Home > สิ่งแวดล้อม

OUR Khung BangKachao ใช้ธรรมชาติรักษาธรรมชาติ

พื้นที่สีเขียวเป็นหนึ่งในดัชนีชี้วัดความอยู่ดีมีสุขและคุณภาพชีวิตของคนเมือง การมีพื้นที่สีเขียวที่มีคุณภาพในปริมาณที่เหมาะสมกับจำนวนประชากร สามารถเข้าถึงได้ง่าย จึงเป็นตัวชี้วัดการบริหารจัดการเมืองที่มีประสิทธิภาพ แต่การพัฒนาของเมืองที่เป็นไปอย่างรวดเร็วและแผ่กว้างอยู่ในปัจจุบัน ทำให้ที่ดินส่วนใหญ่ถูกพัฒนาไปในเชิงพาณิชย์ พื้นที่สีเขียวเดิมถูกแทนที่ด้วยตึกสูง ห้างสรรพสินค้า ลานจอดรถ และนับวันจะลดจำนวนลงอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศของเมือง หลายฝ่ายเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงมีความพยายามในการรักษาและเพิ่มจำนวนพื้นที่สีเขียวเพื่อทดแทนกับที่เสียไป “OUR Khung BangKachao” คืออีกหนึ่งโครงการที่มีเป้าหมายในการพัฒนาและรักษาพื้นที่คุ้งบางกะเจ้า พื้นที่ที่ทำหน้าที่เสมือนปอดให้กับคนเมือง “คุ้งบางกะเจ้า” เป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่กว่า 12,000 ไร่ที่โอบล้อมด้วยแม่น้ำเจ้าพระยา ครอบคลุมพื้นที่ 6 ตำบลของอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ มีคุณค่าทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม โดดเด่นทางระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ เพราะมีความสมบูรณ์ของพื้นดินอันเกิดจากการสะสมของตะกอนปากแม่น้ำ มีพันธุ์ไม้กว่า 80 ชนิดในพื้นที่ อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ มีประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติและชุมชน จนได้รับการยกย่องให้เป็น The Best Urban Oasis Of Asia จากนิตยสาร Time เมื่อปี 2549 และที่สำคัญยังถือเป็นปอดตามธรรมชาติให้กับคนกรุงเทพฯ และปริมณฑลอีกด้วย แต่จากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและการพัฒนาเมืองที่มีอย่างต่อเนื่อง ย่อมส่งผลกระทบต่อคุ้งบางกระเจ้าอย่างยากที่จะหลีกเลี่ยง ทำให้พื้นที่สีเขียวที่มีอยู่ลดลง เกิดปัญหาดินและน้ำเค็มขึ้น

Read More

บอกลาถุงพลาสติก และการปรับตัวของผู้บริโภค-ผู้ผลิต

คนไทยเริ่มต้นศักราชใหม่ด้วยเทรนด์การลดใช้ถุงพลาสติก ที่เริ่มดีเดย์ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ที่ผ่านมา หากจะย้อนความไปถึงต้นสายปลายเหตุที่ทำให้คนไทยมีพฤติกรรมใช้ถุงพลาสติกเฉลี่ย 5,300 ตันต่อวัน เป็นเพราะมีการรณรงค์ลดการใช้กระดาษ ถุงกระดาษ เพื่อไม่ให้เกิดการตัดต้นไม้ ด้วยเหตุนี้ถุงพลาสติกจึงถูกยกความสำคัญขึ้นมาในสังคม ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะมีการใช้พลาสติกในปริมาณมหาศาลต่อวัน แต่หากมีกระบวนการจัดเก็บ คัดแยก รวมไปถึงการกำจัดอย่างถูกวิธี ปัญหาขยะจากพลาสติกหรือถุงพลาสติกคงไม่เกิดขึ้น และเราคงไม่ต้องมูฟออนเป็นวงกลมกันอีกครั้งด้วยการรณรงค์ลดละเลิกใช้ถุงพลาสติก เมื่อพลาสติกกลายเป็นขยะที่สร้างปัญหาและส่งผลต่อระบบนิเวศ ทำลายสิ่งแวดล้อม คร่าชีวิตสัตว์ทะเลจำนวนมาก ข้อมูลจากกรีนพีซระบุว่า ปริมาณขยะพลาสติกทั่วโลกมีมากถึง 6,300 ล้านตัน และขยะพลาสติกในประเทศไทยมีประมาณ 2.7 ล้านตัน เฉลี่ย 7,000 ตันต่อวัน โดยเป็นถุงพลาสติก 80 เปอร์เซ็นต์ และโฟม 20 เปอร์เซ็นต์ การตายของวาฬนำร่องที่กินถุงพลาสติกไป 85 ชิ้น และพะยูนน้อยมาเรียมที่มีต้นเหตุการเสียชีวิตเพราะชิ้นส่วนพลาสติก ดูเหมือนสัตว์ทะเลทั้งสองชนิดที่จากโลกนี้ไปจะสามารถปลุกจิตสำนึกที่หลับใหลของคนไทยให้ตื่นรู้ได้ กระทั่งในที่สุดรัฐบาลประกาศเจตนารมณ์เรื่องการลดใช้พลาสติก นับเป็นก้าวสำคัญของการบริหารงานภายใต้รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่เอาจริงเอาจังเรื่องสิ่งแวดล้อม ด้วยการตั้งเป้าลดการใช้พลาสติกภายในปี 2565 โดยมีกระทรวงที่เกี่ยวข้องอย่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมขับเคลื่อนนโยบายนี้ โดยโรดแมปของการแก้ปัญหาการจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561-2573 ซึ่งจะมีการยกเลิกการใช้พลาสติกทั้งหมด 7 ชนิด

Read More

สตาร์บัคส์เปลี่ยนมาใช้หลอดกระดาษที่ย่อยสลายได้ ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคมนี้ทุกสาขา

สตาร์บัคส์เปลี่ยนมาใช้หลอดกระดาษที่ย่อยสลายได้ ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคมนี้ เป็นต้นไป เพื่อต้อนรับปีสิ่งแวดล้อม พร้อมรณรงค์การพกแก้วส่วนตัว สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ (ประเทศไทย) ต้อนรับปีใหม่ เปลี่ยนมาใช้หลอดกระดาษทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคมนี้ เป็นต้นไป เพื่อเชิญชวนให้ลูกค้าร่วมกันลดการใช้พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบรรลุพันธกิจทางสิ่งแวดล้อมของสตาร์บัคส์ในการงดใช้หลอดพลาสติกที่ร้านสตาร์บัคส์ทั่วโลกภายในปี 2563 นี้ “การรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นภารกิจสำคัญที่ทุกคนต้องร่วมมือช่วยกัน สตาร์บัคส์มีความภูมิใจที่ได้นำเสนอทางเลือกใหม่ทดแทนการใช้หลอดพลาสติกให้กับลูกค้าในประเทศไทย และเพื่อเป็นการเริ่มต้นปีแห่งการรักษ์โลก เราขอเชิญชวนให้ลูกค้าทุกท่านหันมาใช้หลอดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และร่วมกันพกแก้วส่วนตัว เพื่อลดการใช้พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งไปพร้อมกับเรา โดยสตาร์บัคส์ยินดีมอบส่วนลด 20 บาท ทุกวันพุธ ให้กับลูกค้าที่นำแก้วส่วนตัวมาซื้อเครื่องดื่มที่ร้านสตาร์บัคส์ ทุกสาขาทั่วประเทศ จนถึงวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้” คุณเนตรนภา ศรีสมัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ (ประเทศไทย) กล่าว สำหรับหลอดกระดาษที่สตาร์บัคส์เปลี่ยนใหม่นี้ ทำมาจากกระดาษที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ รับรองโดย Forest Steward Council® องค์กรที่ทำงานโดยไม่แสวงหาผลกำไรในประเทศเยอรมนี ที่มุ่งพัฒนาการจัดการป่าทั่วโลก โดยมีสองขนาดให้เลือก คือ

Read More

ชุมชนมีวนา มีคน มีป่า มีกิน เพื่อชีวิตที่ยั่งยืน

ปี พ.ศ. 2504 ประเทศไทยมีพื้นที่ป่าไม้ 171.2 ล้านไร่ จากพื้นที่ประเทศไทยทั้งสิ้น 321 ล้านไร่ แต่ชั่วระยะเวลาเพียง 50 ปี พื้นที่ป่าไม้ถูกทำลายไปมากกว่า 98 ล้านไร่ ซึ่งการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ที่เกิดขึ้นนั้น นอกจากการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าที่ยังคงปรากฏเป็นข่าวให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง สาเหตุส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความต้องการพื้นที่ในการทำเกษตรกรรมของชาวบ้านด้วยเช่นกัน ความต้องการพื้นที่ทำกินของเกษตรกรเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการรุกล้ำพื้นที่ป่าและนำไปสู่ปัญหาความขัดแย้งระหว่างชุมชนกับหน่วยงานภาครัฐที่ทำหน้าที่พิทักษ์ป่า ซึ่งไม่เพียงทำให้พื้นที่ป่าไม้ลดลงจนส่งผลต่อระบบนิเวศ เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงเท่านั้น แต่วิถีการเกษตรที่ใช้สารเคมีดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบันยังส่งผลกระทบต่อธรรมชาติโดยรวม เกิดการปนเปื้อนของสารเคมีในแหล่งน้ำ ส่งผลต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอย่างยากที่จะหลีกเลี่ยง ปัจจุบันปัญหาการลดจำนวนลงของพื้นที่ป่า ตลอดจนการใช้สารเคมีในแวดวงการเกษตรที่ส่งผลต่อธรรมชาติเริ่มเป็นที่ตระหนักรู้ของสังคมมากขึ้น ประชาชน ภาครัฐ รวมถึงภาคเอกชนต่างเล็งเห็นความสำคัญและพยายามหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว “โครงการกาแฟอินทรีย์รักษาป่า” หรือที่รู้จักในชื่อ “กาแฟมีวนา” คือหนึ่งในความเคลื่อนไหวภาคเอกชนที่ไม่เพียงเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าเท่านั้น แต่ยังต้องการส่งเสริมความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้อยู่ดีกินดีอย่างยั่งยืนอีกด้วย ปี พ.ศ. 2553 มูลนิธิสายใยแผ่นดินได้เริ่มโครงการกาแฟอินทรีย์รักษาป่าขึ้นที่ป่าต้นน้ำแม่ลาว จังหวัดเชียงราย ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นหนึ่งของภาคเอกชนที่เล็งเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าและปัญหาสิ่งแวดล้อม ป่าต้นน้ำแม่ลาวถือเป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดของจังหวัดเชียงราย วิถีดั้งเดิมของชาวบ้านคือการปลูกชาทำเมี่ยงเพื่อเลี้ยงชีพ แต่เมื่อการเกษตรแบบใหม่ที่นิยมใช้สารเคมีเข้ามา บวกกับความต้องการของตลาดทำให้ชาวบ้านหันมาปลูกเสาวรสซึ่งเป็นไม้เลื้อยและต้องการแสงในการเจริญเติบโตสูง ชาวบ้านต้องตัดไม้ทำลายป่าเพื่อเปิดพื้นที่รับแสง อีกทั้งการปลูกเสาวรสยังต้องใช้สารเคมีอย่างมากในการดูแลรักษาให้ปลอดโรคและแมลง ทำให้ป่าต้นน้ำแม่ลาวอยู่ในภาวะที่น่าเป็นห่วง มูลนิธิสายใยแผ่นดินพยายามศึกษาเพื่อหาทางแก้ไข พบว่า “กาแฟ” เป็นพืชเศรษฐกิจที่สามารถสร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน และสามารถปลูกอยู่ร่วมกับป่าได้โดยไม่ต้องตัดไม้ทำลายป่า เพราะกาแฟเป็นพืชที่ต้องการร่มเงาสูง เติบโตได้ดีในพื้นที่ใต้ร่มไม้ จึงได้ริเริ่มโครงการกาแฟอินทรีย์รักษาป่าขึ้นที่ป่าต้นน้ำแม่ลาว เป็นอันดับแรก

Read More

สุนทรพจน์ Greta Thunberg บนภาพตัดวิสัยทัศน์เหล่าผู้นำ

ข่าวการประชุม UN Climate Action Summit 2019 ซึ่งจัดขึ้นโดยสหประชาชาติในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อาจไม่ได้รับการกล่าวถึงมากนัก หากไม่ปรากฏภาพและสุนทรพจน์ของนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมสาววัย 16 ปีนาม Greta Thunberg จากสวีเดน ที่สั่นคลอนท่าทีของเหล่าผู้นำโลก และปลุกเร้าความสนใจของผู้คนต่อการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้จริงจังมากขึ้น ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจก่อนการกล่าวสุนทรพจน์ของ Greta Thunberg เมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา ในด้านหนึ่งอยู่ที่การปลุกเร้าให้เยาวชนทั่วโลกตระหนักถึงภัยร้ายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกและการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนกระแสสำนึกให้เกิดผลจริงในทางปฏิบัติ ผ่านการเคลื่อนไหวภายใต้ชื่อ School strike for Climate ซึ่งประกาศให้มีการชุมนุมโดยสงบเมื่อวันที่ 20 กันยายนในฐานะที่เป็น International Global Climate Strikes หรือก่อนหน้าการประชุม UN Climate Action Summit เพียง 3 วัน ควบคู่กับการปลุกสำนึก Earth Strike ที่จัดให้มีขึ้นตลอดช่วงสัปดาห์ระหว่างวันที่ 20-27 กันยายน 2019 หรือที่เรียกขานกันในนาม

Read More

โคคา-โคล่า จับมือ กลุ่มเซ็นทรัลและพันธมิตร เปิดตัวโครงการ “โค้กขอคืน X Central Group Journey to Zero” ส่งเสริมการแยกวัสดุรีไซเคิลเพื่อแก้ไขปัญหาขยะจากบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน

โคคา-โคล่า จับมือ กลุ่มเซ็นทรัลและพันธมิตร เปิดตัวโครงการ “โค้กขอคืน X Central Group Journey to Zero” ส่งเสริมการคัดแยกและจัดเก็บวัสดุรีไซเคิลเพื่อลดปัญหาขยะจากบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน พร้อมสร้างคุณค่าร่วมผ่านธุรกิจรีไซเคิลสมัยใหม่บนแพลตฟอร์มดิจิทัล กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย จับมือ บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด และพันธมิตรลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการ “โค้กขอคืน x Central Group Journey to Zero” ในการสนับสนุนและจัดทำระบบส่งเสริมการแยกขยะที่ต้นทางในบริเวณศูนย์การค้าของเซ็นทรัล และนำส่งบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม ตลอดจนวัสดุรีไซเคิลอื่นๆ ที่จัดเก็บได้ให้กับบริษัทพันธมิตรเพื่อนำวัสดุเหล่านั้นเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างถูกต้อง โดยขณะนี้ ได้มีการทดลองระบบการจัดเก็บนำร่องในร้านอาหารและภัตตาคารในกลุ่มบริษัทเซ็นทรัล ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัลพลาซา บางนามาระยะหนึ่งแล้ว ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายมีแผนจะร่วมกันขยายระบบการจัดเก็บนี้ให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ตลอดจนหัวเมืองใหญ่ๆ ในอนาคต โครงการ ‘โค้กขอคืน’ เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ World Without Waste ของโคคา-โคล่า ที่มุ่งใช้และจัดการบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอย่างรับผิดชอบ เพื่อลดปัญหาขยะและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

Read More

น้ำแร่ออรา เปิดตัวแคมเปญใหม่ “ออรารักษ์โลกเพื่อคนรักษ์ป่า” แปลงขวดพลาสติกเป็นผ้าห่มแสนอบอุ่น

น้ำแร่ออรา ชวน “บริจาคขวดพลาสติก” แปลงร่างเป็น “ผ้าห่มแสนอบอุ่น” เปิดตัวแคมเปญใหม่ “ออรารักษ์โลกเพื่อคนรักษ์ป่า” เอกพล พงศ์สถาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิปโก้ เอฟ แอนด์ บี จำกัด เปิดตัวกิจกรรม เดินหน้าตอกย้ำพันธกิจออราในการลดปัญหาขยะพลาสติก พร้อมกระตุ้นจิตสำนึกที่ดีให้คนไทยตระหนักถึงปัญหาขยะพลาสติกที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ในแคมเปญ “Upcycling Plastic Waste by Aura” ที่จะแปรรูปขวดพลาสติกให้กลายเป็นสิ่งมีค่า โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเรียกคืนขวดน้ำพลาสติกจากชุมชน ด้วยการเปิดรับขวดพลาสติกทุกแบรนด์จากลูกค้า เพื่อเปลี่ยนของที่ไม่ใช้แล้วให้มีมูลค่า แปลงร่างสู่ผ้าห่มผืนใหญ่ นำไปส่งมอบให้กับคนรักษ์ป่าทั้ง 5 ภาค เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ และสนับสนุนการทำงานของคนดูแลป่า สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดปัญหาขยะ และสนับสนุนการทำงานของรักษ์ป่าทั้ง 5 ภาคไปพร้อมกับน้ำแร่ออรา ผ้าห่ม 1 ผืนจะต้องใช้ขวดพลาสติกมากถึง 50 ขวด ผู้ที่สนใจสามารถส่งขวดพลาสติก­­­­­­เปล่าได้ที่ ทิปโก้ ดีซี ประชาชื่น แผนก CS 1015/1 ถ.ประชาชื่น

Read More

รองเท้า KHYA คืนชีวิตรองเท้าแตะถูกทิ้ง ลดขยะทางทะเล

“รองเท้าแตะช้างดาว” จากนันยาง และ “ทะเลจร”  ร่วมมือปลุกจิตสำนึกสังคมไทยลดขยะทางทะเล คืนชีวิตรองเท้าแตะถูกทิ้งริมหาด ให้กลายเป็น “รองเท้า KHYA (ขยะ)” นายจักรพล จันทวิมล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด เปิดเผยถึงที่มาของแนวคิดในการพัฒนารองเท้า KHYA (ขยะ) และเป้าหมายของโครงการในครั้งนี้ว่า เนื่องจากปัญหาขยะทะเลเป็นปัญหาสำคัญระดับโลกที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญอย่างมากในปัจจุบัน ซึ่งพบว่านอกจากพลาสติกแล้ว รองเท้าโดยเฉพาะรองเท้าแตะ มักถูกพบเป็นขยะทะเลจำนวนมาก “นันยาง” ในฐานะผู้ผลิตรองเท้าได้เห็นถึงปัญหาดังกล่าว และต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา จึงเกิดแนวคิดในการพัฒนาโปรเจคใหม่ “รองเท้า KHYA (ขยะ)” ที่เกิดจากการ Upcycled ขยะทะเลที่เป็นรองเท้าแตะให้กลายเป็นรองเท้าแตะคู่ใหม่ขึ้นในครั้งนี้ “โปรเจค “รองเท้า KHYA (ขยะ)” ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นโครงการตัวอย่างและแทนสัญลักษณ์ที่ใช้สื่อสารกับผู้คนในสังคมพร้อมเชิญชวนให้ตระหนักถึงปัญหาขยะทะเล การมองเห็นคุณค่าของขยะ การนำขยะมาเพิ่มมูลค่า และเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยวิธีการของตนเองได้ตามความถนัด โดยในครั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมือกันระหว่าง “รองเท้าแตะช้างดาว” จากนันยาง และ “ทะเลจร” แบรนด์ Upcycling วัสดุจากทะเลซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรโดย ดร.ณัฐพงศ์ นิธิอุทัย

Read More

เทสโก้ โลตัส เดินหน้ายกระดับนโยบายเพื่อสิ่งแวดล้อม ประกาศเลิกใช้บรรจุภัณฑ์โฟมทุกชนิดในทุกสาขา

เทสโก้ โลตัส ประกาศเลิกใช้บรรจุภัณฑ์โฟมทั้งหมด ทุกชนิดในทุกสาขา เดินหน้ายกระดับนโยบายเพื่อสิ่งแวดล้อม เปิดตัวหลายโครงการลดขยะจากบรรจุภัณฑ์ เทสโก้ โลตัส ประกาศยกเลิกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากโฟมทั้งหมด ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 เป็นต้นไป พร้อมเพิ่มความเข้มข้นนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมด้วยโครงการแบบครบวงจรและมุ่งสู่การสร้างระบบปิดของบรรจุภัณฑ์ (closed loop packaging system) ใช้โอกาสวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายน เปิดตัวหลายโครงการเพื่อลดขยะบรรจุภัณฑ์ประเภทใช้ครั้งเดียว (single-use packaging) และขยะพลาสติก พร้อมจับมือเอสซีจีขยายผล นางสาวสลิลลา สีหพันธุ์ ประธานกรรมการฝ่ายกิจการบรรษัท เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า “ในฐานะผู้ประกอบการค้าปลีกที่มีร้านค้ากว่า 2,000 สาขาทั่วประเทศ เทสโก้ โลตัส ตระหนักดีถึงบทบาทของเราในการช่วยบรรเทาปัญหาขยะและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เทสโก้ โลตัส จะยกเลิกการใช้บรรจุภัณฑ์ใส่อาหารที่ทำจากโฟมทุกชนิดในทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 เป็นต้นไป โดยเราได้เริ่มทยอยเปลี่ยนจากโฟมมาใช้วัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และจะยกเลิกบรรจุภัณฑ์โฟมทุกรูปแบบได้ 100% ภายในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้

Read More

สกว.หนุนวางแผนเมืองนิเวศกทม.-ปริมณฑล ส่งเสริมพลวัตของภูมิอากาศแบบมีส่วนร่วม

ปัจจุบันเมืองต่างๆ ของไทยมีความเปราะบางต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ การส่งเสริมให้เมืองมีความปลอดภัยและมีความพลวัตต่อการเปลี่ยนแปลงให้ได้มากที่สุดนั้น จำเป็นที่หน่วยงานระดับท้องถิ่นและระดับประเทศจะต้องให้ความสำคัญกับนโยบายเหล่านี้ รวมถึงการวางแผนเพื่อส่งเสริมเมืองพลวัตให้เป็นไปอย่างมีส่วนร่วมและทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่นเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤติต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ในประเทศที่มีความเสี่ยงและประชากรส่วนใหญ่ยังมีรายได้น้อยหรือปานกลาง อีกทั้งมีความไม่เท่าเทียมอยู่ การวางแผนเมืองอย่างมีส่วนร่วมยังถือว่าเป็นเรื่องท้าทายมาก หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นอาจจะยังขาดเครื่องมือและขีดความสามารถในการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมกับประชาชนทุกคน ความท้าทายสำคัญคือ การสื่อสารข้อมูลถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ซึ่งสามารถเตรียมการวางแผนเพื่อปรับตัวไว้ล่วงหน้า แทนที่จะเป็นการรับมืออย่างเดียว คณะวิจัยจากหน่วยวิจัยอนาคตเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงได้พัฒนาชุดเครื่องมือ “กินดี..อยู่ดี” เพื่อใช้ทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่นและมีเป้าหมายในการช่วยให้เกิดความตระหนักรู้ถึงสินทรัพย์ที่มีในชุมชนว่าจะช่วยสร้างความพลวัตรองรับภาวะวิกฤติในอนาคตทั้งระดับส่วนตัวและระดับส่วนรวมได้หรือไม่ โดยจำลองภาวะวิกฤติทางภูมิอากาศและวิกฤติเศรษฐกิจ ล่าสุดหน่วยวิจัยอนาคตเมืองฯ ได้ร่วมกับ Internation Institute for Environment and Development (IIED) สหราชอาณาจักร ภายใต้การสนับสนุนของโครงการพัฒนาเครือข่ายวิจัยนานาชาติ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการโครงการ “การวางแผนเพื่อเมืองนิเวศและสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมความพลวัตของภุมิอากาศ: การเสริมสร้างขีดความสามารถเพื่อการวางแผนอย่างมีส่วนร่วมในกรุงเทพฯ และปริมณฑล” เพื่อนำเสนอองค์ความรู้จากงานวิจัย และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ผู้นำหรือตัวแทนชุมชนเครือข่าย โดยใช้เครื่องมือกินดีอยู่ดีในการส่งเสริมการวางแผนเมืองอย่างมีส่วนร่วม “ทีมวิจัยเราสนใจการพัฒนาเมืองแบบมีส่วนร่วมจึงจำเป็นต้องมีเครือข่ายจำนวนมากเพื่อที่จะตอบโจทย์ท้องถิ่นและเขตที่ดูแลได้ การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศอาจเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับประชาชนและหน่วยงานภาครัฐและอยากให้เห็นว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด ฝนตกหนักนอกฤดูและถี่ขึ้น จะจัดการแบบเดิมๆ หรือร่วมกันวางแผนหากเกิดบ่อยขึ้นในอนาคต เพราะจะกระทบต่อน้ำท่วม น้ำแล้ง การกัดเซาะของน้ำทะเล ฯลฯ โดยการออกแบบที่อยู่อาศัย สินทรัพย์ การออมทรัพย์

Read More