Home > Cover Story (Page 2)

พิษโควิด-19 ท่องเที่ยวไทยล้มทั้งยืน

การท่องเที่ยวไทยเป็นอีกหนึ่งเครื่องจักรสำคัญของไทยในการสร้างรายได้เข้าประเทศจำนวนมหาศาล ด้วยเหตุนี้ภาครัฐและเอกชนจึงให้ความสำคัญกับตลาดท่องเที่ยว และมักจะมีแคมเปญที่ทั้งสองฝ่ายทำร่วมกันตลอด ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมด้านการประชาสัมพันธ์ การตลาดที่มีเป้าประสงค์ให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเดินทางมาเที่ยวยังประเทศไทย นอกจากนี้อีกหนึ่งประจักษ์พยานสำคัญ คือการที่หลายฝ่ายเริ่มตระหนักถึงการดูแลทรัพยากรทางธรรมชาติให้อยู่ในสมดุลที่ดี รวมไปถึงการพัฒนาทรัพยากรบุคคล เพื่อให้พร้อมสำหรับภาคการบริการ ไทยพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2562 การท่องเที่ยวไทยสร้างรายได้รวมสูงถึง 3.01 ล้านล้านบาท ตัวเลขนี้เป็นการขยายตัวร้อยละ 2.37 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยแบ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1.93 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.05 และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่สร้างรายได้ในไทยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน มาเลเซีย รัสเซีย ญี่ปุ่น และอินเดีย ขณะที่นักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ สร้างรายได้ 1.08 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.18 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และจังหวัดที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวของคนไทยสูงสุด 3 อันดับแรกคือ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต ปี 2562 นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวไทยเป็นจำนวนสูงถึง 39.7 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.2 และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยสูงสุด 5 อันดับ

Read More

สงครามโฮมช้อปปิ้งเต็มจอ ตลาดนัดออนไลน์ร้อนระอุ

สมรภูมิโฮมช้อปปิ้งร้อนแรงต่อเนื่องรับมาตรการ Work from home แม้ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ยอมปลดล็อกผ่อนปรนการเปิดดำเนินธุรกิจบางกิจการ เช่น ร้านอาหาร ตลาดนัด แต่มีข้อกำหนดเข้มข้นและผู้คนส่วนใหญ่ยังหวั่นวิตกกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้รูปแบบช้อปปิ้งฟอร์มโฮม ทั้งทีวีและสื่อออนไลน์เป็นกระแสหลักที่สร้างรายได้ก้อนใหม่ให้กลุ่มธุรกิจค้าปลีก ล่าสุด ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรด สำรวจความคิดเห็นจากผู้ประกอบการทั่วประเทศระหว่าง 23 มีนาคม-17 เมษายน 2563 พบว่า ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรดไตรมาส 1 อยู่ที่ระดับ 47.2 ต่ำที่สุดในรอบ 7 ไตรมาส หรือเกือบ 2 ปีที่เริ่มสำรวจมาตั้งแต่กลางปี 2561 ปัจจัยลบมีทั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 การประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน การสั่งปิดกิจการชั่วคราว มาตรการยกเลิกวีซ่าและฟรีวีซ่า การประกาศยกเลิกเที่ยวบินชั่วคราวของสายการบินในไทย และภัยแล้ง โดยเฉพาะคำสั่งปิดห้างสรรพสินค้าและธุรกิจบางประเภท ให้ประชาชนอยู่ในบ้าน หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่มีคนพลุกพล่าน การบริหารจัดการธุรกิจมีข้อจำกัด เพราะการสั่งปิดกิจการกะทันหันกระทบต่อการจัดการเกี่ยวกับพนักงาน ปัญหาสภาพคล่อง เจอผู้ค้าออนไลน์เถื่อนจำหน่ายสินค้าตัดราคา การลักลอบจำหน่ายสินค้าหนีภาษีและปัญหากำลังซื้อหดตัว ประเมินกันว่า

Read More

เวิร์กฟอร์มโฮมดันสื่อทีวี ค่ายใหญ่อัดคอนเทนต์สู้

มาตรการ Work from home อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ อย่างเข้มข้น ลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายเป็นปัจจัยผลักดันสื่อทีวีเติบโตสูงขึ้น โดยมีผลวิจัยชี้ชัดว่า คนไทยใช้เวลาดูทีวีเพิ่มขึ้นเกือบครึ่งชั่วโมงต่อวัน จากช่วงก่อนหน้าเฉลี่ย 4.03 ชั่วโมง เป็น 4.31 ชั่วโมง เรตติ้งเพิ่มสูงสุด จนทำให้ค่ายทีวียักษ์ใหญ่เร่งแข่งขันอัดคอนเทนต์ขนานใหญ่ ล่าสุด รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังตัดสินใจขยายประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินต่อไปอีก 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1-31 พฤษภาคม 2563 ได้แก่ การควบคุมการเข้าออกราชอาณาจักร ห้ามออกนอกเคหสถาน ตั้งแต่เวลา 22.00 - 04.00 น. ห้ามเดินทางข้ามจังหวัด และงดการทำกิจกรรมในคนหมู่มาก เช่น ประชุม อบรม สัมมนา ทั้งในที่โล่งแจ้ง หรือจัดพิเศษ รวมทั้งยืนยันต้องคงมาตรการเวิร์กฟอร์มโฮมต่อไป ในสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 50% แม้ล่าสุด พล.ต.อ.อัศวิน

Read More

คนไร้บ้านกับ COVID-19 เสี่ยงทั้งติดเชื้อและอดตาย?

ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ดำเนินต่อเนื่องในสังคมไทย กลุ่มคนที่มีความเสี่ยงต่อทั้งการได้รับหรือติดเชื้อ COVID-19 มากที่สุดอีกกลุ่มหนึ่งดูจะเป็นกลุ่มคนไร้บ้าน ซึ่งแม้ทุกฝ่ายจะระบุว่าไม่ควรมองข้ามหรือละเลย หากแต่ในความเป็นจริง กลุ่มคนไร้บ้านเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะมีความเสี่ยงด้านสุขภาพเท่านั้น แต่ยังมีความเสี่ยงในทางเศรษฐกิจและปากท้องอีกด้วย แม้ว่ามูลเหตุหรือจุดเริ่มต้นของ “คนไร้บ้าน-คนไร้ที่พึ่ง-คนเร่ร่อน-คนจรจัด-คนตกงาน” อาจแตกต่างกันในแต่ละกลุ่มคน หากแต่ด้วยเงื่อนไขปัจจุบันพวกเขาถูกนิยามด้วยคำจำกัดความว่า “ผู้ใช้ชีวิตอยู่ในที่สาธารณะ” ซึ่งจากข้อมูลของมูลนิธิอิสรชน องค์กรเอกชนที่ทำงานช่วยเหลือคนเร่ร่อน ระบุว่าในปี 2562 กรุงเทพมหานครมีผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ หรือคนไร้บ้านรวมกว่า 4,392 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่าจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศไทยซึ่งอยู่ในระดับไม่ถึง 3 พันคนเสียอีก แต่ดูเหมือนพวกเขาจะไม่ค่อยได้รับการกล่าวถึงหรือให้ความสำคัญเท่าใดนัก ความเป็นไปของคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่อาศัยป้ายรถเมล์หรือสถานที่ที่มีแสงสว่างเป็นที่พักพิง หาเลี้ยงชีพโดยการเก็บขวดหรือของเก่าขาย รับจ้าง เป็นแรงงานรายวัน หรือค้าขายทั่วไป ซึ่งในมิติของสุขอนามัยและสุขภาพพื้นฐาน ต้องยอมรับว่าคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่สุขอนามัยไม่ดีนัก เพราะต้นทุนการอาบน้ำของคนไร้บ้านสูงถึงครั้งละ 15-20 บาท เทียบเท่าอาหาร 1 มื้อ คนไร้บ้านจึงเลือกเก็บเงินไว้ซื้อหาอาหารประทังชีวิตและปล่อยให้เนื้อตัวมอมแมมจนเป็นภาพติดตา นอกจากนี้ การที่คนไร้บ้านมักอาศัยรวมกลุ่มกัน จึงง่ายต่อการระบาดของโรคติดต่อ คนไร้บ้านจำนวนมากยังเป็นวัณโรค ในบางพื้นที่สัดส่วนคนไร้บ้านที่เป็นวัณโรคสูงถึงร้อยละ 80 เรียกว่าเสี่ยงเป็นพิเศษต่อโรค COVID-19 ที่มุ่งโจมตีระบบทางเดินหายใจ ประเด็นว่าด้วยสุขภาพของคนไร้บ้านไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น

Read More

ประเทศไทยหลัง COVID-19 และการกำหนดทิศทางในอนาคต

การดำเนินไปของการแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้สร้างความเสียหายต่อมวลมนุษยชาติอย่างกว้างขวางและในหลากหลายมิติ ไม่ได้จำกัดเฉพาะอยู่ที่ประเด็นสุขภาพและการสาธารณสุขเท่านั้น หากแต่ยังมีประเด็นว่าด้วยพัฒนาการทางเศรษฐกิจและสังคมที่กระทบต่อความเป็นไปและการดำเนินชีวิตของประชาชนอีกด้วย ดัชนีชี้วัดความสำเร็จหรือล้มเหลวของการควบคุมโรค COVID-19 ในช่วงที่ผ่านมา จึงไม่ควรพิจารณาจากจำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อเท่านั้น หากยังต้องพิจารณาและประเมินด้วยว่า ภายใต้มาตรการที่นำเสนอออกมาโดยกลไกภาครัฐนั้น ได้นำไปสู่หรือสร้างผลกระทบต่อประชาชนทั่วไปอย่างไรบ้าง และกลไกรัฐมีศักยภาพเพียงพอที่จะรองรับหรือเยียวยาต่อผลกระทบดังกล่าวอย่างไรหรือไม่ ประเด็นที่น่าสนใจจากกรณีการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในระดับนานาชาติอยู่ที่นอกจากจะมีการกล่าวถึงจำนวนผู้ติดเชื้อ ผู้เสียชีวิต และประเด็นว่าด้วยมาตรการการรับมือและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคแล้ว ยังให้ความสำคัญต่อประเด็นอื่นๆ ควบคู่ไปด้วยทั้งสภาพความถดถอยทางเศรษฐกิจ ปัญหาคนว่างงานและความอดอยาก หรือแม้กระทั่งผลกระทบต่อเยาวชนโดยเฉพาะในเรื่องของการจัดการศึกษา หากแต่สำหรับสังคมไทย ดูเหมือนว่าศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. จะมุ่งเน้นไปที่การแพร่ระบาดของโรค โดยละเลยที่จะพิจารณาประเด็นและผลกระทบแวดล้อมว่าด้วยเศรษฐกิจ แรงงาน และการศึกษา ที่ทำให้ขาดมิติในเชิงบูรณาการ และมีแนวโน้มที่จะต้องย้อนกลับมาแก้ไขปัญหาอื่นๆ ด้วยต้นทุนที่สูงขึ้นกว่าที่ควรจะเป็นไปโดยปริยาย ผลกระทบจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดที่ทำให้หลายธุรกิจต้องปิดหรือหยุดกิจการลงส่งผลให้มีคนตกงานรวมกว่า 10 ล้านคน และมีผู้ลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือเยียวยาจากมาตรการของรัฐรวมกว่า 28 ล้านคน ท่ามกลางความล่าช้าและขาดความชัดเจนของการดำเนินการภาครัฐ ซึ่งทำให้ประชาชนที่ประสบความเดือดร้อนจำนวนมากไม่ได้รับความช่วยเหลือ และต้องดำเนินชีวิตอยู่ท่ามกลางการขาดรายได้มานับเดือน ข้อน่าสังเกตประการหนึ่งนับตั้งแต่เกิดการระบาดของโรค COVID-19 อยู่ที่การกล่าวถึงบุคลากรทางการแพทย์ในฐานะที่เป็นกลุ่มคนที่มีความสำคัญต่อการต่อสู้กับโรคระบาดครั้งนี้ ทั้งในมิติของการรักษาพยาบาล และการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาด ซึ่งควรได้รับกำลังใจและความชื่นชม หากแต่สังคมไทยอาจมองข้ามความสำคัญจำเป็นของการพัฒนาบุคลากรด้านการสาธารณสุข ที่มีทัศนะของการวางแผนและบริหารจัดการที่มีความเชื่อมโยงกับมิติทางสังคมอื่นๆ เพื่อรองรับกับวิกฤตทางสาธารณสุขที่อาจเกิดมีขึ้นอีกในอนาคต ภาพของการขอรับบริจาคหรือแม้กระทั่งข้อเท็จจริงที่ว่าอุปกรณ์ทางการแพทย์จำนวนมากขาดแคลนในสถานการณ์ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าสังคมไทยไม่ได้มีการประเมินสถานการณ์หรือเตรียมการเพื่อรองรับต่อการระบาดของโรคนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากนัก ซึ่งหากมีการเตรียมการดีพอสังคมไทยอาจใช้เงินงบประมาณในการบริหารงานด้านสาธารณสุขนี้ในจำนวนไม่ถึง

Read More

โควิด-19 ซ้ำเติม ตลาดแรงงานไทยวิกฤต

ตลาดแรงงานไทยถือได้ว่าเป็นตลาดที่มีความเปราะบางมากเป็นพิเศษ นั่นเพราะเมื่อใดก็ตามที่เกิดสภาวะวิกฤตกับเศรษฐกิจ แรงงานไทยที่แม้ไม่ใช่ด่านหน้าที่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ทว่ากลับเป็นกลุ่มที่ได้รับแรงปะทะเสมอ การเลิกจ้าง ตัวเลขการว่างงาน เป็นภาพสะท้อนทิศทางความเป็นไปที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจ ไม่จำเพาะเจาะจงแค่ในประเทศไทยเท่านั้น ตลาดแรงงานทั่วโลกก็เช่นกัน คล้ายกับว่าความมั่นคงของสถานภาพแรงงานจะดีร้าย ขึ้นอยู่กับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม การเติบโตที่ลดลงของเศรษฐกิจไทยในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนหนึ่งทยอยปิดตัวลง อันนำมาสู่การเลิกจ้างแรงงาน ซึ่งตัวเลขการว่างงานในเดือนธันวาคม 2562 จากสำนักงานสถิติแห่งชาติเปิดเผยคือ มีผู้ว่างงานจำนวน 367,000 คน เพิ่มขึ้น 18,000 คน เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม 2561 ที่มีตัวเลขผู้ว่างงาน 349,000 คน บาดแผลของแรงงานทั้งในและนอกระบบจากสภาวะเศรษฐกิจซบเซายังไม่หายดี ภัยร้ายที่เสมือนคลื่นระลอกใหม่ ซัดเข้ามากระหน่ำซ้ำเติม กดหัวให้กราฟของผู้มีงานทำต่ำลง หากจะกล่าวว่า เชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นเรื่องเหนือความคาดหมายก็ดูจะไม่แปลกนัก เพราะทั้งไทยและทั่วโลกต่างเคยเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคมาหลายต่อหลายครั้ง ทว่า เชื้อไวรัสโควิด-19 กลับสร้างความเสียหายในระบบแตกต่างไปจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสในครั้งก่อนๆ มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสทำให้ระบบเศรษฐกิจเกือบทั้งหมดถูกฟรีซไว้ชั่วคราว หลายอุตสาหกรรมต้องหยุดชะงัก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เกี่ยวเนื่องโดยตรง ภาคการบริการ ภาคธุรกิจ SMEs ตั้งแต่ขนาดกลางถึงขนาดเล็ก หรือกลุ่มธุรกิจที่สายป่านไม่ยาว เป็นผลให้แรงงานที่อยู่ในกลุ่มนี้ต้องพบเจอกับความเสี่ยงอีกครั้ง ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (Economic Intelligence Center)

Read More

สัญญาณบวกส่งออกข้าวไทยพุ่ง อานิสงส์เวียดนามจำกัดส่งออก

ท่ามกลางความร้อนระอุของวิกฤตโควิด-19 ที่ทั่วโลกกำลังเร่งมือหาทางจำกัดวงของผู้ติดเชื้อ และระดมสรรพกำลังคิดค้นที่จะผลิตวัคซีนเพื่อเอาชนะโรคระบาดนี้ เชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นปัจจัยลบที่ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของทุกประเทศ หลายแวดวงธุรกิจต้องชะลอตัวไปจนถึงหยุดชะงัก และไม่สามารถเดินเครื่องต่อไปได้ ทั้งภาคการท่องเที่ยว การส่งออก การค้า การลงทุน แม้ทั่วโลกจะเห็นสัญญาณลบที่มีผลต่อเศรษฐกิจ ทั้งจากสงครามการค้า อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงิน หรือกำลังซื้อที่ชะลอตัวลง แต่การต้องเผชิญกับวิกฤตเชื้อไวรัสเป็นสิ่งที่นอกเหนือการคาดการณ์ ในทุกวิกฤตมักจะมีโอกาสที่ดีเสมอ และมีความเป็นไปได้ว่าสัญญาณที่ดีดังกล่าวกำลังจะเกิดขึ้นกับภาคการส่งออกของไทย โดยเฉพาะสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออกที่ทำรายได้มหาศาล “ข้าวไทย” เมื่อปลายเดือนมีนาคมคณะรัฐมนตรีเวียดนามมีมติระงับการออกใบอนุญาตเพื่อการส่งออกข้าวเป็นการชั่วคราว มติดังกล่าวมีขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เวียดนามจึงจำเป็นต้องสร้างความแข็งแกร่งด้านศักยภาพ ความมั่นคงด้านอาหารสำหรับประชากรในประเทศ โดยรัฐบาลเวียดนามได้อนุมัติทดลองให้ส่งออกข้าวได้ไม่เกิน 4 แสนตันต่อเดือน แน่นอนว่า หากเวียดนามลดปริมาณการส่งออกข้าวลง มีความเป็นไปได้ว่าความต้องการข้าวอาจจะหมุนมายังประเทศไทย ซึ่งต้องดูกันต่อไปว่าทั่วโลกจะมีความต้องการข้าวในปริมาณสูงอย่างต่อเนื่องหรือไม่ เพราะตัวเลขดังกล่าวอาจทำให้ไทยสามารถเบียดผู้ส่งออกข้าวอันดับหนึ่งอย่างอินเดียได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม สัญญาณบวกของการส่งออกข้าวไทยยังต้องรอดูสถานการณ์ของโรคโควิด-19 รวมไปถึงมติคณะรัฐมนตรีของเวียดนามที่หากพิจารณาแล้วเห็นว่า สถานการณ์ผู้ติดเชื้อในเวียดนามยังอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถควบคุมได้ รัฐบาลเวียดนามอาจผ่อนปรนหรือพิจารณามติดังกล่าวใหม่อีกครั้ง รวมไปถึงปริมาณผลผลิตข้าวเพื่อการส่งออกของไทยจะมีมากน้อยเพียงใด เมื่อยังมีปัจจัยอีกรอบด้านที่ต้องนำมาพิจารณา ทั้งปัญหาภัยแล้งที่ดูจะผูกขาดอยู่กับเกษตรกรไทยมาอย่างยาวนาน และส่งผลต่อผลผลิตให้มีปริมาณลดลงแทบทุกปี รวมไปถึงสายพันธุ์ข้าวที่อาจจะยังไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้อย่างเต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นเป็นผลให้การส่งออกข้าวไทยในปี 2562 ไทยทำได้เพียง 7.58 ล้านตัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดในรอบ 6 ปี และแม้ว่าปีนี้กระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าต่างประเทศจะตั้งเป้าการส่งออกข้าวอยู่ที่ 7.5 ล้านตัน แต่ยังต้องรอดูว่าปัจจัยที่รุมเร้าอยู่รอบด้านจะมีผลต่อเป้าประมาณการในครั้งนี้มากน้อยเพียงใด นอกเหนือจากปัญหาภัยแล้งที่มีผลต่อปริมาณผลผลิตที่ลดลง และส่งผลให้ราคาข้าวในประเทศสูงขึ้นแล้ว ข้าวไทยยังประสบกับปัญหาผลผลิตต่อไร่ที่ข้าวหอมมะลิทำได้เพียง 350

Read More

ผลกระทบ COVID-19 จุดเริ่มต้นของการถดถอยครั้งใหญ่

ความเป็นไปของการแพร่ระบาด COVID-19 นอกจากจะคุกคามความเป็นอยู่ของสาธารณชนในวงกว้างแล้ว ยังนำพามาซึ่งความกังวลใจต่อภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจทั้งในระดับประเทศและระดับโลกที่กำลังจะติดตามมาในอนาคตด้วย การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ครั้งนี้ ได้รับการประเมินว่าส่งผลกระทบอยู่ในระดับที่ใหญ่โตและกว้างขวางเกินกว่าวิกฤตการณ์ทางการเงินเมื่อปี 2551 หรือเมื่อครั้งที่เกิดเหตุการณ์วินาศกรรมเมื่อวันที่ 11 กันยายน ปี 2544 ซึ่งแม้นักวิเคราะห์บางสำนักจะพยายามประเมินสถานการณ์และมองโลกแง่ดีว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจครั้งนี้จะเป็นรูป V shape ที่เศรษฐกิจจะตกต่ำเป็นระยะเวลาสั้นๆ ก่อนจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว หากแต่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ทำให้ความเชื่อดังกล่าวอาจเป็นเพียงคำอธิษฐานเท่านั้น เนื่องจากประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในโลกหลายประเทศกำลังจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในไม่กี่เดือนข้างหน้า และมีแนวโน้มที่จะยืดเยื้อต่อเนื่องออกไปอีกอย่างน้อย 2 ไตรมาส ซึ่งหากเศรษฐกิจโลกไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย ก็จะต้องเผชิญกับภาวะไม่เติบโต หรือเติบโตต่ำอยู่ดี ผลกระทบเศรษฐกิจโลกจากเหตุการแพร่ระบาดของ COVID-19 มีแนวโน้มที่จะเป็นรูป U shape ที่สะท้อนภาพการเผชิญกับภาวะตกต่ำเป็นระยะเวลาหนึ่ง ก่อนจะฟื้นตัว ขณะที่ประชาคมโลกสามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบแบบ L shape หรือภาวะที่เศรษฐกิจไม่ฟื้นตัวขึ้นเลยได้ ด้วยการตัดสินใจและกำหนดมาตรการรองรับที่ถูกต้องเหมาะสม สถานการณ์การระบาดของไวรัส Covid-19 ที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ส่งผลให้เศรษฐกิจในปีนี้ชะลอตัวอย่างมาก ยอดขายของธุรกิจหายไป เช่นเดียวกับรายได้ของประชาชนรายย่อย ซึ่งทำให้หลายฝ่ายพยายามคาดการณ์ผลกระทบที่เกิดขึ้นเปรียบเทียบกับวิกฤตการเงินต้มยำกุ้งในปี 2540 ที่ตัวเลขเศรษฐกิจไทยหดตัวถึงร้อยละ 10.5 ในลักษณะของการสร้างตัวแบบผลกระทบและเปรียบเทียบปัจจัยทางเศรษฐกิจว่าเหตุการณ์ในปีนี้จะเหมือนหรือต่างจากปี 2540 อย่างไรอีกด้วย ข้อน่าสังเกตที่น่าสนใจประการแรกก็คือ จุดเริ่มต้นของปัญหาทางเศรษฐกิจจากเหตุ

Read More

มาตรการปิดด่านป้องกันโควิด-19 ค้าชายแดนกระทบหนัก

สถานการณ์ค้าชายแดนแม้ตัวเลขและสถานการณ์จะไม่สวยหรูมากนัก จากผลกระทบของการปรับตัวลงของราคาน้ำมัน อัตราแลกเปลี่ยน และเศรษฐกิจในประเทศที่ถดถอยเป็นทุนเดิม การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนากลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก ความร้ายกาจของเชื้อไวรัสไม่ได้กัดกินและทำลายอวัยวะภายในที่สำคัญอย่างปอดของมนุษย์เท่านั้น แต่เชื้อร้ายกลับเจาะลึกเข้ากัดกร่อนกลไกการทำงานของเครื่องจักรทางเศรษฐกิจเกือบทุกระบบ การท่องเที่ยวดูจะเป็นเครื่องจักรตัวแรกในระบบที่ได้รับผลกระทบ เพราะจุดเริ่มต้นของเชื้อไวรัสโคโรนาคือประเทศจีน ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มสำคัญที่ทำให้ภาคการท่องเที่ยวของไทยมีเงินสะพัดในระบบ และหลังจากจีนประกาศปิดประเทศในช่วงที่มีการแพร่ระบาดอย่างหนัก ภาคการส่งออกได้รับผลกระทบตามมา เพราะในฐานะที่เป็นประเทศคู่ค้าสำคัญ แม้ว่าการส่งออกของไทยจะซบเซาในช่วงก่อนหน้า ทั้งสาเหตุจากสงครามการค้า การแข็งค่าของเงินบาทไทย และภาวะเศรษฐกิจโลกที่เริ่มถดถอย เมื่อการแพร่ระบาดเริ่มขยายวงกว้างในประเทศไทย เศรษฐกิจในระดับครัวเรือนได้รับผลกระทบในลำดับถัดมา เมื่อรัฐบาลประกาศใช้มาตรการเชิงรุกเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดที่จะขยายวงกว้างขึ้น การสั่งปิดห้างสรรพสินค้า ตลาดนัด ร้านอาหารที่อนุญาตให้เฉพาะซื้อนำกลับเท่านั้น ทำให้เศรษฐกิจไทยคล้ายถูกเชื้อไวรัสฟรีซไว้ และเมื่อเชื้อไวรัสแพร่ระบาดไปทั่วโลก หลายประเทศจึงมีมาตรการสั่งปิดด่านชายแดนเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะลุกลามจนยากที่จะควบคุม คำสั่งปิดด่านชายแดนทั้งของไทยและประเทศเพื่อนบ้านยิ่งเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์การส่งออกของไทยที่บอบช้ำอยู่แล้ว ให้วิกฤตหนักขึ้น “เจ็บแต่จบ” จึงกลายเป็นสิ่งที่หลายฝ่ายมองว่า เป็นการตัดไฟเสียแต่ต้นลม และจะสามารถควบคุมการระบาดให้อยู่ในวงจำกัดได้ หากย้อนกลับไปดูตัวเลขมูลค่าค้าชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย เมียนมา สปป. ลาว และกัมพูชา ในช่วงปี 2559-2561 มีอัตราการเติบโตอยู่ในระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีสาเหตุมาจากความคล่องตัวในเรื่องโลจิสติกส์บริเวณด่านชายแดนของไทย ที่มีจุดผ่านแดนถาวรเชื่อมโยงผ่านจังหวัดทั่วประเทศ 21 จังหวัด แต่ถ้ามองตัวเลขมูลค่าการส่งออกเพียงด้านเดียว ในปี 2561 จะพบว่า ไทยส่งออกสินค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านลดลง -1.19 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่มีการนำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.99 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่มูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดนของไทยปี 2562 มีมูลค่ารวม

Read More

บิ๊กอสังหาฯ ลุยฝ่าด่าน ลุ้นครึ่งปีหลังฟื้นไข้

บิ๊กอสังหาริมทรัพย์ ค่าย “เอพี” ตัดสินใจเดินหน้าถ่ายทอดสดงานแถลงข่าว แผนปักธงลาดพร้าว ประกาศส่งมอบคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ “ไลฟ์ ลาดพร้าว” ผ่าน FACEBOOK LIVE เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา ท่ามกลางปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ “โควิด-19” ที่มีทั้งยอดผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นทุกวัน เพราะยืนยันเชื่อมั่นว่า สถานการณ์ประเทศไทยจะค่อยๆ ฟื้นไข้ในครึ่งปีหลัง แน่นอนว่า วิกฤตรอบนี้ที่หนักหนาสาหัสยิ่งกว่าวิกฤตต้มยำกุ้ง ยิ่งกว่าแฮมเบอร์เกอร์ไครซิส ถือเป็นโจทย์ยากในการกระตุ้นความต้องการและความมั่นใจ แต่หากประเมินข้อมูลต่างๆ ยังมีปัจจัยบวก ซึ่งล่าสุด ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ออกมาประเมินภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์หลังเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ปรากฏว่า ในไตรมาส 1 ปี 2563 ตัวเลขการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย มีจำนวน 77,500 หน่วย ลดลง 11% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2562 ที่มี 86,855 หน่วย มูลค่าโอน 180,000

Read More