Home > คนละครึ่ง

“คนละครึ่ง” สะพัด 7 หมื่นล้าน ฟู้ดดีลิเวอรีออเดอร์พุ่ง ดันเฟส 5

เศรษฐกิจยุคของแพงส่งผลกระตุ้นยอดการใช้สิทธิ์โครงการคนละครึ่ง เฟส 4 มีแนวโน้มเติบโตพุ่งพรวดกว่าทุกเฟสที่ผ่านมา และปลุกบรรยากาศการแข่งขันในกลุ่มค้าปลีก รวมถึงกลุ่มแอปพลิเคชัน Food Delivery แห่ออกแคมเปญแข่งขันอย่างดุเดือด ชนิดลดแล้วลดอีก เพื่อช่วงชิงยอดขายตลอดระยะเวลามาตรการ 4 เดือน ถ้าดูข้อมูลดีเดย์เปิดใช้สิทธิ์วันแรก 1 กุมภาพันธ์ 2565 มีผู้ใช้จ่ายพุ่งพรวดทันที 2.4 ล้านราย จากผู้ยืนยันการใช้สิทธิ 16.93 ล้านราย ยอดการใช้จ่ายรวม 501.24 ล้านบาท และผ่านไปเพียงสัปดาห์แรก มีผู้ใช้สิทธิ์ 20.40 ล้านราย ยอดการใช้จ่ายรวม 14,027.6 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 7,102.8 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่าย 6,924.8 ล้านบาท ยอดใช้จ่ายสะสมแบ่งตามประเภทตามร้านค้า ได้แก่ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม 5,201.1 ล้านบาท ร้านธงฟ้า 2,743.7 ล้านบาท ร้าน OTOP 675.8 ล้านบาท ร้านค้าทั่วไป

Read More

ลุ้นของขวัญปีใหม่ “บิ๊กตู่” อัดฉีดเศรษฐกิจ ชิงกระแสเลือกตั้ง

21 ธันวาคมนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะเคาะมาตรการแจกของขวัญปีใหม่ชุดใหญ่ตามคำสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไล่เรียงทุกกระทรวง โดยหวังว่า ประชาชนจะมีความสุข หลังไม่มีความสุขมา 2 ปีกว่าแล้วจากพิษโควิด-19 และถือเป็นมหกรรมอัดฉีดเศรษฐกิจกระตุ้นกำลังซื้อแสนล้าน แน่นอนว่า หลายฝ่ายจับตาไปที่กระทรวงการคลัง ซึ่งเท่าที่เปิดเผยออกมาก่อนหน้ามีการเตรียมแพ็กเกจลดภาระค่าครองชีพของประชาชนผ่านสถาบันการเงินของรัฐ 3 แห่ง เริ่มจากธนาคารออมสินจะคืนเงินสดให้ลูกค้าที่มีประวัติการชำระดีต่อเนื่อง 3 ปี และมีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 200,000 บาท คนละ 500 บาท เพื่อนำไปใช้จ่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่ นอกจากนี้ ยังมีของขวัญสำหรับลูกค้าที่ต้องการออมเงินด้วยการเปิดรับฝากสลากออมสินพิเศษช่วงปีใหม่ เพิ่มรางวัลพิเศษ 1 ล้านบาท จำนวน 20 รางวัล ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) แจกของขวัญให้ลูกค้าสินเชื่อบ้านที่ผ่อนชำระดีย้อนหลังรวม 48 เดือน นับจนถึงงวดเดือนพฤศจิกายน 2564 แบ่งเป็นกลุ่มที่ 1 ได้รับเงิน 1,000 บาท สำหรับลูกค้าที่มีวงเงินกู้ทุกบัญชีภายใต้หลักประกันเดียวกันไม่เกิน 2

Read More

กูร์เมต์ อีทส์ ขานรับนโยบายภาครัฐเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง”

กูร์เมต์ อีทส์ ขานรับนโยบายภาครัฐเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง” รวบรวมร้านอาหารและเครื่องดื่มกว่า 50 ร้านดังให้อิ่มฟินแบบสุดคุ้ม กูร์เมต์ อีทส์ โดย เดอะมอลล์ กรุ๊ป จับมือ ผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำกว่า 50 ร้าน ขานรับนโยบายภาครัฐเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง” เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศ และช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน โดยลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าจากร้านที่ติดตั้งตราสัญลักษณ์ โครงการ “คนละครึ่ง” และชำระสินค้าผ่านแอป “เป๋าตัง” ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธ.ค. 2564 ที่ กูร์เมต์ อีทส์ เดอะมอลล์ ทุกสาขา, เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน และท่าพระ, เอ็มควอเทียร์, เอ็มโพเรียม และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ กูร์เมต์ อีทส์ โดย เดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศ และช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน ขานรับนโยบายภาครัฐเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง” จับมือพันธมิตรผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่มชื่อดังกว่า

Read More

แฟรนไชส์ไก่ห้าดาว ยิ้มร่า เราชนะ-คนละครึ่ง ยอดพุ่ง 70%

หลายธุรกิจเจอพิษโควิดกระหน่ำอย่างหนัก แต่ดูเหมือนว่า ธุรกิจห้าดาว หรือ Five Star ของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ “ซีพีเอฟ” ยังสามารถเติบโตสวนกระแส โดยเฉพาะบรรดาแฟรนไชส์ไก่ย่างไก่ทอดที่ลงทะเบียนเข้าโครงการกระตุ้นกำลังซื้อของรัฐบาล ตั้งแต่มาตรการเราชนะ ม33 เรารักกัน คนละครึ่งเฟส 1 ยาวถึงเฟส 3 บางสาขาสับไก่แทบไม่ทัน ยอดขายพุ่งพรวดมากกว่า 50-70% ขณะเดียวกันต้องถือว่า แฟรนไชส์ห้าดาวสามารถรองรับผู้ที่ต้องการทำธุรกิจขนาดย่อมได้อย่างดีในสถานการณ์ที่ทุกคนมีงบจำกัด เนื่องจากใช้เงินทุนก้อนแรกไม่สูงมาก ผู้ลงทุนได้ร้าน อุปกรณ์พร้อมขาย และวัตถุดิบที่สามารถเปิดขาย 1-2 วันทันที ไม่มีการเก็บรายเดือน ไม่ต้องแบ่งเปอร์เซ็นต์รายได้ ที่สำคัญ จุดแข็งในแง่แบรนด์ยักษ์ใหญ่ “ซีพี” สินค้าหลากหลาย และทุ่มงบการตลาดอัดโปรโมชั่นดึงดูดกลุ่มลูกค้าผ่านสื่อต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เจ้าของซุ้มห้าดาวย่านรามอินทรารายหนึ่งกล่าวกับ “ผู้จัดการ 360” ว่า เธอตกลงซื้อแฟรนไชส์ไก่ย่างห้าดาวเมื่อ 15 ปีก่อน สามารถสร้างรายได้และขยายฐานลูกค้าขาประจำอย่างเหนียวแน่น ยอดขายไม่ได้ลดลง เนื่องจากมีหมู่บ้านตลอดแนวถนน ขณะที่ซุ้มห้าดาวยังมีจำนวนไม่มาก

Read More

ลุ้นเฮือกสุดท้าย ชิงเม็ดเงิน “คนละครึ่ง-ยิ่งใช้ยิ่งได้”

ธุรกิจในครึ่งหลังปี 2564 มีแนวโน้มเจอผลกระทบสาหัสยิ่งกว่าครึ่งปีแรก โดยเฉพาะพิษสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิดสายพันธุ์ใหม่ ทั้งสายพันธุ์อัลฟา (อังกฤษ) เดลตา (อินเดีย) และเบต้า (แอฟริกาใต้) แถมล่าสุด องค์การอนามัยโลกค้นพบสายพันธุ์ใหม่ “แลมบ์ดา” (Lambda) ประเทศเปรู ทำให้รัฐบาลต้องงัดมาตรการควบคุมเข้มข้นมากขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการสร้างรายได้และการจับจ่าย แม้รัฐบาลทุ่มงบประมาณหลายแสนล้านอัดฉีดมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อหลายรอบ หากดูเฉพาะช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตัดสินใจลุยโครงการช่วยเหลือในระยะเร่งด่วน 5 มาตรการ ไม่ว่าจะเป็นโครงการ “เราชนะ” เพิ่มวงเงินอีกคนละ 2,000 บาท โครงการ ม.33 เรารักกัน เพิ่มวงเงินให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 อีกคนละ 2,000 บาท โครงการคนละครึ่ง เฟส 3 เพิ่มวงเงินให้ผู้มีสิทธิ์คนละไม่เกิน 3,000 บาท ใช้จ่ายวันละไม่เกิน 150 บาทเหมือนข้อกำหนดในเฟส 1-2 โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 3 เพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กลุ่มเป้าหมายทั้งสิ้น

Read More

ศึก 1 แถม 1 สู้ “คนละครึ่ง” ยักษ์ค้าปลีกอัดโปรถี่ยิบ

สงครามค้าปลีก “คนละครึ่ง” เปิดฉากดุเดือดอีกครั้งและแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะบรรดายักษ์ค้าปลีกและเครือข่ายร้านอาหารแบรนด์ดังต่างอัดโปรโมชั่น “1 แถม 1” ถี่ยิบ เพื่อช่วงชิงกำลังซื้อแข่งขันกับกลุ่มร้านโชวห่วยและสตรีทฟู้ดที่เข้าโครงการ "คนละครึ่ง" เฟส 2 ตั้งแต่ 1 มกราคม - 31 มีนาคม 2564 หลังเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ จนส่งผลกระทบซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของคนไทย แน่นอนว่า โครงการคนละครึ่งของรัฐบาล ซึ่งให้สิทธิประโยชน์แก่ประชาชนในการซื้อสินค้า โดยภาครัฐช่วยจ่าย 50% ในวงเงิน 3,000 บาทต่อคนในเฟสแรก และเพิ่มเป็น 3,500 บาทต่อคนในเฟส 2 วันละไม่เกิน 150 บาทต่อคน กลายเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่สามารถลดค่าใช้จ่ายแบบเห็นชัดเจน เมื่อเปรียบเทียบกับมาตรการที่ผ่านมา จนกลายเป็นกลยุทธ์ชนะใจชาวบ้านในทุกโพลล์ของทุกสำนัก อย่างโพลล์ RIDC ของศูนย์นวัตกรรมดิจิทัล วิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อผลงานของรัฐบาลประจำปี 2563 ท่ามกลางการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง การถดถอยของเศรษฐกิจและเหตุการณ์อื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

Read More

“คนละครึ่ง” โครงการจากรัฐ กระตุ้นเศรษฐกิจลึกถึงฐานราก

ต้องยอมรับว่าปีพุทธศักราช 2563 ประเทศไทยเผชิญวิกฤตรอบด้านในหลายมิติ โดยมีสาเหตุหลักจากเชื้อไวรัสโควิดที่อุบัติขึ้นเมื่อปลายปีที่แล้ว และแพร่ระบาดหนักในช่วงไตรมาสแรกของปี ส่งผลกระทบเลวร้ายและรุนแรงกว่าภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างสึนามิ มหันตภัยโรคโควิด-19 ขยายวงการทำลายล้างไปในทุกวงการ ทุกภาคอุตสาหกรรม รัฐบาลของแต่ละประเทศที่ประสบกับวิกฤตครั้งนี้ ต่างระดมสรรพกำลังและสมองเพื่อแก้ไขปัญหาที่ตามมาอย่างต่อเนื่องดุจระลอกคลื่น และสร้างยุทธวิธีฝ่าวงล้อมของศัตรูตัวฉกาจนี้ไปให้ได้ โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจที่ถูกแช่แข็งไปในช่วงเวลาหนึ่ง เป็นที่ทราบกันดีว่า วิกฤตครั้งนี้ไม่ง่ายเลยที่จะเอาชนะ ในด้านเชื้อไวรัสโควิด การยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส นั่นหมายถึงการมีวัคซีนที่พร้อมสำหรับประชากรโลก แม้ว่าปัจจุบันวัคซีนป้องกันโควิด-19 จะเริ่มฉีดแล้ว แต่ยังจำกัดอยู่ในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงสูงในบางประเทศ ขณะที่ประเทศไทยอาจต้องใช้เวลารออย่างเร็วภายในปีหน้ากว่าจะได้รับวัคซีน ด้านเศรษฐกิจ ประเทศไทยพึ่งพาตลาดต่างชาติในหลายอุตสาหกรรม ทั้งการส่งออก อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การลงทุน นี่อาจเป็นโอกาสเหมาะสำหรับภาครัฐที่จะหันกลับมามองตัวเองและรังสรรค์นโยบายที่เหมาะสมที่สุดในห้วงยามนี้ ด้วยโครงการที่ต้องอาศัยแรงขับเคลื่อนจากประชากรในประเทศ ในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจหลายแคมเปญ ทั้งโครงการ ชิม ช้อป ใช้ โครงการช้อปดีมีคืน ที่เชิญชวนประชาชนให้ออกมาใช้จ่าย และยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ ทว่าโครงการดังกล่าวดูเหมือนจะจำกัดวงอยู่ในกลุ่มผู้มีรายได้ในระดับที่ต้องจ่ายภาษีเงินได้ส่วนบุคคล ในขณะที่ โครงการเราเที่ยวด้วยกัน และโครงการล่าสุดอย่าง “คนละครึ่ง” ที่มุ่งเน้นไปเพื่อแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจที่เกิดจากวิกฤตโควิดโดยเฉพาะ และมีกลุ่มเป้าหมายอยู่ที่ประชาชนระดับกลางถึงล่าง โครงการคนละครึ่ง ภาครัฐช่วยออกค่าใช้จ่ายให้ครึ่งหนึ่ง แต่ไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวัน หรือไม่เกิน 3,000 บาท ตลอดระยะเวลาโครงการ ภายใต้วงเงินอุดหนุน 30,000

Read More

“คนละครึ่ง” อัดฉีดเม็ดเงิน ฟื้นโชวห่วยแข่งยักษ์สะดวกซื้อ

ชัดเจนแล้วว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศขยายโครงการคนละครึ่ง เฟส 2 เป็นของขวัญปีใหม่ 1 มกราคม 2564 หลังกระแสตอบรับดีเยี่ยม ไม่ใช่แค่เพิ่มกำลังซื้อภายในประเทศ กระตุ้นจีดีพี แต่ที่สำคัญกลายเป็นมาตรการพลิกฟื้นธุรกิจร้านโชวห่วยให้กลับมาคึกคัก มียอดขายพุ่งพรวดเท่าตัว เบื้องต้น รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุเงื่อนไขเบื้องต้นว่า หากใครที่ลงทะเบียนคนละครึ่งในเฟส 1 สำเร็จ เมื่อมีการเปิดเฟส 2 จะมีปุ่มให้กดยืนยันจะเข้าร่วมในเฟส 2 หรือไม่ แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือ ต้องใช้วงเงิน 3,000 บาทหมดภายในเดือนธันวาคมนี้ นั่นย่อมหมายถึงกระตุ้นการจับจ่ายช่วงเดือนสุดท้ายของปี 2563 จากจำนวนประชาชนผู้ได้รับสิทธิ์เฟสแรก 10 ล้านคน และรัฐบาลตั้งเป้าหมายขยายเฟส 2 ทั้งในแง่จำนวนผู้ได้รับสิทธิ์ วงเงินการใช้จ่ายเพิ่มจาก 3,000 บาท รวมถึงระยะเวลาการใช้จ่าย ซึ่งช่วงต้นปีมีเทศกาลสำคัญๆ ทั้งเทศกาลปีใหม่ เทศกาลตรุษจีน และอาจยาวไปถึงเทศกาลสงกรานต์ ทั้งนี้ หากดูตัวเลขเฉพาะโครงการคนละครึ่งเฟส 1 ที่เปิดให้ผู้ได้รับสิทธิ์ใช้วงเงินจับจ่ายตั้งแต่วันที่

Read More

เซเว่นฯ ลุยอัปเกรดสินค้า พิซซ่า เบเกอรี่ ของสด สู้ “คนละครึ่ง”

ยักษ์ใหญ่สะดวกซื้อ เซเว่นอีเลฟเว่น ดูเหมือนต้องเร่งเดินหน้าตามแผนยุทธศาสตร์ All Convenience และปรับกลยุทธ์ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2563 โดยเฉพาะการสร้างจุดขายและแรงดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่แห่ไปจับจ่ายสินค้าในร้านโชวห่วยรายย่อยภายใต้โครงการ “คนละครึ่ง” ของรัฐบาล คิดเป็นเปอร์เซ็นต์เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว ขณะที่มาตรการ “ช้อปดีมีคืน” ซึ่งร้านสะดวกซื้ออยู่ในกลุ่มร้านค้าตามโครงการ โดยประชาชนสามารถใช้สิทธิ์หักลดหย่อนภาษีจากค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการในประเทศตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาทต่อคนนั้น กระแสความนิยมของผู้คนไม่แรงเท่าโครงการคนละครึ่ง เนื่องจากต้องรอการหักลดหย่อนภาษีและมูลค่าที่ได้ขึ้นอยู่กับฐานรายได้ของประชาชนแต่ละคน ฐานรายได้สูงจึงจะได้รับการลดหย่อนสูง สิ่งที่เห็นชัดเจน คือ ร้านสะดวกซื้อทุกค่ายต่างต้องทำโปรโมชั่นและเพิ่มสินค้าใหม่ที่แตกต่างจากร้านโชวห่วย ซึ่งเซเว่นอีเลฟเว่นมีการปรับกลยุทธ์อย่างชัดเจน โดยเฉพาะการเพิ่มสินค้าใหม่หมวดอาหาร เบเกอรี่ หรือแม้กระทั่งของสด เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ กุ้ง เข้ามาอยู่ในตู้แช่มากขึ้น รวมทั้งจัดโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมในกลุ่มสินค้าที่ไม่มีจำหน่ายในร้านโชวห่วยทั่วไป อย่างล่าสุด กลุ่มธุรกิจ คัดสรร เบเกอรี่ แอนด์ คาเฟ่ ธุรกิจเบเกอรี่และเครื่องดื่มในเครือบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารธุรกิจร้านสะดวกซื้อ เซเว่นอีเลฟเว่น งัดแคมเปญใหม่กระตุ้นแบรนด์ “พิซซ่าคาเฟ่” ซึ่งเพิ่งเปิดเคาน์เตอร์จำหน่ายเมื่อ 2 เดือนก่อน จัดโปรโมชั่นจากปกติ

Read More