Home > สุขภาพ

เผยแหล่งโพแทสเซียมที่สูงกว่ากล้วย

Column: Well – Being เมื่อคิดถึงสารอาหารที่ร่างกายต้องการ ใจของคุณอาจกระโดดไปที่โปรตีน เส้นใย วิตามินดี หรือแม้แต่โอเมก้า–3 แต่โพแทสเซียมล่ะ? สารอิเล็กโตรไลต์สำคัญตัวนี้อาจไม่อยู่ในความคิดของคุณด้วยซ้ำ โพแทสเซียมมีบทบาท คือ ช่วยให้เซลล์ประสาทและกล้ามเนื้อของคุณสื่อสารกันได้ ช่วยขนส่งสารอาหารอื่นๆ เข้าสู่เซลล์ในร่างกาย และช่วยรักษาระดับของโซเดียมในร่างกายให้อยู่ในภาวะสมดุล สถาบันสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐฯ ระบุว่า หากร่างกายได้รับโพแทสเซียมไม่เพียงพอ อาจเป็นสาเหตุให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง (เพราะโพแทสเซียมสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับเกลือ) และเพิ่มความเสี่ยงการเกิดนิ่วในไตได้ ข่าวดีคือ คุณสามารถหาแหล่งโพแทสเซียมได้มากเกินความต้องการจากอาหารทุกชนิด แต่ถ้าคุณตั้งธงว่าต้องเป็นกล้วยเท่านั้น อาจไม่เร็วนักที่ร่างกายจะได้รับโพแทสเซียมในปริมาณที่เพียงพอ เพราะกล้วยขนาดกลางหนึ่งผลให้โพแทสเซียม 422 มิลลิกรัม หรือประมาณร้อยละ 9 ของปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน (DV) คือ 4,700 มิลลิกรัม คุณสามารถหาได้จากผลไม้และผักต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย นิตยสาร Prevention แนะนำอาหาร 16 ชนิดที่มีโพแทสเซียมมากกว่ากล้วยหนึ่งผลดังนี้ มันเทศ มันเทศอบขนาดกลางหนึ่งหัว มีโพแทสเซียม 542 มิลลิกรัม หรือร้อยละ 12 ของ DV มันเทศยังอุดมด้วยวิตามินเอ ที่ดีต่อสายตา วิตามินซี

Read More

สมาพันธ์เครือข่าย NCDs จับมือพรรคการเมือง ขับเคลื่อนนโยบายลดอัตราการเสียชีวิตด้วยโรค NCDs

สมาพันธ์เครือข่าย NCDs ประเทศไทย ตื่นตัวหาแนวร่วมแก้ไขปัญหาสาธารณสุขระดับประเทศ จับมือพรรคการเมือง ขับเคลื่อนนโยบายลดอัตราการเสียชีวิตด้วยโรค NCDs เนื่องด้วยสถานการณ์การเสียชีวิตในประเทศไทย ปี 2560 พบว่ากว่า 75% หรือประมาณ 320,000 คนต่อปี เสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (หรือ Non-Communicable Diseases - NCDs) ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มโรค 4 กลุ่มสำคัญ คือ 1. โรคหัวใจและหลอดเลือด เสียชีวิตถึง 48% 2. โรคมะเร็ง เสียชีวิตถึง 21% 3. โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เสียชีวิต 12% และ 4. โรคเบาหวาน เสียชีวิต 3% ในขณะเดียวกัน ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก ยังระบุว่าสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตของคนทั่วโลก เกิดจากโรค NCDs ด้วยเช่นกัน ด้วยสถิติสูงถึง 70% ของประชากรทั่วโลก

Read More

เปิดข้อมูลใหม่…ช่วยหนีไกลจากไข้หวัด

Column: Well – Being แม้เรายังอยู่ในอิทธิพลของฤดูหนาว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า คุณต้องป่วยเป็นไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่เสมอไป นิตยสาร Shape นำเสนอกลยุทธ์ใหม่ๆ ที่มีวิทยาศาสตร์หนุนหลัง ทำให้คุณแข็งแรงดี รอดพ้นจากการถูกโรคภัยไข้เจ็บตามฤดูกาลเล่นงานได้ เลือกออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญลำดับแรกที่คุณสามารถทำได้ เพื่อรักษาร่างกายให้มีสุขภาพดี ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร British Journal of Sports Medicine พบว่า คนที่ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 5 ครั้งหรือมากกว่า มีแนวโน้มป่วยน้อยกว่าคนที่ออกกำลังกายเพียงสัปดาห์ละครั้งถึงร้อยละ 43 และการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโออาจเป็นประโยชน์มากเป็นพิเศษ ดร.เดวิด ไนแมน หัวหน้าทีมวิจัยและผู้เขียนรายงานการวิจัยชิ้นนี้กล่าวว่า “ระหว่างออกกำลังกายแบบแอโรบิก เซลล์ภูมิคุ้มกันของคุณจะเคลื่อนที่ไปทั่วร่างกายและเคลื่อนที่ไปในกระแสเลือดได้มากกว่า ผลคือคุณสามารถตรวจพบและทำลายเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายได้ดีกว่า” เขายังเพิ่มเติมว่า การออกกำลังกายอย่างการวิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน และพายเรือ ดูเหมือนจะมีประสิทธิภาพที่สุด นอนเพิ่มขึ้นอีกหน่อย วารสาร Sleep รายงานผลการศึกษาเมื่อไม่นานมานี้ที่ระบุว่า หลังจากให้กลุ่มตัวอย่างสัมผัสเชื้อไวรัสก่อไข้หวัด ปรากฏว่าร้อยละ 39 ของผู้ที่นอนวันละ 6 ชั่วโมงหรือน้อยกว่า ถึงกับล้มป่วยเมื่อเทียบกับผู้ที่นอนวันละมากกว่า 6 ชั่วโมง ที่ป่วยเพียงร้อยละ 18 ดร.เอริค

Read More

แช่แข็งกระบวนการชราภาพ

Column: Well – Being ฟังดูเหมือนมาจากภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ยังไงยังงั้น แต่ปัจจุบันการชะลอวัยก็เป็นจริงแล้ว เพราะความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และการวิจัย ผลการศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้พบว่า ชาวอเมริกันมีอายุยืนยาวขึ้นและอ่อนวัยขึ้น ดังที่ ดร.เลียวนาร์ด เดวิส แห่งโรงเรียนผู้สูงอายุ มหาวิทยาลัยยูเอสซี อธิบายว่า “เราวัดอายุทางชีวภาพของคนผ่านเครื่องบ่งชี้การมีสุขภาพดีที่แตกต่างกัน และพบว่า อัตราเร่งของการชราภาพได้ชะลอตัวลงในรอบ 20 ปีที่ผ่านมานี้” นั่นคือ การที่คนไม่เพียงอายุยืนขึ้น แต่ยังมีความสุขกับพลังจิตและพลังกายที่สำคัญยาวนานขึ้นด้วย นิตยสาร Shape รายงานความคืบหน้าด้านศาสตร์ชะลอวัยนี้ว่า จริงอยู่ที่พันธุกรรมมีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดว่า เราจะแก่ชราลงเร็วแค่ไหน แต่การวิจัยใหม่ๆ ชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมก็มีส่วนสำคัญพอกัน “เราสามารถควบคุมกระบวนการชราภาพผ่านอาหาร การออกกำลังกาย และวิถีชีวิต” ดร.เจย์ โอลชานสกี้ ศาสตราจารย์ประจำโรงเรียนการสาธารณสุขแห่งมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ให้ความเห็น ต่อไปนี้คือคำแนะนำ 5 หัวข้อที่คุณสามารถทำได้ เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดของการชะลอวัยที่มีประสิทธิภาพสูงสุด และอยู่บนรากฐานของการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ สร้างสมดุลการบริโภคไขมัน วารสาร Brain, Behavior and Immunity รายงานว่า เป็นที่รู้กันว่ากรดไขมันโอเมก้า–3 มีผลต่อเครื่องบ่งชี้ของวัยทางชีวภาพ 2 อย่างด้วยกัน นั่นคือ

Read More

“4F” แบรนด์ไลฟ์สไตล์กีฬาจากประเทศโปแลนด์ เปิดตัวร้านในรูปแบบโมโนแบรนด์ เป็นครั้งแรกในประเทศไทย

"4F" โฟร์เอฟ แบรนด์ไลฟ์สไตล์กีฬาจากประเทศโปแลนด์ เปิดตัวร้านในรูปแบบโมโนแบรนด์เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ณ ชั้น 1 ห้างสรรพสินค้าสยามดิสคัฟเวอรี ห้างสรรพสินค้าชั้นนำของประเทศไทย ผู้ผสมผสานเทคโนโลยีแบบอินเตอร์แอคทีฟ (Interactive) เพื่อสร้างประสบการณ์รีเทล (Retail) แบบใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ แบรนด์ "4F" (โฟร์เอฟ)ได้ก่อตั้งขึ้นมาในปี 2007 โดย Mr. Igor Klaja (อิกอร์ คลาจา) ด้วยความหลงไหลในกีฬา เขาจึงตัดสินใจที่จะสร้างแบรนด์ไลฟ์สไตล์กีฬาเป็นของตัวเอง โดยเขาต้องการที่จะสร้างสรรค์ชุดกีฬาคุณภาพดีที่คนทุกประเภทสามารถสวมใส่ได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักกีฬามืออาชีพหรือเล่นกีฬาเป็นงานอดิเรกก็ตาม ก่อนหน้าที่ Klaja จะเริ่มแบรนด์เป็นของตัวเอง เขาได้มีประสบการณ์ทำงานเป็นพนักงานขายที่ร้านรวมอุปกรณ์กีฬาแห่งหนึ่ง ซึ่งหนึ่งในไอเท็มที่ขายดีมากที่สุดของทางร้านคือ แจ็คเก็ตผ้าฟลีซ เขามองเห็นศักยภาพของสินค้าชิ้นนี้เขาจึงเริ่มเดินทางไปทั่วประเทศโปแลนด์เพื่อขายสินค้าชนิดนี้จากรถของเขา หลังจากที่ได้รับการตอบรับสักระยะหนึ่ง เขาจึงเริ่มเพิ่มชนิดของสินค้าให้มีมากขึ้นและเปิดตัวในชื่อแบรนด์ 4FUN ในปี 2003 และเปลี่ยนชื่อของแบรนด์เป็น "4F” ที่ทั่วโลกรู้จักกันในวันนี้ ปัจจุบัน แบรนด์ "4F” นั้นเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางและมีเอกลักษณ์งานดีไซน์ที่สามารถใช้ได้จริงและทันสมัย แบรนด์ "4F” เป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์กีฬาชั้นนำระดับโลกที่มีร้านมากกว่า 200 แห่งใน

Read More

เดินเท้าเปล่าดีตรงไหน

Column: Well – Being มนุษย์เดินเหยียบย่างบนพื้นผิวโลกมาหลายล้านปีแล้ว และเมื่อไม่นานมานี้ เรากลับมารณรงค์ให้หันกลับมาเดินเท้าเปล่ากันอีก จริงๆ แล้วผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดระบุว่า เมื่อเราเดินด้วยเท้าเปล่าโดยปราศจากการสวมรองเท้า การเคลื่อนไหวของเราจะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง คือมีความกลมกลืนหรือเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับสภาพแวดล้อม ซึ่งมักหมายถึงช่วยลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บ และที่น่าประหลาดคือ สามารถปกป้องเท้าและร่างกายโดยรวมได้ดีขึ้นด้วย นิตยสาร Top Health & Beauty แนะนำให้จินตนาการว่า เท้าของคุณทำหน้าที่เสมือนฐานรากของบ้าน สิ่งสำคัญคือ ต้องทำให้ฐานรากนั้นวางตัวอย่างถูกต้อง แล้วจะส่งผลให้โครงสร้างของร่างกายโดยรวมทรงตัวอยู่ได้อย่างแข็งแกร่ง ! โทนี ริดเดิล ผู้เชี่ยวชาญการใช้ชีวิตตามธรรมชาติ ตั้งข้อสังเกตว่า “ปกติแล้วเท้าของมนุษย์บริเวณส่วนของนิ้วเท้าจะกว้างกว่าและเรียวแคบเข้าตรงบริเวณส้นเท้า แต่มีรองเท้าสมัยใหม่มากมายที่ออกแบบตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง นั่นหมายความว่า เท้าของคุณต้องถูกยัดเข้าไปในรองเท้าที่เปลี่ยนรูปร่างของเท้า หรือผู้สวมใส่ต้องสวมรองเท้าส้นหนาที่เข้าไปขัดขวางการทำงานของปลายประสาทสัมผัส ส่งผลให้เกิดการเดินที่เป็นธรรมชาติน้อยลงและสามารถก่อให้เกิดปัญหาต่อร่างกายตามมา เช่น เจ็บเอ็นร้อยหวาย กล้ามเนื้อสะโพกหย่อนยาน และแกนกลางลำตัวอ่อนแอ” แต่อย่าวิตกกังวลถึงขั้นถอดรองเท้าส้นสูงทิ้งกลางร้านอาหาร หรือเดินเท้าเปล่าในซูเปอร์มาร์เก็ต สิ่งที่แนะนำคือ ให้คุณหันมาเดินเท้าเปล่าขณะอยู่ในบ้านและบริเวณรอบบ้านหรือในสวนให้ได้มากที่สุด พูดง่ายๆ คือให้เวลากับการเดินเท้าเปล่ามากขึ้น หรือหันมาใส่ “รองเท้าเท้าเปล่า” เช่น Vibram Fivefingers V-Soul เพื่อทำกิจกรรมในกิจวัตรประจำวันที่ทำให้เท้าของคุณโล่งปลอดจากการบีบรัดของรองเท้า เดินเท้าเปล่าเป็นอย่างไร “ในเชิงจิตวิทยา มันให้ความรู้สึกที่ไม่น่าเชื่อกับการมีประสบการณ์ที่ได้สัมผัสกับพื้นใต้เท้าของคุณโดยตรง”

Read More

ถึงเวลาอัพเกรดสมอง

 Column: Well – Being สมองเราก็เหมือนกล้ามเนื้อ เรายิ่งยืดเหยียดและใช้งานมากขึ้นเท่าไร สมองจะยิ่งแข็งแรงและทำงานได้ดีขึ้นเท่านั้น ดร.เจนนี บร็อคคิส ผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และผู้เขียนหนังสือ Future Brain กล่าวว่า “สมองของเรามีความสามารถในการเปลี่ยนแปลง เราจึงอัพเกรดสมองได้เสมอ  เมื่อคุณดูแลซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ของรถยนต์คันโปรด คุณรู้ได้ทันทีว่ามันทำงานดีขึ้นมาก สมองของคุณก็เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน” ดร.บร็อคคิส แนะนำวิธีง่ายๆ ในการเสริมประสิทธิภาพการทำงานของสมองผ่านทางนิตยสาร GoodHealth ดังนี้ ไขมันเป็นของดีสำหรับคุณสมองมีส่วนประกอบของไขมันถึงร้อยละ 60 และจำเป็นต้องใช้โอเมกา–3 ซึ่งเป็นกรดไขมันจำเป็นในการรักษาสภาพความยืดหยุ่นของเซลล์สมอง  ผลการศึกษาระบุว่า การขาดกรดไขมันโอเมกา–3 หมายถึงความจำและทักษะการแก้ปัญหาที่แย่ลง นอกจากนี้ การบริโภคไขมันคุณภาพเลว เช่น ไขมันในขนมเค้กและขนมปังกรอบต่างๆ ยังเป็นสาเหตุให้เซลล์สมองมีเนื้อเยื่อที่ขาดความยืดหยุ่น ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานด้อยลง บริโภคอาหารที่เป็นแหล่งสำคัญของกรดไขมันโอเมกา–3 เช่น ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน และน้ำมันมะกอก รวมทั้งเมล็ดแฟกซ์ วอลนัท และอโวคาโด ใส่ปุ๋ยสมองด้วยการออกกำลังกายการออกกำลังกายทำให้อัตราการเต้นของหัวใจสูงขึ้น และเพิ่มการไหลเวียนของเลือดขึ้นไปยังสมอง นั่นคือ การนำออกซิเจนและสารอาหารไปหล่อเลี้ยงสมองมากขึ้น การออกกำลังกายยังช่วยให้สมองหลั่งสารกระตุ้นสมองที่เรียกว่า BDNF (brain–derived neurotrophic factor) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น “ปุ๋ย” บำรุงสมอง เพราะกระตุ้นให้สมองผลิตเซลล์ใหม่ๆ

Read More

อย่าลืมเน้นอาหารบำรุงสมอง

 Column: Well – Being คุณอาจรู้มาบ้างแล้วว่า อาหารช่วยให้สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในยามชรา แต่คุณรู้หรือไม่ว่า อาหารบางชนิดช่วยทำให้สมองคิด รู้สึก และมีพฤติกรรมที่ดีขึ้นได้ ดังที่นำเสนอในนิตยสาร GoodHealth ไอศกรีม – กระตุ้นสมองส่วนรับความสุข เมื่อรู้สึกหดหู่ หากได้กินไอศกรีมหวานเย็นเข้าไป คุณย่อมรู้สึกสดชื่น และกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที นักวิทยาศาสตร์จึงทดลองว่า ไอศกรีมมีผลต่อการทำงานของสมองอย่างไร พวกเขาพบว่า ไอศกรีมกระตุ้นสมองส่วนที่ควบคุมความรู้สึกด้านบวก และความรู้สึกเกี่ยวกับรางวัลตอบแทน ซึ่งไอศกรีมเพียงหนึ่งช้อนชาเท่านั้นก็สามารถทำให้เกิดผลดังกล่าวแล้ว จึงไม่ควรกินไอศกรีมที่อุดมด้วยไขมันและน้ำตาลในปริมาณมากหรือบ่อยครั้งเกินไป เพราะแทนที่จะให้ผลดี กลับกลายเป็นผลเสียได้ ทำให้เราติดในรสชาติหวานมันนั้นจนมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น หนทางเดียวที่เราสามารถหลีกเลี่ยงภาวะอ้วนได้ก็คือ หลีกเลี่ยงอาหารที่ทั้งหวานและมัน แล้วเคร่งครัดกับอาหารเพื่อสุขภาพเป็นหลัก ไข่ – ป้องกันสมองฝ่อ เมื่ออายุเกิน 50 ปี สมองของเราจะมีขนาดเล็กลงราวร้อยละ 0.5 ต่อปี ซึ่งยังให้คำตอบได้ไม่แน่ชัดว่า ภาวะนี้สัมพันธ์กับความจำที่เสื่อมถอยลงอย่างไร แต่เชื่อกันว่ามีความเชื่อมโยงบางประการอย่างแน่นอน กุญแจสำคัญ คือพยายามดูแลให้ขนาดของสมอง “ใหญ่” เข้าไว้ การที่สมองฝ่อมากน้อยเท่าไรนั้น สัมพันธ์กับระดับของวิตามินบี 12 ในกระแสเลือดของเราโดยตรง หากมีวิตามินบี 12 ในเลือดในปริมาณสูง

Read More

จับกระแส WellBeing เทรนด์ยอดนิยมที่กลายเป็นเงิน

 ความตื่นตัวในการรักษาสุขภาพพลานามัยและสร้างเสริมสุขภาวะของผู้คนในสังคมไทย ดูเหมือนจะเป็นกระแสที่ดำเนินอยู่ต่อเนื่องยาวนานและมีแนวโน้มที่จะพัฒนาต่อไปอีกได้ไกล ไม่ใช่เฉพาะในประเด็นว่าด้วยพัฒนาการของกิจกรรมที่มีรูปแบบหลากหลายมากขึ้น และแพร่กว้างไปยังกลุ่มชนทุกระดับสังคมเท่านั้น หากแต่ยังประกอบส่วนด้วยมิติเชิงพาณิชย์ที่น่าจับตามองด้วย เพราะก่อนหน้านี้ สถานที่ออกกำลังกายหรือที่เรียกโดยรวมว่า fitness center นั้น มักจะเลือกทำเลที่ตั้งให้อยู่ใกล้อาคารสำนักงาน หรือแม้แต่ฝังตัวอยู่ในศูนย์การค้า โดยหวังว่าจะสามารถยึดกุมกลุ่มเป้าหมายและฐานลูกค้าได้กว้างขวาง ซึ่งดูเหมือนจะประสบผลสำเร็จในระดับหนึ่ง มูลค่าการตลาดของธุรกิจฟิตเนสเซ็นเตอร์ในประเทศไทยได้รับการประเมินว่ามีมูลค่าสูงถึงประมาณ 5,000 ล้านบาท โดยมีฐานสมาชิกผู้ใช้บริการไม่น้อยกว่า 2 แสนราย และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 10-15% ต่อปี สอดรับกับกระแสสุขภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่การแข่งขันในธุรกิจฟิตเนสก็ดำเนินไปอย่างเข้มข้นไม่แพ้กัน และมีผู้ประกอบการรายใหม่ๆ พยายามเบียดแทรกเข้ามาในสังเวียนนี้อย่างต่อเนื่องและทำให้ ฟิตเนส เฟิร์สท์ ซึ่งอยู่ในฐานะผู้นำตลาดในปัจจุบันไม่สามารถนิ่งนอนใจ เพราะนอกจากจะมีฟิตเนสรายใหญ่อย่าง เวอร์จิ้น แอคทีฟ ฟิตเนส รุกคืบเข้ามาแล้วยังมีผู้ประกอบการรายอื่นๆ พร้อมเข้าปันส่วนแบ่งนี้ด้วย อย่างไรก็ดี ประเด็นว่าด้วยค่าสมาชิกและค่าบริการรวมถึงการแทรกเสริมเพื่อชักชวนให้ซื้อแพ็กเกจสุขภาพหลายรูปแบบของ fitness center เหล่านี้ดูจะเป็นกรณีที่รบกวนใจกลุ่มลูกค้าไม่น้อยเลย ยังไม่นับรวมถึงกรณีการล้มหายไปของ California WOW แบรนด์ฟิตเนสชื่อดังที่ติดตามมาด้วยประเด็นการฉ้อโกงในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสั่นคลอนภาพรวมของธุรกิจนี้ไปโดยปริยาย ปัจจัยสำคัญในการแข่งขันของธุรกิจฟิตเนสประการหนึ่ง นอกจากจะอยู่ที่ความครบครันพรั่งพร้อมของอุปกรณ์ และผลของการออกกำลังกายแล้ว ความหลากหลายของคลาสออกกำลังกาย ก็นับเป็นปัจจัยหนุนเสริมซึ่งทำให้ในช่วงที่ผ่านมาฟิตเนสแต่ละแห่งต้องเติมโปรแกรมโยคะหรือมวยไทย ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในคลาสออกกำลังกายด้วย ข้อเท็จจริงด้านหนึ่งที่เกิดขึ้นควบคู่กับฟิตเนสเซ็นเตอร์เหล่านี้ก็คือ ความพยายามสร้างโปรแกรมการออกกำลังกายที่มีความหลากหลายเพื่อสนองตอบกับความต้องการของผู้ใช้บริการ

Read More

นอนไม่หลับ เสี่ยง หัวใจวาย

Wellbeing เป็นคอลัมน์ใหม่ จึงถือโอกาสแนะนำตัวกันสั้นๆ ตามธรรมเนียมปฏิบัติ หากติดตามคอลัมน์นี้ไปเรื่อยๆ คุณจะได้สัมผัสข้อมูลดีๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตเข้าทำนอง “อยู่ดีมีสุข” โดยเฉพาะเรื่องราวที่เป็นข้อมูลใหม่ๆ ที่ส่งผลต่อสุขภาวะของคุณ****************************เนื่องจากการนอนเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิต และเป็นกิจวัตรประจำวันของทุกคน แต่เราคงมีประสบการณ์ “นอนไม่หลับ” กันมาบ้างไม่มากก็น้อย เมื่อถูกโจมตีด้วยอาการนี้ ต้องยอมรับว่าเป็น “คืนทรมาน” จริงๆ ที่สำคัญกว่านั้น อาการนอนไม่หลับไม่ได้ส่งผลเฉพาะความทุกข์ทรมาน  ณ เวลานั้น แต่ยังส่งผลเสียต่อร่างกายในภายหลัง และนำมาซึ่งโรคภัยไข้เจ็บชนิดที่เราคาดไม่ถึงอาการนอนไม่หลับ (insomnia) โดยทั่วไปหมายถึง การนอนหลับยาก หลับๆ ตื่นๆ หรือตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วหลับต่อไม่ได้ ทำให้รู้สึกเพลีย หลับได้ไม่เต็มอิ่มในเช้าวันรุ่งขึ้นสาเหตุของการนอนไม่หลับมีหลายประการ เช่น อาการไข้ ปวด การเจ็บป่วยบางอย่าง เช่น โรคซึมเศร้า หอบหืด กระดูกพรุน ความเครียด วิตกกังวลการนอนหลับที่ดีร่างกายต้องการเพียง 7 ชั่วโมง ในบางคนต้องการการนอนหลับสนิทประมาณ 5–7 ชั่วโมง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า วิธีที่ดีที่สุดคือ ฝึกตัวเองให้เข้านอนและตื่นนอนเป็นเวลา

Read More