Home > ธุรกิจอสังหาริมทร้พย์

สัญญาณเตือนธุรกิจอสังหาฯ ระวัง!! ฟองสบู่แตก

การผุดขึ้นของที่อยู่อาศัยโครงการใหม่ๆ ในยุคปัจจุบันที่นับวันจะทวีจำนวนมากขึ้น ราวกับดอกเห็ดที่มักจะออกดอกในช่วงฤดูฝน การปักหมุดของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์กับโครงการใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อยู่อาศัยแนวตั้งอย่างคอนโดมิเนียม ที่เรามักจะได้เห็นจนชินตาเสมือนทิวทัศน์ที่ประกอบส่วนไปตลอดตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าทุกสาย ชนิดที่เรียกได้ว่า มีโครงการคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นขนาบสองข้างของถนน เกิดคำถามที่ตามมาเพื่อให้บรรดานักวิเคราะห์ตลาดอสังหาฯ ได้ขบคิดกันต่อว่า ดีมานด์กับซัปพลายของที่อยู่อาศัยเหล่านี้มีความสมดุลกันจริงหรือไม่ ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจไทยบนรากฐานความเป็นจริงที่ว่า ยังอยู่ในช่วงของความไม่คงเส้นคงวานัก แต่หลายฝ่ายกำลังโหมกระพือบทวิเคราะห์และการคาดการณ์ในอนาคตว่า สถานการณ์เศรษฐกิจกำลังดีขึ้นนั้นก็เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดี โดยหวังจะสร้างแรงกระตุ้นในกลุ่มนักลงทุนที่กำลังอยู่ในช่วงของการพิจารณาตัดสินใจที่จะตบเท้าเข้ามาลงทุนธุรกิจในประเทศไทย กระนั้นตัวเลขที่น่าจะสร้างเสริมให้บรรยากาศทางเศรษฐกิจที่ยังอยู่ในห้วงเวลาแห่งความอึมครึมนี้ กลับเป็นตัวเลขของการส่งออกที่ดูท่าว่าตัวเลขนี้จะทำให้ผู้ประกอบการพอจะยิ้มออกได้บ้าง เมื่อสำนักวิจัยเศรษฐกิจอุตสาหกรรม เปิดเผยตัวเลขสถานการณ์การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเดือนมีนาคม 2560 ล่าสุดว่า มีการขยายตัวร้อยละ 10.2 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทยในช่วงครึ่งปีแรกมีแนวโน้มที่ดีขึ้น หากมองสถานการณ์ตลาดโดยรวมถือได้ว่าเติบโตร้อยละ 10-15 ทั้งนี้หลายหน่วยงานที่รับหน้าที่เป็นผู้วิเคราะห์ตลาด แสดงการคาดการณ์ไม่แตกต่างกันมากนักว่า ในครึ่งปีหลังภาพรวมของธุรกิจอสังหาฯ น่าจะยังมีช่องทางการเติบโตได้อยู่ ทั้งนี้ ต้องไม่ลืมว่าทุกสถานการณ์ไม่ว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ ทั้งปัจจัยด้านลบ ปัจจัยด้านบวก ที่จะเป็นตัวบอกหรือกำหนดทิศทางความเป็นไปได้ กระนั้นทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคต้องดำเนินธุรกิจและตัดสินใจซื้อหรือลงทุนในอสังหาฯ ด้วยความไม่ประมาท โดยปัจจัยที่น่าจะหนุนนำส่งเสริมให้แวดวงของอสังหาฯ ไทย มีทิศทางที่น่าจะมองหาความสดใสเจอนั้น น่าจะมาจากโครงการลงทุนด้านคมนาคมของรัฐบาลในปี 2560 ที่มีมากถึง 43 โครงการ ด้วยเงินลงทุนกว่า 1.77 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นโครงการในแผนการลงทุนเดิมปี 2560 จำนวน 36 โครงการ

Read More

เปิด “เอฟวายไอเซ็นเตอร์” ปั่นทำเล พระราม 4

 “โกลเด้นแลนด์” เริ่มนับถอยหลังโครงการ “เอฟวายไอเซ็นเตอร์” ซึ่งจะเผยโฉมเต็มรูปแบบอย่างน่าตื่นเต้นในเดือนกรกฎาคมนี้ เพราะนอกจากเป็นการเปิดจุดยุทธศาสตร์สำคัญเชื่อมโครงข่ายอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์ในเครือทีซีซีกรุ๊ปของกลุ่มเจริญ สิริวัฒนภักดี แล้ว ยังสร้าง Node ธุรกิจที่คาดว่าจะปั่นมูลค่าทำเลทองย่านพระราม 4 เติบโตขึ้นอีกหลายเท่าและปลุกกระแสต่อเนื่องไปถึงทำเล ถ.วิทยุและสามย่าน รวมทั้งเชื่อมต่อไปยังฝั่งรัชดาภิเษก ซึ่งทุก Node มีโครงการของบริษัทลูกทีซีซีกรุ๊ปปักหมุดไว้ทั้งหมดแล้ว จากเดิมบริษัท แผ่นดินทอง พร๊อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือโกลเด้นแลนด์ เจ้าของโครงการเอฟวายไอ ประเมินอัตราค่าเช่าออฟฟิศ ณ วันแรกของการแนะนำโครงการ อยู่ที่ประมาณ 700 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน เปรียบเทียบกับอัตราค่าเช่าสำนักงานในย่านใกล้เคียงเฉลี่ย 600 บาทต่อ ตร.ม. ต่อเดือนหรือประมาณระดับ B นอกเขตย่านธุรกิจใจกลางเมือง  แต่ทั้งความแปลกใหม่ของโครงการ ทำเลที่ตั้งติดแนวรถไฟฟ้าใต้ดินและนักธุรกิจสามารถเชื่อมโยงสู่บิ๊กโปรเจกต์ที่กำลังเกิดขึ้นส่งผลให้อัตราค่าเช่าขยับขึ้นต่อเนื่องจาก 700 เป็น 780 จาก 780 เป็น 800 บาทต่อ ตร.ม. จนล่าสุดอยู่ที่ 820 บาทต่อ

Read More