Home > ไวรัสโคโรน่า

ความปลอดภัยต้องมาก่อน!!! แฟมิลี่มาร์ทจำกัดลูกค้าเข้าร้านครั้งละไม่เกิน 10 คน ทำความสะอาดวันละ 1 ชั่วโมงทุกวัน

ความปลอดภัยต้องมาก่อน!!! แฟมิลี่มาร์ท ประกาศจำกัดลูกค้าเข้าร้านครั้งละไม่เกิน 10 คน พร้อมเพิ่มชั่วโมงพิเศษ ทำความสะอาดวันละ 1 ชั่วโมงทุกวัน ร้านสะดวกซื้อใกล้บ้านเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับลูกค้าที่ต้องการหลีกเลี่ยงการเดินทาง แฟมิลี่มาร์ท เปิดปฏิบัติการความพร้อมขั้นสุดเพื่อให้ลูกค้าทุกคนมั่นใจ แฟมิลี่มาร์ท คือ ร้านสะดวกซื้อปลอดภัยตลอดเวลาที่มาใช้บริการ โดยให้ความสำคัญกับวิธีปฏิบัติตามหลัก Social distancing เพื่อรักษาระยะห่างความปลอดภัยระหว่างลูกค้า รวมถึงการให้บริการแบบลดการสัมผัส แฟมิลี่มาร์ทจึงได้เพิ่มมาตรการใหม่ปกป้องลูกค้าและพนักงาน ดังนี้ · จำกัดจำนวนลูกค้าที่เข้าใช้บริการครั้งละไม่เกิน 10 คน · เพิ่มชั่วโมงทำความสะอาดพิเศษ ปิดร้านวันละ 1 ช.ม. ในเวลา 03.00-04.00 น. สำหรับสาขาที่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง เพื่อทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรค นอกเหนือจากการทำความสะอาดตามปกติ · แคชเชียร์ใช้ถาดขนาดเล็กสำหรับรับ -ส่งเงินกับลูกค้า และ ลูกค้าแจ้งหมายเลขสมาชิกเดอะวัน หรือแสดง QR Code จากแอปพลิเคชั่นเดอะวัน หรือ LINE @FamilyMartThailand แทนการกดปุ่มตัวเลขสะสมคะแนน เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าช้อปปิ้งแบบไม่สัมผัส · ขอความร่วมมือลูกค้าทั่วไป

Read More

ธุรกิจออนไลน์สบโอกาส โตสวนทางวิกฤตโรคร้าย

ท่ามกลางวิกฤตของการแพร่ระบาดโรค COVID-19 ซึ่งส่งผลให้ภาคธุรกิจ-อุตสาหกรรมหลากหลายได้รับผลกระทบในเชิงลบจนทำให้การดำเนินธุรกิจตกอยู่ในภาวะชะงักงัน ขณะที่บางบริษัทต้องปลดพนักงานหรือชะลอแผนการลงทุนจากผลของการแพร่ระบาดของโรคที่ดำเนินอยู่นี้ ธุรกิจการบินดูจะเป็นธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 และมีแนวโน้มที่ไม่สดใสเท่าที่ควร เพราะภายหลังจากการแพร่ระบาดของโรค ทุกประเทศต่างใช้มาตรการคัดกรองนักเดินทางจากประเทศกลุ่มเสี่ยงกันอย่างเข้มงวด โดยสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association: IATA) คาดการณ์ว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ว่าจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบินทั่วโลกคิดเป็นมูลค่ากว่า 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ IATA ระบุว่า โรคโควิด-19 จะทำให้รายได้ของสายการบินประเภทเครื่องบินโดยสารลดลง 6.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐถึง 1.13 แสนล้านเหรียญสหรัฐขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดว่าจะขยายวงกว้างมากเพียงใด หลังจากที่ก่อนหน้านี้ IATA ระบุว่า โรคโควิด-19 จะทำให้รายได้ของสายการบินลดลง 2.93 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมคาดการณ์ว่า ผลกระทบดังกล่าวจะจำกัดอยู่ในตลาดที่เกี่ยวข้องกับจีนเท่านั้น แต่ไม่ได้ทำการประเมินผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่จะมีต่อสายการบินประเภทขนส่งสินค้า ความเสียหายที่ IATA ประเมินล่าสุดนี้ เป็นระดับความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมการบินทั่วโลกระหว่างช่วงวิกฤตการณ์ทางการเงิน เมื่อปี 2551 แต่ IATA ยังประเมินสถานการณ์ภายใต้ความเชื่อที่ว่าหากทั่วโลกสามารถควบคุมการระบาดได้รวดเร็ว และจัดการผลกระทบให้อยู่ในวงจำกัด ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นก็จะอยู่ในระดับมูลค่าประมาณ 6.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น แต่นั่นก็เป็นความสูญเสียที่มากพอจะสั่นคลอนความเชื่อมั่นและความมั่นคงของผู้ประกอบการสายการบินแต่ละรายไม่น้อยเช่นกัน แต่ภายใต้วิกฤตดูเหมือนว่าจะยังมีโอกาสใหม่ๆ

Read More

พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จับมือ วิริยะ มอบความคุ้มครองโควิด-19 แก่ลูกค้าและผู้เยี่ยมชมโครงการ

พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค มอบประกันคุ้มครองไวรัสโคโรนา โดยวิริยะประกันภัย สำหรับลูกค้าที่ซื้อบ้านและทาวน์โฮม รวมถึงลูกค้าที่เข้าเยี่ยมชมทุกโครงการ ภายในเดือนเมษายนนี้ นายวงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต กรรมการผู้จัดการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ นายเกรียงศักดิ์ โพธิเกษม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา หรือ “โควิด-19” พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค และวิริยะประกันภัย พร้อมมอบความคุ้มครองให้แก่ลูกค้าของ พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ด้วยแผนประกันโควิดชีลด์ ติดปุ๊ปรับปั๊ป เมื่อตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 รับเงินก้อนทันที 100,000 บาท หากนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลจากโควิด-19 มีค่าชดเชยรายวัน วันละ 300 บาท สูงสุด 14 วัน พร้อมคุ้มครองการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุอีก 100,000 บาท โดยลูกค้าที่ซื้อบ้านและทาวน์โฮมที่โอนกรรมสิทธิ์ภายในเดือนเมษายนนี้จะได้รับความคุ้มครองดังกล่าว เป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อให้ความอุ่นใจในช่วงที่โควิด-19 มีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว “นอกจากนี้ ลูกค้าที่เข้าเยี่ยมชมโครงการของพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ทุกโครงการ

Read More

เมเจอร์ ยกระดับมาตรการเข้มขั้นสูงสุด ควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ยกระดับมาตรการเข้มขั้นสูงสุด ใช้ระยะห่างทางสังคม นั่งแถวเว้นแถว เว้นห่างระหว่างที่นั่งทุก 2 ที่นั่ง ไม่เกิน 50 ที่นั่งต่อโรง ป้องกันโควิด-19 เพื่อดูแลลูกค้าให้ดีที่สุด บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) ออกมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ขั้นสูงสุด เป็นไปตามรูปแบบ “ เว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distance) ” เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่เข้ามาชมภาพยนตร์ ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม เป็นต้นไป ด้วยการเว้นระยะห่างการนั่งชมภาพยนตร์ แบบแถวเว้นแถว และเว้นระยะห่างระหว่างที่นั่งทุก 2 ที่นั่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการป้องกันไวรัส COVID -19 ขั้นสูงสุด ของโรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ทุกสาขา เพื่อเป็นการดูแลสุขภาพของลูกค้าให้ดีที่สุด ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19 เมเจอร์

Read More

ผลกระทบ COVID-19 เมื่อเศรษฐกิจโลกติดเชื้อไวรัส

การขยายตัวลุกลามของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่ได้รับการขนานนามในชื่อ COVID-19 (Coronavirus Disease 2019) นอกจากจะก่อให้เกิดการแพร่ระบาดและส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนขยายตัวไปทั่วทุกภูมิภาคของโลกแล้ว ยังสร้างแรงกดดันเป็นปัจจัยลบต่อเศรษฐกิจของโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะธุรกิจการท่องเที่ยว การบินและอุตสาหกรรมภาคบริการที่เกี่ยวเนื่องซึ่งได้รับผลไปก่อนหน้านี้เท่านั้น ความเป็นไปของการแพร่ระบาด COVID-19 นอกจากจะทำให้บรรดาศูนย์การค้า ธุรกิจโรงแรม และธุรกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว ได้รับผลกระทบหนักหน่วงจากผลของการปิดเมือง การจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวหรือผู้เดินทางที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ไม่ให้เข้าเมือง ทำให้ผู้ประกอบการเผชิญปัญหา และจำเป็นต้องปรับลดจำนวนพนักงานหรืองดรับพนักงานใหม่ เพื่อลดค่าใช้จ่าย เพราะนักท่องเที่ยวน้อยลง ความร้ายกาจของโคโรนาไวรัสยังคุกคามไปสู่ภาคธุรกิจอุตสาหกรรมและภาคการผลิตของระบบเศรษฐกิจทั่วโลก เมื่อการแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) ของหลายประเทศในเอเชียที่ต้องพึ่งพาวัตถุดิบจากจีน เนื่องจากบริษัทในจีนยังปิดต่อเนื่อง ทำให้การส่งมอบชิ้นส่วนสำคัญไปยังภาคอุตสาหกรรมนอกจีนสะดุด เป็นพิษร้ายที่ทำให้สุขภาวะทางเศรษฐกิจของโลกที่ซบเซาไม่แข็งแรงอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว มีแนวโน้มจะทรุดหนักมากกว่าที่จะฟื้นตัวได้ในระยะสั้น การปิดโรงงานเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ในประเทศจีนทำให้โรงงานที่เลือกใช้ชิ้นส่วนจากประเทศจีน หรือมีฐานการผลิตอยู่ในประเทศจีนเผชิญปัญหาการส่งมอบสินค้าล่าช้า ในขณะที่การย้ายฐานการผลิตหรือเลือกใช้ชิ้นส่วนจากแหล่งผลิตอื่นในห้วงเวลาปัจจุบันก็เป็นสิ่งที่ยากจะทำได้และหมายถึงค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย สถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 ทำให้ผู้ประกอบการที่เข้ามาลงทุนในจีน ต่างพยายามหาแนวทางเพื่อการย้ายฐานการผลิตออกจากจีนไปยังประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงการจัดซื้อชิ้นส่วนสำคัญจากแหล่งผลิตอื่นๆ ทดแทนการขาดหายไปของชิ้นส่วนจากจีน ขณะที่ผู้ประกอบการที่มีโรงงานอยู่ในเขตแพร่ระบาดของเชื้อโรค จำเป็นต้องปิดโรงงานและระงับการผลิตชั่วคราวเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโรคไปอย่างไม่อาจเลี่ยง ยังไม่นับรวมถึงการขนส่งสินค้าทางเรือทั้งขาเข้าและขาออกจากจีนก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เมื่อเรือสินค้าจำนวนไม่น้อยที่เข้าเทียบท่าที่จีนแล้วไม่สามารถขนถ่ายสินค้าขึ้นลงเรือได้เนื่องจากไม่มีแรงงาน ผลกระทบจากการแพร่ระบาด COVID-19 ได้ส่งให้ภาคการผลิตในอุตสาหกรรมสิ่งทอ และอิเล็กทรอนิกส์ในภูมิภาคอาเซียนได้รับผลกระทบอย่างหนักจากปัญหาห่วงโซ่อุปทาน เพราะโรงงานส่วนใหญ่ต้องนำเข้าชิ้นส่วนและวัสดุอุปกรณ์จากจีนเป็นหลัก ซึ่งแนวโน้มของการขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิตของภาคอุตสาหกรรมเหล่านี้คาดว่าจะหนักหน่วงมากขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้

Read More

ปตท. ยืนยันยังไม่พบพนักงานกลุ่ม ปตท. ติดเชื้อไวรัส COVID -19

ตามที่ได้มีการเผยแพร่ข่าวว่ามีพนักงาน กลุ่ม ปตท. เสี่ยงติดเชื้อไวรัส COVID-19 ภายหลังจากที่เดินทางกลับจากประเทศเกาหลีใต้ พร้อมเพื่อนสนิทที่ได้เดินทางไปด้วยกัน เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และพบว่าเพื่อนมีอาการป่วยเป็นไข้ 2-3 วันแล้วนั้น ทาง ปตท. ขอเรียนแจ้งว่า ปัจจุบันยังไม่มีพนักงานกลุ่ม ปตท. คนใดติดเชื้อไวรัส COVID-19 และพนักงานคนดังกล่าวนั้นได้เข้าพบแพทย์เรียบร้อยแล้ว และยังคงมีสุขภาพปกติ รวมทั้งเพื่อนร่วมเดินทางก็ยังตรวจไม่พบเชื้อไวรัสดังกล่าวแต่อย่างใด แต่เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพนักงาน ปตท. และความปลอดภัยของผู้เกี่ยวข้องทุกคน จึงได้ให้พนักงานคนดังกล่าว Work at Home ตามนโยบายเป็นระยะเวลา 14 วัน เพื่อเฝ้าสังเกตอาการตนเองและรายงานมายังผู้บังคับบัญชาเพื่อติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ปตท. มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และให้ความสำคัญต่อสุขภาพความปลอดภัยของพนักงานที่ปฏิบัติงานอยู่ในประเทศไทยและที่เดินทางไปปฏิบัติงานในต่างประเทศทุกท่าน โดยได้ออกประกาศภายใน เรื่อง มาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้ออุบัติใหม่จากไวรัสของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เพื่อขอความร่วมมือให้พนักงาน ปตท. ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด รวมทั้งเปิดศูนย์ติดตามและเฝ้าระวังกรณีโรคอุบัติใหม่ COVID-19 ขึ้น เพื่อติดตามและบริหารจัดการสถานการณ์โดยรวมอย่างใกล้ชิด

Read More

ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ กับผลกระทบที่ไทยต้องรับมือ

การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่เริ่มขึ้นครั้งแรกในช่วงกลางเดือนธันวาคม 2019 ในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน กระทั่งล่วงเลยมาถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2020 สถานการณ์ของการแพร่ระบาดเชื้อร้ายยังไม่มีวี่แววว่าจะสิ้นสุด แม้หลายประเทศจะมีมาตรการป้องกันประชาชนของตัวเองอย่างเต็มที่ ทว่าปัจจุบันจำนวนผู้ติดเชื้อในจีนเพิ่มขึ้นเป็น 37,198 ราย และมีผู้เสียชีวิตจากเชื้อดังกล่าวในจีนเพิ่มขึ้นเป็น 811 ราย (ณ วันที่ 9 ก.พ.) การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ สร้างผลกระทบในหลายด้าน ทั้งด้านสาธารณสุข ที่มีคุณภาพชีวิตของประชาชนในประเทศที่มีการติดเชื้อเป็นเดิมพัน ที่ทุกฝ่ายต้องเร่งหามาตรการป้องกันและรักษาให้เกิดผลเสียในทางกายภาพน้อยที่สุด ผลกระทบของไวรัสโคโรนาไม่เพียงทำให้ประเทศจีนตกอยู่สถานการณ์แห่งความยากลำบาก ทั้งการต้องดูแลและควบคุมเชื้อไวรัสไม่ให้ขยายวงมากไปกว่าปัจจุบันเท่านั้น แต่ในทางเศรษฐกิจ จีนได้รับผลกระทบไม่น้อย ความรุนแรงของสถานการณ์ทำให้จีนต้องใช้มาตรการระงับการสัญจรเข้าออกจากเมือง ระบบขนส่งคมนาคมถูกชัตดาวน์ การท่องเที่ยวของจีนได้รับผลกระทบอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ต่อเศรษฐกิจจีนเบื้องต้นในกรอบเวลา 1 เดือน อาจสูงถึง 3 แสนล้านหยวน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 0.3 ของ GDP จีนทั้งปี ส่งผลให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในปี 2563 อาจต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 5.5-5.9 โดยมีผลกระทบหลักๆ ผ่านทางภาคค้าปลีก ภาคขนส่ง และภาคบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการบริโภคและการท่องเที่ยว และแน่นอนว่า ไม่เพียงแต่จีนเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ประเทศไทยได้รับผลกระทบไม่แตกต่างกัน

Read More

หัวเว่ยสร้างเครือข่าย 5G ระดับอัลตร้าไฮสปีด ส่งทีมช่วยฝ่าวิกฤตไวรัสโคโรนา

ทีมงานหัวเว่ย 150 คน ช่วยกันติดตั้งเครือข่าย 5G รอบโรงพยาบาลอู่ฮั่น วัลแคน เมาท์เทน โดยภารกิจสำเร็จลุล่วงภายใน 3 วัน หัวเว่ย ร่วมให้ความช่วยเหลือเพื่อต้านไวรัสโคโรนา จับมือโอเปอเรเตอร์ในมณฑลหูเป่ย เปิดให้บริการสถานีฐาน 5G ที่โรงพยาบาลลอู่ฮั่น วัลแคน เมาท์เทน ที่รองรับผู้ป่วย 1,000 เตียง บนพื้นที่ 25,000 ตารางเมตร ซึ่งรัฐบาลจีนกำหนดให้ก่อสร้างจนเสร็จสมบูรณ์พร้อมเปิดให้บริการภายในระยะเวลาไม่ถึง 10 วัน เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา โดยโรงพยาบาลแห่งใหม่นี้ อิงแบบก่อสร้างของโรงพยาบาลเป่ยจิง เสี่ยวทังซาน ที่ใช้เวลาก่อสร้างเพียง 7 วันเมื่อปี 2546 เมื่อวันที่ 23 มกราคม ที่ผ่านมา คณะเจ้าหน้าที่หัวเว่ยราว 150 คนในมณฑลหูเป่ยได้รวมตัวกันผ่านโครงการต้านไวรัสโคโรนาของบริษัท ภายหลังจากที่ได้รับการแจ้งจากศูนย์ป้องกันโรดระบาดและควบคุมภาวะฉุกเฉินของเมืองอู่ฮั่น ทีมหัวเว่ยได้ส่งมอบสถานีฐาน 5G ได้จนสำเร็จลุล่วงภายในระยะเวลาเพียง 3 วัน ซึ่งหัวเว่ยได้ดำเนินการทุกขั้นตอน ตั้งแต่การกำหนดแผนเครือข่าย ออกสำรวจ

Read More

เซ็นทรัล รับมือไวรัสโคโรน่า เพิ่มมาตรการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการและพนักงาน

เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล กรุ๊ป เพิ่มมาตรการสร้างความมั่นใจความห่วงใยในสุขภาพและความปลอดภัยของลูกค้าผู้ใช้บริการและพนักงานเพื่อป้องกันไวรัสโคโรน่า จากสถานการณ์ไวรัสโคโรน่าในประเทศจีน เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล กรุ๊ป ผู้บริหาร เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์, แฟมิลี่มาร์ท และ มัทสึโมโตะคิโยชิ มีความห่วงใยในสุขภาพและความปลอดภัยของลูกค้าผู้ใช้บริการและพนักงาน ผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกท่าน เพื่อสร้างความมั่นใจ บริษัทฯ ได้มีมาตรการป้องกันและแนวทางปฏิบัติ ดังนี้ 1. เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดรถเข็น และ ตะกร้าใส่สินค้า ด้วยน้ำยาทำความสะอาดและน้ำยาฆ่าเชื้อ ตลอดทั้งวัน 2. ติดตั้งเครื่องฉีดสเปรย์แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ หรือ เจลล้างมือ บริเวณทางเข้าร้านทุกจุด 3. เช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ ในแผนกอาหารสด เบเกอรี่ และอาหารปรุงสุก 4. โต๊ะ เก้าอี้ รวมถึงพื้นที่ส่วนกลาง จุดสัมผัสสาธารณะ ที่มีลูกค้าใช้บริการร่วมกัน จะทำความสะอาดด้วยน้ำยาทำความสะอาดและน้ำยาฆ่าเชื้ออย่างสม่ำเสมอ 5. เช็ดทำความสะอาดเคาน์เตอร์แคชเชียร์ด้วยน้ำยาทำความสะอาด น้ำยาฆ่าเชื้อ ตลอดทั้งวัน 6. เน้นย้ำพิเศษสำหรับพนักงานในส่วนแผนกอาหารสด และผู้ที่ต้องสัมผัสอาหาร ให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา 7.

Read More