Home > Refugee

ผู้อพยพ: ความท้าทายในโลกปัจจุบัน

ความเป็นไปของคลื่นผู้อพยพในภูมิภาคต่างๆ ของโลกกำลังเป็นภาพสะท้อนของวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ที่รอวันปะทุแตกไม่แตกต่างจากการเคลื่อนตัวของธารแมกมาใต้ปล่องภูเขาไฟ ที่นอกจากจะส่งผลให้เกิดการสั่นสะเทือนและเคลื่อนไหวของเปลือกโลกแล้ว ยังพร้อมจะระเบิดทำลายและส่งผลต่อภูมิทัศน์โดยรอบอีกด้วย มูลเหตุของการอพยพลี้ภัยหนีถิ่นฐานของผู้คนไม่ได้เกิดขึ้นจากผลของสภาพสงครามความขัดแย้งแต่เพียงลำพังเท่านั้น หากยังเกิดขึ้นจากผลของความล่มสลายทางเศรษฐกิจ ที่นำไปสู่ความแร้นแค้นทุกข์ยากลำเค็ญ ซึ่งกรณีเช่นนี้การอพยพทิ้งถิ่นของชาวเวเนซุเอลา เข้าสู่พรมแดนประเทศเพื่อนบ้าน ดูจะเป็นประเด็นที่ทั่วโลกกำลังจับตามองอย่างสนใจ และเร่งหาแนวทางในการแก้ไขอย่างกังวล วิกฤตเศรษฐกิจของเวเนซุเอลา ในด้านหนึ่งอาจเป็นเหมือนสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ เพราะเวเนซุเอลาเป็นประเทศที่มีปริมาณน้ำมันสำรองมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก เรียกได้ว่า เวเนซุเอลามีทรัพยากรที่มีคุณค่ามหาศาลของโลกอยู่ในมือ โดยทรัพยากรที่ว่านี้ควรจะนำพารายได้มหาศาลให้กับประเทศ เมื่อรายได้ของประเทศมากกว่าร้อยละ 95 มาจากการส่งออกน้ำมันนี้ หากแต่ข้อเท็จจริงทางเศรษฐกิจไม่ได้ดำเนินไปในทิศทางที่เอื้อประโยชน์ให้กับเวเนซุเอลามากนัก เมื่อราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ความต้องการน้ำมันในตลาดโลกลดลง ซึ่งทำให้ปริมาณการผลิตน้ำมันปรับตัวลดลงมาสู่ระดับ 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากเดิมที่ผลิตได้ในระดับ 3 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา และนั่นเป็นเหตุให้รัฐบาลเวเนซุเอลาขาดรายได้จากต่างประเทศไปโดยปริยาย ความล่มสลายทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นของเวเนซุเอลาในห้วงเวลาปัจจุบัน ถูกระบุว่าเป็นผลพวงที่สืบเนื่องมาจากนโยบายประชานิยม ที่เน้นช่วยเหลือคนจน ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายเงินอุดหนุนราคาสินค้าอุปโภคบริโภค การอุดหนุนทางการศึกษาและค่ารักษาพยาบาล ซึ่งเป็นแนวนโยบายของ ฮูโก ชาเวซ ตั้งแต่เมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 1999 และต่อเนื่องมาจนถึงวาระสุดท้ายเมื่อ ฮูโก ชาเวซ ถึงแก่กรรมในปี 2013 เมื่อ นิโกลัส มาดูโร สืบทอดอำนาจขึ้นเป็นประธานาธิบดี เขาก็ยังดำเนินนโยบายตามแนวทางเดิม ซึ่งยิ่งทำให้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของเวเนซุเอลาทรุดต่ำลงต่อเนื่อง ประหนึ่งระเบิดเวลาที่ทำให้เวเนซุเอลากลายเป็นประเทศที่ระบบเศรษฐกิจพังทลาย อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงจนเงินโบลิวาร์แทบไม่เหลือค่าขณะที่ผู้คนในประเทศอดอยากขาดแคลนทั้งอาหารและยารักษาโรค จนต้องอพยพออกจากประเทศ เพื่อหนีความอดอยากแร้นแค้น สหประชาชาติประมาณการว่านับตั้งแต่ปี

Read More

ชีวิตระหว่างและหลังสงครามที่ฉนวนกาซา

 Column: Women in wonderland เป็นเวลาหนึ่งปีแล้วหลังจากเกิดความขัดแย้งขึ้นที่ฉนวนกาซา หลายคนน่าจะยังจดจำความรุนแรงในครั้งนั้นได้ เมื่ออิสราเอลและกลุ่มฮามาสได้ยิงถล่มกันอย่างรุนแรง ทำให้มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นจำนวนมาก หลังจากนั้นก็มีการเจรจาหยุดยิง และความรุนแรงในครั้งนั้นก็ยุติลง แต่สภาพชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในบริเวณนั้นตั้งแต่ช่วงเวลาที่มีความรุนแรงจนกระทั่งเหตุการณ์ยุติ ก็ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือเท่าที่ควร  ความรุนแรงที่ฉนวนกาซาในปี 2557 เริ่มต้นในเดือนมิถุนายนเมื่อมีการลักพาตัวและฆาตกรรมวัยรุ่นชาวอิสราเอล 3 คน ซึ่งรัฐบาลอิสราเอลได้ออกมากล่าวโทษกลุ่มฮามาส แต่กลุ่มฮามาสออกมาปฏิเสธว่า พวกเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการลักพาตัวและฆาตกรรมวัยรุ่นชาวอิสราเอล  ความขัดแย้งแย่ลงไปอีก เมื่อวัยรุ่นชาวปาเลสไตน์ถูกลักพาตัวและถูกเผาทั้งเป็น เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2557 ทำให้ชาวปาเลสไตน์จำนวนมากไม่พอใจ และออกมาประท้วงบนถนน เพราะพวกเขาเชื่อว่าวัยรุ่นชาวปาเลสไตน์คนนี้น่าจะถูกคนอิสราเอลฆ่าเพื่อแก้แค้นแทนวัยรุ่นชาวอิสราเอลที่ถูกฆ่าตายก่อนหน้านี้ วันที่ 7 กรกฎาคม 2557 กลุ่มฮามาสออกมายอมรับว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการยิงจรวดเข้าสู่พื้นที่ทางตอนใต้ของอิสราเอล นี่ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 20 เดือนที่ผ่านมาที่มีการยิงจรวดระหว่างกลุ่มฮามาสและอิสราเอล แล้วกลุ่มฮามาสออกมายอมรับว่าเป็นฝีมือของกลุ่มตัวเอง  หลังจากกลุ่มฮามาสออกมายอมรับ วันถัดมาอิสราเอลก็ประกาศ “ปฏิบัติการปกป้องชายแดน” โดยอิสราเอลให้เหตุผลการโจมตีกลุ่มฮามาสว่า อิสราเอลมีเป้าหมายเพื่อต้องการหยุดการยิงจรวดและทำลายความสามารถของกลุ่มฮามาสไม่ให้สามารถโจมตีอิสราเอลกลับได้ ดังนั้นอิสราเอลจึงโจมตีทางอากาศใส่กลุ่มฮามาสซึ่งอาศัยอยู่ในเขตกาซามากกว่าหนึ่งพันจุด และกลุ่มฮามาสเองก็มีการโจมตีกลับด้วยจรวดมากกว่าหนึ่งพันลูกเช่นกัน จากความรุนแรงที่เกิดขึ้นระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส ทำให้ประเทศต่างๆ ออกมาเรียกร้องให้ยุติความขัดแย้งด้วยการดำเนินการทางการทูต เพื่อทำข้อตกลงหยุดยิง การเจรจาเพื่อทำการหยุดยิงระหว่างสองฝ่าย เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากกลุ่มฮามาสมีความคิดว่าการหยุดยิงคือการยอมแพ้ จนในที่สุดกลุ่มฮามาสก็ยินยอมที่จะทำข้อตกลงหยุดยิงกับอิสราเอล หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก จากเหตุการณ์ความรุนแรงในครั้งนี้

Read More