Home > สิ่งแวดล้อม

โครงการหวงแหนกระบี่ ชวนคนไทยร่วมสำนึกรักหวงแหนกระบี่ สมบัติล้ำค่าที่ธรรมชาติได้มอบไว้

เจ้ารู้ไหม ... แผ่นดินนี้มันเป็นของทุกชีวิต รู้สึกไหม ... ว่าดิน อากาศ น้ำ ลำคลอง ท้องทะเล คือสิ่งที่บริสุทธิ์ รักได้ไหม ... รักชีวิตของตัวเจ้าเองได้ไหม ประโยคคำถามชวนคิดในภาษาอูรักลาโว้ย (Urak Lawoi) ภาษาท้องถิ่นคนทะเลนี้อยู่ในภาพยนตร์กระบี่คือชีวิต ของโครงการหวงแหนกระบี่ที่ต้องการรณรงค์ให้นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ คนในพื้นที่ทั้งภาครัฐและเอกชน รู้สึกรักและหวงแหนจังหวัดกระบี่ จากผู้กำกับฝีมือระดับโลกอย่างธนญชัย ศรศรีวิชัย (ต่อ ฟีโนมีน่า) ที่ลงพื้นที่ไปพูดคุยกับคนท้องถิ่นในจังหวัดกระบี่ สัมผัสวัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ ความศรัทธาและธรรมชาติที่สวยงามและนำมาถ่ายทอดให้ผู้ชมได้ตระหนักถึงความล้ำค่าพร้อมปลูกจิตสำนึกร่วมปกป้องหวงแหนทุนทางธรรมชาติของจังหวัดกระบี่ให้คงอยู่กับมนุษย์สืบไป ภาพยนตร์กระบี่คือชีวิต https://www.youtube.com/watch?v=DVxOF3ugSag  ความยาว 2.35 นาที ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านคุณลุงมะดิเอ็น ช้างน้ำ คนท้องถิ่นของจังหวัดกระบี่ด้วยภาษาอูรักลาโว้ย (Urak Lawoi) ซึ่งเป็นภาษาท้องถิ่นชาวเลฝั่งอันดามันทางใต้ของไทย ที่ตั้งคำถามกับคนดูว่า “รักได้ไหม รักชีวิตของตัวเจ้าเองได้ไหม” พร้อมเล่าว่าจังหวัดกระบี่คือแผ่นดินอันศักดิ์สิทธิ์ที่มีความสวยงามและความอุดมสมบูรณ์ที่ธรรมชาติมอบไว้ให้มนุษย์ แต่ความสมบูรณ์เหล่านั้นหายไปเมื่อธรรมชาติถูกรบกวนอย่างขาดจิตสำนึกที่เกิดมาจากการกระทำของมนุษย์ผู้ที่ฉลาดเหนือกว่าสิ่งใดในโลกโดยตอนจบของคลิปนี้ยังสร้างการตระหนักกับคนดูต่ออีกว่ากระบี่คือแผ่นดินที่บริสุทธิ์เป็นแผ่นดินของทุกชีวิตที่มีความเชื่อ ความศรัทธา ความงามของธรรมชาติอยากให้ทุกคนรักและหวงแหนแผ่นดินนี้เหมือนที่มนุษย์รักและหวงแหนตัวเอง หากเราทำลายผืนดินกระบี่ ก็เหมือนกับเราทำร้ายตัวเองเพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่บนผืนดินนี้ก็คือชีวิตของเราเอง ภาพยนตร์ชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการหวงแหนกระบี่ที่เปิดตัวมาตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยเกิดจากการผสานความร่วมมือจากผู้มีส่วนได้เสียทั้งภาครัฐและเอกชนครั้งยิ่งใหญ่ โดยหวังสร้างแรงกระตุ้นร่วมรณรงค์ให้ประชาชนในท้องที่ ผู้ประกอบการ นักท่องเที่ยว

Read More

‘สไปรท์’ เปิดตัว ลุคใหม่! ‘ขวดใส’ รีไซเคิลง่าย อร่อยซ่าเหมือนเดิม

กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย อันประกอบไปด้วย บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว ‘สไปรท์’ ลุคใหม่! เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์จากขวดพลาสติกสีเขียวเป็นพลาสติกใสเพื่อให้สามารถนำขวด ‘สไปรท์’ ไปรีไซเคิลหลังการบริโภคได้ง่ายขึ้น พร้อมประกาศความเป็นผู้นำตลาดน้ำใสซ่าซึ่งครองใจผู้บริโภคด้วยรสชาติความอร่อยซ่าสดชื่นอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ทั้งสูตรออริจินอลและสูตรไม่มีน้ำตาล โดยในการปรับลุคครั้งนี้ ทางกลุ่มฯ ได้เตรียมจัดเต็มกิจกรรมทางการตลาดเพื่อตอกย้ำเรื่องรสชาติที่มอบความสดชื่นอร่อยซ่าไม่เปลี่ยนแปลงด้วย นางสาวมัณฑนา หล่อไกรเลิศ ผู้อำนวยการการตลาด บริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “’สไปรท์’ เป็นแบรนด์เครื่องดื่มระดับโลกของเดอะโคคา-โคล่า คัมปะนี อีกแบรนด์หนึ่ง ที่สามารถครองใจผู้บริโภคชาวไทยมาได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยตำแหน่งผู้นำตลาดน้ำอัดลมกลิ่นเลมอนไลม์ตัวจริง ที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงมากถึง 78.4%[1] ในกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำใสซ่า ซึ่งการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ใหม่จากขวดพลาสติกสีเขียวเป็นขวดใสในครั้งนี้เป็นการดำเนินการตามวิสัยทัศน์ World Without Waste ที่มุ่งใช้บรรจุภัณฑ์อย่างมีความรับผิดชอบและส่งเสริมการนำบรรจุภัณฑ์กลับมาใช้ใหม่หรือรีไซเคิลให้ได้มากที่สุด แต่ถึงแม้จะมีการปรับเปลี่ยนสีของบรรจุภัณฑ์ไป ผู้บริโภคยังคงมั่นใจได้เสมอว่า ‘สไปรท์’ ทั้งสูตรออริจินอลและสูตรไม่มีน้ำตาลที่ผู้บริโภคชื่นชอบนั้น จะยังคงรสชาติส่งมอบความสดชื่นของเลมอนไลม์ผ่านความอร่อยซ่าอันเป็นเอกลักษณ์ไว้เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง” เป้าหมายหลักของโคคา-โคล่า ภายใต้วิสัยทัศน์ระดับโลก

Read More

ไปรษณีย์ไทยหนุน “พวงหรีดสานบุญ” จากวัสดุกระดาษรักษ์โลกสุดครีเอท พร้อมส่งด่วนด้วยมาตรฐานไปรษณีย์

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เดินหน้าสนับสนุนธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม จับมือพันธมิตร บริษัท แคร์เนชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด ขนส่ง “พวงหรีดสานบุญ” หรือพวงหรีดกระดาษรีไซเคิล ให้ถึงปลายทางวัดในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เริ่ม 19 ต.ค. นี้ พร้อมขยายไปยังจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ ด้วยบริการที่มีคุณภาพและมาตรฐาน เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันไปรษณีย์ไทยในฐานะผู้ให้บริการด้านการขนส่งและการสื่อสารของชาติ และเป็นองค์กรที่ทำงานเพื่อสังคมทุกมิติ ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการนำทรัพยากรมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด โดยยึดหลัก 3R คือ Reduce Reuse และ Recycle โดย Reduce – ได้ร่วมกับ บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) ในการลดการใช้เยื่อกระดาษในการผลิตกล่องพัสดุและซอง โดยนำนวัตกรรมเข้ามาช่วยให้วัสดุมีความแข็งแรงทนทนมากขึ้นเพื่อเป็นการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ Reuse

Read More

ช่วยกันลดกินเนื้อวัวเพื่อคุณ … เพื่อโลก

Column: Well – Being ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบ เนื้อวัวเป็นวัตถุดิบสำคัญในอาหารของชาวอเมริกัน ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นชาติที่กินเนื้อวัวมากที่สุดในโลกประมาณ 58 ปอนด์ต่อคนต่อปี (ขณะที่คนทั่วโลกกินเนื้อวัวเฉลี่ยเพียง 14 ปอนด์ต่อคนต่อปี) แม้ว่าบางคนจะยังคงสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเนื้อวัวชนิดขาดไม่ได้ แต่ก็มีหลักฐานแจ้งชัดที่ชี้แนะว่า การลดกินเนื้อวัวจะเป็นคุณกับตัวคุณเองและโลกของเรา นิตยสาร Prevention จึงประกาศโครงการรณรงค์ลดการกินเนื้อวัวว่า นับตั้งแต่เดือนกันยายน 2020 เป็นต้นไป ครัวของนิตยสารเล่มนี้จะไม่สร้างสรรค์สูตรอาหารใหม่ที่มีเนื้อวัวเป็นส่วนประกอบอีกต่อไป และจะหันไปเน้นโปรตีนชนิดอื่นแทนโดยให้เหตุผลว่า ... เนื้อวัวสร้างปัญหาให้โลก ผลการศึกษาปี 2018 ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature ฟันธงว่า การเลี้ยงสัตว์เป็นธุรกิจที่ไม่มีประสิทธิภาพ การผลิตปศุสัตว์ต้องใช้พื้นที่การทำฟาร์มของโลกถึงร้อยละ 83 แต่สามารถผลิตแคลอรีรวมได้เพียงร้อยละ 18 และผลิตโปรตีนรวมเพียงร้อยละ 37 ซ้ำร้ายกว่านั้น ไม่ได้หมายความว่า ฟาร์มทั้งหมดดังกล่าวจะสร้างความยั่งยืนให้โลกได้ ผลการศึกษาปี 2016 กล่าวว่า อุตสาหกรรมการผลิตเนื้อวัวทำให้เกิดการทำลายป่าในลุ่มน้ำแอมะซอนถึงร้อยละ 80 โดยทั่วไปแล้ว โลกต้องรับภาระหนักหน่วงกว่าการผลิตแหล่งโปรตีนจากสัตว์ชนิดอื่นๆ มาก ได้แก่ เนื้อหมู และสัตว์ปีก ที่สำคัญมีธุรกิจน้อยรายมากที่ใช้แนวทางยั่งยืน เช่น การเลี้ยงสัตว์ที่มีการจัดการ ผลดีต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพต้องดำเนินควบคู่กันไป เนื้อแดงซึ่งในสหรัฐอเมริกามักหมายถึงเนื้อวัว สัมพันธ์กับการเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ

Read More

สตาร์บัคส์ เดินหน้าสู่การเป็นผู้นำเรื่องความยั่งยืนแห่งธุรกิจกาแฟ ประกาศพันธกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม เน้นใช้ทรัพยากรเชิงบวก และคิดค้นบรรจุภัณฑ์รียูส

สตาร์บัคส์ มุ่งสู่การเป็นผู้นำเรื่องความยั่งยืนในธุรกิจกาแฟ ประกาศพันธกิจที่จะใช้ทรัพยากรในเชิงบวก (resource positive) หรือคืนทรัพยากรให้กับโลกมากกว่าที่ใช้ไป เพื่อร่วมปกป้องสิ่งแวดล้อมและโลกของเรา โดยสตาร์บัคส์ได้กำหนดเป้าหมายไว้ 3 เรื่องหลัก คือ การควบคุมดูแลปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้มากกว่าปริมาณที่ปล่อย การฟื้นฟูน้ำและเพิ่มปริมาณน้ำสะอาดให้มากกว่าที่ใช้ไป และการช่วยลดปริมาณขยะ คุณเนตรนภา ศรีสมัย กรรมการผู้จัดการ สตาร์บัคส์ ประเทศไทย กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาที่แบรนด์สตาร์บัคส์ได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 49 ปีที่ผ่านมา เราให้ความสำคัญเรื่องความยั่งยืนอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด เราเชื่อว่าการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่ทั้งบริษัท พาร์ทเนอร์ และลูกค้าของเราต่างมีจุดมุ่งหมายร่วมกัน การที่เราจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในอนาคตได้นั้น เราต้องลงทุนทั้งด้านเวลาและเงิน รวมไปถึงการคิดค้นนวัตกรรม ตลอดจนสร้างพันธมิตรใหม่ๆ มากขึ้น เพื่อร่วมกันปกป้องโลกของเรา เพราะเราเชื่อมั่นว่าพันธกิจใหม่นี้ ไม่เพียงเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่เราทุกคนพึงกระทำ สำหรับ สตาร์บัคส์ ประเทศไทย นั้น เราได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนความมุ่งมั่นเรื่องสิ่งแวดล้อมเรื่อยมา ตั้งแต่การรณรงค์เรื่องการใช้แก้วส่วนตัวอย่างต่อเนื่อง ด้วยการมอบส่วนลด 10 บาทแก่ลูกค้าที่นำแก้วส่วนตัวมาซื้อเครื่องดื่มที่ร้านตั้งแต่เราเริ่มดำเนินธุรกิจเมื่อ 20 ปีมาแล้ว การใช้ถุงกระดาษ และกระดาษแบบรีไซเคิลตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจ การสร้างร้านกาแฟสีเขียว และเมื่อต้นปีที่ผ่าน

Read More

โคคา-โคล่า จับมือ แสนสิริ ส่งเสริมการแยกขยะที่ต้นทาง ผ่านโครงการ “โค้กขอคืน x Sansiri Waste to Worth” เพื่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน

โคคา-โคล่า จับมือ แสนสิริ ต่อยอดความร่วมมือส่งเสริมการแยกขยะที่ต้นทาง ผ่านโครงการ “โค้กขอคืน x Sansiri Waste to Worth” เพื่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย อันประกอบไปด้วย บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมมือกับ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) สานต่อวิสัยทัศน์ระดับโลก World Without Waste สู่วงการอสังหาริมทรัพย์ไทย มุ่งส่งเสริมการแยกขยะตั้งแต่ต้นทางจากที่อยู่อาศัย ผ่านโครงการ “โค้กขอคืน x Sansiri Waste to Worth” ร่วมกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมตอบโจทย์ทุกบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ ในเครือแสนสิริ เก็บรวบรวมและนำส่งบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม และวัสดุรีไซเคิลอื่น ๆ

Read More

OUR Khung BangKachao ใช้ธรรมชาติรักษาธรรมชาติ

พื้นที่สีเขียวเป็นหนึ่งในดัชนีชี้วัดความอยู่ดีมีสุขและคุณภาพชีวิตของคนเมือง การมีพื้นที่สีเขียวที่มีคุณภาพในปริมาณที่เหมาะสมกับจำนวนประชากร สามารถเข้าถึงได้ง่าย จึงเป็นตัวชี้วัดการบริหารจัดการเมืองที่มีประสิทธิภาพ แต่การพัฒนาของเมืองที่เป็นไปอย่างรวดเร็วและแผ่กว้างอยู่ในปัจจุบัน ทำให้ที่ดินส่วนใหญ่ถูกพัฒนาไปในเชิงพาณิชย์ พื้นที่สีเขียวเดิมถูกแทนที่ด้วยตึกสูง ห้างสรรพสินค้า ลานจอดรถ และนับวันจะลดจำนวนลงอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศของเมือง หลายฝ่ายเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงมีความพยายามในการรักษาและเพิ่มจำนวนพื้นที่สีเขียวเพื่อทดแทนกับที่เสียไป “OUR Khung BangKachao” คืออีกหนึ่งโครงการที่มีเป้าหมายในการพัฒนาและรักษาพื้นที่คุ้งบางกะเจ้า พื้นที่ที่ทำหน้าที่เสมือนปอดให้กับคนเมือง “คุ้งบางกะเจ้า” เป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่กว่า 12,000 ไร่ที่โอบล้อมด้วยแม่น้ำเจ้าพระยา ครอบคลุมพื้นที่ 6 ตำบลของอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ มีคุณค่าทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม โดดเด่นทางระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ เพราะมีความสมบูรณ์ของพื้นดินอันเกิดจากการสะสมของตะกอนปากแม่น้ำ มีพันธุ์ไม้กว่า 80 ชนิดในพื้นที่ อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ มีประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติและชุมชน จนได้รับการยกย่องให้เป็น The Best Urban Oasis Of Asia จากนิตยสาร Time เมื่อปี 2549 และที่สำคัญยังถือเป็นปอดตามธรรมชาติให้กับคนกรุงเทพฯ และปริมณฑลอีกด้วย แต่จากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและการพัฒนาเมืองที่มีอย่างต่อเนื่อง ย่อมส่งผลกระทบต่อคุ้งบางกระเจ้าอย่างยากที่จะหลีกเลี่ยง ทำให้พื้นที่สีเขียวที่มีอยู่ลดลง เกิดปัญหาดินและน้ำเค็มขึ้น

Read More

บอกลาถุงพลาสติก และการปรับตัวของผู้บริโภค-ผู้ผลิต

คนไทยเริ่มต้นศักราชใหม่ด้วยเทรนด์การลดใช้ถุงพลาสติก ที่เริ่มดีเดย์ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ที่ผ่านมา หากจะย้อนความไปถึงต้นสายปลายเหตุที่ทำให้คนไทยมีพฤติกรรมใช้ถุงพลาสติกเฉลี่ย 5,300 ตันต่อวัน เป็นเพราะมีการรณรงค์ลดการใช้กระดาษ ถุงกระดาษ เพื่อไม่ให้เกิดการตัดต้นไม้ ด้วยเหตุนี้ถุงพลาสติกจึงถูกยกความสำคัญขึ้นมาในสังคม ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะมีการใช้พลาสติกในปริมาณมหาศาลต่อวัน แต่หากมีกระบวนการจัดเก็บ คัดแยก รวมไปถึงการกำจัดอย่างถูกวิธี ปัญหาขยะจากพลาสติกหรือถุงพลาสติกคงไม่เกิดขึ้น และเราคงไม่ต้องมูฟออนเป็นวงกลมกันอีกครั้งด้วยการรณรงค์ลดละเลิกใช้ถุงพลาสติก เมื่อพลาสติกกลายเป็นขยะที่สร้างปัญหาและส่งผลต่อระบบนิเวศ ทำลายสิ่งแวดล้อม คร่าชีวิตสัตว์ทะเลจำนวนมาก ข้อมูลจากกรีนพีซระบุว่า ปริมาณขยะพลาสติกทั่วโลกมีมากถึง 6,300 ล้านตัน และขยะพลาสติกในประเทศไทยมีประมาณ 2.7 ล้านตัน เฉลี่ย 7,000 ตันต่อวัน โดยเป็นถุงพลาสติก 80 เปอร์เซ็นต์ และโฟม 20 เปอร์เซ็นต์ การตายของวาฬนำร่องที่กินถุงพลาสติกไป 85 ชิ้น และพะยูนน้อยมาเรียมที่มีต้นเหตุการเสียชีวิตเพราะชิ้นส่วนพลาสติก ดูเหมือนสัตว์ทะเลทั้งสองชนิดที่จากโลกนี้ไปจะสามารถปลุกจิตสำนึกที่หลับใหลของคนไทยให้ตื่นรู้ได้ กระทั่งในที่สุดรัฐบาลประกาศเจตนารมณ์เรื่องการลดใช้พลาสติก นับเป็นก้าวสำคัญของการบริหารงานภายใต้รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่เอาจริงเอาจังเรื่องสิ่งแวดล้อม ด้วยการตั้งเป้าลดการใช้พลาสติกภายในปี 2565 โดยมีกระทรวงที่เกี่ยวข้องอย่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมขับเคลื่อนนโยบายนี้ โดยโรดแมปของการแก้ปัญหาการจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561-2573 ซึ่งจะมีการยกเลิกการใช้พลาสติกทั้งหมด 7 ชนิด

Read More

สตาร์บัคส์เปลี่ยนมาใช้หลอดกระดาษที่ย่อยสลายได้ ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคมนี้ทุกสาขา

สตาร์บัคส์เปลี่ยนมาใช้หลอดกระดาษที่ย่อยสลายได้ ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคมนี้ เป็นต้นไป เพื่อต้อนรับปีสิ่งแวดล้อม พร้อมรณรงค์การพกแก้วส่วนตัว สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ (ประเทศไทย) ต้อนรับปีใหม่ เปลี่ยนมาใช้หลอดกระดาษทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคมนี้ เป็นต้นไป เพื่อเชิญชวนให้ลูกค้าร่วมกันลดการใช้พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบรรลุพันธกิจทางสิ่งแวดล้อมของสตาร์บัคส์ในการงดใช้หลอดพลาสติกที่ร้านสตาร์บัคส์ทั่วโลกภายในปี 2563 นี้ “การรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นภารกิจสำคัญที่ทุกคนต้องร่วมมือช่วยกัน สตาร์บัคส์มีความภูมิใจที่ได้นำเสนอทางเลือกใหม่ทดแทนการใช้หลอดพลาสติกให้กับลูกค้าในประเทศไทย และเพื่อเป็นการเริ่มต้นปีแห่งการรักษ์โลก เราขอเชิญชวนให้ลูกค้าทุกท่านหันมาใช้หลอดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และร่วมกันพกแก้วส่วนตัว เพื่อลดการใช้พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งไปพร้อมกับเรา โดยสตาร์บัคส์ยินดีมอบส่วนลด 20 บาท ทุกวันพุธ ให้กับลูกค้าที่นำแก้วส่วนตัวมาซื้อเครื่องดื่มที่ร้านสตาร์บัคส์ ทุกสาขาทั่วประเทศ จนถึงวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้” คุณเนตรนภา ศรีสมัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ (ประเทศไทย) กล่าว สำหรับหลอดกระดาษที่สตาร์บัคส์เปลี่ยนใหม่นี้ ทำมาจากกระดาษที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ รับรองโดย Forest Steward Council® องค์กรที่ทำงานโดยไม่แสวงหาผลกำไรในประเทศเยอรมนี ที่มุ่งพัฒนาการจัดการป่าทั่วโลก โดยมีสองขนาดให้เลือก คือ

Read More

ชุมชนมีวนา มีคน มีป่า มีกิน เพื่อชีวิตที่ยั่งยืน

ปี พ.ศ. 2504 ประเทศไทยมีพื้นที่ป่าไม้ 171.2 ล้านไร่ จากพื้นที่ประเทศไทยทั้งสิ้น 321 ล้านไร่ แต่ชั่วระยะเวลาเพียง 50 ปี พื้นที่ป่าไม้ถูกทำลายไปมากกว่า 98 ล้านไร่ ซึ่งการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ที่เกิดขึ้นนั้น นอกจากการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าที่ยังคงปรากฏเป็นข่าวให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง สาเหตุส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความต้องการพื้นที่ในการทำเกษตรกรรมของชาวบ้านด้วยเช่นกัน ความต้องการพื้นที่ทำกินของเกษตรกรเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการรุกล้ำพื้นที่ป่าและนำไปสู่ปัญหาความขัดแย้งระหว่างชุมชนกับหน่วยงานภาครัฐที่ทำหน้าที่พิทักษ์ป่า ซึ่งไม่เพียงทำให้พื้นที่ป่าไม้ลดลงจนส่งผลต่อระบบนิเวศ เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงเท่านั้น แต่วิถีการเกษตรที่ใช้สารเคมีดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบันยังส่งผลกระทบต่อธรรมชาติโดยรวม เกิดการปนเปื้อนของสารเคมีในแหล่งน้ำ ส่งผลต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอย่างยากที่จะหลีกเลี่ยง ปัจจุบันปัญหาการลดจำนวนลงของพื้นที่ป่า ตลอดจนการใช้สารเคมีในแวดวงการเกษตรที่ส่งผลต่อธรรมชาติเริ่มเป็นที่ตระหนักรู้ของสังคมมากขึ้น ประชาชน ภาครัฐ รวมถึงภาคเอกชนต่างเล็งเห็นความสำคัญและพยายามหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว “โครงการกาแฟอินทรีย์รักษาป่า” หรือที่รู้จักในชื่อ “กาแฟมีวนา” คือหนึ่งในความเคลื่อนไหวภาคเอกชนที่ไม่เพียงเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าเท่านั้น แต่ยังต้องการส่งเสริมความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้อยู่ดีกินดีอย่างยั่งยืนอีกด้วย ปี พ.ศ. 2553 มูลนิธิสายใยแผ่นดินได้เริ่มโครงการกาแฟอินทรีย์รักษาป่าขึ้นที่ป่าต้นน้ำแม่ลาว จังหวัดเชียงราย ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นหนึ่งของภาคเอกชนที่เล็งเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าและปัญหาสิ่งแวดล้อม ป่าต้นน้ำแม่ลาวถือเป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดของจังหวัดเชียงราย วิถีดั้งเดิมของชาวบ้านคือการปลูกชาทำเมี่ยงเพื่อเลี้ยงชีพ แต่เมื่อการเกษตรแบบใหม่ที่นิยมใช้สารเคมีเข้ามา บวกกับความต้องการของตลาดทำให้ชาวบ้านหันมาปลูกเสาวรสซึ่งเป็นไม้เลื้อยและต้องการแสงในการเจริญเติบโตสูง ชาวบ้านต้องตัดไม้ทำลายป่าเพื่อเปิดพื้นที่รับแสง อีกทั้งการปลูกเสาวรสยังต้องใช้สารเคมีอย่างมากในการดูแลรักษาให้ปลอดโรคและแมลง ทำให้ป่าต้นน้ำแม่ลาวอยู่ในภาวะที่น่าเป็นห่วง มูลนิธิสายใยแผ่นดินพยายามศึกษาเพื่อหาทางแก้ไข พบว่า “กาแฟ” เป็นพืชเศรษฐกิจที่สามารถสร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน และสามารถปลูกอยู่ร่วมกับป่าได้โดยไม่ต้องตัดไม้ทำลายป่า เพราะกาแฟเป็นพืชที่ต้องการร่มเงาสูง เติบโตได้ดีในพื้นที่ใต้ร่มไม้ จึงได้ริเริ่มโครงการกาแฟอินทรีย์รักษาป่าขึ้นที่ป่าต้นน้ำแม่ลาว เป็นอันดับแรก

Read More