แห่งแรกในประเทศไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ A Healthy Leisure Space ฉายวิสัยทัศน์ผู้นำที่เข้าใจและใส่ใจไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ผ่านกลยุทธ์ Inclusive Experience และตอบโจทย์เทรนด์คนรักสุขภาพทั่วโลกและในไทย ด้วยการผนึก THE COFFEE CLUB (เดอะ คอฟฟี่ คลับ) แบรนด์ร้านอาหารและคาเฟ่สัญชาติออสเตรเลียร่วมเสริมแกร่ง ครีเอทเมนูเอาใจคนรักสุขภาพ สร้างประสบการณ์ผ่านการรับประทานอาหาร

Read More

ส่องทำเลฮอต “พระราม 9 – รามคำแหง” ราคาที่ดิน 5 ปี ดีดพุ่งถึง 50% แตะวาละ 1 ล้านบาท เมเจอร์ฯ ลุยเปิดมิกซ์ยูส

ส่องทำเลฮอต “พระราม 9 – รามคำแหง” ราคาที่ดิน 5 ปี ดีดพุ่งถึง 50% แตะวาละ 1 ล้านบาท เมเจอร์ฯ ลุยเปิดมิกซ์ยูส รวมคอนโดฯ-ออฟฟิศ ติดถ.พระราม-รามคำแหง มูลค่ากว่า 5,000 ลบ. พร้อมเผยโฉมคอนโดฯ “เมทริส พระราม 9 – รามคำแหง” เริ่มเพียง 2.9 ล้าน แล้ววันนี้ “พระราม 9 – รามคำแหง” ทำเลรุ่ง ราคาที่ดินร้อนแรง 5 ปี พุ่งสูงขึ้นถึง 50% ปัจจุบันแตะที่ 1,000,000 บาท/ตร.ว. เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ สบช่องทำเลโต ลุยเปิดมิกซ์ยูสรูปแบบใหม่ ประกอบด้วยคอนโดมิเนียมและออฟฟิศ ติดริมถนนใหญ่ บนถ.พระราม 9-รามคำแหง

Read More

วันเดอร์ฟรุ๊ต ก้าวสู่ปีที่ 6 ชูคอนเซ็ปต์ “ป๊อปอัพซิตี้” การสร้างเมืองในอุดมคติตามวิถีความยั่งยืน

วันเดอร์ฟรุ๊ต เฟสติวัลระดับโลกโดยคนไทย จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองงานศิลปะ ดนตรี อาหาร และไอเดียสร้างสรรค์ กลับมาอีกครั้งในเดือนธันวาคมนี้ ชูคอนเซ็ปต์ “ป๊อปอัพซิตี้” แนวคิดการสร้างเมืองในอุดมคติตามวิถีความยั่งยืน ด้วยการนำประสบการณ์และการเรียนรู้ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา รังสรรค์เมืองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนอยากมีส่วนร่วม พีท-ประณิธาน พรประภา ผู้ก่อตั้ง วันเดอร์ฟรุ๊ต กล่าวว่า “เราจำลองเมืองที่เราอยากจะเห็นขึ้น เมืองที่จะเชื่อมโยงผู้คนให้มาร่วมแสดงพลังในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ที่จะส่งผลต่อสังคมและโลกใบนี้ ทีมงานของเรามีความตั้งใจที่จะออกแบบทุกองค์ประกอบพื้นฐานของเมืองด้วยแนวคิดใหม่ๆ ที่ให้แรงบันดาลใจ และมีประสิทธิภาพ ด้วยความมุ่งมั่นที่อยากสร้างพื้นที่ที่ทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการทำสิ่งดีๆ ร่วมกัน” ภายใน “ป๊อปอัพซิตี้” ที่วันเดอร์ฟรุ๊ตสร้างขึ้น วันเดอเรอร์จะได้สัมผัสกับประสบการณ์แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ซึ่งไฮไลท์ในเฟสแรกนี้ วันเดอร์ฟรุ๊ต ประกาศการทำงานร่วมกับโปรเจ็ค Musicity ซึ่งก่อตั้งโดย Nick Luscombe กูรูด้านดนตรีและดีเจมากฝีมือจาก BBC 3 ที่ได้จับมือกับเหล่าโปรดิวเซอร์จากค่าย Erased Tapes อาทิ Daniel Brandt & Eternal Something, Douglas

Read More

แผ่นปูนร่วง ปัญหาใกล้ตัว

ศ.ดร. อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างไทย และนักวิจัยชุดโครงการลดภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวในประเทศไทย สกสว. เปิดเผยถึงเหตุการณ์แผ่นปูนร่วงลงมาจากสถานีรถไฟฟ้าแห่งหนึ่ง ว่าเป็นอันตรายต่อประชาชนและผู้ขับขี่ยานพาหนะ โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดสนิมและแผ่นปูนร่วงลงมานั้น ตามข่าวระบุว่าเกิดจากสนิมเหล็กมีความเป็นไปได้สูง แต่ต้องวิเคราะห์ว่า เป็นสนิมของเหล็กเสริมด้านในหรือเหล็กเสริมที่บริเวณจุดเชื่อมต่อระหว่างแผ่นปูน เมื่อพูดถึงสนิมเหล็กกับโครงสร้างคอนกรีต พบว่าเป็นปัญหาใหญ่ เนื่องจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น 1. สภาพสิ่งแวดล้อมในเขตเมืองซึ่งมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งริมถนนที่มีการจราจรมาก ทำให้เกิดปฏิกริยาคาร์บอเนชั่น และลดความเป็นด่างในคอนกรีตลงซึ่งทำให้เหล็กเสริมเป็นสนิมได้ง่ายขึ้น 2. ระยะหุ้มคอนกรีต หากคอนกรีตมีระยะหุ้มเหล็กน้อยไป จะส่งผลให้สารเคมีแพร่เข้าไปทำปฏิกริยากับเหล็กเสริมด้านใน เกิดเป็นสนิมได้ง่ายขึ้น ในกรณีที่เป็นการวิบัติที่จุดยึดต่อยึดแผ่นปูนกับเข้ากับโครงสร้างหลัก ต้องตรวจสอบว่าการยึดแผ่นปูนนั้นใช้วัสดุอะไร เหล็กฉากหรือเหล็กเส้น ตลอดจนวิธีการเชื่อมต่อ หากทำไม่ถูกวิธีแผ่นปูนก็อาจร่วงหล่นได้ รวมทั้งความชื้นที่เกิดจากการระบายน้ำและน้ำฝนก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสนิม สำหรับแนวทางป้องกันปัญหาแผ่นปูนร่วงเบื้องต้นนั้น ศ.ดร.อมรระบุว่าจะต้องมีการตรวจสอบโดยวิศวกรที่มีความชำนาญ ซึ่งทำได้หลายวิธีคือ 1. การตรวจสอบเชิงพินิจ ซึ่งเป็นการดูด้วยสายตา แต่วิธีการนี้อาจตรวจไม่พบสนิมที่เกิดขึ้นด้านใน และ 2. การตรวจสอบโดยใช้เครื่องมือเบื้องต้น เช่น Half Cell Potential ซึ่งจะวัดความต่างศักย์ของกระแสไฟฟ้าภายในเหล็กเสริมและสามารถบ่งชี้โอกาสการเกิดสนิมเหล็กได้ และ 3. การตรวจสอบด้วยวิธีทำลาย (Destructive testing) ถ้าเป็นเหล็กเสริมด้านใน

Read More

พิษค่าบาทแข็ง ท่องเที่ยวซบ-ส่งออกฟุบ

แม้ว่าพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ในนามประยุทธ์ 2/1 จะส่งผลให้สถานการณ์แห่งความคลุมเครือทางการเมืองไทยคลี่คลายไปในระดับหนึ่ง หากแต่ในอีกด้านหนึ่งสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของไทยดูจะยังเผชิญกับวิบากกรรมและความผันผวนไม่แน่นอนที่พร้อมจะส่งผลกระทบเป็นวิกฤตการณ์ครั้งใหม่ได้ไม่ยาก ปัจจัยว่าด้วยค่าเงินบาทที่แข็งค่าเป็นประวัติการณ์ และเป็นไปด้วยอัตราเร่งอย่างผิดปกติ ไม่เพียงแต่จะกดดันให้การส่งออกของไทยที่อยู่ในภาวะชะลอตัวมาในช่วงก่อนหน้านี้ ถูกโหมกระหน่ำด้วยปัจจัยลบด้านราคาเมื่อเปรียบเทียบกับสินค้าจากคู่แข่งขันในระดับภูมิภาคยิ่งขึ้นไปอีก โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์จากประเทศเวียดนาม หรือแม้กระทั่งอินเดีย กรณีดังกล่าวดูจะเห็นได้ชัดจากตัวเลขการส่งออกข้าวในช่วงครึ่งปี 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่ามีปริมาณลดลงถึงร้อยละ 12 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แม้ว่าระหว่างเดือนมกราคมถึงมิถุนายนที่ผ่านมา ประเทศไทยส่งออกข้าวไปแล้ว 4.2 ล้านตัน แต่คำสั่งซื้อในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีแนวโน้มลดต่ำลงเหลือเพียงไม่ถึง 6 แสนตันต่อเดือน และทำให้ประมาณการว่าด้วยการส่งออกข้าวของไทยที่ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 9.5 ล้านตันหรือเฉลี่ยที่ระดับ 8 แสนตันต่อเดือนดูจะเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจก็คือประมาณการส่งออกข้าวที่ 9.5 ล้านตันในปี 2562 นี้ เป็นประมาณการที่ปรับลดลงจากยอดการส่งออกเมื่อปี 2561 ซึ่งอยู่ที่ 11 ล้านตัน ขณะที่ภายใต้สถานการณ์ที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้ ทำให้ผู้ประกอบการส่งออกข้าวประเมินว่าอาจมีการปรับลดเป้าหมายการส่งออกข้าวในปีนี้ให้อยู่ในระดับ 9 ล้านตัน เพื่อให้สอดรับกับข้อเท็จจริงที่ดำเนินอยู่ ตัวเลขการส่งออกข้าวที่ลดต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ อยู่ที่การส่งออกไปยังประเทศจีน ซึ่งแม้ว่าในช่วงครึ่งปีแรกของ 2562 ไทยจะส่งออกข้าวไปยังจีนรวมเป็นมูลค่า 3.7 พันล้านบาท

Read More

พีทีที โออาร์ เปิดสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น สาขาสามย่าน รูปแบบใหม่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของสังคมเมือง

นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ พีทีที โออาร์ และศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิตย์ เอื้ออาภรณ์ อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมเปิดสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น สาขาสามย่าน ซึ่งเป็นสถานีบริการน้ำมันรูปแบบใหม่ มุ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของสังคมเมือง และสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมอันทันสมัยมาประยุกต์ใช้กับการบริหารจัดการสถานีบริการฯ นางสาวจิราพร กล่าวว่า สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น สาขาสามย่าน ตั้งอยู่ในพื้นที่ชุมชน ทำให้มีปริมาณการใช้บริการสูงมาก ในขณะที่พื้นที่ของสถานีบริการฯ มีขนาดจำกัด การออกแบบพื้นที่และรูปแบบสถาปัตยกรรมจึงต้องคำนึงถึงความต้องการของสังคมเมือง ความสามารถการรองรับปริมาณรถยนต์ โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน (Rush Hour) การใช้ประโยชน์จากพื้นที่ได้สูงสุด รวมถึงความรวดเร็วในการให้บริการทุกขั้นตอน เพื่อลดผลกระทบด้านจราจรและสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับผู้ใช้บริการ สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น แห่งนี้มีรูปแบบและองค์ประกอบของสถานีที่แตกต่างไปจากสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น แห่งอื่น

Read More