Home > วัคซีน

ลาซาด้าปูพรมฉีดวัคซีน COVID-19 ให้พนักงานด่านหน้า

ลาซาด้าปูพรมฉีดวัคซีน COVID-19 ให้พนักงานด่านหน้า ชูมาตรการความปลอดภัย – ส่งของทันใจ เพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้าช้อปออนไลน์ไร้กังวลในช่วงล็อกดาวน์ ลาซาด้า ประเทศไทย เพิ่มความมั่นใจให้กับนักช้อปและตอกย้ำในความห่วงใยที่มีต่อบุคลากรด่านหน้าที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เดินหน้าประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้แก่พนักงานปฏิบัติการทุกระดับในคลังสินค้าและพนักงานขนส่งพัสดุในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ รวมกว่า 3,000 คน เพื่อเป็นการเพิ่มความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับร้านค้าและนักช้อปถึงความพร้อมในการส่งมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งออนไลน์ที่ปลอดภัยและเป็นไปตามมาตรฐานในทุกขั้นตอน คุณสมกิจ ไทยพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ลาซาด้า โลจิสติกส์ จํากัด (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ท่ามกลางสถานการณ์ล็อกดาวน์ อีคอมเมิร์ซได้กลายเป็นช่องทางหลักในการช้อปปิ้งของผู้บริโภค ลาซาด้า ในฐานะผู้บุกเบิกแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย ตระหนักถึงบทบาทของเราในสถานการณ์ขณะนี้เป็นอย่างดี และพร้อมดึงศักยภาพด้านโลจิสติกส์ที่แข็งแกร่งของเรา ทั้งในด้านเทคโนโลยี ระบบโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงทีมงานที่พร้อมทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้ออเดอร์เข้ามาจำนวนมากบนแพลตฟอร์มสามารถส่งถึงมือผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยท่ามกลางข้อจำกัดด้านการเดินทางในสภาวะล็อกดาวน์” ขณะเดียวกัน เพื่อเสริมความปลอดภัยให้กับพนักงานและเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ลาซาด้าได้จัดหาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้บุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ในส่วนงานด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ โดยล่าสุดจัดให้พนักงานด่านหน้าที่ปฏิบัติงานอยู่ในเขตพื้นที่สีแดงเข้ารับวัคซีนที่โรงพยาบาลเปาโล พระประแดง และโรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ ซึ่งเป็นจุดให้บริการฉีดวัคซีนในพื้นที่ใกล้เคียงกับศูนย์คัดแยกสินค้า และศูนย์บริหารจัดการคลังสินค้าออนไลน์ของลาซาด้า พร้อมกันนั้นยังเร่งระดมฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรที่ปฏิบัติงานในต่างจังหวัด โดยตั้งเป้าว่าภายในเดือนสิงหาคมนี้ พนักงานด่านหน้าของลาซาด้าทั่วประเทศจะได้รับวัคซีนเข็มแรกกันถ้วนหน้า “ลาซาด้ามีความห่วงใยในสุขอนามัยและความปลอดภัยของลูกค้ารวมถึงพนักงานทุกคน ทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานของลาซาด้า หรือพนักงานสัญญาจ้างที่เข้ามาปฏิบัติงานในคลังสินค้าของเรา การฉีดวัคซีนในวันนี้เป็นหนึ่งในมาตรการดูแลและเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภครวมถึงดูแลความปลอดภัยให้แก่บุคลากรด่านหน้าที่เป็นกำลังสำคัญของเรา

Read More

“วัคซีน” ด้อยประสิทธิภาพ จุดแตกหักสังคมไทย

ความเป็นไปและสับสนว่าด้วยประสิทธิภาพของวัคซีนต้านทานและยับยั้งการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่สังคมไทยกำลังเผชิญอยู่จากผลของการจัดการจัดหาและจัดสรรวัคซีน CoronaVac ที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัท Sinovac Biotech หรือที่ได้รับการเรียกขานในนาม SINOVAC มาอย่างต่อเนื่องในสังคมไทย ด้วยเหตุที่รัฐไทยนำมาเป็นวัคซีนหลักในการระงับยับยั้งการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ดูจะเป็นประเด็นแหลมคมที่กำลังส่งผลต่อความเชื่อมั่นศรัทธาต่อระบบการสาธารณสุขไทยอย่างหนักหน่วงและอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ท่ามกลางความพยายามที่จะระบุว่าการสาธารณสุขไทยก้าวไกลและได้รับการยอมรับจากนานาประเทศในช่วงก่อนหน้านี้ กระแสข่าวว่าด้วยจำนวนผู้คนที่ล้มเจ็บด้วยเหตุแห่งการติดเชื้อ COVID-19 ที่เพิ่มมากขึ้นเป็นสถิติใหม่ในแต่ละวัน ควบคู่กับจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุที่โรงพยาบาลไม่มีเตียงรองรับผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยหนักที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ สะท้อนภาพความล้มเหลวของการสาธารณสุขไทยที่พยายามเน้นย้ำความสำคัญของบุคลากรทางการแพทย์แต่ขาดความรู้ความเข้าใจและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการนโยบายด้านการสาธารณสุขในฐานะที่ public health ต้องเป็นส่วนหนึ่งในนโยบายสาธารณะหรือ public policy อย่างจริงจัง ความล้มเหลวในการระงับยับยั้งการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่กลายพันธุ์ไปอย่างหลากหลายทำให้วัคซีนเชื้อตายที่พัฒนาขึ้นจากสายพันธุ์ดั้งเดิมเมื่อครั้งที่มีการระบาดใหญ่ระลอกแรกที่มณทลอู่ฮั่นประเทศจีน เมื่อกว่า 2 ขวบปีที่ผ่านมา ถูกตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพในการรับมือกับการระบาดระลอกใหม่ๆ ที่กำลังกลายพันธุ์และพัฒนาความรุนแรงไปสู่สายพันธุ์ Alpha-Delta และสายพันธุ์อื่นๆ ที่กำลังติดตามมาอย่างไม่อาจเลี่ยง วัคซีนป้องกันโรค COVID-19 สองยี่ห้อหลักของจีนที่พัฒนามาจากเชื้อตายทั้ง Sinovac และ SinoPharm กำลังถูกทำให้ตกเป็นข่าวในทางลบตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น รวมกระทั่งแม้แต่พบผู้เสียชีวิตในหมู่ประชากรที่ได้รับวัคซีนของ Sinovac และ SinoPharm ครบตามจำนวนแล้วก็ตาม ประเด็นดังกล่าวทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีนทั้งสองยี่ห้อนี้ แม้ว่า ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า

Read More

IMH เตรียมฉีด“ซิโนฟาร์ม” 25 มิ.ย.นี้ เดินหน้าตอกย้ำการเป็นผู้นำในการตรวจโควิด-19 แบบครบวงจร

บมจ.โรงพยาบาลอินเตอร์เมดิคัล แคร์ แอนด์ แล็บ (IMH) ประกาศตอกย้ำการเป็นผู้นำในการตรวจโควิด-19 แบบครบวงจร เสิร์ฟข่าวดีส่งท้าย Q2/64 คว้าสิทธิลงทะเบียน เป็นสถานพยาบาลให้บริการฉีดวัคซีนตัวเลือก “ซิโนฟาร์ม” ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นที่เรียบร้อย เตรียมดีเดย์ฉีคเข็มแรก 25 มิ.ย.นี้ พร้อมส่งซิกมีลูกค้าเลือกขอรับบริการฉีดกับ IMH แล้วกว่า 35,000 ราย มั่นใจภายใน Q3/64 นี้ จะมีผู้ใช้บริการครบ 50,000 ราย หรือ 100,000 โดส อย่างแน่นอน ดร.สิทธิวัตน์ กำกัดวงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลอินเตอร์เมดิคัลแคร์ แอนด์ แล็บ จำกัด (มหาชน) หรือ IMH และประธานกรรมการบริหาร โรงพยาบาลประชาพัฒน์ เปิดเผยว่า ล่าสุด บริษัทฯ ได้ลงทะเบียนเป็นสถานพยาบาลให้บริการฉีดวัคซีนตัวเลือก “ซิโนฟาร์ม” ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

Read More

เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก เปิดพื้นที่บริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด – 19 สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33

เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก (ราชประสงค์) ร่วมมือภาครัฐ เดินหน้าบริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด–19 สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 โดย บมจ.เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป ผู้บริหารศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์ สนับสนุนพื้นที่รวมกว่า 2,500 ตารางเมตร ณ บริเวณอาคาร M2 ที่ชั้น M และชั้น 1 เพื่อเป็นหน่วยบริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด – 19 ให้แก่ผู้ประกันตน จัดโดย กระทรวงแรงงาน, สำนักงานประกันสังคม ทั้งนี้เพื่อเป็นการช่วยเหลือภาครัฐ ในการให้บริการฉีดวัคซีน โควิด-19 ให้กับประชาชน อย่างเร่งด่วนให้ได้มากที่สุด เพื่อป้องกันโรคให้กับตนเองและคนรอบข้าง ตลอดจนสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับประเทศโดยเร็วที่สุด ซึ่งได้เริ่มให้บริการมาตั้งแต่เมื่อวันจันทร์ที่ 7 มิ.ย. 2564 โดยปัจจุบันยังคงเดินหน้าเปิดให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด – 19 สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 อย่างต่อเนื่อง

Read More

หวังวัคซีนหนุนจีดีพีโต ช่วยดึงเศรษฐกิจไทยพ้นวิกฤต

การแพร่ระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่ที่ดำเนินมาตั้งแต่เมื่อเดือนเมษายน 2564 ดูจะเป็นปัจจัยเร่งที่ฉุดให้การเติบโตของเศรษฐกิจไทยทรุดหนักลงไปอีก โดยการคาดการณ์ของจีดีพีไทยในปี 2564 ล่าสุดได้รับการประเมินว่าจะอยู่ในระดับที่เติบโตเพียงร้อยละ 0.8-1.6 ต่อปี หลังจากที่การระบาดระลอกที่ 3 มีแนวโน้มว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจมากถึง 5.8 แสนล้านบาท ผลพวงของการระบาดระลอกใหม่ดังกล่าวทำให้กลไกรัฐคงระดับความเข้มข้นของมาตรการควบคุมโรคยาวนานขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ขณะที่แผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงอุปสงค์ในประเทศได้รับผลทางลบค่อนข้างมาก โดยมูลค่าความเสียหายต่อเศรษฐกิจมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงถึง 4.0-5.8 แสนล้านบาท ซึ่งการระบาดของ COVID-19 ระลอกเดือนเมษายนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศมากกว่า 3 เดือน โดยสถานการณ์การระบาดในประเทศได้แพร่กระจายไปยังหลายคลัสเตอร์ทั่วประเทศ จนเป็นการยากที่จะควบคุมให้ได้ในเวลาอันรวดเร็ว สะท้อนจากจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2,000-3,000 คนต่อวัน ข้อมูลที่น่าสนใจในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาอยู่ที่สัดส่วนผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนที่ยังอยู่ในระดับต่ำที่ร้อยละ 2.3 และกระจุกตัวเพียงบางพื้นที่ ทำให้จำเป็นต้องกลับมาใช้มาตรการควบคุมการระบาดที่เข้มงวดขึ้นอีกครั้ง ซึ่งย่อมกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก่อนที่การรณรงค์ระดมปูพรมฉีดวัคซีนจะเริ่มขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางความสับสนกังวลต่อปริมาณและการกระจายวัคซีนที่กลไกรัฐดำเนินการอยู่ว่าจะสามารถขยับสัดส่วนการฉีดวัคซีนให้เพิ่มมากขึ้นตามเป้าหมายที่รัฐกำหนดไว้ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้หลายฝ่ายประเมินสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในทิศทางลบหนักหน่วงมากขึ้น เกิดขึ้นจากรูปแบบการแพร่ระบาดที่มีแนวโน้มรุนแรงและยาวนานกว่าที่คาด ส่งผลให้ต้องคงระดับความเข้มข้นของมาตรการควบคุมโรคให้ยาวนานขึ้น ขณะที่แผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่แน่นอนสูงจากการแพร่ระบาดของเชื้อกลายพันธุ์สายพันธุ์อังกฤษและอินเดียในหลายประเทศ และการระบาดครั้งใหม่นี้ทำให้เศรษฐกิจและตลาดแรงงานมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ล่าช้ากว่าเดิม การคาดการณ์ผลกระทบต่อเศรษฐกิจในช่วง 4 เดือนระหว่างเมษายนถึงกรกฎาคม คาดว่าอุปสงค์ในประเทศจะเสียหายประมาณ 1.3 แสนล้านบาท หรือประมาณร้อยละ 0.9 ต่อจีดีพี ซึ่งในกรณีที่เลวร้ายกว่านั้นหากยาวนานไปถึง

Read More

คิกออฟวัคซีนทั่วประเทศ ค้าปลีกลุ้นกระแสปลุกจับจ่าย

7 มิถุนายน 2564 เริ่มต้นคิกออฟฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วประเทศ โดยกระทรวงสาธารณสุขประกาศจะเร่งจัดหาและกระจายวัคซีนตามเป้าหมาย 100 ล้านโดส ครอบคลุมประชากรร้อยละ 70 ภายในปี 2564 เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ พลิกฟื้นสถานการณ์ประเทศไทย หยุดการติดเชื้อ และปลุกเศรษฐกิจกลับมาเติบโต โดยเฉพาะการอัดฉีดกำลังซื้อพร้อมๆ กับมาตรการกระตุ้นยอดจับจ่ายชุดล่าสุด ทั้งนี้ กระทรวงการคลังระบุว่า มาตรการลดภาระค่าครองชีพและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบของโควิดทั้ง 4 โครงการ ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติเมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา จะครอบคลุมประชาชน ประมาณ 51 ล้านคน ซึ่งแต่ละคนสามารถเข้าร่วมได้ 1 โครงการ และคาดว่าจะช่วยรักษากำลังซื้อและเติมเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจสูงถึง 473,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 1. โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะ 3 ประมาณ 13.65 ล้านคน จำนวน 200 บาทต่อคนต่อเดือน นาน 6 เดือน วงเงินรวม

Read More

เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก เปิดจุดบริการฉีดวัคซีนโควิด – 19 ให้แก่ผู้ประกันตน รองรับได้วันละ 2,000 คนต่อวัน เริ่ม 7 มิ.ย.

เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ร่วมมือภาครัฐเปิดจุดบริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด – 19 ให้แก่ผู้ประกันตน รองรับได้วันละ 2,000 คนต่อวัน (เริ่ม 7 มิถุนายน นี้) บมจ.เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป ผู้บริหารศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์ สนับสนุนพื้นที่รวมกว่า 2,500 ตารางเมตร ณ บริเวณอาคาร M2 ที่ชั้น M และชั้น 1 เพื่อเป็นหน่วยบริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด – 19 ให้แก่ผู้ประกันตน โดย กระทรวงแรงงาน, สำนักงานประกันสังคม ซึ่งถือเป็น 1 ใน จุดฉีดวัคซีน 45 แห่ง ในกรุงเทพมหานคร รับผิดชอบโดยสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานคร พื้นที่ 4 (บางรัก,ปทุมวัน) สำหรับแนวทางการประสานงานการฉีดวัคซีนกลุ่มเป้าหมาย ทางสำนักงานประกันสังคมเป็นผู้ประสานงานกับนายจ้างของแต่ละบริษัทที่มีผู้ประกันตนโดยตรงพร้อมจัดสรรเวลาตามลำดับ

Read More

“เซ็นทรัลพัฒนา” จับมือพันธมิตรกับภารกิจระดับชาติ บุกเบิกแคมเปญ “I’M VACCINATED ฉีดวัคซีนแล้วนะ” ใน 23 สาขาทั่วประเทศ

“เซ็นทรัลพัฒนา” จับมือพันธมิตรกับภารกิจระดับชาติ ตอกย้ำผู้นำต้นแบบศูนย์การค้าปลอดภัยเพื่อฉีดวัคซีนทั่วไทย บุกเบิกแคมเปญ “I’M VACCINATED ฉีดวัคซีนแล้วนะ” ใน 23 สาขาทั่วประเทศ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลพลาซา, เซ็นทรัลเฟสติวัล, เซ็นทรัล ภูเก็ต และ เซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่เอาต์เล็ตแห่งแรกของไทย จับมือพันธมิตรกับภารกิจระดับชาติ คนไทยร่วมใจฉีดวัคซีน เปิดแคมเปญ “I’M VACCINATED ฉีดวัคซีนแล้วนะ” เป็นครั้งแรกในธุรกิจศูนย์การค้าไทย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า แสดงถึงความพร้อมและความสะอาดปลอดภัยของศูนย์การค้า พร้อมเดินหน้าสนับสนุนภาครัฐ ตอกย้ำศูนย์การค้าเซ็นทรัลเป็นผู้นำ “ต้นแบบ” ศูนย์การค้าปลอดภัยเพื่อฉีดวัคซีนทั่วประเทศ ชูโมเดล Provincial Vaccination Centers โดยสนับสนุนพื้นที่รวม 40,000 ตร.ม. ใน 23 สาขาทั่วประเทศ นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า

Read More

วัคซีนต้านโควิด-โรงพยาบาลสนาม ความหวัง ความพร้อม และการจัดการของรัฐไทย

ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ ซึ่งถือเป็นระลอก 3 และมีการกระจายตัวในหลายกลุ่มคลัสเตอร์ เฉพาะระลอกใหม่ที่เกิดขึ้นในเดือนเมษายน พบผู้ติดเชื้อสะสมกว่า 17,000 ราย (ข้อมูลวันที่ 1-17 เมษายน 2564) ระลอกคลื่นแห่งหายนะในครั้งนี้ก่อให้เกิดคำถามอันนำมาซึ่งความขัดแย้งหลายประเด็นในสังคม การถามหาจิตสำนึกรับผิดชอบที่มีต่อสังคมส่วนรวม ไม่ว่าจะในแวดวงใดก็ตามเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อประชาชนบางส่วนยังไร้การตระหนักรู้ เมินเฉยต่อความเสี่ยงที่อาจได้รับ จนในที่สุดกลายเป็นต้นเหตุของการกระจายตัวของเชื้อไวรัสในระลอกสามที่ดูจะทวีความรุนแรงและขยายวงกว้างมากขึ้น นอกจากนี้ สังคมยังคงตั้งคำถามไปยังภาครัฐถึงเรื่องการสั่งซื้อวัคซีนต้านโควิด-19 และความพร้อมของโรงพยาบาลสนามในหลายพื้นที่ เพื่อรองรับกรณีที่จำนวนผู้ติดเชื้อมีจำนวนสูงขึ้น แน่นอนว่าโรงพยาบาลสนามนั้นมีไว้สำหรับรองรับผู้ติดเชื้อที่อาการไม่หนักหรือไม่มีอาการ และพร้อมจะส่งต่อผู้ติดเชื้อไปยังโรงพยาบาลรัฐหรือเอกชนที่มีรูปแบบการรักษาที่ได้มาตรฐาน คำถามต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ในโลกโซเชียล ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะขาดการสื่อสารที่ครบถ้วนจากภาครัฐเอง อีกส่วนหนึ่งอาจเกิดจากความพยายามบิดเบือนข้อมูลอันมีผลประโยชน์แอบแฝงจากฝ่ายไม่หวังดี เมื่อขาดข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนบวกกับตาชั่งที่มีบรรทัดฐานไม่เท่ากันของแต่ละคน จึงไม่น่าแปลกใจที่คนไทยจะเกิดความขัดแย้งภายใต้สถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ ทั้งที่ห้วงยามนี้น่าจะเป็นช่วงเวลาที่เรียกหาความสามัคคีให้ก่อตัวขึ้นได้ในหมู่มวลประชาชน ความจริงที่ว่า วัคซีนด้านโควิด-19 คือความหวังอันเรืองรองที่จะพลิกฟื้นวิกฤตครั้งนี้ และเป็นอาวุธสำคัญของมนุษยชาติให้เอาชนะเชื้อไวรัสได้ ประเด็นสำคัญของวัคซีนจึงเป็นเรื่องที่หลายคนตั้งข้อสงสัยว่า เพราะเหตุใดประเทศไทยจึงมีการสั่งซื้อและนำเข้าวัคซีนต้านโควิด-19 ได้เพียงแค่ 2 ล้านโดส จากบริษัทซิโนแวค และจากแอสตราเซเนกาอีก 117,600 โดส เท่านั้น อีกคำถามที่ตามมาคือ การสั่งซื้อและนำเข้าวัคซีนผูกขาดอยู่แต่กับภาครัฐเท่านั้นใช่หรือไม่ เหตุใดจึงไม่อนุญาตให้บริษัทเอกชนที่มีศักยภาพจัดหาเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน เมื่อวัคซีนจะเป็นตัวแปรสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอันนำไปสู่การเปิดประเทศในที่สุด พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตอบข้อสงสัยของคำถามดังกล่าวหลังจบการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 เมษายน

Read More

เมื่อความหวังเดินทางมาถึง และโอกาสของการท่องเที่ยวไทย

ทันทีที่ล้อของเครื่องบินแอร์บัส A350-900 เที่ยวบินที่ TG 675 ที่เดินทางออกจากปักกิ่งแตะพื้นรันเวย์กรุงเทพ นั่นหมายความว่า “ความหวังเดินทางมาถึง” และการรอคอยด้วยใจจดจ่อสิ้นสุดลงเมื่อวันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เมื่อวัคซีนล็อตแรกจำนวน 200,000 โดสจากทั้งหมด 2 ล้านโดส ส่งตรงจากบริษัท ซิโนแวค ไบโอเทค จำกัด จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ถูกส่งถึงจุดหมายปลายทาง นอกจากนี้ ยังมีวัคซีนจากแอสตราเซเนกา จำนวน 117,000 โดส ที่เดินทางมาถึงไทยเช่นกัน โดยวัคซีนล็อตแรกนี้จะถูกฉีดให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้าทั้งภาครัฐและเอกชน บุคคลที่มีโรคประจำตัว อาทิ โรคทางเดินหายใจเรื้อรังรุนแรง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตเรื้อรังระยะที่ 5 โรคเบาหวาน โรคอ้วน กลุ่มผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคโควิด-19 ที่มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย เป็นที่ทราบกันดีว่า วัคซีนคือกุญแจสำคัญในการปลดล็อกกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งในไทยและต่างประเทศ เพราะนอกจากหน้าที่หลักของวัคซีนคือการลดความรุนแรงและโอกาสการติดเชื้อไวรัสโควิดให้แก่ประชาชนแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นตัวแปรในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งระบบ แม้เศรษฐกิจไทยและทั่วโลกจะอยู่ในภาวะชะลอตัวก่อนที่โลกจะได้รู้จักกับความร้ายกาจของโควิด-19 แต่เชื้อไวรัสโควิดกลับสร้างรอยช้ำให้เศรษฐกิจทรุดตัวลงหนักกว่าเดิม โดยในปี 2563 ภาพรวมจีดีพีไทยหดตัวลงถึง 6.1 เปอร์เซ็นต์ หลายอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยหยุดชะงัก

Read More