Home > research

สกว.หนุนสมาร์ทฟาร์มมิ่ง สร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร

วัฏจักรของปัญหาว่าด้วยผลผลิตทางการเกษตรล้นตลาด คุณภาพไม่ได้มาตรฐาน ราคาตกต่ำ แต่ในขณะที่บางช่วงผลผลิตที่ได้กลับไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค สิ่งเหล่านี้ยังคงเป็นประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในภาคการเกษตร อันเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย ความพยายามแก้ปัญหาดังกล่าวจึงเกิดขึ้นในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่พยายามคิดค้นหาวิธีการแก้ปัญหาและพัฒนาต่อยอด ผ่านการสนับสนุนทุนวิจัยอย่างต่อเนื่อง ให้เกิดองค์ความรู้ ตลอดจนนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อนำผลการวิจัยที่ได้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมในหลากหลายมิติ ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ตลาดผลไม้ได้ทำความรู้จักกับมะม่วงสายพันธุ์ใหม่ที่เข้ามาสร้างสีสันให้กับตลาด ในชื่อ “มะม่วงมหาชนก” มะม่วงพันธุ์เฉพาะของไทย ที่เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างมะม่วงพันธุ์ซันเซทของอเมริกากับพันธุ์หนังกลางวันของไทย จนได้มะม่วงที่มีลักษณะเด่นแตกต่างจากมะม่วงในท้องตลาด มะม่วงมหาชนกมีลักษณะผลกลมยาว ปลายงอน ผลใหญ่ กลิ่นหอมมีเอกลักษณ์ ผลเมื่อสุกมีสีแดงสวยงาม รสชาติหวานหอม เนื้อไม่เละ เป็นที่ต้องการของทั้งผู้บริโภคชาวไทยและต่างชาติ และเป็นผลไม้ที่มีอนาคตไกลสำหรับการส่งออก ในขณะนั้นปริมาณการส่งออกมะม่วงมหาชนกเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดประเทศญี่ปุ่น ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง ทั้งแบบผลสุกและแปรรูป ระยะต่อมาความนิยมในมะม่วงมหาชนกกลับลดลง เหตุเพราะพบปัญหาสีของผลที่สุกแล้วกลับไม่เป็นสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ของมะม่วงมหาชนก เหมือนที่เคยเป็นมา ทำให้ผู้บริโภคลดความนิยมลง ทั้งที่เป็นมะม่วงที่ปลูกง่าย ให้ผลเร็ว ทนต่อโรคและแมลง ให้ผลตอบแทนต่อต้นสูง และอุดมด้วยคุณค่าทางอาหาร จากปัญหาดังกล่าวจึงนำไปสู่การศึกษาวิจัย “ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดสีแดงและปริมาณสารสกัดแอนโทไซยานินอันเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในมะม่วงมหาชนก” ของ ผศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท คณะเกษตรศาสตร์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อแก้ปัญหาให้กับเกษตรกร รวมถึงพัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับมะม่วงมหาชนก อันจะนำไปสู่การต่อยอดการผลิตเชิงพาณิชย์ ซึ่งการวิจัยครั้งนี้ได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จากการวิจัยพบว่า

Read More

ก้าวใหม่ของนักวิจัยไทย ปรับปรุงพันธุ์สตรอว์เบอร์รี่เป็นยา

  สตรอว์เบอร์รี่ นับเป็นผลไม้เมืองหนาวที่คนไทยนิยมบริโภค แม้ว่าในปัจจุบันจะมีสตรอว์เบอร์รี่สายพันธุ์ต่างๆ มากมายให้เลือก แต่พันธุ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดน่าจะเป็น “สตรอว์เบอร์รี่พันธุ์พระราชทาน 80”  แม้จะมีกลิ่นหอม รสชาติหวาน สีและรูปทรงที่สวยงาม อีกทั้งยังเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรของไทย แต่ข้อด้อยบางประการของสตรอว์เบอร์รี่ของไทยนั้น คือ มีสารแอนโทไซยานินน้อย ผิวบาง ช้ำเสียง่าย ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการขนส่ง ครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวหนึ่งที่สำคัญยิ่งของนักวิจัยคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่มีโครงการปรับปรุงพันธุ์สตรอว์เบอร์รี่เพื่อคัดเลือกสายพันธุ์ที่มีศักยภาพในการผลิตแอนโทไซยานิน และการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ  ซึ่งหากงานวิจัยครั้งนี้บรรลุวัตถุประสงค์ จะทำให้ได้สตรอว์เบอร์รี่สายพันธุ์ใหม่ที่มีปริมาณแอนโทไซยานินสูงขึ้น เป็นประโยชน์ทางโภชนาการต่อผู้บริโภค  กระนั้นนักวิจัยกลุ่มนี้ ซึ่งนำโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์เกษตร คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร เคยประสบความสำเร็จจากงานวิจัยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อสตรอว์เบอร์รี่พันธุ์พระราชทาน 80 แบบไร้ไวรัสสำเร็จเป็นแห่งแรกของไทย เมื่อปี พ.ศ.2558 ซึ่งในครั้งนั้นใช้เวลาในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมานานกว่า 2 ปี และผลงานวิจัยในครั้งนั้น ทำให้คณะวิจัยได้ต้นพันธุ์ที่มีลักษณะลำต้นสมบูรณ์แข็งแรง และให้ผลผลิตในปริมาณมากอีกทั้งยังปราศจากการเข้าทำลายของโรค ซึ่งการประสบความสำเร็จเพียงเรื่องเดียวก็ยังไม่อาจกล่าวได้ว่าดีพอ เมื่อหมุดหมายใหม่ของนักวิจัยคณะนี้ นับเป็นย่างก้าวที่สำคัญ และทวีความยากในงานวิจัยมากขึ้นหลายเท่าตัว  กับโจทย์ใหม่ที่ว่า ทำอย่างไรให้สตรอว์เบอร์รี่มีคุณประโยชน์สูง รับประทานเป็นยามากกว่าแค่กินเป็นผลไม้  สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) โดยโครงการพัฒนานักวิจัยและงานวิจัยเพื่ออุตสาหกรรม (พวอ.) จึงได้การสนับสนุนทุนวิจัยโครงการ “การปรับปรุงพันธุ์สตรอว์เบอร์รี่เพื่อคัดเลือกสายพันธุ์ที่มีศักยภาพในการผลิตแอนโทไซยานินและการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ” แก่ผู้ช่วยศาสตราจารย์

Read More