Home > Suwatcharee Pormbunmee

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวสะดุด โอมิครอนทำทรุดทั้งระบบ

คงเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ไวรัสโควิดสายพันธุ์โอมิครอนคือตัวดับฝันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง แม้ว่าก่อนหน้าหลายภาคส่วนจะทำเพียงแค่จับตา และคาดการณ์สถานการณ์ไปในทางบวกว่า โอมิครอนจะไม่กระทบภาคการท่องเที่ยวของไทยเท่าใดนัก แต่หลังจากเทศกาลเฉลิมฉลองปีใหม่เป็นต้นมา จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มสูงขึ้น และมีหลายคลัสเตอร์ในหลายจังหวัด กระทั่งกระทรวงสาธารณสุขต้องประกาศแจ้งการเตือนภัยด้านสาธารณสุขจากระดับ 3 เป็นระดับ 4 ซึ่งมาตรการมีตั้งแต่การปิดสถานที่เสี่ยง ทำงานจากที่บ้าน 50-80 เปอร์เซ็นต์ ชะลอการเดินทางข้ามพื้นที่ ใช้ระบบกักตัวผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ และรัฐบาลยกเลิกมาตรการเข้าประเทศแบบ Test&Go และปิดการลงทะเบียน Thailand Pass ชั่วคราว ซึ่งทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง ไม่ใช่เพียงในประเทศไทยเท่านั้นที่ประกาศใช้มาตรการควบคุมเข้มงวดสูงสุด ในขณะที่อีกหลายประเทศทั่วโลกที่เกิดการระบาดอย่างหนักก็เช่นเดียวกัน เช่น ประเทศอังกฤษ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย เป็นต้น ผลคือนักท่องเที่ยวต่างชาติยกเลิกการเดินทางเพราะมีการระบาดจากประเทศต้นทาง เป็นเหตุให้โรงแรมและที่พักต่างๆ ถูกแจ้งยกเลิกการจอง หรือเลื่อนกำหนดเวลาการเข้าพัก ตั้งแต่ 25-50 เปอร์เซ็นต์ นอกจากสถานการณ์การเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เริ่มปรากฏชัดว่าอาจไม่เป็นไปตามเป้าแล้ว การท่องเที่ยวภายในประเทศของคนไทยก็ดูจะห่างไกลกับคำว่าประสบความสำเร็จเช่นกัน ซึ่งนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า โครงการทัวร์เที่ยวไทยภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณ 5,000 ล้านบาท ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 เมษายนนี้ โครงการดังกล่าวมีคนใช้สิทธิเดินทางท่องเที่ยวผ่านบริษัททัวร์น้อยมาก

Read More

ลดน้ำหนัก ลดไขมันอย่างไรให้ได้ผล

การออกกำลังกาย ลดน้ำหนัก เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่หลายคนมักกำหนดเป็นเป้าหมายไว้ตั้งแต่เริ่มต้นศักราชใหม่ว่าจะต้องทำให้ได้ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่บรรลุตามเป้าประสงค์เสียที จนเกิดความท้อแท้ หมดความพยายามไปเรื่อยๆ หลายคนมักหาคำแก้ตัว ข้อแก้ต่างให้กับตัวเองอยู่เสมอ เช่น พรุ่งนี้ค่อย... กินไปก่อนค่อยเอาออกทีหลัง จนในที่สุดรอบเอวเริ่มหนาขึ้น กางเกงตัวเก่งเริ่มใส่แล้วไม่สบายตัวเหมือนก่อน การเปลี่ยนแปลงภายนอกที่เราสังเกตเห็นได้ หรือคนรอบข้างเริ่มทักถึงหุ่นที่เปลี่ยนไป คงยังไม่น่าหนักใจเท่าปัญหาสุขภาพที่อาจจะตามมาในไม่ช้า ทั้งปัญหาไขมันในเลือดสูงขึ้น โคเลสเตอรอลพุ่งเกินค่ามาตรฐาน ไตรกลีเซอไรด์เพิ่ม ไขมันพอกตับ โรคอ้วน เริ่มศักราชใหม่แล้ว “ผู้จัดการ 360 องศา” อยากชวนให้ผู้อ่านกลับมามีกำลังใจในการลดน้ำหนัก ลดไขมันกันอีกครั้ง เริ่มด้วยวิธีง่ายๆ ที่ไม่ยากเกินไป ไม่ต้องหักห้ามใจหรือใช้แรงใจขึ้นสูง อันดับแรก ตั้งเป้าหมายระยะสั้น ที่ทำได้ง่ายๆ ด้วยการลดเครื่องดื่มที่มีความหวานลง เช่น กาแฟเย็นหวานมัน ชานมไข่มุก น้ำอัดลม น้ำหวานสารพัดสี จากเดิมที่เคยดื่มทุกวันหลังอาหาร หรืออย่างน้อยวันละ 2-3 แก้วต่อวัน ให้เหลือวันละ 1 แก้ว และปรับลดความหวานลงอีกนิด เวลาสั่งให้เน้นย้ำกับพนักงานร้านเครื่องดื่มว่า “หวานน้อย” เรายังได้ความสดชื่นเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือสุขภาพจะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ หลายคนที่ปรับลดการดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง จะเห็นการเปลี่ยนแปลงเรื่องรูปร่างและน้ำหนักลงอย่างชัดเจนขึ้น

Read More

ค่าครองชีพพุ่งรับปีเสือ ภาระที่คนไทยต้องแบก

นับเป็นอีกหนึ่งปีที่คนไทยต้องเผชิญกับฝันร้ายในความเป็นจริง ที่ไม่ใช่เพียงแค่โรคระบาดอย่างไวรัสโควิดที่ดูจะพัฒนาเชื้อและกลายพันธุ์ได้อย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดสายพันธุ์โอมิครอนกลายเป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่หลายประเทศต้องเฝ้าระวัง เมื่อมีผู้ติดเชื้อเพิ่มจำนวนสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้ว่าอาการเบื้องต้นจะไม่รุนแรงเท่าสายพันธุ์เดลตา ทั้งนี้ นักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์จำนวนหนึ่งวิเคราะห์ไปในทิศทางเดียวกันว่า นี่อาจเป็นปลายทางของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทว่า คนไทยยังต้องพบกับฝันร้ายที่เริ่มเห็นชัดเจนขึ้น แม้จะเริ่มเห็นสัญญาณมาตั้งแต่ปีก่อน นั่นคือราคาสินค้าอุปโภค บริโภค ที่ค่อยๆ ปรับตัวสูงขึ้นจากหลายปัจจัย ทั้งปัจจัยภายในประเทศและภายนอกประเทศ ซึ่งส่งผลให้ค่าครองชีพของคนไทยในปีเสือมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ นอกเหนือไปจากอัตราค่าไฟฟ้าที่เตรียมปรับเพิ่มขึ้นอีกเกือบ 5 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ โดยจะเป็นการปรับแบบขั้นบันได ซึ่งจะทำให้ค่าเอฟทีประจำงวดเดือนมกราคมถึงเมษายน 2565 อยู่ที่ 16.71 สตางค์ เป็นผลให้อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.78 บาทต่อหน่วย หลังจากที่ตรึงราคาค่าเอฟทีมานานกว่า 2 ปี ขณะที่ราคาน้ำมันที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นนับตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา แม้จะมีการเรียกร้องจากผู้ประกอบการรถบรรทุกให้รัฐบาลช่วยพยุงราคาน้ำมันดีเซลให้อยู่ที่ 25 บาทต่อลิตร แต่ยังไม่เป็นผล ราคาขายปลีกน้ำมันต่อลิตรที่ปรับตัวสูงขึ้นย่อมส่งผลต่อราคาต้นทุนสินค้าไปโดยปริยาย นั่นไม่ใช่เพียงแต่ผู้ประกอบการที่ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น หากแต่ผู้บริโภคย่อมต้องได้รับผลกระทบเพราะเป็นผู้ที่อยู่ปลายน้ำ เมื่อราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคค่อยๆ ปรับตัวสูงขึ้นแม้จะยังไม่เห็นความแตกต่างที่ชัดเจน กระทั่งล่าสุด การปรับราคาของเนื้อหมูที่เริ่มสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 160-200 บาทต่อกิโลกรัม ปัจจุบันหมูเนื้อแดงราคาอยู่ที่ 200-250 บาทต่อกิโลกรัม สาเหตุที่ทำให้ราคาเนื้อหมูในปัจจุบันสูงขึ้นมีด้วยกันหลายสาเหตุ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้ความต้องการของผู้บริโภค บริโภคเนื้อหมูลดลง

Read More

สายมู ไหว้พระ-เพิ่มไอเทม เสริมดวงรับปี 2565

หลายคนอาจบ่นกระปอดกระแปด ว่าปี 2564 เป็นปีที่ย่ำแย่ที่สุด ชีวิตต้องเผชิญเรื่องร้ายๆ มากมายไม่รู้จักจบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเชื้อไวรัสที่นำพาเอาเรื่องร้ายเข้ามาไม่ได้หยุดหย่อน ร่างกายยังพอจะมีหนทางทำให้แข็งแรง เพื่อเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ ได้ แต่จิตใจบางครั้งต้องหาตัวช่วย การเริ่มต้นศักราชใหม่หากมีที่พึ่งพิงทางใจเพิ่มขึ้น ก็น่าจะช่วยให้อุ่นใจขึ้นมาบ้าง วันนี้ “ผู้จัดการ 360 องศา” อยากแนะนำที่พึ่งทางใจให้เหล่าสายมูทั้งหลาย เพื่อสร้างความพร้อมให้จิตใจพร้อมเผชิญสิ่งที่จะเข้ามาในปีนี้ ทั้งการไหว้พระเพื่อความเป็นสิริมงคล และไอเทมเสริมดวงที่พกติดตัวไว้ก็ไม่เสียหาย ไหว้พระขอพร แก้ปีชง มูไหนดี 1. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว ประดิษฐานพระแก้วมรกต พระคู่บ้านคู่เมืองของคนไทย หลายคนจึงเริ่มต้นปีใหม่ด้วยการสักการะ ขอพร วัดพระแก้วเป็นอันดับแรก เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต 2. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) อีกหนึ่งวัดที่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต้องหาโอกาสมาเยือนสักครั้ง มีความเชื่อที่บอกต่อกันว่า หากมาไหว้พระนอนที่วัดโพธิ์ ให้กราบที่ปลายเท้าของพระนอน เพื่อให้ชีวิตร่มเย็นเป็นสุข นอกจากนี้ ยังมีความเชื่อที่ว่า สาวโสดอายุเลข 3 หากยังไม่มีคู่ ควรมาไหว้พระที่นี่ เพราะตามศาสตร์ตัวเลข เลข 3 คือพระนอน 3. วัดสุทัศนเทพวราราม วัดสุทัศน์ คนไทยเลือกมาไหว้พระขอพรที่วัดนี้

Read More

ไอเดียของขวัญจับสลาก ที่คนได้รับไม่ยี้

เทศกาลแห่งความสุขใกล้เข้ามาทุกที ช่วงเวลานี้หลายคนอาจเริ่มมองหาของขวัญสำหรับคนในครอบครัว คนรัก เพื่อนฝูง เพื่อนร่วมงาน รวมไปถึงของขวัญสำหรับจับสลาก ปัจจุบันของขวัญจับสลากกลายเป็นเรื่องยากมากขึ้นสำหรับบางคน ทั้งข้อกำหนดเรื่องงบประมาณ เป็นประโยชน์แก่ผู้ที่จับได้ของขวัญที่เราเลือกมา ไม่เชย ไม่ชวนยี้ เช่น คุกกี้ ผ้าขนหนู กระปุกออมสิน สมุดบันทึก ปฏิทิน เมื่อข้อจำกัดเยอะขึ้นไอเดียก็เริ่มลดลง "ผู้จัดการ 360 องศา" มีไอเดียที่น่าสนใจมาฝาก ภายใต้งบ 300-1,000 บาท เผื่อเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญในการเลือกของขวัญจับสลากของคุณ ที่น่าจะถูกใจผู้รับไม่มากก็น้อย 1. ของขวัญตามสถานการณ์โลก ปีนี้ รวมไปถึงปีหน้า ของขวัญที่ดูจะเหมาะสมและเข้ากับสถานการณ์มากที่สุด คงหนีไม่พ้น หน้ากากอนามัย หน้ากากผ้า หน้ากากที่ช่วยป้องกันฝุ่น PM2.5 เมื่อทั้งผู้ให้และผู้รับคงต้องเผชิญกับสภาวะโรคระบาด รวมไปถึงฝุ่นพิษ ที่เพิ่มปริมาณขึ้นในช่วงนี้ การเลือกหน้ากากอนามัยมาเป็นของขวัญจับสลาก นอกจากจะแสดงความห่วงใยแล้วยังช่วยให้ผู้รับได้ประหยัดค่าใช้จ่ายอีกด้วย 2. กล่องสุ่ม อีกหนึ่งไอเดียของขวัญจับสลากที่เชื่อว่าหลายคนให้ความสนใจ ซึ่งตื่นเต้นทั้งคนให้และคนได้รับ เราอาจเลือกกล่องสุ่มในกลุ่มสินค้าที่คาดว่าคนรับจะชอบ และใช้ประโยชน์ได้ เช่น กล่องสุ่มขนม เครื่องสำอาง ของใช้ในบ้าน โดยเลือกให้เหมาะสมกับงบที่กำหนด 3. ของขวัญสายมู ปัจจุบันของขวัญที่เกี่ยวกับสายมู เครื่องราง ของมงคล

Read More

ส่งออกข้าวไทย 2565 ไปไกลแค่ไหนเมื่อปัญหารุมเร้า

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า อุตสาหกรรมส่งออกของไทยในปัจจุบันเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในเวลานี้ ต้องยอมรับว่าตัวเลขการส่งออกของไทยค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ นับจากการทยอยเปิดประเทศของประเทศคู่ค้าสำคัญ กระนั้นสินค้าส่งออก 10 อันดับในช่วงครึ่งปีแรก กลับไม่ใช่ “ข้าว” แต่เป็นสินค้าในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม สินค้าเกษตรกรรม (กสิกรรม, ปศุสัตว์, ประมง) สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร สินค้าแร่และเชื้อเพลิง ตัวเลขการส่งออกข้าวในช่วง 6 เดือนแรกของปี (มกราคม-มิถุนายน 2564) ที่ถูกเปิดเผยจากกรมศุลกากร พบว่า มีการส่งออกข้าวปริมาณ 2,167,591 ตัน มูลค่า 41,507 ล้านบาท หรือ 1,369.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยปริมาณส่งออกลดลง 25.8% และมูลค่าลดลง 33.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563 ที่มีการส่งออกปริมาณ 2,922,749 ตัน มูลค่า 62,041 ล้านบาท หรือ 1,980.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เรียกได้ว่า เป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากของผู้ค้าข้าวเพื่อการส่งออก เมื่อต้องพบเจอกับปัญหาและอุปสรรครอบด้าน ทั้งคู่แข่งที่มากขึ้น อัตราค่าเงินบาทที่ส่งผลต่อราคาข้าว

Read More

Camping ท่องเที่ยวกระแสใหม่ มารยาทที่ควรรู้ก่อนไปกางเต็นท์

การท่องเที่ยวแบบ Camping กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งในช่วงปี 2562 จนกระทั่งปัจจุบัน แม้สถานการณ์โรคไวรัสโควิดจะทำให้นักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ระยะหนึ่ง แต่ตลาดซื้อขายอุปกรณ์แคมปิ้ง และช่องทางการพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมการกางเต็นท์ไม่เคยแผ่วลงไปแม้แต่น้อย แม้จะไม่มีใครตอบได้ว่า เพราะเหตุใดกระแสการท่องเที่ยวแนวแคมปิ้งจึงกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง แต่ข้อดีของการท่องเที่ยวแนวนี้คือ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด แม้บางพื้นที่การเดินทางจะไม่สะดวกสบายเท่าใดนัก แต่ภาพจำของการแคมปิ้งสำหรับบางคนอาจจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากเดิมการเดินทางที่ต้องบุกป่าฝ่าดง ลุยๆ ผจญภัย เลอะเทอะ เปียกปอนผสมกันไป แต่หยาดเหงื่อและเสียงหัวเราะกับผู้ร่วมทางมักจะเกิดขึ้นเสมอ ปัจจุบันกิจกรรมแคมปิ้งกลายเป็นกิจกรรมที่สามารถเข้าร่วมได้ทั้งครอบครัว ทุกเพศทุกวัย เพราะนอกจากลานกางเต็นท์ในพื้นที่อุทยานต่างๆ แล้ว ยังมีผู้ประกอบการเอกชนจำนวนหนึ่งที่มองเห็นโอกาสของการเติบโตของตลาดนี้ เบนเข็มเข้ามาชิมลางความหอมหวานของธุรกิจลานกางเต็นท์กันอย่างหนาแน่น เรียกได้ว่าพื้นที่รัศมี 150 กิโลเมตรจากกรุงเทพมหานคร ค้นหาลานกางเต็นท์ได้ง่ายมากขึ้น ทุกวันนี้ลานกางเต็นท์เอกชนเปิดใหม่มากถึง 500 แห่ง ซึ่งทำให้ตลาดปัจจุบันมีการแข่งขันที่สูงขึ้น แน่นอนว่านี่กลายเป็นข้อดีของนักท่องเที่ยวที่มีตัวเลือกมากขึ้น ซึ่งนอกจากผู้ประกอบการลานกางเต็นท์เอกชนจะแข่งขันกันด้วยทัศนียภาพ ความสวยงามของธรรมชาติในพื้นที่ที่ตัวเองมี ผู้ประกอบการลงทุนเพียงสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสาธารณูปโภค เช่น ร้านจำหน่ายอาหารหรือร้านค้าขนาดเล็ก ห้องสุขา และห้องอาบน้ำ แม้กระแสความนิยมการท่องเที่ยวแบบแคมปิ้งจะสร้างให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจทั้งต่อตัวแทนจำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวข้องธุรกิจการท่องเที่ยวในท้องที่ เมื่อสังคมมีขนาดใหญ่ขึ้น สิ่งหนึ่งที่ตามมาคือปัญหาจากผู้คนที่มักจะละเลยต่อกฎระเบียบ และไม่สนใจที่จะแสดงมารยาทที่ดี มีการพูดคุยกันในกลุ่มสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการกางเต็นท์ถึงปัญหาที่พบเจอเป็นประจำ ได้แก่ การใช้เสียงดังเกินควรในยามวิกาล การขาดจิตสำนึกที่ดีต่อธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และอีกหลายๆ ปัญหา ซึ่งทำให้ผู้ที่ประสบพบเจอขาดความสนุก และยังเสียสุขภาพจิตทั้งที่ตั้งใจไปพักผ่อนอย่างแท้จริง “ผู้จัดการ 360

Read More

กระแสรักษ์โลกสู่ภาษีคาร์บอน กระทบธุรกิจส่งออกไทย?

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทั้งปริมาณฝนที่เปลี่ยนแปลง ความถี่และความรุนแรงของพายุ และระดับน้ำทะเล ภัยแล้ง อุทกภัย ล้วนแต่เป็นผลมาจากภาวะโลกร้อนแทบทั้งสิ้น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยออกมาจากโรงงานอุตสาหกรรม การบริโภคน้ำมัน หรือแม้แต่การดำรงชีวิตของผู้คน ล้วนแต่มีส่วนในการสร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แทบทั้งสิ้น สภาพภูมิอากาศในปัจจุบันจึงกลายเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ผู้คนในสังคมหันกลับมาให้ความสำคัญ กระแสการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคมและบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance : ESG) โดยแต่ละประเทศล้วนมุ่งไปที่การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้ตามกรอบเวลาที่ตั้งไว้ ล่าสุดสหภาพยุโรปประกาศแผน European Green Deal ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงร้อยละ 55 ภายในปี 2573 และมุ่งไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือคาร์บอนเป็นศูนย์ในปี 2593 โดยหลายแผนงานล้วนส่งผลต่อธุรกิจภายใน EU เป็นหลัก ขณะที่มาตรการเก็บภาษีคาร์บอนสินค้าข้ามแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM) ที่จะเริ่มใช้ในปี 2566 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่นำเรื่องการเก็บภาษีคาร์บอนมาใช้กับสินค้าของประเทศคู่ค้าเป็นครั้งแรก โดยสหรัฐอเมริกาอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางเดียวกันนี้มาใช้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสรุป 3 มาตรการที่ผู้ประกอบการไทยต้องเตรียมรับมือดังนี้ 1. สินค้าที่มีขั้นตอนการผลิตก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนสูงถูกเพ่งเล็งก่อน แต่สินค้าเหล่านี้ไทยไม่ค่อยได้ผลิตและส่งออกจึงไม่ได้รับผลกระทบทางตรงมากนัก โดยสินค้ากลุ่มนี้คงต้องเตรียมรับมือกับแผนงาน CBAM ของ EU

Read More

โอกาสทองของไทยกับ FTA ใหม่ หนุนการค้าระหว่างประเทศโต

ตัวเลขการส่งออกของไทยในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ขยายตัวสูงถึง 17.4 เปอร์เซ็นต์ มีมูลค่า 22.738.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้งยังเป็นการโตต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนที่ 8 นับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564 เป็นต้นมา ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากแผนผลักดันการส่งออก และมาตรการผ่อนคลายล็อกดาวน์ที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ กิจกรรมทางเศรษฐกิจทำให้เกิดการบริโภค สินค้าที่ยังคงเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดส่งออกของไทยได้แก่ สินค้าเกษตร อาหาร โดยเฉพาะข้าว ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ยางพารา เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องมือแพทย์ เหล็ก เคมีภัณฑ์ เม็ดพลาสติก รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ การขยายตัวของภาคการส่งออกคงจะพอทำให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้ยิ้มได้ แม้ว่าอุตสาหกรรมอื่นๆ ยังคงประสบกับสภาวะชะลอตัว ซบเซา แม้จะมีหลายสถาบันที่มักจะออกมาประเมินและวิเคราะห์สภาพการณ์ของตลาดไทยและตลาดโลก มองไปในทิศทางเดียวกันว่า สภาพเศรษฐกิจโดยรวมจะกลับมาดังเช่นก่อนโควิดระบาดอาจจะต้องใช้เวลานาน หรืออย่างน้อยช่วงปลายปี 2565 น่าจะพอมองเห็นอนาคตที่สดใสขึ้นบ้าง ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่า การส่งออกของไทยทั้งปี น่าจะขยายตัวได้มากกว่าที่คาด 14 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นการเติบโตที่เกิดจากการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในแต่ละประเทศ ถึงกระนั้นยังมีปัจจัยเสี่ยงอีกที่ต้องระวัง เช่น การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ และค่าระวางเรือที่สูงขึ้น ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่า และสถานการณ์โรคไวรัสโควิด-19 ในยุโรปที่จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น โดยออสเตรียเป็นประเทศแรกที่กลับมาประกาศล็อกดาวน์ นายจุรินทร์

Read More

จากจีดีพีติดลบ สู่หนทางฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

งวดเข้ามาทุกทีกับช่วงเวลาที่เหลือของศักราชนี้ หลายคนเฝ้ารออย่างมีความหวังว่าปีแห่งความทุกข์ยากนี้จะผ่านพ้นไปเสียที ทั้งสถานการณ์อันเลวร้ายของภาวะโรคระบาด สภาพความถดถอยทางเศรษฐกิจ หรือความแร้นแค้นที่ดูจะเพิ่มพูนขึ้นอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ การฝากความหวังไว้กับศักราชใหม่ดูจะไม่ผิดนัก เมื่อสถานการณ์ในหลายด้านเริ่มคลี่คลาย และพอจะมองเห็นสัญญาณที่ดีขึ้น การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่มีผู้ติดเชื้อรายวันลดลงจนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้เกือบปกติ ซึ่งเรื่องดีนี้ส่งผลต่อความมั่นใจทั้งของประชาชนในฐานะผู้บริโภค และผู้ประกอบการในทุกอุตสาหกรรม กระนั้นคงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะพลิกตัวเลขติดลบของจีดีพีไทยในไตรมาส 3/2564 ให้กลับมาบวกในเวลาอันรวดเร็ว เมื่อเศรษฐกิจไทยพึ่งพิงรายได้จากต่างประเทศมากกว่าในประเทศเมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ เมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน 2564 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้แถลงข่าวเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพี ว่ามีการปรับตัวลดลงร้อยละ 0.3 เมื่อเทียบกับการขยายตัวร้อยละ 7.6 ในไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ตัวเลขจีดีพีในไตรมาส 1/2564 อยู่ที่ -2.6 การปรับลดลงของจีดีพีในไตรมาสปัจจุบันเป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่รุนแรงในช่วงก่อนหน้า การระมัดระวังในการจับจ่ายของประชาชน หรือการลงทุนภาครัฐและเอกชนที่ลดลง เป็นปัจจัยหลัก เช่น การใช้จ่ายในหมวดสินค้าคงทนลดลงร้อยละ 14.1 เทียบกับการขยายตัวร้อยละ 13.3 ในไตรมาสก่อนหน้า หรือการลงทุนในภาพรวม ลดลงร้อยละ 0.4 เทียบกับการขยายตัวร้อยละ 7.6 ในไตรมาสก่อน ตามการลงทุนภาครัฐที่ลดลงร้อยละ 6.0 ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวร้อยละ 2.6 ชะลอลงจากการขยายตัวร้อยละ 9.2

Read More