Home > Suwatcharee Pormbunmee

ก้าวผ่านความเศร้า เมื่อน้องหมาน้องแมวกลับดาว

การเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดา ธรรมชาติ เป็นวงจรชีวิตของทุกสรรพสิ่ง ไม่ว่าจะคน หรือสัตว์ และเป็นเรื่องยากที่จะหลีกหนีความเป็นจริงพ้น บางคนอาจบอกว่า “การตายไม่ใช่เรื่องยาก แต่การอยู่โดยที่ยังคงระลึกถึงผู้ที่จากไปต่างหากที่ยากกว่า” เช่นเดียวกันกับการจากไปของเหล่าสัตว์เลี้ยง ที่เจ้าของมักจะตกอยู่ในห้วงเวลาของความเศร้า ความคิดถึง จนยากที่จะทำใจ ใครไม่เลี้ยงก็คงไม่รู้ บางคนอาจคิดว่าการจากไปของสัตว์ทั้งหลาย เป็นเรื่องธรรมดาสามัญ ชีวิตเล็กๆ ที่จากไปไม่น่าทำให้ใครต้องเศร้าเสียใจมากมายนัก ถ้าเพียงแค่หาตัวใหม่มาเลี้ยงก็พอเยียวยาจิตใจได้ ในขณะที่บางคน แม้จะมีสัตว์เลี้ยงตัวใหม่เข้ามาเติมเต็มในหัวใจไม่ว่าจะอีกกี่ตัวก็ตาม แต่สัตว์เลี้ยงตัวที่จากไป ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไร “เจ้าตัวแสบ” ทั้งหลายจะยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำเสมอ นั่นเพราะ ความรัก ความผูกพันที่เกิดขึ้นมาแล้วไม่อาจจะสูญหายไปได้ง่ายๆ ตามกาลเวลา นับเป็นเรื่องมหัศจรรย์ทางความรู้สึก ที่หลายคนคงเคยได้พบเจอมาแล้ว ปัจจุบันสังคมไทยเปลี่ยนแปลงไปในหลายมิติ โดยเฉพาะกับสถาบันครอบครัว คู่รักหลายคู่ตัดสินใจจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง หลายคู่เลือกที่จะไม่มีลูกด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันไป หลายคู่เป็นคู่รักในกลุ่ม LGBT ที่มองหาสัตว์เลี้ยงน่ารักๆ มาเลี้ยงเป็นเสมือนลูก จึงไม่น่าแปลกใจที่กลุ่มคนรักสัตว์ในยุคสมัยนี้จะค่อยๆ ขยายตัวมากขึ้น และผู้เลี้ยงสัตว์มือใหม่หลายคนมักมีคำถามเมื่อความสูญเสียมาถึง “รับมือกับความสูญเสียอย่างไร” คำแนะนำที่พบเจอได้ง่ายคือ “ทำใจ” และ “หาสัตว์เลี้ยงตัวใหม่มาทดแทน” คล้ายจะง่าย แต่ไม่ง่ายเลยที่จะทำเช่นนั้นในแง่ความรู้สึก วันนี้ “ผู้จัดการ 360 องศา”

Read More

โควิดทำเศรษฐกิจไทยช้ำหนัก อุทกภัยซ้ำเติม

โควิด-19 สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจไทยหากนับเป็นมูลค่าแล้วไม่ต่ำกว่าสิบล้านล้านบาท โดยเฉพาะเชื้อไวรัสโควิดสายพันธุ์เดลตา ตัวแปรสำคัญที่ฉุดให้สถานการณ์โดยรวมทรุดหนักลง และนำมาสู่การล็อกดาวน์ในพื้นที่สีแดงเข้มรวม 29 จังหวัด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจคิดเป็น 77 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีประเทศ ความเสียหายทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นกับทุกหย่อมหญ้า โดยเฉพาะภาคครัวเรือนที่สภาพัฒน์เปิดเผยตัวเลขหนี้ครัวเรือนไตรมาสแรกของปี 2564 ว่ามีมูลค่าหนี้สูงถึง 14.13 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของไตรมาสแรกปี 2563 หากคิดเป็นสัดส่วนต่อจีดีพีแล้วพุ่งสูงถึง 90.5 เปอร์เซ็นต์ เมื่อภาคครัวเรือนได้รับผลกระทบความสามารถในการจับจ่ายลดน้อยลง ด้านค้าปลีกสาหัสไม่แพ้กัน เมื่อดัชนีความเชื่อมั่นค้าปลีกในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาอยู่ที่ระดับ 16.4 เป็นการลดต่ำสุดในรอบ 16 เดือน ติดลบ 70 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งการลดลงของยอดขายสาขาเดิมเดือนกรกฎาคมปีนี้ การเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิมเกิดจากทั้งยอดใช้จ่ายต่อใบเสร็จ และความถี่ในการจับจ่ายลดลงพร้อมกันทั้งคู่ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 270,000 ล้านบาท และมีกิจการกว่า 100,000 ร้านค้าเตรียมปิดกิจการ แน่นอนว่าส่งผลกระทบต่อการจ้างงานกว่าล้านคน เป็นภาพสะท้อนว่าการฟื้นตัวให้กลับสู่สภาพเดิมอาจต้องใช้เวลา ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะร้านขายของที่ระลึก ธุรกิจสปา นวดแผนไทย สถานบันเทิง และธุรกิจโรงแรม ที่มีการปิดกิจการถาวรมากที่สุด โดยเฉพาะการระบาดในระลอก

Read More

นับถอยหลังเปิดเมือง รีสตาร์ตเศรษฐกิจไทย

1 พฤศจิกายน 2564 คือกำหนดการที่ประเทศไทยเตรียมเปิดเมือง โดยเริ่มที่ 10 จังหวัดนำร่อง ซึ่งเป็นเมืองหลักหรือจังหวัดที่มีสัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ของรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งหมด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร กระบี่ (ทั้งจังหวัด) พังงา (ทั้งจังหวัด) ประจวบฯ (ต.หัวหิน หนองแก) เพชรบุรี (เทศบาลเมืองชะอำ) ชลบุรี (พัทยา อ.บางละมุง ต.นาจอมเทียน ต.บางเสร่) ระนอง (เกาะพยาม) เชียงใหม่ (อ.เมือง แม่ริม แม่แตง ดอยเต่า) เลย (เชียงคาน) บุรีรัมย์ (อ.เมือง) ซึ่งหากนับจากนี้คงเหลือเวลาอีกไม่ถึงเดือนแล้ว ที่ทั้งภาครัฐและเอกชน ประชาชนจะต้องเรียนรู้บทเรียนจากโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ซึ่งเป็นโครงการนำร่อง ที่เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวไปตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายนที่ผ่านมา ภาครัฐคาดหวังว่าจะใช้โครงการนี้เป็นพื้นที่เรียนรู้และวัดศักยภาพความพร้อมด้านสาธารณสุข ว่าหากจะต้องใช้ชีวิตภายใต้การดำรงอยู่ของเชื้อโควิด-19 และหากมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น จะยังสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปพร้อมกันได้หรือไม่ ผลลัพธ์คือ มีผู้ติดเชื้อในระยะเวลาของโครงการสูงถึงกว่า 200 คนต่อวัน ที่น่าสนใจคือในจำนวนนี้ กว่า 90

Read More

โควิดอยู่นาน กับทักษะที่เพิ่มขึ้น

เป็นเวลา 1 ปีกว่า ที่เราได้เผชิญกับเชื้อไวรัสโควิด-19 จากความพยายามที่จะเอาชนะและหยุดยั้งเชื้อไวรัสที่ว่า กลายเป็นว่ามนุษย์โลกต้องเรียนรู้ ปรับตัว เพื่อที่จะอยู่กับโควิดให้ได้ โดยเป้าหมายหลักอยู่ที่การเปิดประเทศ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ต้องยอมรับว่า มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่รู้จักปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี แม้เชื้อร้ายยังไม่หมดไป แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ หลายคนอาศัยจังหวะนี้เพิ่มพูนทักษะใหม่ๆ ให้ตัวเอง มาดูว่ากัน ทักษะไหนบ้างที่เราจะเรียนรู้ได้ในช่วงเวลาสั้นๆ เริ่มจากทักษะง่ายๆ ใกล้ตัว ทักษะด้านเกษตร ปลูกต้นไม้ เพาะขยายพันธุ์ไม้ หลายคนอาจเริ่มเรียนรู้ทักษะด้านนี้จากความชอบ หรือเพื่อเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ บ้างก็ใช้การปลูกต้นไม้เพื่อเป็นการเยียวยาจิตใจ แน่นอนว่า ประโยชน์ของการปลูกต้นไม้ นอกจากจะช่วยกล่อมเกลาจิตใจได้แล้ว ยังช่วยให้เราได้รับอากาศที่สดชื่นขึ้น ขณะที่หลายคนใช้ทักษะด้านนี้ต่อยอดในการสร้างรายได้อย่างมหาศาล โดยเฉพาะในกลุ่ม ไม้ใบ ไม้ฟอกอากาศ ไม้ด่าง ที่ขยายพันธุ์ได้ไม่ยากนัก เพียงแค่ทำความเข้าใจถึงลักษณะของสายพันธุ์นั้นๆ นับว่าเป็นทักษะที่สามารถสร้างเงินแสน หรืออาจถึงเงินล้านได้ภายในเวลาไม่นาน ทักษะการลงทุน บางคนมีความสนใจด้านการลงทุนอยู่ก่อนแล้ว แต่ยังไม่ได้ศึกษาอย่างจริงจัง ห้วงยามนี้ดูเหมาะเจาะที่จะเรียนรู้ และค้นหาข้อมูลสำหรับการลงทุนในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล อย่าง Cryptocurrency ที่เริ่มมีบทบาทในชีวิตจริง อย่างไรก็ตาม แม้บางบริษัทจะมีผู้แนะนำการลงทุนคอยให้คำปรึกษา แต่ปัจจัยเสี่ยงภายนอกที่อาจส่งผลต่อค่าเงินและการลงทุนเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่อาจเสี่ยงต่อภาวะสงคราม

Read More

ภาวะเครียด เหงาอ้างว้าง หมดไฟ Work From Home เป็นเหตุสังเกตได้

การ Work From Home ไม่ใช่เทรนด์อย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่นั่นเป็นนโยบายเหมาะสมที่ถูกประกาศใช้โดยรัฐบาล ซึ่งมีเป้าหมายให้การทำงานที่บ้านนั้นเป็นแนวทาง ลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเวลานั้นทั้งหน่วยงานของภาครัฐและภาคเอกชนต่างขานรับนโยบาย ในช่วงแรกของการ WFH หลายคนอาจรู้สึกตื่นเต้นดีใจที่จะได้ทำงานจากที่บ้านได้ ประหนึ่งว่าได้สัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ๆ ซึ่งแน่นอนว่านอกจากการลดโอกาสการติดเชื้อโควิดแล้ว ยังมีข้อดีโดยเฉพาะ เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าน้ำมัน ค่าโดยสารขนส่งสาธารณะทุกระบบ นอกจากนี้ ยังได้ประหยัดเงินที่ปกติแล้วจะถูกใช้ไปกับการจับจ่ายซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยระหว่างวัน จากแหล่งชอปปิงในพื้นที่ใกล้สำนักงาน หรือบางคนอาจได้ลดค่าใช้จ่ายในการสังสรรค์หลังเลิกงานมากขึ้น แม้ว่าการทำงานที่บ้านจะมีข้อดีหลายด้าน แต่ตอนนี้หลายคนคงเห็นแล้วว่าข้อเสียก็มีมากเช่นเดียวกัน และแน่นอนว่าหลายคนอาจประสบกับปัญหาของการทำงานที่บ้านเข้าให้แล้ว ความเหงา อ้างว้าง มนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่มักจะโหยหาความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นๆ อยู่เสมอ การทำงานในรูปแบบปกตินั้น มนุษย์ทำงานมักจะมีการพบปะพูดคุยและเปลี่ยนบทสนทนาระหว่างกันอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเพื่อนร่วมงาน หรือเพื่อนระหว่างแผนก บทสนทนาที่มักเกิดขึ้นระหว่างการเดินไปชงกาแฟ การเดินออกไปรับประทานอาหาร และไม่ว่าบทสนทนานั้นจะเกี่ยวกับงานหรือเป็นแค่การนินทา เมาท์มอย ล้วนแต่ช่วยให้คลายเหงา ลดความเครียดจากการทำงานได้ทั้งสิ้น คล้ายกับเป็นการระบายความอึดอัดอย่างหนึ่ง ทว่า เมื่อการทำงานแบบ WFH โอกาสที่จะสร้างปฏิสัมพันธ์แบบเดียวกันกับที่เคยเกิดขึ้นในออฟฟิศนั้นเป็นเรื่องยาก แม้ว่าจะยังมีการพูดคุยหรือทักทายกับเพื่อน แต่เป็นรูปแบบออนไลน์ แม้จะได้เห็นหน้ากัน แต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นย่อมไม่เหมือนกันแน่นอน หรือในบางรายอาจไม่มีเวลาที่จะทักทายกับใครเลย ความเครียด-หมดไฟ “บ้าน” ถูกกำหนดไว้ภายใต้กรอบการเป็นพื้นที่สำหรับพักผ่อนจากความเหนื่อยล้าที่เกิดจากการทำงาน เป็นพื้นที่ที่เราสามารถมาผ่อนคลายด้วยกิจกรรมสันทนาการเล็กๆ เช่น การดูละคร ดูภาพยนตร์ ซีรีส์

Read More

อสังหาฯ ไทยไม่ใช่แค่ขาลง แต่เป็นวิกฤตในวิกฤต

ทิศทางของตลาดอสังหาฯ ไทยในช่วง 10-20 ปีที่ผ่านมา พบว่าการเติบโตและอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านของดีมานด์และซัปพลาย ส่วนหนึ่งมาจากการขยายตัวของโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนแบบราง เป็นเหตุให้โครงการต่างๆ เลือกพื้นที่คู่ขนานไปกับเส้นทางรถไฟทั้งบนดินและใต้ดิน ซึ่งเป็นการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความต้องการบ้านหลังแรกประเภทที่อยู่อาศัยแนวตั้ง และกลุ่มนักเก็งกำไรในตลาดอสังหาฯ ได้เป็นอย่างดี ในเวลานั้นผู้ประกอบการเปิดโครงการใหม่เพื่อป้อนซัปพลายเข้าระบบอย่างต่อเนื่อง ทว่าในด้านของดีมานด์แม้จะมีอยู่จริง แต่ไม่ใช่ว่าทุกดีมานด์จะดูดซับซัปพลายออกไปได้ เมื่อขั้นตอนการอนุมัติสินเชื่อแหล่งธนาคารพาณิชย์เริ่มมีเงื่อนไขเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการวางเงินดาวน์ ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการ LTV ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยบังคับใช้ เพื่อป้องกันหนี้เสียที่เพิ่มขึ้นในระบบ กระทั่งซัปพลายที่อยู่อาศัยแนวตั้งเริ่มล้นตลาด และเวลาต่อมาเศรษฐกิจไทยเข้าสู่ภาวะชะลอตัว ด้วยมูลเหตุปัจจัยทั้งจากภายในประเทศและต่างประเทศ ความซบเซาของตลาดอสังหาฯ ค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้นตั้งแต่โควิดแพร่ระบาดระลอกแรกในปี 2563 เชื้อไวรัสโควิดสร้างความเสียหายให้แก่เศรษฐกิจไทยในทุกอุตสาหกรรม ยอดการเปิดโครงการใหม่ ยอดการจองที่อยู่อาศัยค่อยๆ ลดลงตามลำดับ กระทั่งปีนี้ 2564 สถานการณ์เลวร้ายไม่มีท่าทีจะเบาบางลง อีกทั้งยังเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดในกลุ่มแรงงาน ทั้งในธุรกิจก่อสร้าง แรงงานในภาคการผลิต จนในที่สุดรัฐบาลประกาศให้ล็อกดาวน์สถานที่ก่อสร้างเพื่อสกัดกั้นไม่ให้เกิดคลัสเตอร์ใหม่เพิ่ม ธุรกิจอสังหาฯ ไทยเริ่มเข้าสู่ขาลงนับตั้งแต่เกิดสภาวะโอเวอร์ซัปพลาย แต่ปัจจุบันคงต้องเรียกว่านี่เป็นวิกฤตในวิกฤต สถานการณ์โควิดที่ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้สร้างบาดแผลขนาดใหญ่ให้เกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจ สภาพการณ์ปัจจุบันคงไม่ใช่แค่การเข้าสู่ภาวะชะลอตัวอีกต่อไป แต่เป็นสภาวะถดถอย แม้ธุรกิจอสังหาฯ จะไม่ได้เป็นอุตสาหกรรมหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย กระนั้นภาคอสังหาฯ ก็มีมูลค่าคิดเป็น 8 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีประเทศ นอกจากนี้ ความสำคัญของธุรกิจอสังหาฯ ยังเชื่อมโยงกับอีกหลายธุรกิจ เช่น

Read More

ตลาดต้นไม้โตสวนกระแส ธุรกิจทำเงินยุค Work From Home

หากจะเปรียบเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นคลื่นสึนามิที่ซัดเข้าใส่อุตสาหกรรมหลักของประเทศ ส่งผลให้ผู้ประกอบการธุรกิจบางรายตั้งหลักไม่อยู่ล้มระเนระนาดก็คงจะไม่ผิดนัก ผู้ประกอบการธุรกิจบางรายที่ยังมีทุนรอน มีสายป่านยาวเพียงพอจะพยุงตัวลุกขึ้นมาได้ใหม่อีกครั้ง แต่จะต้องปรับตัวอยู่มากพอสมควร แต่ยังมีอีกหลายกิจการที่ไปไม่รอด ต้องประกาศหยุด ยกเลิกหรือขายกิจการไปในที่สุด เพื่อเป็นการลดหรือตัดภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป หลายคนมองว่ากิจการที่น่าจะไปได้ในสถานการณ์อันยากลำบากนี้คือ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอาหาร เครื่องดื่ม ยารักษาโรค ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ แต่นั่นต้องแลกกับการแข่งขันที่สูงขึ้น ช่องทางการขายที่ถูกจำกัดด้วยเวลาและสถานที่ แม้จะมีช่องทางออนไลน์เป็นตัวเสริม แต่นั่นอาจไม่ใช่คำตอบหรือตัวแปรที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจภายใต้สถานการณ์อันยากลำบาก นอกจากธุรกิจอาหารที่พอจะมีช่องทางให้ไปต่อได้แล้ว ยังมีอีกหนึ่งธุรกิจที่ไม่ใช่แค่ “ไปต่อได้” เท่านั้น ทว่า กลับสร้างเม็ดเงินมหาศาลให้แก่ผู้ประกอบการในเวลานี้ นั่นคือ ธุรกิจต้นไม้ ก่อนหน้าที่สถานการณ์โควิดจะลุกลามบานปลายเช่นทุกวันนี้ ตลาดต้นไม้นั้นซบเซาเป็นทุนเดิมอยู่ก่อนแล้ว มีเพียงต้นไม้ไม่กี่สายพันธุ์ที่ยังคงมีการซื้อขายกันอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่คึกคักมากนักแต่กระแสแทบไม่แผ่วในกลุ่มนักเล่นไม้ด้วยกัน นั่นคือ กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ และไม้ใบ ในช่วงที่ประเทศไทยประสบกับปัญหาฝุ่นมลพิษ PM2.5 ช่วงนั้นเองที่ตลาดต้นไม้เริ่มกลับมาคึกคักและอยู่ในกระแสความต้องการของผู้บริโภคอีกครั้ง เมื่อประชาชนเริ่มมองหาตัวช่วยในการฟอกอากาศภายในบ้าน นอกเหนือไปจากเครื่องฟอกอากาศ นอกจากนี้ การแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกแรกที่ภาครัฐประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์และมาตรการ Work From Home เพื่อลดการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสนั้น มาตรการนี้จึงเป็นเหมือนตัวจุดชนวนให้ตลาดต้นไม้ค่อยๆ ฟื้นตัว เมื่อการปลูกต้นไม้เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสร้างความผ่อนคลาย ลดความตึงเครียด เป็นกิจกรรมยามว่างของประชาชนเมื่อต้องใช้เวลาอยู่บ้านมากกว่าช่วงเวลาปกติ สองประเด็นที่กล่าวมาข้างต้น คงสร้างให้เกิดยอดขายในตลาดต้นไม้ได้เพียงช่วงเวลาหนึ่ง แต่ที่กลายเป็นกระแส เป็นเทรนด์ที่แม้แต่คนไม่สนใจการปลูกต้นไม้ยังต้องทำตาม และกลายเป็นจุดเปลี่ยนราคาต้นไม้ในตลาด

Read More

ดูแลผิวหน้าให้ห่างไกลสิว เมื่อต้องใส่หน้ากากอนามัยทั้งวัน

สถานการณ์ของโรคระบาดในปัจจุบัน ทำให้เราต้องใส่หน้ากาก…อนามัยเข้าหากันตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน หรือที่บ้าน แน่นอนว่าปัญหาผิวที่หลายคนประสบคือ สิว ซึ่งมักพบบริเวณที่ใส่หน้ากากอนามัย เช่น คาง แก้ม การเกิดสิวบริเวณที่ใส่หน้ากากอนามัยนั้นมีด้วยกันหลายสาเหตุ เช่น ความเครียด จากภาวะที่ทำให้วิตกกังวลต่อสถานการณ์ความเป็นไปต่างๆ หรือการเสียดสีของตัวหน้ากากอนามัยกับผิวหน้าของเรา ความเครียดจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลต่อการทำงานของสมอง จิตใจ อาจทำให้นอนไม่หลับหรือหลับยากกว่าปกติ หากเป็นสิวที่เกิดจากความเครียดนั้น แก้ไขได้ด้วยมองหาสิ่งบันเทิงใจที่ชอบ ที่จะทำให้เราห่างไกลจากข่าวสารที่ทำให้วิตกกังวล หากิจกรรมอื่นๆ ทำ เช่น ออกกำลังกาย ดูหนัง ฟังเพลง จัดห้อง หรือปลูกต้นไม้ เมื่อความเครียดลดลง การอักเสบหรือการเกิดใหม่ของสิวก็จะลดลงไปด้วย การเสียดสีของหน้ากากอนามัยกับผิวหน้า เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ค่อนข้างยาก เมืองไทยเป็นเมืองร้อน โอกาสที่จะเกิดเหงื่อใต้หน้ากากจึงมีมากกว่าประเทศอื่น เมื่อเหงื่อเกิดขึ้นใต้หน้ากาก ผสมกับฝุ่น มลพิษจากสภาพอากาศ ทำให้แบคทีเรียเพิ่มจำนวนขึ้น ขณะที่ผิวบางคนที่ขับน้ำมันออกจากรูขุมขนเมื่อเจอกับแบคทีเรียดังกล่าว จึงทำให้เรามีโอกาสที่จะเป็นสิวได้ง่ายขึ้น มีคำแนะนำจาก พญ. นัทธมน บวรสถิตชัย แพทย์ผู้ชำนาญการด้านตจศัลยศาสตร์ และผิวหนังด้านความงาม แนะนำวิธีการป้องกันสิวจากการใช้หน้ากากอนามัย ดังนี้ 1. ระยะเวลาในการใส่หน้ากากอนามัย ถ้าเป็นไปได้แนะนำให้มีช่วงพัก หรือถอดหน้ากากอนามัยออกจากผิวหน้าบ้าง อย่างน้อย

Read More

อนาคตท่องเที่ยวไทย บนรอยทางความหวังอันเลือนราง

เชื้อไวรัสโควิด-19 ยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่จะส่งผลให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 ไม่เป็นไปอย่างที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะไวรัสโควิดสายพันธุ์เดลตาที่เป็นตัวแปรสำคัญทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มจำนวนสูงขึ้นในเวลาไม่นาน หลายประเทศที่มีการระบาดของสายพันธุ์เดลตา ต้องนำมาตรการล็อกดาวน์กลับมาใช้เป็นการด่วน ซึ่งเป้าหมายหลักล้วนอยู่ที่การสกัดไม่ให้เชื้อไวรัสแพร่ระบาดลุกลามจนยากเกินจะควบคุม ถึงกระนั้นความพยายามของภาครัฐที่จะเปิดประเทศและขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยก็เกิดขึ้นภายใต้โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ โครงการที่หลายคนตั้งความหวังว่าจะประสบความสำเร็จ อันจะนำไปสู่การเปิดโครงการแซนด์บ็อกซ์ในจังหวัดอื่นๆ ต่อไป เช่น จังหวัดเชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี สงขลา ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2564 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติภายใต้ Special Tourist Visa (STV) เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยต่อเนื่องและในเดือนกรกฎาคม 2564 การเปิดโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักท่องเที่ยวต่างชาติทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยสูงเกิน 1 หมื่นคนในรอบ 10 เดือน หลังจากที่ไทยเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เปิดดำเนินการมาครบสองเดือน มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาแล้วประมาณ 24,000 คน โดยเป็นการจองห้องพักตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน ซึ่งมีการจองไปกว่า 430,000 คืน ก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยตัวเลขรายได้ที่เข้ามาในจังหวัดภูเก็ตช่วงภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ โดย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า หลังจากเปิดดำเนินการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ในเดือนแรกมีรายได้ประมาณ 829 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 58,982 บาทต่อทริป แบ่งเป็นค่าที่พักมากที่สุด 282

Read More

การมีอยู่ของสัตว์เลี้ยง บำบัดหัวใจเจ้าของ

สัตว์เลี้ยงแต่ละชนิดมีคุณลักษณะ คุณสมบัติแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นความฉลาด น่ารักและมีเสน่ห์เฉพาะสายพันธุ์ ขณะที่มนุษย์มีเหตุผลในการเลี้ยงสัตว์แตกต่างกันไป บางคนใช้ความฉลาดของสัตว์เลี้ยงให้เป็นประโยชน์ บางคนเลี้ยงเพื่อเป็นเพื่อนแก้เหงา หรือบางคนที่รับเลี้ยงเพราะสงสารเมื่อสัตว์เหล่านั้นถูกทอดทิ้ง แต่ทุกเหตุผลหลอมรวมเป็นบทสรุปสุดท้ายคือ “รัก” แน่นอนว่า การเลี้ยงสัตว์ไม่ว่าจะชนิดไหน ผู้เลี้ยงควรมีความพร้อมในด้านต่างๆ ทั้งความรู้ ความเข้าใจในสายพันธุ์ที่เลี้ยง ความพร้อมด้านสถานที่ ได้รับความยินยอมจากคนในบ้าน ปัจจัยสำคัญต่อมาคือ เงิน และเวลา นั่นเพราะการเลี้ยงสัตว์แต่ละครั้งจำเป็นต้องใช้เงินพอสมควร สำหรับค่าอาหาร ค่ายาวัคซีนประจำปี อุปกรณ์การเลี้ยง หรือกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินที่ต้องได้รับการรักษา บางคนอาจมองว่าการมีสัตว์เลี้ยงไว้ในบ้านเป็นเรื่องที่สร้างความลำบาก และแน่นอนว่าบางสายพันธุ์ บางประเภทอาจสร้างความปวดหัวให้แก่ผู้เลี้ยงในบางครั้ง แต่นั่นก็นำมาซึ่งการหัวเราะ ความสุขใจ ที่ลอยอบอวลกำจายอยู่ทุกอณูในบ้าน คุณอาจเคยเห็นประโยคเหล่านี้ถูกแชร์อยู่บนโลกออนไลน์ “ถ้ามีภาวะซึมเศร้า ให้ลองเลี้ยงสัตว์ เราจะหายจากซึมเศร้า แต่เป็นโรคประสาทแทน” เป็นประโยคที่บอกเล่าประสบการณ์การเลี้ยงสัตว์ได้อย่างชัดเจน ทว่าประโยคนี้มีนัยสำคัญมากกว่านั้น เพราะนอกจากประโยชน์ที่ได้รับจากสัตว์เลี้ยง เช่น เลี้ยงไว้เฝ้าบ้าน เลี้ยงไว้แก้เหงา สัตว์เลี้ยงยังเป็นนักบำบัดจิตใจได้ดี นพ.ทวีศักดิ์ สิริรัตน์เรขา จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น เคยเขียนบทความเกี่ยวกับการบำบัดด้วยสัตว์เอาไว้อย่างน่าสนใจ “การบำบัดด้วยสัตว์” มาจากคำว่า “Animal Assisted Therapy” หรือ “Animal Therapy” คือการนำสัตว์มาร่วมในโปรแกรมการบำบัดรักษาผู้ป่วย

Read More