Home > On Globalization

สุขาภิบาล หนึ่งในสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ที่ไม่ควรมองข้าม

Column: Women in Wonderland ปี 2015 องค์การสหประชาชาติได้มีการกล่าวถึงในรายงานประจำปี เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในการดื่มน้ำที่สะอาดและมีสุขาภิบาลที่ดี องค์การสหประชาชาติมองว่า เรื่องสุขาภิบาลที่ดีเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนควรจะได้รับ ในปัจจุบันมีคนกี่คนที่ถูกบังคับให้ต้องขับถ่ายในสถานที่ที่ไม่ถูกสุขลักษณะ หรือปัสสาวะใส่กระป๋องหรือถุงพลาสติกในแต่ละวัน สถานการณ์ที่ถูกบังคับนี้ล้วนเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พวกเขารู้สึกอับอายในสังคม การไม่มีสุขาภิบาลที่ดีพอในสังคมเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สังคมของเราไม่สามารถส่งเสริมความเท่าเทียมกันทางเพศในสังคมได้ เพราะแค่การใช้ห้องน้ำยังไม่มีความเท่าเทียม เรื่องนี้ทุกประเทศควรจะให้ความสำคัญและใส่ใจในการแก้ไขปัญหา ในรายงานขององค์การสหประชาชาติในปี 2015 พบว่า มีคนมากกว่า 2.4 พันล้านคนทั่วโลกที่มีสุขาภิบาลไม่ดี จากการใช้ห้องน้ำที่ไม่ถูกสุขลักษณะ องค์การสหประชาชาติยังมีรายงานเพิ่มว่ามีประชาชนมากกว่าพันล้านคนที่ต้องขับถ่ายในที่ที่ไม่ถูกสุขลักษณะ และนี่ก็จะส่งผลให้มีผู้คนอีกจำนวนหนึ่งที่เป็นโรคขาดสารอาหารและโรคท้องร่วงได้ องค์การสหประชาชาติพูดถึงห้องน้ำที่ไม่ถูกสุขลักษณะคือห้องน้ำที่ไม่สามารถกำจัดของเสียได้อย่างเป็นระบบ ทำให้ของเสียที่ถูกขับถ่ายออกมาจะกลับมาปนเปื้อนอยู่ตามแหล่งน้ำต่างๆ และทำให้ไม่มีน้ำดื่มที่สะอาดสำหรับดื่มกินในสังคม นอกจากนี้คำว่าสุขาภิบาล (Sanitation) ไม่ได้หมายความถึงเพียงแค่ห้องน้ำที่สะอาด มีการปกปิดมิดชิดเมื่อต้องทำธุระส่วนตัวเท่านั้น แต่การมีสุขาภิบาลที่ดียังรวมไปถึงการรวบรวมของเสีย การขนส่งของเสียจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งเพื่อขจัดของเสียเหล่านี้ และยังรวมไปถึงการดูแล การกำจัดหรือการนำของเสียเหล่านี้มาใช้ใหม่ ทั้งจากของเสียที่มาจากการขับถ่ายออกมาจากร่างกายมนุษย์และจากการใช้สิ่งของต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสุขาภิบาล อย่างเช่นกระดาษชำระและผ้าอนามัย เป็นต้น ซึ่งวิธีการและขั้นตอนต่างๆ เหล่านี้จะต้องทำอย่างถูกต้อง เพราะถ้าหากมีขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งผิดพลาดขึ้นมาก็จะส่งผลกระทบต่อชีวิตของคนในสังคมและสิทธิของพวกเขา จากมติของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่ 70/169 ได้มีการประกาศให้ทุกคนมีสิทธิในสุขาภิบาล โดยที่ทุกคนสามารถเข้าถึงสุขาภิบาลที่ดีได้ตลอดชีวิต สุขาภิบาลที่ดีในที่นี้หมายถึงการใช้ห้องน้ำที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ มีความปลอดภัย มีความเป็นส่วนตัว และเป็นห้องน้ำที่มีลักษณะที่ได้รับการยอมรับในสังคมนั้นๆ นอกจากนี้สิทธิในการมีสุขาภิบาลที่ดีควรจะเป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญที่รัฐบาลทุกประเทศให้ความสำคัญ เทียบเท่ากับความสำคัญในการมีอาหารที่เพียงพอและมีบ้านอยู่ในสังคม ปัญหาเรื่องสุขาภิบาลเป็นปัญหาที่ทุกคนมองข้ามรวมถึงองค์การสหประชาชาติเองด้วย เพราะในเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (Millennium

Read More

ชัยชนะของ Wonder Woman

Column: Women in Wonderland กระแสหนัง Wonder Woman เรียกได้ว่ามาแรงทีเดียว เพียงแค่เข้าฉายในอาทิตย์แรกก็ทำรายได้แบบถล่มทลายในหลายประเทศ Wonder Woman ไม่ได้เป็นเพียงแค่ภาพยนตร์ที่มีตัวเอกของเรื่องเป็นผู้หญิงเท่านั้น แต่ Wonder Woman ยังสะท้อนให้เห็นบทบาทของผู้หญิงใน Hollywood อีกด้วย โดยเฉพาะบทบาทของผู้หญิงในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์ เรามักจะได้ยินนักสิทธิสตรีจากทั่วโลกพูดถึงบ่อยครั้งว่า เราต้องการให้ผู้หญิงและผู้ชายมีสิทธิเท่าเทียมกันในสังคม รวมไปถึงการได้รับสิทธิที่เท่าเทียมกันในที่ทำงาน ไม่ว่าจะเป็นโอกาสในการรับผู้ชายและผู้หญิงเข้าไปทำงาน โอกาสในการเลื่อนตำแหน่งและความเท่าเทียมกันในการได้รับเงินเดือนจากงานที่ทำเหมือนกัน เป็นต้น เรื่องการมีสิทธิเท่าเทียมกันในสังคมถือว่าเป็นเรื่องหนึ่งที่สำคัญมาก และเป็นเรื่องหนึ่งที่องค์การสหประชาชาติได้ให้ความสำคัญมานานแล้ว สหประชาชาติต้องการให้ประเทศที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้และพยายามแก้ไขปัญหานี้ เพื่อให้ทุกๆ คนในสังคมมีความเท่าเทียมกันและไม่เกิดความแตกแยกและแตกต่างกันในสังคมเพียงเพราะเพศ ในปี 2000 ผู้นำจากประเทศต่างๆ ได้ประกาศตกลงร่วมมือกันในการลดปัญหาความยากจนลงภายใต้โครงการ Millennium Development Goals หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า MDGs ซึ่งประกอบไปด้วยเป้าหมาย 8 ประการที่จะต้องทำให้บรรลุภายในปี 2015 ซึ่งข้อหนึ่งที่ถูกเลือกให้เป็นหนึ่งในแปดของเป้าหมายที่ทุกประเทศจะต้องทำให้สำเร็จคือ เรื่องการส่งเสริมความเท่าเทียมกันทางเพศและบทบาทของสตรี ต่อมาในปี 2015 เป้าหมายนี้ยังคงไม่ประสบความสำเร็จ ผู้หญิงในหลายๆ ประเทศยังคงไม่ได้รับสิทธิที่เท่าเทียมกันกับผู้ชายในสังคม โดยเฉพาะในหลายประเทศที่มีศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติ จะยังคงเห็นได้อย่างชัดเจนว่าบทบาทและสิทธิของผู้หญิงยังคงมีน้อยกว่าผู้ชายในสังคม ในปี 2015 หลังจากที่

Read More

สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง

Column: From Paris เบื้องหลังบุรุษมีสตรีเสมอ เป็นสตรีที่คอยให้กำลังใจ บางครั้งให้คำปรึกษา ฝ่ายชายจะเชื่อหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เป็นคำที่หมายถึงภรรยาผู้นำการเมือง ซึ่งอาจเป็นประธานาธิบดีหรือนายกรัฐมนตรี แรกทีเดียวจะหมายถึงภรรยาประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา เป็นภรรยาที่ออกงานคู่ เป็นหน้าเป็นตาของประเทศ ผู้ที่ทำให้ตำแหน่งนี้โดดเด่นคงหนีไม่พ้นแจ็คเกอลีน เคนเนดี้ (Jacqueline Kennedy) ภรรยาของประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี้ (John F. Kennedy) ซึ่งได้รับเลือกตั้งขณะอายุเพียงสี่สิบเศษ แจ็คเกอลีน เคนเนดี้เป็นสาวสมัยใหม่ มีรสนิยมวิไลในการแต่งตัว กลายเป็นผู้นำแฟชั่น ทุกย่างก้าวของเธอเป็นที่จับตามอง ยามไปเยือนต่างประเทศ ผู้คนจะสนใจตัวแจ็คเกอลีน เคนเนดี้มากกว่าท่านประธานาธิบดี เมื่อครั้งไปเยือนฝรั่งเศส ประธานาธิบดีชาร์ลส์ เดอ โกล (Charles de Gaulle) เอ่ยปากชมว่าเธอเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุด ยุคสมัยเปลี่ยนไป สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งมีการศึกษาเท่าเทียมผู้เป็นสามี ที่เคยแต่เป็นช้างเท้าหลัง ไม่มีบทบาทสำคัญ ก็เริ่มมีภาระรับผิดชอบ ได้รับมอบหมายให้ศึกษาปัญหาสังคม ดังในกรณีของฮิลลารี คลินตัน (Hillary Clinton) จนถึงยุคมิเชล โอบามา (Michelle

Read More

ผู้หญิงแอฟริกันกับการเป็นเจ้าของกิจการ

Column: Women in Wonderland โดยปกติแล้วเวลาที่เราพูดถึงทวีปแอฟริกาหรือประเทศต่างๆ ที่อยู่ในทวีปแอฟริกา เรามักจะนึกถึงหรือเห็นภาพทวีปที่มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน เพชร ทองคำ และสัตว์ป่า แต่ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนกลับไม่ดีนัก มีสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ผู้คนไม่ค่อยมีอาหารและน้ำดื่มสะอาด เด็กๆ ก็ขาดสารอาหารเป็นส่วนใหญ่ และประชาชนส่วนใหญ่ก็มีรายได้น้อย ภาพลักษณ์ต่างๆ เหล่านี้ที่เราเห็นจนชินตามักจะมาจากสื่อต่างๆ ที่ต้องการให้เราเกิดความสงสารแล้วบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ และผู้คนในทวีปแอฟริกาใต้ แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่เคยนึกคิดเลยคือ จริงๆ แล้วผู้คนในทวีปแอฟริกันนั้นเขาต้องการความช่วยเหลือจากเราจากเงินบริจาคเหล่านี้จริงๆ หรือไม่ สิ่งหนึ่งที่เราควรจะเริ่มตระหนักถึงในตอนนี้คือ เมื่อเราคิดถึงทวีปแอฟริกาหรือประเทศต่างๆ ในทวีปนี้ ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนเหล่านี้ยังเป็นเหมือนกับภาพที่เราเห็นหรือได้ยินกันมานานอยู่หรือไม่ หรือว่าในความเป็นจริงชีวิตผู้คนเหล่านี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว และพวกเขาไม่ได้ลำบากเหมือนก่อนหน้านี้ หากเราลองศึกษาและค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทวีปแอฟริกา เราจะพบได้ว่าทุกวันนี้ประเทศต่างๆ ในทวีปแอฟริกามีสภาพเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ผู้คนในแต่ละประเทศก็เริ่มที่จะทำกิจการต่างๆ เพื่อให้ครอบครัวของพวกเขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ในความเป็นจริงแล้ว ผู้คนในทวีปแอฟริกาเริ่มมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพียงแต่พวกเราไม่ได้รับรู้ข่าวสารในส่วนนี้มากนัก ทำให้ยังยึดติดกับภาพลักษณ์เก่าๆ ของทวีปแอฟริกา และไม่ใช่เพียงแค่ผู้ชายเท่านั้นที่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่ผู้หญิงและเด็กในทวีปแอฟริกาก็มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเช่นกัน มีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยเลยที่ประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าของกิจการและธุรกิจของพวกเธอก็ดูจะดำเนินไปได้ด้วยดี ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าผู้เขียนเองก็เป็นหนึ่งคนที่ยังคงมีภาพลักษณ์เก่าๆ ของทวีปแอฟริกาอยู่ในหัว จนกระทั่งได้เห็น Google Doodles เมื่อเดือนที่แล้ว Google Doodles คือภาพวาดที่จะปรากฏบนหน้าหลักของกูเกิล ซึ่งภาพเหล่านี้จะถูกเปลี่ยนใหม่อยู่เรื่อยๆ ตามวันสำคัญ บุคคลที่ประดิษฐ์คิดค้น

Read More

ก้าวย่างของเอ็มมานูเอล มาครง

Column: From Paris เอ็มมานูเอล มาครง (Emmanuel Macron) ใช้เวลาเพียง 10 ปีในการทำงาน ก่อนที่จะก้าวถึงจุดสูงสุดของชีวิต คือการได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีฝรั่งเศสในปี 2017 เด็กนักเรียนเมืองอาเมียงส์ (Amiens) ที่หลงรักครูที่มีอายุมากกว่า 24 ปี เป็นความรักที่มั่นคงแม้จะพบอุปสรรค หนุ่มน้อยบอกกับครูว่า ผมจะกลับมาแต่งงานกับครู เอ็มมานูเอล มาครงเป็นเด็กที่โตกว่าอายุ อ่านหนังสือและมีสติปัญญาที่สามารถสนทนากับผู้ใหญ่ได้อย่างไม่ติดขัด นั่นเป็นความประทับใจที่บริจิต โทรเนอซ์ (Brigitte Trogneux) มีต่อเด็กนักเรียนคนนี้ เอ็มมานูเอล มาครงเคยเรียนเปียโนที่ conservatoire ของเมืองอาเมียงส์ จบปริญญาตรีด้านปรัชญา เคยทำงานให้ปอล ริเกอร์ (Paul Ricoeur) นักปรัชญาวัย 80 ปี แล้วไปจบรัฐศาสตร์ ก่อนที่จะเข้า ENA - école nationale de l’administration แหล่งผลิตมันสมอง เมื่อจบแล้วเข้าทำงานในสำนักงานผู้ตรวจการณ์การคลัง (Inspection nationale

Read More

ปัญหาเรื่องการเข้าถึงการคุมกำเนิดในประเทศสหรัฐอเมริกา

Column: Women in Wonderland หลังจากมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ของประเทศสหรัฐอเมริกาไปเมื่อสิ้นปีที่แล้ว โดนัลด์ ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งและขึ้นเป็นประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาคนที่ 45 เจะเห็นว่าตั้งแต่โดนัลด์ ทรัมป์ได้เข้าพิธีสาบานตนและเริ่มทำหน้าที่ประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอเมริกา นโยบายต่างๆ ที่ทรัมป์ได้ประกาศออกมาทำให้ประชาชนทั้งในประเทศและต่างประเทศแทบจะตั้งรับไม่ทัน และทุกนโยบายต่างก็เป็นที่กล่าวถึงในทุกๆ ประเทศ ยกตัวอย่างเช่น นโยบาย ห้ามคนจาก 7 ประเทศมุสลิมคือ อิรัก ซีเรีย ลิเบีย อิหร่าน โซมาเลีย ซูดาน และเยเมน เข้าประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 90 วัน แน่นอนว่า หลังจากประกาศนโยบายนี้ได้มีผู้คนจากทั้งในประเทศและต่างประเทศออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างท่วมท้น สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมร่วมของสภาคองเกรส ซึ่งในการกล่าวครั้งนี้เป็นการชี้แจงนโยบายการบริหารประเทศของประธานาธิบดีทรัมป์ใน 4 ปีข้างหน้านี้ ซึ่งหนึ่งในเรื่องที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้พูดถึงและจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงคือ ระบบประกันสุขภาพของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยประธานาธิบดีทรัมป์ได้เรียกร้องให้รัฐสภายกเลิกระบบประกันสุขภาพของสหรัฐอเมริกา ที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า รัฐบัญญัติดูแลสุขภาพที่คนส่วนใหญ่รับภาระได้ (Affordable Care Act) หรือที่เรียกกันอย่างสั้นๆ ว่า Obamacare และให้รัฐสภาออกกฎหมายประกันสุขภาพใหม่ ถึงแม้ว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะยังไม่ได้ประกาศออกมาว่าการเปลี่ยนแปลงระบบประกันสุขภาพจะเปลี่ยนไปในทิศทางใด แต่ประชาชนและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องก็เริ่มกังวลกับการเปลี่ยนแปลงที่จะมีในอนาคตอันใกล้ ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า ถึงแม้ว่าประเทศสหรัฐอเมริกาจะมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย แต่ค่ารักษาพยาบาลในประเทศสหรัฐอเมริกานั้นแพงมาก ทำให้มีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้

Read More

ฟรองซัวส์ โอลลองด์ รัฐบุรุษของโลกประจำปี 2016

Column: From Paris The Appeal of Conscience Foundation เป็นมูลนิธิที่แรบไบ อาร์เธอร์ ชไนเออร์ (Arthur Schneier) เป็นผู้ก่อตั้งในปี 1965 เป็นมูลนิธิที่เน้นเสรีภาพทางศาสนาและสิทธิมนุษยชนทั่วโลก เป็นมูลนิธิที่รวมผู้นำทางศาสนาและนักธุรกิจที่ต้องการเห็นสันติภาพ ความมีขันติธรรม และการแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างชนชาติ อาร์เธอร์ ชไนเออร์เห็นว่าอาชญากรรมที่ก่อในนามของศาสนาเป็นอาชญากรรมที่ก่อความเสียหายแก่ศาสนา นับตั้งแต่เกิดการก่อการร้ายถล่มตึกเวิล์ดเทรดที่นิวยอร์กเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2001 The Appeal of Conscience Foundation เรียกร้องให้ผู้นำทางศาสนาทั่วโลกลุกขึ้นต่อต้านการก่อการร้าย และใช้อิทธิพลที่ตนมีหยุดยั้งความรุนแรงและโปรโมตความมีขันติธรรม The Appeal of Conscience Foundation มีผลงานในหลายประเทศ อาทิ จีน อินเดีย อังกฤษ แอลเบเนีย อาร์เจนตินา เยอรมนี วาติกัน สาธารณรัฐเชค เป็นต้น อาร์เธอร์ ชไนเออร์เกิดที่เวียนนา แล้วเดินทางไปสหรัฐอเมริกาในปี 1974เป็นแรบไบคนแรกที่ได้รับเหรียญ Presidential Citizen

Read More

อุปสรรคในการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิงในประเทศออสเตรเลีย

Column: Women in Wonderland ประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศหนึ่งที่ถูกจัดว่าเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว รัฐบาลมีการออกนโยบายและกฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อขจัดการเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิงเหมือนกับประเทศอื่นๆ ที่พัฒนาแล้ว ในรายงานของ The Global Gender Gap Report ซึ่งจัดทำโดย World Economic Forum พบว่าในปี 2014 ประเทศออสเตรเลียถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 24 ในเรื่องความเท่าเทียมกันทางเพศจากทั้งหมด 142 ประเทศ ใน The Global Gender Gap Report นี้จัดอันดับแต่ละประเทศในเรื่องการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิง โดยวัดจากตัวชี้วัดหลักๆ ด้วยกัน 4 ด้านคือ 1) ผู้หญิงมีโอกาสในการทำงานและเลื่อนตำแหน่งเหมือนกับผู้ชายหรือไม่ 2) ผู้หญิงมีโอกาสเข้ารับการศึกษาในทุกระดับเหมือนกับผู้ชายหรือไม่ 3) อัตราการเกิดของเด็กผู้หญิงและผู้ชายมีจำนวนพอๆ กันหรือไม่ เพราะในบางประเทศจะนิยมมีลูกชายมากกว่าลูกสาว และ 4) ผู้หญิงและผู้ชายมีโอกาสในทางการเมืองเท่ากันหรือไม่ โดยเฉพาะจำนวนของผู้หญิงที่ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีในแต่ละรัฐบาล จากการจัดอันดับนี้จะเห็นได้ว่าประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศหนึ่งที่พยายามขจัดการเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิง ประเทศออสเตรเลียเองก็เคยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้หญิงเหมือนกัน คือ Julia Gillard

Read More

การข่มขืนในมหาวิทยาลัย

Column: Women in Wonderland การถูกข่มขืนนั้นส่วนใหญ่จะเกิดในสถานที่เปลี่ยวหรือในที่ที่ไม่มีผู้คนผ่านในบริเวณนั้นมากนัก โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนหรือรุ่งเช้า แต่ในปัจจุบันนี้เราจะเห็นได้ว่าถึงแม้ว่าผู้หญิงไม่ได้ไปเดินในที่เปลี่ยวๆ ก็ยังถูกข่มขืนอยู่ดี ยกตัวอย่างเช่นกรณีของเด็กหญิงอายุ 13 ปีที่เดินทางพร้อมผู้ปกครองและถูกข่มขืนบนรถไฟ ที่มีคนอยู่เต็มขบวน หรืออย่างกรณีของคุณครูสาวที่ถูกข่มขืนในห้องพักของตัวเอง กรณีเหล่านี้ย้ำให้เราเห็นว่าทุกวันนี้ผู้หญิงมีโอกาสตกเป็นเหยื่อของการถูกข่มขืนได้มากขึ้น ถึงแม้ว่าผู้หญิงจะพยายามหลีกเลี่ยงไปอยู่ในที่ที่ตัวเองมีโอกาสตกเป็นเหยื่อแล้วก็ตาม โดยปกติแล้วในสถานที่ทำงานหรือสถานศึกษามักจะมีคนคอยดูแลรักษาความปลอดภัยของตัวอาคารอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นสถานที่ทำงานหรือสถานศึกษาจึงจัดว่ามีความปลอดภัยในระดับหนึ่ง แต่ในปัจจุบันนี้สถานที่เหล่านี้ก็ไม่ได้เป็นสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับผู้หญิงอีกต่อไปถึงแม้ว่าจะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทำงานอยู่ตลอดเวลา อย่างที่ประเทศอเมริกา มีผู้หญิงเป็นจำนวนมากที่ตกเป็นเหยื่อของการถูกข่มขืนในสถาบันการศึกษาโดยเฉพาะในมหาวิทยาลัย องค์การ Rape, Abuse and Incest National Network หรือที่เรียกอย่างสั้นๆว่า RAINN ซึ่งเป็นองค์กรขนาดใหญ่ในประเทศอเมริกาเพื่อต่อต้านการใช้ความรุนแรงทางเพศในสังคม ได้ทำการเก็บสถิติของของผู้หญิงที่ถูกข่มระหว่างปี 1995–2013 พบว่า 11.2% ของนักศึกษาที่มีประสบการณ์ถูกลวนลามหรือการใช้กำลังบังคับให้ยินยอมมีเพศสัมพันธ์ด้วย การถูกข่มขืนในมหาวิทยาลัยนี้ไม่ได้มีเพียงผู้หญิงเท่านั้นที่ตกเป็นเหยื่อ แต่นักศึกษาชาย เกย์ กระเทย และเลสเบี้ยนเองก็ตกเป็นเหยื่อของการถูกข่มขืนเช่นกัน จากการเก็บสถิติของการถูกข่มขืนในช่วงเวลาดังกล่าวยังพบอีกว่า นักศึกษาหญิงระดับปริญญาตรีนั้นถูกข่มขืนในบริเวณมหาวิทยาลัยถึง 23.1% และมีผู้ชายที่ถูกข่มขืนถึง 5.4% ในขณะที่นักศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอกนั้น มีนักศึกษาหญิงถูกข่มขืนประมาณ 8.8% และนักศึกษาชายประมาณ 2.2% และมีนักศึกษาทั้งผู้ชายและผู้หญิงประมาณ 5% รายงานว่า พวกเขาถูกตามจากคนโรคจิตเมื่อพวกเขาเริ่มเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัย

Read More

ช่องว่างของเงินเดือนระหว่างผู้ชายและผู้หญิงในอเมริกาและอังกฤษ

  Column: Women in Wonderland บ่อยครั้งที่เรามักได้ยินประโยคที่ว่า ผู้ชายได้รับเงินเดือนในแต่ละปีมากกว่าเงินที่ผู้หญิงได้รับตลอดทั้งชีวิต หลายๆ คนอาจจะคิดว่า การที่ผู้หญิงได้รับเงินเดือนน้อยกว่าผู้ชายนั้นเป็นเพราะว่า พวกเธอเลือกทำงานที่มีความง่าย ไม่สลับซับซ้อน ทำให้พวกเธอได้รับเงินเดือนที่น้อยกว่า หรืออย่างในต่างประเทศก็มีประชาชนบางส่วนที่เชื่อว่า การที่ผู้หญิงได้รับเงินเดือนน้อยกว่าก็เป็นเพราะพวกเธอทำงานพาร์ทไทม์ ในขณะที่ผู้ชายทำงานเต็มเวลา จึงทำให้ผู้หญิงมีรายได้น้อยกว่าผู้ชาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปัญหาเรื่องช่องว่างของเงินเดือนระหว่างผู้ชายและผู้หญิงนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นจากสาเหตุที่กล่าวมาข้างต้นเลย ช่องว่างของเงินเดือนหรือที่ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Gender Pay Gap เป็นปัญหาเรื่องผู้ชายกับผู้หญิงที่ทำงานในลักษณะเดียวกัน มีคุณสมบัติเหมือนกัน แต่กลับได้รับเงินเดือนแตกต่างกัน ส่วนจะแตกต่างกันมากหรือน้อยนั้นก็ขึ้นอยู่กับประเทศนั้นๆ ว่ามีปัญหาช่องว่างของเงินเดือนมากขนาดไหน จริงๆ แล้วปัญหาเรื่องช่องว่างของเงินเดือนนั้นเป็นปัญหาที่มีมายาวนานแล้ว และเป็นปัญหาของทุกประเทศ รวมไปถึงประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเยอรมนี เป็นต้น ก็ยังคงต้องหาทางแก้ไขปัญหานี้ ยกตัวอย่างเช่นในสหรัฐอเมริกา American Association of University Women หรือเรียกย่อๆ ว่า AAUW ซึ่งได้ทำการศึกษาเรื่อง Gender Pay Gap ในสหรัฐอเมริกามาเป็นเวลานาน ได้เปิดเผยผลการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า  ในปี 2015

Read More