Home > DDproperty

ผู้บริโภคมากกว่าครึ่งหวังซื้อบ้านใน 1 ปีข้างหน้า ส่งสัญญาณฟื้นตัวของอสังหาฯ จริงหรือ?

เศรษฐกิจไทยในเวลานี้อยู่ในภาวะเปราะบาง อันเนื่องจากปัจจัยท้าทายที่ยืดเยื้อจากการแพร่ระบาดฯ ผนวกกับภาวะเงินเฟ้อ ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ล้วนฉุดให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ และเมื่อคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่อเร็ว ๆ นี้ ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงแผนการเงินของผู้บริโภค และกลายเป็นความท้าทายระลอกใหม่ของผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยในเวลานี้ ซึ่งต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและตัดสินใจอย่างถี่ถ้วนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ของภาครัฐ พร้อมทั้งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยบวกที่ดึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคกลับมาอีกครั้ง ข้อมูลจากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค (CCI) เดือนสิงหาคม 2565 ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 43.7 จากระดับ 42.4 ในเดือนก่อนหน้า ถือเป็นการปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือน ขณะที่ตลาดอสังหาฯ แม้ไม่ได้มีการเติบโตหวือหวา แต่เห็นสัญญาณบวกจากการที่ผู้พัฒนาโครงการอสังหาฯ กลับมาเปิดตัวโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง และพัฒนาโครงการให้ตอบโจทย์คนหาบ้านในยุคนี้มากขึ้น ข้อมูลจากแบบสอบถามความคิดเห็นของผู้บริโภคที่มีต่อตลาดที่อยู่อาศัย DDproperty’s Thailand Consumer Sentiment Study รอบล่าสุด พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นด้านอสังหาริมทรัพย์ของผู้บริโภคชาวไทยปรับเพิ่มมาอยู่ที่ 51% จากเดิมที่มีเพียง 45%

Read More

ร่าง พ.ร.บ. คู่ชีวิต และร่าง พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม กับโอกาสเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยของคู่รัก LGBTQIA+

เดือนมิถุนายนที่ผ่านมาถือเป็นเดือนแห่งการเฉลิมฉลองความหลากหลายทางเพศ หรือที่รู้จักในชื่อ “Pride Month” เดือนแห่งความภาคภูมิใจของกลุ่มหลากหลายทางเพศทั่วโลก (LGBTQIA+) ที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนเราจะได้เห็นสัญลักษณ์สีรุ้งประดับตกแต่งอยู่ในสถานที่ต่างๆ รวมถึงกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องและแคมเปญจากแบรนด์ต่างๆ ที่ส่งเสริมและเพิ่มการตระหนักรู้ถึงความหลากหลายของกลุ่ม LGBTQIA+ ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรยังสร้างประวัติศาสตร์ในการรับร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมความเท่าเทียมกันทางเพศถึง 4 ฉบับ ประกอบด้วย ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่...) พ.ศ....หรือ ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม, ร่าง พ.ร.บ. คู่ชีวิต พ.ศ....., ร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่...) และ ร่าง พ.ร.บ. คู่ชีวิต แม้ว่าการรับร่างดังกล่าวยังคงต้องผ่านการพิจารณาอีกหลายขั้นตอน แต่ถือเป็นการกลัดกระดุมเม็ดแรกสู่ความเสมอภาค และเป็นก้าวสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคกลุ่ม LGBTQIA+ ได้รับสิทธิทางกฎหมายในหลายด้าน และมีบทบาทในการดูแลหรือทำธุรกรรมต่างๆ ร่วมกันมากขึ้น ภายใต้กฎหมายในฐานะคู่สมรส ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่าสังคมตระหนักถึงความหลากหลายทางเพศมากขึ้น ล่าสุด ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) เว็บไซต์มาร์เก็ตเพลสด้านอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า ผู้บริโภคกลุ่ม LGBTQIA+ มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจต่างๆ ไม่น้อย ข้อมูลล่าสุดจาก

Read More

ไขข้อสงสัย “เครดิตบูโร” สำคัญอย่างไร? เมื่อจะกู้ซื้อบ้าน

“ที่อยู่อาศัย” คือหนึ่งในปัจจัยสี่ของการดำเนินชีวิต และเชื่อแน่ว่าการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองน่าจะเป็นเป้าหมายหลักของใครหลายๆ คน แม้ว่าจะต้องใช้เงินและเพิ่มภาระหนี้ก้อนใหญ่ก็ตาม แต่นั่นก็มาพร้อมกับความมั่นคงในชีวิต การยื่นกู้ซื้อบ้านแม้จะมีภาระหนี้สินอยู่จึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เป็นปกติ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า การยื่นกู้ซื้อบ้านย่อมมีอุปสรรคและปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงอยู่ไม่น้อย อุปสรรคใหญ่เมื่อยื่นขอสินเชื่อที่อยู่อาศัย ข้อมูลจากแบบสอบถามของ DDproperty’s Thailand Consumer Sentiment Study เกี่ยวกับความคิดเห็นของผู้บริโภคต่อตลาดที่อยู่อาศัย ระบุว่า อุปสรรคใหญ่เมื่อยื่นขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยมาจาก 1. รายได้และอาชีพที่ไม่มั่นคง 59% 2. ประวัติทางการเงินที่ไม่ดี 46% 3. ไม่มีเอกสารประกอบที่เพียงพอ 38% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาการเงินมีความสำคัญอันดับต้นๆ ในการยื่นกู้ ซึ่งกลายเป็นความกังวลและพัฒนาต่อเนื่องไปเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่า การมีประวัติหนี้สินแสดงอยู่บนเครดิตบูโรจะทำให้ถูกปฏิเสธสินเชื่อหรือยื่นกู้ไม่ผ่าน แต่ที่จริงแล้วนี่เป็นความเข้าใจผิดที่สร้างความกังวลใจและทำให้ผู้ที่ต้องการมีบ้านพลาดโอกาสเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยในช่วงเวลาที่เหมาะสมตามไปด้วย “เครดิตบูโร” ไม่ใช่แบล็กลิสต์! “เครดิตบูโร” (Credit Bureau) หรือ “บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด” เป็นองค์กรเอกชนที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางจัดเก็บข้อมูลประวัติธุรกรรมทางการเงินของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อบัตรกดเงินสด สินเชื่อกู้ซื้อบ้าน ผ่อนรถยนต์ และอื่นๆ รวมไปถึงประวัติด้านการเงินเกี่ยวกับธุรกรรมต่างๆ ทั้งการกู้ ผ่อน จ่ายทั้งหมดของเจ้าของข้อมูล ซึ่งจะปรากฏในรายงานข้อมูลเครดิตของบุคคลนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นประวัติดีหรือประวัติไม่ดีก็ตามเพียงเท่านั้น โดยไม่มีหน้าที่หรืออำนาจในการอนุมัติสินเชื่อใดๆ ส่วนหน้าที่ของการอนุมัติการกู้เงินจะเป็นของธนาคารหรือสถาบันการเงิน ซึ่งเมื่อผู้กู้ยื่นขอสินเชื่อ ธนาคารหรือสถาบันการเงินนั้นๆ จะนำข้อมูลจากเครดิตบูโรมาตรวจสอบคุณสมบัติของผู้กู้ ทั้งพฤติกรรมการใช้เงิน วินัยในการผ่อนชำระหนี้

Read More

ส่องเทรนด์ที่อยู่อาศัยแบบไหน โดนใจวัยเกษียณ

มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย เปิดเผยว่า ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Complete Aged Society) ในปี 2565 นั่นหมายความว่า จะมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 20% หรือมีคนอายุ 65 ปีขึ้นไปมากกว่า 14% ของประชากรทั้งประเทศ ตามเกณฑ์การจำแนกขององค์การสหประชาชาติ ในขณะที่อัตราเด็กเกิดใหม่ต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด สำนักงานสถิติแห่งชาติแสดงข้อมูลจำนวนการเกิดประจำปี 2564 พบว่า มีประชากรเกิดทั้งหมด 544,570 คน จากแนวโน้มดังกล่าวย่อมส่งผลต่อภาคธุรกิจและบริการต่างๆ ที่ต้องปรับตัวเพื่อรองรับโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป รวมถึงภาคอสังหาริมทรัพย์ด้วยเช่นกัน ผู้บริโภควางแผนซื้อที่อยู่อาศัยหลังเกษียณมากขึ้น เชียงใหม่ยังครองแชมป์ ผลสำรวจล่าสุดของ DDproperty (ดีดีพร็อพเพอร์ตี้) เว็บไซต์มาร์เก็ตเพลสด้านอสังหาริมทรัพย์ เผยให้เห็นว่า ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการวางแผนซื้อที่อยู่อาศัยรองรับชีวิตหลังเกษียณมากขึ้น โดยเชียงใหม่ยังเป็นเมืองยอดนิยมอันดับหนึ่งที่ผู้บริโภคต้องการไปใช้ชีวิตหลังเกษียณ (24%) ตามมาด้วยเชียงราย และชลบุรี (10% และ 8% ตามลำดับ) โดย 52% เผยว่า ปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดให้สนใจไปอยู่ทำเลดังกล่าวมาจากการได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติหรือพื้นที่สีเขียว ตามมาด้วยสถานที่ตั้งอยู่ใกล้สถานพยาบาลเพื่อความสะดวกหากต้องไปพบแพทย์ 49% และอยู่ใกล้ระบบขนส่งมวลชนที่ช่วยให้เดินทางไปที่ต่างๆ สะดวกขึ้น 44% บ้านที่ดีต้องส่งเสริมสุขภาพ โควิด-19

Read More

จับทิศทางอสังหาฯ ปี 65 รอเวลาฟื้นตัวตามเศรษฐกิจ

ปี 2564 ที่ผ่านมาถือเป็นปีที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เผชิญกับความท้าทายและผันผวนสูง จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่องทั่วทั้งอุตสาหกรรม ทั้งแรงงานก่อสร้าง ผู้ประกอบการอสังหาฯ รวมถึงผู้บริโภคที่แม้จะมีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัย แต่จากสภาพเศรษฐกิจที่เปราะบางรวมถึงหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงขึ้นทำให้ต้องชะลอการซื้อที่อยู่อาศัยออกไป แต่มีการคาดการณ์ว่าปี 2565 อสังหาฯ จะเริ่มฟื้นตัวตามสภาพเศรษฐกิจ ผู้ประกอบการเน้นระบายสต็อกคงค้างควบคู่ไปกับการเปิดโครงการใหม่เข้าสู่ตลาด สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินและความเชื่อมั่นในการใช้จ่ายของผู้บริโภค และยังเป็นตัวแปรสำคัญของภาคธุรกิจหลักของประเทศ ก่อนหน้านี้เคยมีการคาดการณ์กันว่าปี 2564 จะเป็นปีที่อสังหาฯ มีแนวโน้มฟื้นตัวหลังการแพร่ระบาดของโควิดระลอกแรก แต่สถานการณ์กลับยังผันผวนเนื่องจากการแพร่ระบาดยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องและยืดเยื้อ ผู้บริโภคส่วนใหญ่ชะลอการซื้อ ทำให้ภาพรวมของอสังหาฯ ในปีที่ผ่านมายังไม่ฟื้นตัวตามที่คาด ผลสำรวจของ DDproperty’s Thailand Consumer Sentiment Study ระบุว่า 3 ใน 4 ของผู้บริโภคชาวไทย (71%) ยังมีความต้องการที่อยู่อาศัย แต่เลือกที่จะชะลอการซื้อออกไปก่อน โดย 39% วางแผนจะซื้อบ้านภายใน 1-2 ปี ส่วนอุปสรรคสำคัญที่มีผลต่อการซื้อที่อยู่อาศัยมาจากการขาดรายได้ในช่วงโควิด-19 ถึง 66% รองลงมาคือราคาที่อยู่อาศัย 63% ตามมาด้วยความไม่แน่นอนทางการเมืองและธนาคารไม่อนุมัติสินเชื่อบ้านในสัดส่วนเท่ากันที่ 37% นอกจากนี้ 80%

Read More

“หนี้บ้าน” มรดกที่ควรได้หรือภาระที่ต้องจ่าย

การกู้ซื้อที่อยู่อาศัยถือเป็นการกู้ที่มีวงเงินสูง และมีระยะเวลาผ่อนชำระสินเชื่อที่ยาวนาน ธนาคารจึงมีหลักเกณฑ์พิจารณาที่เข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อจากความสามารถของผู้ขอสินเชื่อ และหลักทรัพย์ที่นำมาเป็นหลักประกัน นอกจากนี้เพื่อกระจายความเสี่ยงในการค้างชำระหนี้ ธนาคารจะมีการนำเสนอประกันต่าง ๆ ที่มีความคุ้มครองในหลายรูปแบบเพื่อให้ผู้กู้ได้พิจารณาผลประโยชน์ที่ได้รับ ช่วยลดปัญหาการเกิดภาระหนี้จากเหตุสุดวิสัย รวมทั้งแนะนำประกันที่ช่วยลดความเสี่ยงในการผลักภาระการผ่อนชำระนี้ให้เป็นมรดกหนี้ก้อนโตตกทอดไปสู่ทายาทของผู้กู้แบบไม่ได้ตั้งใจ หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดกับผู้กู้อีกด้วย ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงให้กับธนาคารจากการไม่ได้รับชำระหนี้ด้วยเช่นกัน อสังหาริมทรัพย์ถือเป็นทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในมุมมองผู้บริโภคจึงถือเป็นมรดกชิ้นสำคัญที่พ่อแม่จะส่งมอบให้กับบุตรหลานในอนาคต ข้อมูลจากผลสำรวจ DDproperty’s Thailand Consumer Sentiment Study รอบล่าสุด พบว่า แผนการซื้อที่อยู่อาศัยของกลุ่มมิลเลนเนียลชาวไทยซึ่งอยู่ในวัยทำงาน เกือบครึ่งนึง (49%) ยังต้องการอยู่บ้านเดิมเพื่อดูแลพ่อแม่อย่างใกล้ชิด ตามมาด้วย ยังไม่มีเงินออมเพียงพอสำหรับเช่าหรือซื้อบ้านเป็นของตนเองถึง 43% ในขณะที่อีก 22% มีความตั้งใจจะรับช่วงต่อบ้านหลังเดิมจากพ่อแม่อยู่แล้ว สะท้อนให้เห็นว่าการซื้อบ้านใหม่อาจจะยังไม่ใช่สิ่งจำเป็นมากนักเมื่อประเมินจากสภาพคล่องทางการเงินของผู้บริโภคในเวลานี้ นอกจากนี้ การรับมรดกที่อยู่อาศัยต่อจากพ่อแม่หรือผู้ปกครองก็เป็นความหวังในการมีบ้านเป็นของตัวเองที่หลายคนรอคอยเช่นกัน โดยทั่วไปแล้วผู้บริโภคส่วนใหญ่มักมีภาระในการผ่อนชำระสินเชื่ออื่น ๆ ไปพร้อมกับสินเชื่อที่อยู่อาศัย ทำให้เมื่อประเมินภาระหนี้แล้ว จำเป็นต้องกู้ร่วมกับคู่รักหรือญาติพี่น้องเพื่อให้ได้สินเชื่อบ้านตามวงเกินที่ต้องการ อย่างไรก็ดี ผู้บริโภคต้องไม่ลืมที่จะวางแผนสำรองเพื่อเตรียมรับมือเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดในระยะยาวด้วย อาทิ ผู้กู้ร่วมอาจประสบปัญหาทางการเงินหรือตกงาน การเลิกรา/หย่าร้างของผู้กู้ร่วมในกรณีที่เป็นคู่รัก หรือการเสียชีวิตของตัวผู้กู้เอง หรือผู้กู้ร่วม ซึ่งล้วนมีผลต่อการผ่อนชำระหนี้โดยตรง อาจทำให้ต้องแบกรับภาระหนี้บ้านเพียงลำพังที่หนักเกินไป นอกจากนี้ยังอาจส่งผลให้เกิดปัญหาด้านกรรมสิทธิ์ของบ้าน/คอนโดฯ ที่เป็นเจ้าของร่วมกันตามมาได้ในภายหลัง ดีดีพร็อพเพอร์ตี้

Read More

เตรียมพร้อมก่อนตัดสินใจ เปิดเช็กลิสต์เช่าบ้านอย่างไรไม่ให้เสียเปรียบ

บ้านเช่า ห้องเช่า เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมมานาน เพราะเป็นการลดภาระผูกพันระยะยาวสำหรับคนที่ยังไม่พร้อมจะซื้อบ้านเป็นของตัวเอง นอกจากนั้นยังตอบโจทย์เรื่องความสะดวกเมื่อต้องโยกย้ายที่อยู่ให้เหมาะสมตามความจำเป็นต่าง ๆ การเช่าบ้านเหมาะสำหรับคนที่กำลังเริ่มต้นเก็บเงินเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัวและยังไม่ได้มีแผนลงหลักปักฐานที่ใดที่หนึ่งอย่างถาวร อย่างไรก็ดี การเช่าก็มีความแตกต่างจากการซื้อขาดในเรื่องกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้น การเช่าบ้านนอกจากต้องพิจารณาทำเล ประเภทและราคาค่าเช่าแล้ว การเช่าบ้านยังเป็นนิติกรรมที่ผู้บริโภคจะต้องศึกษาอย่างรอบคอบทั้งในส่วนรายละเอียดสัญญาเช่า และต้องวัดดวงกับการเจอผู้ให้เช่าหรือเจ้าของบ้านที่มาในหลายรูปแบบ ซึ่งมีหลายกรณีที่เกิดความไม่เข้าใจระหว่างผู้เช่ากับเจ้าของบ้าน จึงต้องมีการบังคับใช้ข้อกฎหมายที่ทันสมัยและเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันมาช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาเรื่องให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2562 เป็นกฎหมายที่คุ้มครองผู้เช่าและผู้ให้เช่าฉบับล่าสุดที่ปรับให้มีความชัดเจนสอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภคและผู้ประกอบธุรกิจ ลดความขัดแย้งและข้อพิพาทที่อาจเกิดขึ้นระหว่างผู้เช่าและผู้ให้เช่า โดยควบคุมผู้ประกอบ “ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัย” ซึ่งหมายความถึงผู้ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย โดยมีสถานที่ที่จัดแบ่งให้เช่าตั้งแต่ 5 หน่วยขึ้นไป ไม่ว่าจะอยู่ในอาคารเดียวกันหรือหลายอาคารรวมกัน ได้แก่ ห้องพัก บ้าน อาคารชุด อะพาร์ตเมนต์ แต่ไม่รวมถึงหอพักและโรงแรมที่มีกฎหมายควบคุมแยกต่างหาก “ผู้เช่า-ผู้ให้เช่า” มีข้อผูกพันกันมากน้อยแค่ไหน ผู้เช่าและผู้ให้เช่ามีบทบาทต่อกันอย่างชัดเจน หน้าที่หลักของ “ผู้เช่า” นั้นนอกจากจะต้องมีความรับผิดชอบในการชำระค่าเช่าแก่ผู้ให้เช่าตามจำนวนและเวลาที่กำหนดตามที่ระบุไว้ในสัญญาแล้ว ยังมีหน้าที่ต้องดูแลรักษาที่อยู่อาศัยที่ตนเองเช่าให้เหมือนกับที่ปฏิบัติกับบ้านของตัวเองอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ผู้เช่าต้องไม่ลืมว่าตนไม่มีสิทธิในการต่อเติมหรือปรับปรุงที่อยู่อาศัยที่ส่งผลต่อโครงสร้างหลักตามใจชอบโดยไม่ได้แจ้งให้ผู้ให้เช่าทราบ และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ตกลงกันเพิ่มเติมในสัญญาอย่างเคร่งครัด ในขณะที่ “ผู้ให้เช่า” มีหน้าที่มอบสิทธิในการครอบครองใช้ประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์ให้แก่ผู้เช่าตลอดระยะเวลาของการเช่า โดยสามารถกำหนดในสัญญาว่าสิทธิการให้เช่านั้นมีผลเฉพาะผู้ให้เช่าเท่านั้น หากผู้ให้เช่าเสียชีวิตระหว่างที่สัญญาเช่ายังไม่หมดจะทำให้สัญญาเช่านั้นระงับลง หรือระบุให้สิทธิการให้เช่าตกทอดไปสู่ทายาทได้เช่นกัน นอกจากนี้ผู้ให้เช่ายังมีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยและตั้งกฎเพื่อจัดระเบียบผู้เช่าให้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข พร้อมทั้งสอดส่องดูแลความสงบเรียบร้อย

Read More

คลายข้อสงสัย LGBTQ+ อยากกู้ซื้อบ้าน เผชิญความท้าทาย-โอกาสมากน้อยแค่ไหน?

เดือนมิถุนายนของทุกปีถือเป็นเดือนแห่งความเท่าเทียมทางเพศที่เรียกกันว่า Pride Month ของกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากเหตุการณ์ใช้ความรุนแรงต่อผู้มีความหลากหลายทางเพศที่ประเทศสหรัฐอเมริกาในวันที่ 28 มิถุนายน 1969 ซึ่งนำมาสู่การเรียกร้องสิทธิของชาว LGBTQ+ ทั่วโลก และการเดินขบวนเรียกร้องสิทธิ LGBT Pride March ในปีถัดมา ปัจจุบันสังคมทั่วโลกตระหนักรู้และยอมรับความเสมอภาคทางเพศและได้ให้ความสำคัญไปจนถึงนำเสนอสินค้าหรือบริการที่เจาะกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศมากขึ้น อย่างไรก็ดีผู้บริโภคชาว LGBTQ+ ต้องการการยอมรับจากสังคมด้วยความเข้าใจที่แท้จริง และความต้องการของเขาเหล่านี้ก็ไม่ได้ผิดแผกแตกต่างจากกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นเพศชายและหญิงมากนัก แต่สิ่งที่ชัดเจนคือการยอมรับในความเป็นสมาชิกคนหนึ่งในสังคม ข้อมูลจากรายงาน LGBT GDP, WEALTH & TRAVEL DATA 2018 โดย LGBT Capital คาดการณ์ว่าทั่วโลกมีจำนวนประชากรกลุ่ม LGBTQ+ ประมาณ 6.5% หรือประมาณ 496 ล้านคน อยู่ในแถบเอเชียประมาณ 293 ล้านคน โดยประชากร LGBTQ+ ชาวไทยมีถึง 4.5 ล้านคน ซึ่งผู้บริโภคกลุ่มนี้มีกำลังซื้อและพฤติกรรมการใช้เงินในระดับดี มีการประมาณส่วนแบ่งความมั่งคั่งในครัวเรือนของผู้บริโภค

Read More

ไปต่อหรือพอแค่นี้? ผ่อนบ้านไม่ไหว มีทางออกไหนน่าสนใจบ้าง

สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยังสั่นคลอนความเชื่อมั่นของประชาชนและผู้ประกอบการไปจนถึงส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่หลายฝ่ายเคยคาดการณ์ไว้ว่าปี 2564 จะเป็นปีแห่งการฟื้นธุรกิจให้กลับมาเติบโตอีกครั้ง แม้จะเริ่มมีการทยอยฉีดวัคซีนต้านไวรัสให้กลุ่มเป้าหมายบางส่วนแล้ว แต่การแพร่ระบาดฯ ที่ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะควบคุมได้ในเร็ววันนี้ ย่อมส่งผลกระทบไปถึงความมั่นคงทางการเงินของผู้บริโภคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้จะเคยมีประสบการณ์ในการรับมือวิกฤติในปีที่ผ่านมาแล้วก็ตาม เห็นได้จากผลสำรวจ "สถานภาพแรงงานไทย: กรณีศึกษาผู้มีรายได้ ต่ำกว่า 15,000 บาท” ของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่า สถานภาพหนี้ของแรงงานไทยปี 2564 นั้นมีหนี้สินของครัวเรือนเพิ่มขึ้นจากปี 2562 มาอยู่ที่ 98.1% โดยส่วนใหญ่เป็นหนี้จากการกู้ยืมเพื่อนำมาใช้จ่ายประจำวัน เพื่อการศึกษาและใช้หนี้บัตรเครดิต ส่วนใหญ่มีปัญหาการผิดนัดผ่อนชำระหนี้สูงถึง 85.1% เนื่องจากขาดสภาพคล่องทางการเงินจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และสภาพเศรษฐกิจ ส่งผลให้ภาระหนี้ครัวเรือนของแรงงานไทยในปีนี้ขยายตัวสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เฉลี่ยอยู่ที่ครัวเรือนละ 205,809 บาท หรือเพิ่มขึ้น 29.56% นอกจากนี้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ประเมินว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ทยอยฟื้นตัวขึ้นน่าจะทำให้เงินกู้ยืมของภาคครัวเรือนในปี 2564 มีโอกาสเติบโตขึ้นสูงกว่าปี 2563 ซึ่งภาพดังกล่าวอาจส่งผลต่อเนื่องให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีในปี 2564 ขยับสูงขึ้นมาอยู่ในกรอบประมาณ 89.0 - 91.0% ต่อจีดีพี เรียกได้ว่าปัญหาสภาพคล่องทางการเงินถือเป็นปัญหาสำคัญอันดับต้น ๆ ของผู้บริโภคในยุคนี้เลยก็ว่าได้ แน่นอนว่าในภาคอสังหาฯ ที่แม้จะเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในการดำรงชีวิตของผู้บริโภค

Read More

พร็อพเพอร์ตี้กูรูเดินหน้าเติบโตในไทย เข้าซื้อเว็บไซต์ thinkofliving.com และ Prakard.com ดีลใหญ่กับอาร์อีเอ กรุ๊ป

บริษัท พร็อพเพอร์ตี้กูรู จำกัด (“PropertyGuru” หรือ “กลุ่มบริษัท”) บริษัทด้านเทคโนโลยีอสังหาริมทรัพย์ (proptech) ชั้นนำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นบริษัทแม่ของดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) เว็บไซต์มาร์เก็ตเพลสด้านอสังหาริมทรัพย์อันดับหนึ่งในประเทศไทย ประกาศวันนี้ว่า กลุ่มบริษัทได้เข้าทำสัญญาเพื่อซื้อหุ้นทั้งหมดของอาร์อีเอ กรุ๊ป (REA Group) สำหรับกิจการในไทยและมาเลเซีย อันได้แก่ เว็บไซต์ thinkofliving.com และ Prakard.com ในประเทศไทย และเว็บไซต์ iProperty.com.my และ Brickz.my ในประเทศมาเลเซีย ตามข้อตกลงดังกล่าว อาร์อีเอ กรุ๊ปจะเข้าถือหุ้นจำนวนร้อยละ 18 ในกลุ่มบริษัทที่ขยายขึ้นนี้ และแต่งตั้งกรรมการหนึ่งคนเพื่อเข้าร่วมคณะกรรมการบริหารของพร็อพเพอร์ตี้กูรู ทั้งนี้ คาดว่าธุรกรรมดังกล่าวจะแล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคม 2564 การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ตอกย้ำความเป็นผู้นำของพร็อพเพอร์ตี้กูรูในฐานะบริษัทอันดับหนึ่งด้านเทคโนโลยีอสังหาริมทรัพย์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเพิ่มธุรกิจเหล่านี้เข้าในกลุ่มบริษัทจะช่วยเสริมความสามารถในการให้บริการของพร็อพเพอร์ตี้กูรู ด้วยข้อมูลเชิงลึกที่ครบถ้วน โปร่งใส และเข้าถึงง่าย รองรับผู้ที่มองหาที่อยู่อาศัยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ ธุรกรรมดังกล่าวยังสอดคล้องกับแนวทางของพร็อพเพอร์ตี้กูรูในการสร้าง “แพลตฟอร์มที่เชื่อถือได้” ซึ่งจะช่วยเชื่อมต่อภาคส่วนต่าง ๆ ในตลาดอสังหาริมทรัพย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมความไว้เนื้อเชื่อใจกันระหว่างตัวแทนขาย

Read More