Home > Supapim Mancel

ฟรองซัวส์ โอลลองด์ ส่งเสียง

Column: From Paris ฟรองซัวส์ โอลลองด์ (François Hollande) เป็นประธานาธิบดีที่ชาวฝรั่งเศสชื่นชอบน้อยที่สุด เริ่มจากการที่ประกาศตัวเป็นประธานาธิบดี “ธรรมดาๆ” เพื่อให้ต่างจากนิโกลาส์ ซาร์โกซี (Nicolas Sarkozy) ที่ติดความหรูหรา คบหาแต่นักธุรกิจชั้นนำ จนสื่อฝรั่งเศสอดติงไม่ได้ว่า เว่อร์–bling bling ประกอบกับเปิดชีวิตส่วนตัวออกสื่อ นับตั้งแต่การพยายามหว่านล้อมเซซีเลีย ซาร์โกซี (Cécilia Sarkozy) ให้หวนคืนเมื่อเขาประกาศลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2007 มิไยสาวเจ้าจะพบรักใหม่แล้วก็ตาม เป็นความพยายามที่ต้องการแสดงต่อสาธารณชนว่ามีครอบครัวที่เป็นสุข แต่แล้วก็ไปไม่รอด เมื่อเซซีเลียขอหย่าเพื่อไปเริ่มชีวิตใหม่ เพียง 2 เดือนให้หลัง นิโกลาส์ ซาร์โกซีก็แต่งงานใหม่กับคาร์ลา บรูนี (Carla bruni) นางแบบนักร้อง ประธานาธิบดีธรรมดาๆ นี่เป็นสิ่งที่ยากยิ่งสำหรับฟรองซัวส์ โอลลองด์ ซึ่งเลิกรากับเซโกแลน รัวยาล (Ségolène Royal) นักการเมืองผู้ร่วมอุดมการณ์และเป็นรัฐมนตรีหลายสมัย ทั้งๆ ที่มีลูกด้วยกัน 4 คน เพื่อใช้ชีวิตร่วมกับวาเลรี ทรีเอร์ไวเลอร์

Read More

ท่าทีของเอ็มมานูเอล มาครง ต่อสื่อ

Column: From Paris ฟรองซัวส์ โอลลองด์ (François Hollande) เป็นเลขาธิการพรรคสังคมนิยมอยู่ 11 ปี ได้รับเลือกเป็นตัวแทนพรรคในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2012 เป็นประธานาธิบดีฝรั่งเศสอยู่ 5 ปี เป็น 5 ปีที่เขาพาพรรคสังคมนิยมกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้งหนึ่งหลังจากยุคสมัยของฟรองซัวส์ มิตแตรองด์ (François Mitterrand) ระหว่างปี 1981-1995 ในขณะเดียวกันฟรองซัวส์ โอลลองด์ก็เป็นผู้ทำให้พรรคสังคมนิยมตกต่ำที่สุด เพราะผลงานของเขาไม่เข้าตาชาวฝรั่งเศส ความนิยมลดต่ำมากอย่างน่าใจหาย ถือได้ว่าเป็นประธานาธิบดีที่ชาวฝรั่งเศสไม่ชื่นชอบที่สุด ฟรองซัวส์ โอลลองด์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีในช่วงที่เศรษฐกิจฝรั่งเศสมีปัญหา ปัญหามาจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกประการหนึ่ง อีกประการหนึ่งมาจากปัจจัยภายในประเทศเอง ความเติบโตทางเศรษฐกิจไม่กระเตื้อง อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้น และกลายเป็นปัญหาใหญ่ จนฟรองซัวส์ โอลลองด์ประกาศว่า หากอัตราการว่างงานไม่ลดลงเมื่อวาระของเขาหมดลง เขาจะไม่ลงเลือกตั้งสมัยที่ 2และเขาก็ไม่ได้ลงเลือกตั้งสมัยที่ 2 พลันที่เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครงก็มีงานการเมืองระหว่างประเทศรออยู่ เขาแสดงให้เห็นความปราดเปรื่องบนเวทีระหว่างประเทศ จนได้รับความชื่นชมทั้งในและนอกประเทศ แต่กลับประสบปัญหาด้านการเมืองภายในประเทศ รัฐมนตรีหลายคนเกี่ยวข้องกับการว่าจ้างผู้ช่วยอย่างไม่ถูกต้อง การใช้เงินผิดประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนใกล้ตัวอย่างริชาร์ด แฟรองด์ (Richard Ferrand) ซึ่งเป็นผู้อำนวยการกลุ่มการเมือง

Read More

ร้านอาหารย่านมงต์ปาร์นาส

Column: From Paris การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสรอบแรกเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2017 เอ็มมานูเอล มาครง (Emmanuel Macron) แห่งกลุ่มการเมือง En Marche! นักการเมืองวัย 39 ปี ที่ไม่เป็นที่รู้จักนักเมื่อ 3 ปีที่แล้ว มาเป็นอันดับหนึ่ง เป็นความสำเร็จเกินความคาดหมาย จำต้องมีการฉลองสักหน่อย เอ็มมานูเอล มาครงจึงเชิญผู้ที่มีส่วนร่วมในการหาเสียงเลือกตั้ง และผู้หลักผู้ใหญ่ที่ให้การสนับสนุนและเป็นที่ปรึกษา ไปรับประทานอาหารที่ภัตตาคาร La Rotonde บนถนน boulevard du Montparnasse ท่ามกลางความไม่เห็นด้วยของคนใกล้ชิด เพราะเกรงจะเป็นที่หมั่นไส้ของชาวฝรั่งเศสที่รับไม่ได้ต่อความฟู่ฟ่าของ นิโกลาส์ ซาร์โกซี (Nicolas Sarkozy) ที่เชิญนักธุรกิจใหญ่ๆ หลายคนไปฉลองที่ตนได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีในปี 2007 ที่ภัตตาคารหรูอย่าง Fouquet’s ย่านชองป์เซลีเซส์ (Champs-Elysées) แล้วหลังจากนั้นนิโกลาส์ ซาร์โกซีไปท่องเที่ยวด้วยเรือยอชต์ของนักธุรกิจผู้หนึ่ง ทำให้ชาวฝรั่งเศสตระหนักว่าประธานาธิบดีคนใหม่ชอบแต่ความหรูหรา อย่างไรก็ตาม ทั้งสองกรณีนี้ไม่เหมือนกันตรงที่เอ็มมานูเอล มาครงเชิญแต่ผู้ร่วมงาน

Read More

สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง

Column: From Paris เบื้องหลังบุรุษมีสตรีเสมอ เป็นสตรีที่คอยให้กำลังใจ บางครั้งให้คำปรึกษา ฝ่ายชายจะเชื่อหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เป็นคำที่หมายถึงภรรยาผู้นำการเมือง ซึ่งอาจเป็นประธานาธิบดีหรือนายกรัฐมนตรี แรกทีเดียวจะหมายถึงภรรยาประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา เป็นภรรยาที่ออกงานคู่ เป็นหน้าเป็นตาของประเทศ ผู้ที่ทำให้ตำแหน่งนี้โดดเด่นคงหนีไม่พ้นแจ็คเกอลีน เคนเนดี้ (Jacqueline Kennedy) ภรรยาของประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี้ (John F. Kennedy) ซึ่งได้รับเลือกตั้งขณะอายุเพียงสี่สิบเศษ แจ็คเกอลีน เคนเนดี้เป็นสาวสมัยใหม่ มีรสนิยมวิไลในการแต่งตัว กลายเป็นผู้นำแฟชั่น ทุกย่างก้าวของเธอเป็นที่จับตามอง ยามไปเยือนต่างประเทศ ผู้คนจะสนใจตัวแจ็คเกอลีน เคนเนดี้มากกว่าท่านประธานาธิบดี เมื่อครั้งไปเยือนฝรั่งเศส ประธานาธิบดีชาร์ลส์ เดอ โกล (Charles de Gaulle) เอ่ยปากชมว่าเธอเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุด ยุคสมัยเปลี่ยนไป สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งมีการศึกษาเท่าเทียมผู้เป็นสามี ที่เคยแต่เป็นช้างเท้าหลัง ไม่มีบทบาทสำคัญ ก็เริ่มมีภาระรับผิดชอบ ได้รับมอบหมายให้ศึกษาปัญหาสังคม ดังในกรณีของฮิลลารี คลินตัน (Hillary Clinton) จนถึงยุคมิเชล โอบามา (Michelle

Read More

ก้าวย่างของเอ็มมานูเอล มาครง

Column: From Paris เอ็มมานูเอล มาครง (Emmanuel Macron) ใช้เวลาเพียง 10 ปีในการทำงาน ก่อนที่จะก้าวถึงจุดสูงสุดของชีวิต คือการได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีฝรั่งเศสในปี 2017 เด็กนักเรียนเมืองอาเมียงส์ (Amiens) ที่หลงรักครูที่มีอายุมากกว่า 24 ปี เป็นความรักที่มั่นคงแม้จะพบอุปสรรค หนุ่มน้อยบอกกับครูว่า ผมจะกลับมาแต่งงานกับครู เอ็มมานูเอล มาครงเป็นเด็กที่โตกว่าอายุ อ่านหนังสือและมีสติปัญญาที่สามารถสนทนากับผู้ใหญ่ได้อย่างไม่ติดขัด นั่นเป็นความประทับใจที่บริจิต โทรเนอซ์ (Brigitte Trogneux) มีต่อเด็กนักเรียนคนนี้ เอ็มมานูเอล มาครงเคยเรียนเปียโนที่ conservatoire ของเมืองอาเมียงส์ จบปริญญาตรีด้านปรัชญา เคยทำงานให้ปอล ริเกอร์ (Paul Ricoeur) นักปรัชญาวัย 80 ปี แล้วไปจบรัฐศาสตร์ ก่อนที่จะเข้า ENA - école nationale de l’administration แหล่งผลิตมันสมอง เมื่อจบแล้วเข้าทำงานในสำนักงานผู้ตรวจการณ์การคลัง (Inspection nationale

Read More

ฟรองซัวส์ โอลลองด์ รัฐบุรุษของโลกประจำปี 2016

Column: From Paris The Appeal of Conscience Foundation เป็นมูลนิธิที่แรบไบ อาร์เธอร์ ชไนเออร์ (Arthur Schneier) เป็นผู้ก่อตั้งในปี 1965 เป็นมูลนิธิที่เน้นเสรีภาพทางศาสนาและสิทธิมนุษยชนทั่วโลก เป็นมูลนิธิที่รวมผู้นำทางศาสนาและนักธุรกิจที่ต้องการเห็นสันติภาพ ความมีขันติธรรม และการแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างชนชาติ อาร์เธอร์ ชไนเออร์เห็นว่าอาชญากรรมที่ก่อในนามของศาสนาเป็นอาชญากรรมที่ก่อความเสียหายแก่ศาสนา นับตั้งแต่เกิดการก่อการร้ายถล่มตึกเวิล์ดเทรดที่นิวยอร์กเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2001 The Appeal of Conscience Foundation เรียกร้องให้ผู้นำทางศาสนาทั่วโลกลุกขึ้นต่อต้านการก่อการร้าย และใช้อิทธิพลที่ตนมีหยุดยั้งความรุนแรงและโปรโมตความมีขันติธรรม The Appeal of Conscience Foundation มีผลงานในหลายประเทศ อาทิ จีน อินเดีย อังกฤษ แอลเบเนีย อาร์เจนตินา เยอรมนี วาติกัน สาธารณรัฐเชค เป็นต้น อาร์เธอร์ ชไนเออร์เกิดที่เวียนนา แล้วเดินทางไปสหรัฐอเมริกาในปี 1974เป็นแรบไบคนแรกที่ได้รับเหรียญ Presidential Citizen

Read More