Home > Sasiphattra Siriwato

ผู้หญิงแอฟริกันกับการเป็นเจ้าของกิจการ

Column: Women in Wonderland โดยปกติแล้วเวลาที่เราพูดถึงทวีปแอฟริกาหรือประเทศต่างๆ ที่อยู่ในทวีปแอฟริกา เรามักจะนึกถึงหรือเห็นภาพทวีปที่มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน เพชร ทองคำ และสัตว์ป่า แต่ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนกลับไม่ดีนัก มีสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ผู้คนไม่ค่อยมีอาหารและน้ำดื่มสะอาด เด็กๆ ก็ขาดสารอาหารเป็นส่วนใหญ่ และประชาชนส่วนใหญ่ก็มีรายได้น้อย ภาพลักษณ์ต่างๆ เหล่านี้ที่เราเห็นจนชินตามักจะมาจากสื่อต่างๆ ที่ต้องการให้เราเกิดความสงสารแล้วบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ และผู้คนในทวีปแอฟริกาใต้ แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่เคยนึกคิดเลยคือ จริงๆ แล้วผู้คนในทวีปแอฟริกันนั้นเขาต้องการความช่วยเหลือจากเราจากเงินบริจาคเหล่านี้จริงๆ หรือไม่ สิ่งหนึ่งที่เราควรจะเริ่มตระหนักถึงในตอนนี้คือ เมื่อเราคิดถึงทวีปแอฟริกาหรือประเทศต่างๆ ในทวีปนี้ ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนเหล่านี้ยังเป็นเหมือนกับภาพที่เราเห็นหรือได้ยินกันมานานอยู่หรือไม่ หรือว่าในความเป็นจริงชีวิตผู้คนเหล่านี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว และพวกเขาไม่ได้ลำบากเหมือนก่อนหน้านี้ หากเราลองศึกษาและค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทวีปแอฟริกา เราจะพบได้ว่าทุกวันนี้ประเทศต่างๆ ในทวีปแอฟริกามีสภาพเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ผู้คนในแต่ละประเทศก็เริ่มที่จะทำกิจการต่างๆ เพื่อให้ครอบครัวของพวกเขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ในความเป็นจริงแล้ว ผู้คนในทวีปแอฟริกาเริ่มมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพียงแต่พวกเราไม่ได้รับรู้ข่าวสารในส่วนนี้มากนัก ทำให้ยังยึดติดกับภาพลักษณ์เก่าๆ ของทวีปแอฟริกา และไม่ใช่เพียงแค่ผู้ชายเท่านั้นที่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่ผู้หญิงและเด็กในทวีปแอฟริกาก็มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเช่นกัน มีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยเลยที่ประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าของกิจการและธุรกิจของพวกเธอก็ดูจะดำเนินไปได้ด้วยดี ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าผู้เขียนเองก็เป็นหนึ่งคนที่ยังคงมีภาพลักษณ์เก่าๆ ของทวีปแอฟริกาอยู่ในหัว จนกระทั่งได้เห็น Google Doodles เมื่อเดือนที่แล้ว Google Doodles คือภาพวาดที่จะปรากฏบนหน้าหลักของกูเกิล ซึ่งภาพเหล่านี้จะถูกเปลี่ยนใหม่อยู่เรื่อยๆ ตามวันสำคัญ บุคคลที่ประดิษฐ์คิดค้น

Read More

ปัญหาเรื่องการเข้าถึงการคุมกำเนิดในประเทศสหรัฐอเมริกา

Column: Women in Wonderland หลังจากมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ของประเทศสหรัฐอเมริกาไปเมื่อสิ้นปีที่แล้ว โดนัลด์ ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งและขึ้นเป็นประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาคนที่ 45 เจะเห็นว่าตั้งแต่โดนัลด์ ทรัมป์ได้เข้าพิธีสาบานตนและเริ่มทำหน้าที่ประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอเมริกา นโยบายต่างๆ ที่ทรัมป์ได้ประกาศออกมาทำให้ประชาชนทั้งในประเทศและต่างประเทศแทบจะตั้งรับไม่ทัน และทุกนโยบายต่างก็เป็นที่กล่าวถึงในทุกๆ ประเทศ ยกตัวอย่างเช่น นโยบาย ห้ามคนจาก 7 ประเทศมุสลิมคือ อิรัก ซีเรีย ลิเบีย อิหร่าน โซมาเลีย ซูดาน และเยเมน เข้าประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 90 วัน แน่นอนว่า หลังจากประกาศนโยบายนี้ได้มีผู้คนจากทั้งในประเทศและต่างประเทศออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างท่วมท้น สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมร่วมของสภาคองเกรส ซึ่งในการกล่าวครั้งนี้เป็นการชี้แจงนโยบายการบริหารประเทศของประธานาธิบดีทรัมป์ใน 4 ปีข้างหน้านี้ ซึ่งหนึ่งในเรื่องที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้พูดถึงและจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงคือ ระบบประกันสุขภาพของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยประธานาธิบดีทรัมป์ได้เรียกร้องให้รัฐสภายกเลิกระบบประกันสุขภาพของสหรัฐอเมริกา ที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า รัฐบัญญัติดูแลสุขภาพที่คนส่วนใหญ่รับภาระได้ (Affordable Care Act) หรือที่เรียกกันอย่างสั้นๆ ว่า Obamacare และให้รัฐสภาออกกฎหมายประกันสุขภาพใหม่ ถึงแม้ว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะยังไม่ได้ประกาศออกมาว่าการเปลี่ยนแปลงระบบประกันสุขภาพจะเปลี่ยนไปในทิศทางใด แต่ประชาชนและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องก็เริ่มกังวลกับการเปลี่ยนแปลงที่จะมีในอนาคตอันใกล้ ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า ถึงแม้ว่าประเทศสหรัฐอเมริกาจะมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย แต่ค่ารักษาพยาบาลในประเทศสหรัฐอเมริกานั้นแพงมาก ทำให้มีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้

Read More

อุปสรรคในการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิงในประเทศออสเตรเลีย

Column: Women in Wonderland ประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศหนึ่งที่ถูกจัดว่าเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว รัฐบาลมีการออกนโยบายและกฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อขจัดการเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิงเหมือนกับประเทศอื่นๆ ที่พัฒนาแล้ว ในรายงานของ The Global Gender Gap Report ซึ่งจัดทำโดย World Economic Forum พบว่าในปี 2014 ประเทศออสเตรเลียถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 24 ในเรื่องความเท่าเทียมกันทางเพศจากทั้งหมด 142 ประเทศ ใน The Global Gender Gap Report นี้จัดอันดับแต่ละประเทศในเรื่องการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิง โดยวัดจากตัวชี้วัดหลักๆ ด้วยกัน 4 ด้านคือ 1) ผู้หญิงมีโอกาสในการทำงานและเลื่อนตำแหน่งเหมือนกับผู้ชายหรือไม่ 2) ผู้หญิงมีโอกาสเข้ารับการศึกษาในทุกระดับเหมือนกับผู้ชายหรือไม่ 3) อัตราการเกิดของเด็กผู้หญิงและผู้ชายมีจำนวนพอๆ กันหรือไม่ เพราะในบางประเทศจะนิยมมีลูกชายมากกว่าลูกสาว และ 4) ผู้หญิงและผู้ชายมีโอกาสในทางการเมืองเท่ากันหรือไม่ โดยเฉพาะจำนวนของผู้หญิงที่ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีในแต่ละรัฐบาล จากการจัดอันดับนี้จะเห็นได้ว่าประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศหนึ่งที่พยายามขจัดการเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิง ประเทศออสเตรเลียเองก็เคยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้หญิงเหมือนกัน คือ Julia Gillard

Read More