Home > Political

เกาหลีเหนือ จากความไม่แคร์ สู่ภัยคุกคาม

หากจะมีผู้นำประเทศรายใดที่มีสไตล์และภาพลักษณ์เป็นที่น่าจดจำอย่างโดดเด่น เชื่อแน่ว่า คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือคนปัจจุบัน จะถูกจัดให้เป็นหนึ่งในผู้นำที่ผู้คนกล่าวขวัญถึงมากที่สุดรายหนึ่ง ซึ่งทั้งหมดอาจไม่ใช่เพราะความสามารถในการบริหาร หรือทักษะด้านใดๆ ที่สื่อแสดงให้ได้เห็นเป็นประจักษ์ หากแต่เป็นผลมาจากความไม่แคร์ หรือไยไพต่อความเป็นไปของโลกต่างหากที่ทำให้ผู้นำรายนี้มีความน่าสนใจอย่างพิเศษ ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็บังเกิดขึ้นจากผลของความไม่สนใจความเป็นไปในระดับนานาชาติ และเป็นความท้าทายที่สุ่มเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดเป็นชนวนสงครามครั้งใหม่ ที่อาจไม่ได้จำกัดพื้นที่ความเสียหายอยู่ในวงแคบๆ เท่านั้น ความเป็นไปของสังคมเกาหลีเหนือนับตั้งแต่ยุคของ คิม อิลซุง (15 เมษายน พ.ศ. 2455–8 กรกฎาคม พ.ศ. 2537) ซึ่งก้าวขึ้นเป็นผู้นำเกาหลีเหนือบนตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตั้งแต่เมื่อเริ่มก่อตั้งประเทศในปี 2491 และก้าวสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรกในปี 2515 นอกจากจะดำเนินไปบนหนทางของความยากลำบากผ่านทั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 สงครามเกาหลี และยุคสมัยแห่งสงครามเย็น ยังประกอบส่วนด้วยลัทธิบูชาบุคคล (cult of personality) ที่ทำให้เมื่อคิม อิลซุง ถึงแก่อสัญกรรม จะได้รับการสถาปนาและมอบสมญานามให้เป็นประธานาธิบดีตลอดกาล (Eternal President) การขึ้นสู่อำนาจของคิม จองอิล (16 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2484–17 ธันวาคม พ.ศ.2554) สืบต่อจาก คิม

Read More

ขวบปีของท่านผู้นำ

 Column: AYUBOWAN วันเวลาหมุนผ่านและแปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเหลือเกินนะคะ ผู้เขียนขออนุญาตกล่าวสวัสดีปีใหม่กับท่านผู้อ่านในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2559 ขอขอบพระคุณที่ติดตามและให้ความอนุเคราะห์คอลัมน์ AYUBOWAN และผู้จัดการ 360  ํ ด้วยดีตลอดมานะคะ สำหรับศรีลังกา ขวบปีที่ผ่านมา ดำเนินไปท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของขั้วอำนาจเก่า-ใหม่ ด้วยการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีของ Maithripala Sirisena ที่มีชัยชนะเหนือ Mahinda Rajapaksa ในการเลือกตั้งเมื่อเดือนมกราคม 2015 อย่างพลิกความคาดหมายของผู้สังเกตการณ์และผู้สันทัดกรณีทางการเมืองไม่น้อย ขวบปีที่ผ่านมาของ Maithripala Sirisena เริ่มต้นด้วยความพยายามที่จะปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางกฎหมายให้สามารถรองรับกับพัฒนาการทางสังคมใหม่ๆ และเปิดโอกาสให้มีกลไกการตรวจสอบการใช้อำนาจและการคานอำนาจที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะกระบวนการพัฒนาทางการเมืองของศรีลังกาในช่วงที่ผ่านมา ได้รับการประเมินว่าเปิดช่องทางให้มีการใช้อำนาจหน้าที่ไปในทางที่มิชอบ ไม่ว่าจะเป็นการกลั่นแกล้งหรือแม้กระทั่งขจัดคู่แข่งขันทางการเมือง การใช้อำนาจเอื้อหรือแสวงประโยชน์จากกลุ่มทุนที่กำลังรุกคืบเข้ามาในศรีลังกาผ่านโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ยังไม่นับรวมถึงความพยายามที่จะส่งผ่านและสืบต่ออำนาจในกลุ่มเครือข่ายที่ใกล้ชิดนักการเมืองด้วย ความคาดหมายของสาธารณชนต่อบทบาทและผลงานของ Maithripala Sirisena มิได้จำกัดอยู่เฉพาะประเด็นว่าด้วยการกระตุ้นภาพรวมทางเศรษฐกิจให้ขับเคลื่อนดำเนินต่อไปได้ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเท่านั้น หากแต่ยังรวมถึงการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและไม่เป็นธรรมทั้งในมิติของสังคม เศรษฐกิจที่ครอบงำสังคมของศรีลังกามาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ แผนการปฏิรูป 100 วันของ Maithripala Sirisena ที่ประกาศหลังเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี ล่าช้าผิดเป้าหมายไปท่ามกลางความกังวลว่าถึงที่สุดแล้ว การสร้างวัฒนธรรมการเมืองใหม่ให้กับศรีลังการวมถึงคำมั่นสัญญาหลากหลายที่ Maithripala Sirisena ได้ประกาศในช่วงรณรงค์หาเสียงอาจกลายเป็นเพียงสายลมพัดผ่านที่ไม่สามารถจับต้องได้ Maithripala Sirisena อาจเริ่มต้นดำเนินกิจกรรมทางการเมืองตามแผนปฏิรูปที่วางไว้ได้ช้าไปสักหน่อย เพราะผู้คนที่เคยคุ้นชินกับระบอบเดิมต่างไม่แน่ใจว่าหนทางใหม่ที่ Maithripala Sirisena

Read More