Home > France

Mai 68

Column: From Paris การเปลี่ยนแปลงใหญ่ในแต่ละครั้ง ย่อมมีการสูญเสีย ฝรั่งเศสมีสถาบันกษัตริย์จนถึงปี 1789 ราษฎรที่กรุงปารีสแร้นแค้น ในขณะที่ราชสำนักที่แวร์ซายส์ (Versailles) ไม่ตระหนัก ชาวปารีเซียงจึงลุกฮือเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 1789 สถาบันกษัตริย์ถูกล้มล้าง กษัตริย์หลุยส์ที่ 16 และ มารี-อองตัวแนต (Marie-Antoinette) รวมทั้งขุนนางผู้ภักดีต่อสถาบันกษัตริย์ถูกประหารด้วยเครื่องกีโยตีน (guillotine) ถือเป็นการปฏิวัติใหญ่ของฝรั่งเศส หากการปฏิวัติครั้งนั้นใช่ว่าจะจบสิ้นลงในเร็ววัน แต่ยืดเยื้ออยู่หลายปี ผู้นำการปฏิวัติเข่นฆ่ากันเอง ฝรั่งเศสเพิ่งกลับมาเป็นหนึ่งเดียวในยุคนโปเลอง (Napoléon) เป็นยุคจักรวรรดิ (Empire) และแม้จะมีความพยายามรื้อฟื้นสถาบันกษัตริย์ แต่ไม่ได้ใช้ว่า กษัตริย์ของฝรั่งเศส – roi de France แต่เป็นกษัตริย์ของชาวฝรั่งเศส – roi des Français แล้วก็มาถึงยุคสาธารณรัฐ (République) ที่ล้มลุกคลุกคลาน จนมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี 1958 การเมืองฝรั่งเศสจึงค่อยมั่นคง ฝรั่งเศสมีการ “ปฏิวัติ” ใหญ่อีกครั้งหนึ่งในปี

Read More

กีฬาฟุตบอลกับคนฝรั่งเศส

Column: From Paris ยุคหนึ่งสถานทูตฝรั่งเศสที่กรุงเทพฯ มีอุปทูตที่หนุ่มมาก อายุเพียงสามสิบกว่าๆ เป็นคนหนุ่มที่สนใจกีฬามาก ติดตามข่าวคราวและการถ่ายทอดสดทั้งฟุตบอล รักบี้ และอื่นๆ และนักการทูตผู้นี้แหละที่ทำให้รู้จักฟุตบอลฝรั่งเศสในยุคที่ทีมชาติฝรั่งเศสมีกองกลางที่เข้มแข็ง เรียกสี่ทหารเสือ อันมี มิเชล ปลาตินี (Michel Platini) หลุยส์ แฟร์นองเดซ (Louis Fernandez) ฌอง ติกานา (Jean Tigana) อแลง จีแรส (Alain Giresse) นักการทูตคนอื่นแอบถากถางลับหลังอุปทูตผู้นี้ว่า รสนิยมต่ำ เพราะชาวฝรั่งเศสในยุคนั้นถือฟุตบอลเป็นกีฬาสำหรับคนระดับล่าง ชาวฝรั่งเศสมองกีฬาฟุตบอลต่างออกไปเมื่อฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพจัดบอลโลกในปี 1998 France 98 ต่างหันมาเชียร์ฟุตบอล โดยเฉพาะอย่างยิ่งทีมชาติฝรั่งเศสที่ประกอบด้วยคนหลายสีผิว จนประธานาธิบดีฌาคส์ ชีรัก (Jacques Chirac) ให้คำจำกัดความว่า Black blanc beur และเมื่อฝรั่งเศสได้เป็นแชมป์โลก ชาวฝรั่งเศสทั้งประเทศปลื้มปีติ นับแต่นั้นภาพลักษณ์ของนักฟุตบอลดูดีขึ้น หลายคนกลายเป็นขวัญใจมหาชน อย่างไรก็ตาม ฟุตบอลสามารถดึงความสนใจของชนชั้นปกครองฝรั่งเศสเสมอมา เมื่อวันที่

Read More

ก้าวย่างของซีเนอดีน ซีดาน

Column: From Paris นักฟุตบอลฝรั่งเศสที่เป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลก นอกจากมิเชล ปลาตินี (Michel Platini) ในทศวรรษ 1980 แล้ว ยังมีซีเนอดีน ซีดาน (Zinedine Zidane) ที่กลายเป็นวีรบุรุษของชาวฝรั่งเศส เมื่อสามารถโขกลูกเข้าประตูบราซิลไป 2 ลูกในรอบชิงชนะเลิศปี 1998 ทำให้ฝรั่งเศสได้เป็นแชมป์โลก โดยลูกสามยิงโดยเอ็มมานูเอล เปอติต์ (Emmanuel Petit) ฝรั่งเศสจึงชนะไป 3-0 และต่อมาอีก 2 ปีได้เป็นแชมป์ยูโร ซีเนอดีน ซีดานรู้จักกันในชื่อ ซีซู (Zizou) ซีเนอดีน ซีดานเล่นฟุตบอลในฝรั่งเศส เริ่มดังเมื่อเล่นกับสโมสร Girondins de Bordeaux ก่อนย้ายไปสโมสร Juventus ของอิตาลี หลังจากที่ได้เป็นแชมป์โลกไม่กี่ปี ซีเนอดีน ซีดานก็ย้ายไปอยู่ทีม Real Madrid ของสเปน ซึ่งเป็นสโมสรที่รวมนักฟุตบอลดังอย่าง Raul, Luis

Read More

Bistronomie

Column: From Paris Bistro หรือ Bistrot บิสโทร บิสโทรต์ เป็นร้านเหล้าที่ขายอาหารด้วย ส่วน bistronomie บิสโทรโนมี เป็นร้านอาหารที่เสิร์ฟอาหารที่เป็น gastronomie Guide Michelin ฉบับสีแดง เป็นหนังสือที่แนะนำร้านอาหาร และให้ดาวแก่เชฟที่ทำอาหารอร่อย แต่การเป็นร้านอาหารติดดาวมิชแลงนั้นมีข้อจำกัดมากมาย ต้องมี cadre ที่โก้หรู ร้านต้องสวยโก้ ผ้าปูโต๊ะเป็นผ้าลินิน ไหนจะแก้วเจียระไน ช้อนส้อมเงิน ล้วนต้องเริ่ดหรู อาหารต้องอร่อย เป็น gastronomie อาหารต้องปรุงด้วยวัสดุที่มีคุณภาพ ตกแต่งสวยงาม ไวน์ชั้นยอด และการบริการเยี่ยม หากอย่างใดอย่างหนึ่งบกพร่อง Guide Michelin อาจลดดาวหรือถอนดาวได้ ร้านอาหารติดดาวจึงราคาแพงมาก มีลูกค้าเพียงหยิบมือหนึ่ง เชฟติดดาวพบว่าตนเองเหนื่อยมากกับการทำตามข้อจำกัดของ Guide Michelin และต้องใช้เงินมากในการทำนุบำรุง ไหนจะพนักงานทั้งในส่วนบริการและในห้องครัว ส่วนหนึ่งจึงขอถอนตัว คืนดาวให้ Guide Michelin แล้วหันมาทำร้านอาหารธรรมดา ที่เสิร์ฟอาหารแบบ gastronomie

Read More

ฌอง ก็อกโต อาร์ทิสต์หลากแขนง

Column: From Paris ชอบแหวนของการ์ทีเอร์ (Cartier) รุ่นหนึ่ง เป็นทองสามสีไขว้กัน วงหนึ่งเป็นทองขาว อีกวงหนึ่งเป็นทองคำสีเหลืองและวงสุดท้ายเป็นทองสีชมพู เป็นรุ่นชื่อ Trinity รู้สึกว่าเท่ดี ร้านเพชรที่เคยคุ้นในอดีตทำเป็นแหวนก้อยให้ น่ารักมาก จำไม่ได้ว่ายกให้สาวคนไหนแล้ว Trinity เป็นผลงานการออกแบบของฌอง ก็อกโต (Jean Cocteau) แล้วให้ห้างการ์ทีเอร์ทำให้ บางกระแสก็บอกว่าการ์ทีเอร์ทำออกมา บังเอิญให้ฌอง ก็อกโตไปเห็นเข้า เขาชอบใจจึงสั่งทำหลายวง สำหรับสวมเองและมอบเป็นของขวัญใครบางคน ฌอง ก็อกโตเป็นอาร์ทิสต์หลากแขนง เขาเริ่มจากการเขียนบทกวี หนังสือบทกวีเล่มแรกของเขาคือ La lampe d’Aladin เอดูอารด์ เดอ มักซ์ (Edouard de Max) ชอบใจบทกวีของเขา จึงจัดให้มีการอ่านบทกวีที่โรงละครเฟมีนา (Fémina) ผู้ชมชอบใจ ฌอง ก็อกโตในฐานะกวีจึงดังนับแต่นั้น เขาชอบเข้าสังคมคนดัง และกลายเป็นหนุ่มสำอางชื่อดังในยุคนั้น ฌอง ก็อกโตชอบใจผลงานของแซร์จ เดอ ดีอากีเลฟ (Serge de Diaghilev)

Read More

ราวกับหนัง

Column: From Paris คนหนึ่งขาว คนหนึ่งดำ ขาวเดินเข้าไปในห้างเพชร เขาแต่งตัวดีให้สมกับคนที่จะมาซื้อเครื่องเพชร สวมแว่นตาดำและเสื้อโค้ตตัวใหญ่ ขาวแจ้งความจำนงแก่พนักงานขายว่าต้องการซื้อแหวนให้ภรรยาเพื่อเป็นการขอโทษ แล้วดำก็เดินเข้ามาในร้านหลังจากนั้นไม่นาน เขาแต่งกายทะมัดทะแมง สวมแว่นตา หมวกแก๊ป หิ้วกระเป๋าใบใหญ่ พนักงานขายสะดุดตากับรูปลักษณ์ของขาว เพราะวิกผมไม่เข้าที่เข้าทาง จึงส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งโทรศัพท์แจ้งตำรวจทันที ขาวควักปืนออกมา พร้อมกับกล่าวว่า นี่คือการปล้น ดำก็ควักปืนกลออกมาจากกระเป๋าเช่นกัน พร้อมกับสั่งให้ทุกคนนอนคว่ำหน้ากับพื้น และมัดแขนไขว้ไปข้างหลัง ขาวสั่งให้ผู้จัดการร้านเปิดตู้ และรวบรวมเครื่องเพชรได้กว่า 200 ชิ้น มูลค่ากว่า 800 ล้านยูโร และแล้วเสียงไซเรนของรถตำรวจใกล้เข้ามา ขาวสั่งดำให้ใส่กระสุนปืนกล และถามหาทางออกฉุกเฉิน พร้อมกับจับตัวสตรีซึ่งเป็นผู้จัดการร้าน ถือระเบิดมือจ่อที่คอของเธอ ตำรวจเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง ดำถือปืนกลดูแลข้างหลัง ทั้งสองออกมาถึงรถมอเตอร์ไซค์ และปล่อยตัวประกันไป ทั้งสองหนีเข้าไปในร้านทำผมสตรีที่ห่างจากที่เกิดเหตุไป 3 กิโลเมตร การล้อมจับดำเนินไปครู่ใหญ่ มีการยิงโต้ตอบประปราย ในที่สุดเมื่อไม่มีทางรอดไปได้ ขาวและดำก็ยอมจำนน ผู้เป็นฮีโรในเหตุการณ์ครั้งนี้คือช่างทำผม ซึ่งเป็นชายผมขาว เขาถูกข่มขู่จากขาวและดำ ดำนั้นถูกยิงที่แขน ช่างทำผมจึงบอกว่าเคยเป็นทหารเรือมาก่อน รู้จักวิธีหยุดเลือด เขาจึงทำการปฐมพยาบาลให้ดำ ความตึงเครียดจึงลดลง และหาเครื่องดื่มให้ดำเพราะเสียเลือดมาก

Read More

วัยรุ่นสีผิวเป็นปัญหา

Column: From Paris เดินเที่ยวในปารีสหรือในรถไฟใต้ดินเห็นชาวฝรั่งเศสแท้ๆ น้อยมาก มีแต่ “ชาวต่างชาติ” หลากสีผิว ผิวดำมะเมื่อมจากกาฬทวีป ดำน้อยหน่อยก็มี ออกสีน้ำตาลเป็นชาวเกาะจากจังหวัดหรือดินแดนโพ้นทะเลของฝรั่งเศส หรือออก “แขก” จากแอฟริกาเหนือ ที่เรียกว่า มาเกรบ (Maghreb) อันประกอบด้วยแอลจีเรีย โมร็อกโก และตูนิเซีย มีบ้างจากอียิปต์ พ่อค้าผลไม้ชาวอียิปต์รูปร่างสูงใหญ่ออกจะดูแคลนชาวมาเกรแบง (Maghrébin) ชาวเอเชียก็มีเยอะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวอินโดจีน อันมีเขมร เวียดนาม และลาว ที่อพยพหนีภัยคอมมิวนิสต์หลังจากเขมรแตกในปี 1975 ในฐานะเจ้าอาณานิคมเก่า ฝรั่งเศสจึงเอื้อเฟื้อรับชาวอินโดจีนมาตั้งถิ่นฐาน ที่ปารีส มาชุมนุมในเขต 13 (13ème arrondissement) เรียกกันว่าย่านคนจีน อันที่จริงย่านคนจีนเก่าแก่อยู่ที่แบลวิล (Belleville) เป็นชาวจีนจากเวนโจวที่หนีภัยคอมมิวนิสต์เช่นกัน เมื่อเมาเซตุงเริ่มรุกคืบจนครอบครองประเทศจีนในที่สุด ในขณะที่ชาวแต้จิ๋วอยู่ที่เขต 13 ปัจจุบันมีชาวจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาอาศัยในฝรั่งเศสเยอะมาก เข้ามาได้อย่างไรก็ไม่ทราบ ทางการฝรั่งเศสไม่ค่อยรังเกียจชาวจีน เพราะขยันทำมาหากิน ไม่สร้างปัญหา ร้านค้าแถวบ้านที่มี “แขก” เป็นเจ้าของ

Read More

ฟรองซัวส์ โอลลองด์ รัฐบุรุษของโลกประจำปี 2016

Column: From Paris The Appeal of Conscience Foundation เป็นมูลนิธิที่แรบไบ อาร์เธอร์ ชไนเออร์ (Arthur Schneier) เป็นผู้ก่อตั้งในปี 1965 เป็นมูลนิธิที่เน้นเสรีภาพทางศาสนาและสิทธิมนุษยชนทั่วโลก เป็นมูลนิธิที่รวมผู้นำทางศาสนาและนักธุรกิจที่ต้องการเห็นสันติภาพ ความมีขันติธรรม และการแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างชนชาติ อาร์เธอร์ ชไนเออร์เห็นว่าอาชญากรรมที่ก่อในนามของศาสนาเป็นอาชญากรรมที่ก่อความเสียหายแก่ศาสนา นับตั้งแต่เกิดการก่อการร้ายถล่มตึกเวิล์ดเทรดที่นิวยอร์กเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2001 The Appeal of Conscience Foundation เรียกร้องให้ผู้นำทางศาสนาทั่วโลกลุกขึ้นต่อต้านการก่อการร้าย และใช้อิทธิพลที่ตนมีหยุดยั้งความรุนแรงและโปรโมตความมีขันติธรรม The Appeal of Conscience Foundation มีผลงานในหลายประเทศ อาทิ จีน อินเดีย อังกฤษ แอลเบเนีย อาร์เจนตินา เยอรมนี วาติกัน สาธารณรัฐเชค เป็นต้น อาร์เธอร์ ชไนเออร์เกิดที่เวียนนา แล้วเดินทางไปสหรัฐอเมริกาในปี 1974เป็นแรบไบคนแรกที่ได้รับเหรียญ Presidential Citizen

Read More

อาแญส ซอเรล

  Column: From Paris อองแวรส์ (Anvers) หรือแอนต์เวิร์พ (Antwerp) ในภาษาอังกฤษ เมืองค้าเพชรของเบลเยียมมีพิพิธภัณฑ์ Musée des beaux-arts จึงขอไปชม แล้วติดใจภาพเขียนหนึ่ง La vierge à l’enfant entourée des anges ของฌอง ฟูเกต์ (Jean Fouquet) ภาพพระแม่มารีกับพระเยซูน้อย เป็นภาพพระแม่มารีที่แหวกแนว ด้วยว่าเปิดถันข้างหนึ่ง อันที่จริงภาพนี้คือภาพอาแญส ซอเรล (Agnès Sorel) ที่เลื่องลือเรื่องความงามนั่นเอง อาแญส ซอเรล เกิดในปี 1422 ในครอบครัวขุนนางเก่าของแคว้นปิการ์ดี (Picardie) ได้รับการศึกษาอบรมเพื่อเป็นข้าหลวงในราชินีอิซาแบลแห่งลอแรน (Isabelle de Lorraine) มเหสีของเรอเน ดองจู (René d’Anjou) ภายหลังได้เป็นสนมเอกของกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 7 (Charles VII) ของฝรั่งเศส ดุ๊กแห่งบูร์โกญ

Read More

“นักคิด” ของโอกุสต์ โรแดง

 Column: From Paris  ในบรรดาประติมากรฝรั่งเศส ที่ดังที่สุดเห็นจะเป็นโอกุสต์ โรแดง (Auguste Rodin) เห็นครั้งแรกในพิพิธภัณฑ์แห่งออร์เซย์ (Musée d’Orsay) ลักษณะบึกบึนบ้าง อ่อนช้อยบ้าง มีหลายขนาดด้วยกัน หากที่ได้ชมจนอิ่มตาอิ่มใจก็ที่พิพิธภัณฑ์โรแดง (Musée Rodin) ซึ่งนอกจากคอลเลกชั่นถาวรแล้ว ยังมีนิทรรศการจรอีกด้วย ในสวนสวยตั้งผลงานของโอกุสต์ โรแดง เป็นระยะๆ รูปปั้นในสวนโดดเด่นไม่แพ้ที่แสดงในอาคาร อาจจะสวยกว่าเสียอีก เพราะเป็นผลงานเด่นๆ ของประติมากรผู้นี้ เพียงเข้าไปในบริเวณ ชายผู้หนึ่งนั่งอยู่บนแท่นสูง เท้าศอกขวาบนตัก และมือยันคางไว้ มีลักษณะครุ่นคิด ชายผู้นี้เต็มไปด้วยมัดกล้าม ทำด้วยบรอนซ์ แรกทีเดียวมีชื่อว่า กวี–Le poète โอกุสต์ โรแดง ปั้นให้อยู่ในท่ากำลังคิดถึงบทกวี หากในภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น นักคิด–Le penseur แล้วแต่จะจินตนาการว่ากำลังคิดถึงอะไร Le penseur เป็นประติมากรรมที่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (Louvre) สั่งทำเพื่อตั้งไว้หน้าประตูของพิพิธภัณฑ์อารต์เดโก (Musée des arts décoratifs) และประตูพิพิธภัณฑ์ใหม่แห่งนี้ก็สั่งให้โอกุสต์

Read More