Home > Vanida Toonpirom

“สมชาย เมฆะสุวรรณโรจน์” บิ๊กบอส iiG “First Mover” แห่งดิจิทัลเทคโนโลยี

“ผมอยู่ในวงการดิจิทัลเทคโนโลยี มาตั้งแต่ต้น เรียกได้ว่ายุคแรกเริ่มของคอมพิวเตอร์ในไทยเลยก็ว่าได้ จนมาถึงยุคที่ดิจิทัลเข้าไปมีบทบาทในทุกเรื่องของชีวิต ซึ่งทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญๆ ในเรื่องของดิจิทัลเทคโนโลยีในเมืองไทย ผมมักจะเป็นคนแรกที่อยู่ในการเปลี่ยนแปลงนั้นๆ เสมอ” บทสนทนาเริ่มต้นระหว่าง “ผู้จัดการ 360 องศา” กับ “สมชาย เมฆะสุวรรณโรจน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอแอนด์ไอ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ iiG ผู้ประกอบธุรกิจที่ปรึกษาด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีแบบครบวงจร (Tech & Digital Consulting Firm) ที่สร้างรายได้เกือบพันล้านในปีที่ผ่านมา และกลายเป็นบริษัทที่มาแรงและเป็นที่สนใจของนักลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (mai) หลังจากเข้าจดทะเบียนและทำการซื้อขายในตลาดฯ ครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2563 iiG ถือเป็นกลุ่มธุรกิจที่มาแรงในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล หรือเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่กำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบัน เพราะเป็นผู้ให้บริการด้านดิจิทัลแก่องค์กรธุรกิจที่เรียกได้ว่าครบวงจร และเป็นดั่งพี่เลี้ยงในเรื่อง Digital Transformation ให้กับองค์กรธุรกิจในไทย โดยบริการหลักๆ ของ iiG มีทั้งการทำระบบ ERP (Enterprise Resource Planning)

Read More

ไอคอนสยามต่อจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ เปิดตัว “ICS” เติมภาพเมืองใหม่ย่านฝั่งธนฯ

หลังจากเปิดตัวครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2561 ในฐานะ Global Destination และแลนด์มาร์กแห่งใหม่ย่านฝั่งธนบุรี ด้วยเม็ดเงินลงทุนกว่า 55,000 ล้านบาท ล่าสุดเมกะโปรเจกต์อย่าง “ไอคอนสยาม” (ICONSIAM) กำลังต่ออีกหนึ่งจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ ด้วยการเปิดตัว “ICS” มิกซ์ยูส ไลฟ์สไตล์ ทาวน์ แห่งใหม่ เติมภาพการสร้างเมืองย่านฝั่งธนบุรีให้ก้าวไปอีกขั้น ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาพื้นที่เมืองทางฝั่งธนบุรีมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเกิดขึ้นของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สายสีม่วง และล่าสุดกับสายสีทอง โครงการอยู่อาศัยทั้งแนวราบและคอนโดมิเนียมที่ผุดขึ้นหลักหมื่นยูนิต รวมถึงห้างสรรพสินค้าและแหล่งช้อปปิ้งที่เกิดขึ้นมาเพื่อรองรับกำลังซื้อที่จะเพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของเมือง 9 พฤศจิกายน 2561 “ไอคอนสยาม” อภิมหาโครงการที่เกิดจากการร่วมทุนของ 3 พาร์ตเนอร์ยักษ์ใหญ่ อย่าง สยามพิวรรธน์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และบริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะแลนด์มาร์กแห่งใหม่ย่านฝั่งธนบุรี ที่สร้างสีสันให้กับวงการค้าปลีกและกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่ใครๆ ต้องกล่าวถึง ไอคอนสยาม เป็นโครงการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชยกรรมแบบผสมบนพื้นที่ 50 ไร่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณถนนเจริญนคร ประกอบด้วย ไอคอนสยาม (Main

Read More

Coro Field พร้อมรีแบรนด์ จากฟาร์มเมลอน สู่ Mental Wellness

หลังจากพลิกฟื้นผืนดินที่เคยแห้งแล้งกว่า 104 ไร่ ใน อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี และพัฒนาจนกลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งแรกของประเทศไทย ในชื่อ “Coro Field” ที่มีจุดขายคือฟาร์มเมลอนสายพันธุ์พิเศษจากญี่ปุ่นมากว่า 7 ปี ถึงเวลาที่ฟาร์มเมลอนแห่งนี้จะปรับตัวอีกครั้ง เพื่อเข้าสู่แบรนด์ธุรกิจ Mental Wellness ที่ยังคงดึงพลังจาก “พืช” มาสร้างความสุขให้กับผู้มาเยือน “Coro Field” (โคโร ฟิลด์) ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 7 ปีก่อน โดยสองพี่น้อง มิตรดนัยและพันดนัย สถาวรมณี เพื่อปฏิวัติการเกษตรรูปแบบเก่า สู่ความเป็นไลฟ์สไตล์เกษตรรูปแบบใหม่ ที่ไม่ได้เป็นเพียงการปลูก แต่เป็นการสร้างสรรค์แรงบันดาลใจแก่คนเมืองและเกษตรกรรุ่นใหม่ ในฐานะสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรไลฟ์สไตล์แห่งแรกในประเทศไทย ด้วยการนำเมลอนสายพันธุ์ญี่ปุ่นและพืชผักชนิดต่างๆ มาปลูก จนกลายเป็นแลนด์มาร์กที่ใครเดินทางมายัง อ.สวนผึ้ง ต้องแวะมาเช็กอิน เที่ยวชมฟาร์มเมลอนและลิ้มรสอาหารสูตรเฉพาะของ Coro Field มิตรดนัย สถาวรมณี ในฐานะผู้ก่อตั้ง เคยกล่าวถึงที่มาของชื่อ Coro Field เอาไว้ว่า “คำว่า ‘โคโร’

Read More

สบู่มาดามหลุยส์ อีกหนึ่งธุรกิจของ “หลุยส์ เตชะอุบล”

“เตชะอุบล” เป็นอีกหนึ่งตระกูลใหญ่ที่เป็นที่รู้จักกันดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงนักธุรกิจและนักลงทุนของประเทศไทย คีย์แมนคนสำคัญของตระกูลคือ “สดาวุธ เตชะอุบล” นักธุรกิจเจ้าของอาณาจักร “คันทรี่ กรุ๊ป” โฮลดิ้ง คอมปานี ที่ลงทุนในธุรกิจหลากหลายประเภท รวมถึงธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มูลค่านับหมื่นล้าน คันทรี่ กรุ๊ป โฮลดิ้ง มีบริษัทในเครืออย่างบริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) บริษัทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ครบวงจรชั้นนำของประเทศไทย, บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFC บริษัทจัดการกองทุนแห่งแรกของประเทศไทย, บริษัท คริปโตมายด์ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ดำเนินธุรกิจชุมชนสินทรัพย์ดิจิทัลและบริษัทจัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งแรกภายใต้บริษัทลูก “Elkrem Capital” รวมไปถึงบริษัท เบาด์ แอนด์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) ที่รีแบรนด์มาจากบริษัท ผาแดงอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ PDI เน้นลงทุนในธุรกิจโรงแรมและบริการ โดยโฟกัสที่โรงแรมระดับ upscale

Read More

ตลาดน้ำมันพืช โอกาสและความผันผวน

ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา สถานการณ์ราคาน้ำมันพืชทั้งไทยและทั่วโลกมีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันสืบเนื่องมาจากปัญหาอุปทานตึงตัวจากความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับยูเครน การระงับการส่งออกน้ำมันปาล์มของผู้ผลิตและส่งออกรายใหญ่ของโลกอย่างอินโดนีเซีย และอุปสงค์ในตลาดโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง ปลายเดือนเมษายน 2565 ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด (Joko Widodo) ผู้นําอินโดนีเซีย ประกาศระงับการส่งออกน้ำมันปาล์ม เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเพื่อการบริโภคในประเทศและควบคุมราคาน้ำมันประกอบอาหารไม่ให้สูงเกินไปจนส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของชาวอินโดนีเซีย โดยให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 28 เมษายน 2565 คำสั่งดังกล่าวถูกคัดค้านอย่างหนักจากเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันเพราะทำให้รายได้ของเกษตรกรลดลง เพราะเกษตรกรเสียโอกาสจากการทำกำไรตามกลไกของตลาดในช่วงเวลานั้นที่ราคาน้ำมันปาล์มกำลังปรับตัวสูงขึ้น จนในที่สุดรัฐบาลอินโดนีเซียต้องออกมายกเลิกคำสั่งห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป แต่ถึงกระนั้นคำสั่งห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มของอินโดนีเซียได้สร้างความกังวลต่อประเทศผู้นำเข้าและสร้างความปั่นป่วนต่อตลาดน้ำมันพืชทั่วโลกอย่างยากที่จะหลีกเลี่ยง เนื่องจากน้ำมันปาล์มเป็นน้ำมันพืชที่มีการบริโภคมากที่สุด โดยมีสัดส่วนคิดเป็น 1 ใน 3 ของตลาดน้ำมันพืชทั่วโลก อีกทั้งอินโดนีเซียยังเป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่ที่สุดของโลกถึง 60% รองลงมาคือมาเลเซียที่ตามมาเป็นอันดับที่สอง ด้านวิจัยกรุงศรีระบุว่า ปี 2564 การผลิตและการบริโภคน้ำมันปาล์มทั่วโลกมีปริมาณ 72.9 ล้านตัน และ 73.5 ล้านตัน หรือคิดเป็นสัดส่วน 36.3% และ 36.5% ของปริมาณการผลิตและการบริโภคน้ำมันจากพืชทุกชนิดตามลำดับ แหล่งผลิตน้ำมันปาล์มที่สำคัญอยู่ในภูมิภาคอาเซียน โดยประเทศผู้ผลิตและส่งออกรายใหญ่ คือ อินโดนีเซียและมาเลเซีย มีผลผลิตน้ำมันปาล์มดิบ

Read More

เจนฯ ใหม่ “เตมียเวส” กับการรุกตลาดน้ำมันพืช

“เอกภัท เตมียเวส” เป็นเพียงไม่กี่คนในตระกูลเตมียเวส ที่เลือกออกมาทำธุรกิจส่วนตัวแทนการอยู่ในแวดวงราชการหรือการเมืองเหมือนคนในครอบครัว แต่ที่น่าสนใจมากไปกว่านั้นคือการเลือกเข้าสู่ “ธุรกิจน้ำมันพืช” อีกหนึ่งธุรกิจที่มีการแข่งขันที่เข้มข้น และยังมีผู้เล่นรายใหญ่จับจองตลาดอยู่ก่อนแล้ว แต่ก่อนที่จะเข้าสู่ธุรกิจน้ำมันพืชนั้น เส้นทางบนถนนสายธุรกิจของ “เอกภัท” เจเนอเรชันใหม่แห่งเตมียเวสก็มีจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เอกภัท เตมียเวส ในวัย 37 ปี เล่าถึงจุดเริ่มต้นในการทำธุรกิจกับ “ผู้จัดการ 360 องศา” ฟังว่า “ด้วยความที่ผมชอบการทำธุรกิจและการค้าขายมาตั้งแต่เด็กๆ พอมีโอกาสก็อยากทำธุรกิจของตัวเอง เลยเปิดบริษัทชื่อเตมียเวสกรุ๊ปทำอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าอย่างพวกอพาร์ตเมนต์ต่างๆ ทำธุรกิจเม็ดพลาสติก รวมถึงรับจ้างผลิตพวกขนมขบเคี้ยวแล้วส่งออกไปขายยังจีน สิงคโปร์ ฮ่องกง เพราะส่วนตัวชอบรับประทานขนมอยู่แล้ว” แต่นอกเหนือจากอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่า ผลิตเม็ดพลาสติก รับทำและจัดจำหน่ายสินค้าในกลุ่ม FMCG (Fast Moving Consumer Goods) แล้ว เตมียเวสกรุ๊ปยังเป็นผู้จัดจำหน่ายน้ำมันพืชยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งนี่เองคือจุดเริ่มต้นของการก้าวเข้าสู่ธุรกิจน้ำมันพืชของเอกภัท “เราเป็นผู้จัดจำหน่ายน้ำมันพืชยี่ห้อหนึ่ง แต่สุดท้ายทางแบรนด์เขาก็เอามาขายด้วย มันก็ทับไลน์กัน เลยมานั่งคิดว่าถ้าเป็นอย่างนี้ทำไมเราไม่ผลิตน้ำมันพืชเป็นแบรนด์ของตัวเองไปเลย เพราะมูลค่าตลาดมันใหญ่มีโอกาสเติบโตสูง ณ ช่วงเวลาที่เราตัดสินใจลุยธุรกิจน้ำมันพืช ตอนนั้นเฉพาะในเมืองไทยตลาดน้ำมันพืชมีมูลค่าตลาดราวๆ 20,000 ล้านบาท และที่สำคัญเรามีพื้นฐานด้านช่องทางการจัดจำหน่ายจากธุรกิจต่างๆ ที่ได้ทำมา” นั่นคือจุดเริ่มต้นในการเข้าสู่ธุรกิจน้ำมันพืชของเอกภัท แต่อีกหนึ่งเหตุผลคือเขามองว่าอาหารคือหนึ่งในปัจจัย

Read More

เทรนด์การลงทุนปี 2566 กับโอกาสรับไชน่ารีโอเพ่น

แม้ภาพรวมของเศรษฐกิจและการลงทุนของปี 2565 อาจดูไม่สดใสนัก เพราะต้องเผชิญกับความผันผวนมาตลอดทั้งปี ทั้งสถานการณ์เศรษฐกิจโลก สภาวะเงินเฟ้อ ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน รวมถึงความผันผวนของสินทรัพย์ดิจิทัลที่ล้วนสร้างผลกระทบต่อบรรยากาศในการลงทุน ซึ่งความผันผวนดังกล่าวจะต่อเนื่องไปถึงปี 2566 แต่นักลงทุนต่างคาดการณ์ว่าภายใต้ความผันผวนที่จะลากยาวไปถึงปีหน้า ยังคงมีโอกาสทางการลงทุนที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย และเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ในช่วงเวลานี้ของปี บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและการลงทุนต่างออกมาคาดการณ์เศรษฐกิจและแนวโน้มการลงทุนของปีที่กำลังจะมาถึง “ประกิต สิริวัฒนเกตุ” หรือ อาจารย์ปิง นักลงทุนมืออาชีพและวิทยากรด้านการลงทุนของไทย เปิดเผยถึงความท้าทายและโอกาสของการลงทุนในปี 2566 ว่า “ความท้าทายของเศรษฐกิจและการลงทุนในปี 2566 คือสภาพคล่องทางเศรษฐกิจจะหายไปมากกว่า 2 ปีที่ผ่านมา แต่โอกาสในการลงทุนยังมีอยู่แต่ก็จะยากกว่าสองปีที่ผ่านอย่างแน่นอน” โดยประกิตกล่าวเพิ่มเติมว่า สภาพคล่องทางเศรษฐกิจในปี 2566 ที่จะลดลงนั้น สาเหตุมาจาก 2 ปัจจัยหลักคือ 1. ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ดอกเบี้ยมีการปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งนั่นส่งผลต่อกิจกรรมทางการเงินต่างๆ อย่างการกู้ยืม การขอสินเชื่อจะยากมากขึ้น 2. บรรดาธนาคารกลางของแต่ละประเทศจะดูดเงินกลับพร้อมกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จากที่เคยปล่อยออกมาเพื่อเสริมสภาพคล่องทางเศรษฐกิจในช่วง 2 ปีของการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะอย่างยิ่งธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่เพิ่งดึงเงินกลับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพียงเดือนพฤศจิกายนเดือนเดียวดึงเงินกลับไปถึง 1.1 แสนล้านดอลลาร์ และน่าจะเป็นอย่างนี้ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ซึ่งคาดว่าปีหน้าทั้งปีธนาคารกลางสหรัฐฯ จะดึงเงินกลับไปราวๆ

Read More

“แดรี่โฮม” กับ Green Factory เราเลี้ยงกุ้งก้ามกราม ที่โรงงานผลิตนม

“เราเลี้ยงกุ้งก้ามกราม ที่โรงงานผลิตนม” คือคำกล่าวของ “พฤฒิ เกิดชูชื่น” ผู้ก่อตั้งบริษัท แดรี่โฮม วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ที่ชวนให้ผู้อ่านหลายคนตั้งข้อสงสัย “แดรี่โฮม” ถือเป็นผู้ผลิตนมออแกนิกรายแรกของเมืองไทย ที่ไม่เพียงผลิตนมคุณภาพดีปลอดสารตกค้าง แต่ยังให้ความสำคัญต่อกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยังเป็นต้นแบบโรงงานสีเขียว หรือ Green Factory ไม่มีการปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม และมีการบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยสู่ธรรมชาติ แต่การบำบัดน้ำเสียที่เคยทำๆ กันอยู่อาจจะดูธรรมดาเกินไป เพราะแดรี่โฮมพัฒนาไปมากกว่านั้น โดยนำน้ำเสียมาเข้ากระบวนการบำบัดจนกระทั่งสามารถนำกลับมาใช้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามได้ พฤฒิเปิดเผยว่า “เนื่องจากเราทำเรื่องออแกนิกและ Zero Waste มาตั้งแต่ต้น แต่เรามองว่าของเสียมันยังมีคุณค่าและน่าจะนำไปใช้ประโยชน์ได้อยู่ อย่างน้ำล้างเครื่องจักรของเรามันคือน้ำผสมนม ถ้าทิ้งลงไปต้องบำบัดก่อน สิ้นเปลืองพลังงานในการบำบัด แต่ถ้าเราแยกเอาสารอาหารที่อยู่ในนั้นออกมาใช้ประโยชน์ก่อนมันจะเป็นการเพิ่มมูลค่าขึ้นได้อีกมาก” โดยแดรี่โฮมจะนำน้ำเสียจากการล้างเครื่องจักรมาเข้ากระบวนการสกัดสารอาหารออกมาก่อน ซึ่งสารอาหารที่ได้จะนำไปเลี้ยงสาหร่ายคลอเรลลา (Chlorella) หลังจากนั้นจึงนำสาหร่ายคลอเรลลาที่เลี้ยงได้ไปเลี้ยงไรทะเลอาร์ทีเมีย (Artemia) อีกต่อหนึ่ง ก่อนที่จะนำไรทะเลอาร์ทีเมียไปเลี้ยงกุ้งก้ามกรามในที่สุด ซึ่งเป็นวิธีการที่แดรี่โฮมต่อยอดมาจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ “เราเลี้ยงกุ้งก้ามกรามได้ 2 ล็อตแล้วครับ ตอนนี้ขนาดอยู่ที่ 5 ตัว/โล เป้าหมายของเราคือ 3 ตัว/โล คาดว่าปีหน้าจะสามารถบรรจุเมนูกุ้งในร้านแดรี่โฮมได้” นอกจากนั้น แดรี่โฮมยังพัฒนาระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy

Read More

เปิดแนวคิด “พฤฒิ เกิดชูชื่น” ผู้บุกเบิกนมออแกนิกรายแรกในไทย

ในแวดวงการทำฟาร์มโคนมแบบออแกนิก ชื่อของ “พฤฒิ เกิดชูชื่น” น่าจะเป็นชื่อที่ถูกพูดถึงเป็นคนแรกๆ ทั้งในฐานะผู้เชี่ยวชาญและผู้บุกเบิกการทำฟาร์มโคนมแบบออแกนิกในเมืองไทย แต่ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเป็นผู้ก่อตั้ง บริษัท แดรี่โฮม วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ผู้ผลิตนมออแกนิกรายใหญ่ภายใต้แบรนด์ “แดรี่โฮม” ที่เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคมานานกว่า 2 ทศวรรษอีกด้วย “พฤฒิ เกิดชูชื่น” ถือเป็นผู้ที่คร่ำหวอดในแวดวงฟาร์มโคนมมาอย่างยาวนาน โดยหลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาสัตวบาล จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คุณพฤฒิเริ่มต้นชีวิตการทำงานที่องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทยเป็นแห่งแรก ในตำแหน่งนักวิชาการสอนปรับปรุงพันธุ์โคนม ทำงานด้านวิจัยการผสมเทียมและริเริ่มศูนย์ผลิตน้ำเชื้อพ่อพันธุ์โคนมแช่แข็ง หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้านการทำฟาร์มโคนมมากว่า 10 ปี ปี 2535 เขาตัดสินใจผันตัวเองออกมาทำธุรกิจส่วนตัว โดยเริ่มจากการร่วมหุ้นกับเพื่อนทำธุรกิจปลูกหญ้าเลี้ยงวัว ก่อนที่จะหันไปจำหน่ายอาหารวัวสำเร็จรูป และธุรกิจขายกากเบียร์เป็นลำดับ แต่เนื่องจากไม่เคยมีประสบการณ์ด้านการทำธุรกิจมาก่อน เส้นทางธุรกิจของเขาจึงไม่ราบรื่นนัก จนกระทั่งปี 2542 คุณพฤฒิได้ทดลองสร้างธุรกิจเล็กๆ ขึ้นอีกครั้งหนึ่ง จากการจุดประกายของลูกสาวตัวน้อยที่อยากมีร้านขายของในช่วงวันหยุด “จุดเริ่มต้นหนึ่งคือลูกสาวของผมเขาอยากมีร้านขายของเล็กๆ ด้วยความที่ผมอยู่ในแวดวงโคนมเลยคิดว่า ถ้าอย่างนั้นเรามาเปิดร้านขายนมกันดีกว่า แต่ที่สำคัญคือต้องเป็นนมที่ปลอดสารและมีคุณภาพดีเท่านั้น” นี่คือสารตั้งต้นเล็กๆ ของ “แดรี่โฮม” แต่ที่มากไปกว่านั้นคือความต้องการที่จะยกระดับการทำฟาร์มโคนมในประเทศไทยแบบเดิมไปสู่การทำฟาร์มที่มีผลผลิตนมที่มีคุณภาพ ปลอดสารพิษตกค้าง ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความยั่งยืนให้กับอาชีพเกษตกรผู้เลี้ยงโคนม จากประสบการณ์ในแวดวงฟาร์มโคนมมาตลอด 10 ปี

Read More

“เซ่งชง” ร้านเครื่องหนัง 6 แผ่นดิน ในมือทายาทรุ่น 4 “อาจฤทธิ์ ประดิษฐบาทุกา”

ผลิตภัณฑ์เครื่องหนังไม่ว่าจะเป็นรองเท้า กระเป๋า หรือเข็มขัด ถือเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่มีอยู่อย่างมากมายในท้องตลาด และมีหลากหลายแบรนด์ให้ผู้บริโภคได้เลือกสรร ตั้งแต่แบรนด์เล็กๆ แบบงานคราฟต์ไทยๆ ไปจนถึงแบรนด์ต่างชาติสุดหรู ท่ามกลางตัวเลือกที่มีอยู่อย่างมากมาย เครื่องหนังจากร้าน “เซ่งชง” ร้านเครื่องหนังร่วมสมัยที่มีอายุกว่า 126 ปี ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มีกลุ่มลูกค้าที่เหนียวแน่น และยังเป็นธุรกิจครอบครัวที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาอย่างยาวนาน จากร้านตัดรองเท้าหนังยุคแรกๆ ที่คนไทยเพิ่งเริ่มสวมรองเท้า สืบทอดกิจการจนมาถึงปัจจุบัน “อาจฤทธิ์ ประดิษฐบาทุกา” หรือ คุณกานต์ ทายาทรุ่นที่ 4 ที่เข้ามารับไม้ต่อธุรกิจของครอบครัว ถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นมาของ “ร้านเซ่งชง” ร้านตัดรองเท้าหนังร้านแรกของเมืองไทยให้ “ผู้จัดการ 360 องศา” ฟังว่า “ถ้าพูดถึงประวัติของร้านเซ่งชงคงต้องย้อนกลับไปราวๆ ปี พ.ศ. 2435 ตอนนั้นคุณทวดของผม ‘เซ่งชง แซ่หลิว’ ท่านเป็นชาวจีน ได้เดินทางจากมณฑลกวางตุ้งมายังเมืองไทยเพื่อมาหาชีวิตที่ดีกว่า พร้อมกับนำทักษะด้านการทำเครื่องหนังติดตัวมาด้วย เพราะท่านเป็นคนจีนแคะซึ่งมีความชำนาญด้านงานฝีมือ อย่างการทำรองเท้า การทำหนัง และเสื้อผ้า คุณทวดเลยมาเปิดร้านรองเท้าและเครื่องหนังขึ้นที่พระนคร โดยใช้ชื่อร้านตามชื่อของท่านคือร้านเซ่งชง” “ร้านเซ่งชง” เปิดกิจการครั้งแรกในปี 2439 เป็นตึกแถวเล็กๆ บริเวณสามยอด

Read More