Home > health

Eat meet Health ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ

  เรียกได้ว่ากระแสยังคงดีอย่างต่อเนื่องจริงๆ สำหรับเทรนด์การดูแลรักษาสุขภาพ ที่เหล่าผู้รักสุขภาพต่างหันมาหาวิธีสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายกันอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย ทั้งการวิ่ง ปั่นจักรยานที่ยังคงได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงโยคะ พีลาทิส เวทเทรนนิ่ง ตลอดจนเทคนิควิธีและการออกกำลังกายอื่นๆ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดี  ท่ามกลางความนิยมในการออกกำลังกาย ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่มาแรงควบคู่กัน นั่นก็คือ “อาหารเพื่อสุขภาพ” เทรนด์ใหม่ที่กำลังอยู่ในความสนใจของเหล่าคนรักสุขภาพ จนกลายเป็นกระแสการกินคลีนที่ฮอตฮิตอยู่ในปัจจุบัน อาหารเพื่อสุขภาพที่ให้คุณประโยชน์กับร่างกายอย่างเต็มเปี่ยม กำลังเป็นที่สนใจของเหล่าผู้รักสุขภาพจำนวนไม่น้อย เห็นได้จากจำนวนร้านอาหารเพื่อสุขภาพที่เริ่มมีมากขึ้น ร้านอาหารทั่วไปบางร้านมีการบรรจุเมนูอาหารเพื่อสุขภาพเป็นอีกทางเลือกให้กับลูกค้า รวมไปถึงสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ทั้งเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม ที่เป็นเสมือนหน้าร้านและช่องทางทำการตลาดออนไลน์ที่เข้าถึงและได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากคนรุ่นใหม่ จนทำให้เทรนด์อาหารสุขภาพติด 1 ใน 10 อันดับ ธุรกิจที่กำลังมาแรงแห่งปี 2560 “Eat meet Health” ร้านอาหารเพื่อสุขภาพน้องใหม่ของอดีตหนุ่มมาร์เก็ตติ้งมากฝีมืออย่าง เชน เสมาเงิน ที่ผันตัวเองมาเป็นเจ้าของกิจการ พร้อมหุ้นส่วน ธนกร บวรปีติกุล สองผู้ประกอบการรุ่นใหม่ไฟแรงที่ประสบความสำเร็จไปแล้วกับ “Cat up Cafe” คาเฟ่แมวที่เข้ามาสร้างสุขให้กับพลพรรครักแมวจนนำไปสู่การขยายสาขา 2 ย่านสีลมไปเมื่อปลายปีที่แล้ว จากไลฟ์สไตล์ของคนเมืองที่หันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น ประกอบกับความสนใจส่วนตัวในเรื่องของสุขภาพและการลดน้ำหนัก จึงทำให้เชนหันมาศึกษาเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพอย่างจริงจัง “เนื่องจากตัวผมต้องการลดน้ำหนักและสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองมากขึ้น ประกอบกับเทรนด์อาหารเพื่อสุขภาพกำลังได้รับความนิยม จึงเริ่มศึกษาอาหารประเภทนี้แล้วลองทำทานเอง ซึ่งมันได้ผลลัพธ์ที่ดี

Read More

ตรัยญา: One Stop Service แห่งสุขภาพและความงาม

  กระแสความใส่ใจในสุขภาพและความงามยังคงมาแรง อีกทั้งยังไม่มีทีท่าจะแผ่วลงง่ายๆ บวกกับศักยภาพของการแพทย์สมัยใหม่ที่พัฒนาและพร้อมตอบโจทย์ผู้รักสุขภาพได้อย่างไร้ขีดจำกัด ทำให้ธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องต่างพัฒนาตัวเองเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ครอบคลุมมากที่สุด ดังเช่นสถาบัน “ตรัยญา” ศูนย์สุขภาพและความงามที่เรียกได้ว่าครบวงจรที่สุดแห่งหนึ่ง สถาบันสุขภาพและความงาม “ตรัยญา” (TRIA) เกิดขึ้นจากการทุ่มงบประมาณกว่า 500 ล้านบาทของโรงพยาบาลปิยะเวท เพื่อเติมเต็มการบริการด้านสุขภาพให้สมบูรณ์ ต่อยอดทางธุรกิจและขยายฐานลูกค้าให้กับโรงพยาบาล พร้อมทั้งวางเป้าหมายมุ่งสู่การเป็นศูนย์สุขภาพที่ครบวงจร โดยเปิดให้บริการครั้งแรกในปี 2550 เป็นต้นมา  ตรัยญานิยามตนเองว่าเป็นสถาบันการแพทย์ผสมผสานที่มุ่งส่งเสริมสุขภาพดีแบบองค์รวม (Integrative Wellness) ซึ่งเชื่อว่าวิถีแห่งการมีสุขภาพที่สมบูรณ์ต้องมาจากความสมดุลของทั้งร่างกายและจิตใจ โดยยึดหลักปรัชญาในการดูแลสุขภาพและความงามบนพื้นฐานทั้ง 3 ประการ คือ Elemental Health สุขภาพของระบบชีวเคมีในร่างกาย เน้นวิเคราะห์พื้นฐานการทำงานในระดับเซลล์ Structural Health สุขภาพของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ในด้านของความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และการเผาผลาญออกซิเจน Emotional Health สุขภาพของอารมณ์ เน้นการจัดการกับความเครียดและสิ่งกระตุ้น ดังนั้นในทุกๆ บริการของตรัยญาจึงถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์สุขภาพแบบองค์รวม เป็นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและฟื้นฟูภายใต้การดูแลของแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยใช้วิธีการบำบัดและรักษาแบบผสมผสานทั้งศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่และแพทย์ทางเลือก การออกกำลังกาย โภชนาการบำบัด รวมถึงการรักษาด้วยวิถีทางธรรมชาติโดยวารีบำบัด ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของตรัยญา บนพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 5 ไร่ ย่านถนนพระราม 9 อันเป็นที่ตั้งของตรัยญา ความโอ่โถ่งของพื้นที่ถูกจัดสรรเพื่อให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นสัดเป็นส่วน และแฝงไปด้วยความรู้สึกผ่อนคลายสบายตาจากการตกแต่งภายในตัวอาคาร เริ่มตั้งแต่โซน

Read More

หญิง vs ชาย … ใครทำอะไรได้ดีกว่ากัน

 Column: Well – Being ธรรมชาติสร้างให้เพศหญิงแตกต่างจากเพศชายอยู่แล้ว แต่เมื่อตัดสินกันในแง่ความแข็งแรง ความสุข ความแข็งแกร่ง และความฉลาด คุณคิดว่าเพศใดเหนือกว่าหรือด้อยกว่ากัน เพราะอะไร นิตยสาร GoodHealth นำเสนอผลการศึกษาล่าสุดว่าด้วยสองเพศนี้ เพศชาย–จำทิศทางได้ดีกว่า นักวิจัยกล่าวว่า ผู้ชายใช้ประโยชน์จาก “ทิศทั้งสี่” (ทิศเหนือ ใต้ ตะวันออก และตะวันตก) ในการนำทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง หมายถึงว่าพวกเขาเพียงมุ่งหน้าไปตามทิศที่คิดว่าเป็นจุดหมายปลายทาง และเปลี่ยนทิศขณะเดินทาง ซึ่งมักไปได้เร็วกว่าการเดินทางตามเส้นทางที่กำหนดไว้เหมือนอย่างที่ผู้หญิงนิยมทำกัน เวนดี รีด โค้ชของทีมโอเรียนเทียริงแห่งออสเตรเลีย (โอเรียนเทียริงเป็นกีฬาที่ต้องเดินทางด้วยเท้า โดยใช้แผนที่และเข็มทิศเป็นเครื่องนำทาง) กล่าวว่า “สิ่งที่ช่วยให้จำทิศทางได้ง่ายขึ้น คือต้องรู้ตัวว่าคุณถนัดคิดในเชิงตัวเลข หรือรูปภาพ หรือคำพูด” เช่น ถ้าคุณเป็นนักคิดเชิงตัวเลข ให้เดินตามตัวเลขถนน อย่างไฮเวย์หมายเลข 1 ไปยังถนนสาย 4 แต่ถ้าเป็นนักคิดเชิงรูปภาพ ให้ใช้จุดที่เป็นที่สังเกตเป็นเครื่องนำทาง เช่น เลี้ยวซ้ายตรงโบสถ์ ขณะที่นักคิดเชิงคำพูด ตอบสนองกับชื่อถนนได้ดีที่สุด” เพศหญิง–จดจำสิ่งที่ต้องทำได้ดีกว่า แม้ยังไม่สามารถอธิบายสาเหตุที่ชัดเจนได้ แต่ ดร.มุยเรียนน์ ไอริช นักประสาทวิทยาศาสตร์การรู้คิดจากสถาบันวิจัยประสาทวิทยาศาสตร์ออสเตรเลีย

Read More

ไข้เลือดออก

 Column: AYUBOWAN  “อาโรคฺยปรมา ลาภา” ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ เป็นพุทธปรัชญาที่เชื่อว่าท่านผู้อ่านทุกท่านคงตระหนักและเข้าใจเป็นอย่างดี ซึ่งในสังคมศรีลังกาที่ถือพุทธศาสนาเป็นศาสนาหลักก็คงถือคตินี้ไม่แตกต่างกัน หากแต่ช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่ได้รับมรสุมจนเกิดเหตุน้ำท่วมและดินถล่มในหลายพื้นที่ สิ่งที่ติดตามมาก็คือปริมาณน้ำที่ท่วมขังในแต่ละจุดกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง โดยเฉพาะยุงลาย ซึ่งเป็นพาหะนำพาโรคไข้เลือดออก หรือ Dengue fever อีกด้วย ภาวะการระบาดของไข้เลือดออกในศรีลังกาโดยปกติจะดำเนินเป็นประหนึ่งวงรอบที่มีการระบาดชุกชุมในช่วงปลายฝนต้นหนาวที่เริ่มมีการระบาดหนาแน่นตั้งแต่เดือนตุลาคมต่อเนื่องมาจนถึงกุมภาพันธ์ โดยมีเดือนธันวาคมและมกราคมเป็นช่วงที่มีการรายงานเกี่ยวกับผู้ป่วยไข้เลือดออกมากที่สุด จากสถิติของสำนักระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุขศรีลังการะบุว่า ในช่วงปี 2014 พบว่ามีผู้ป่วยด้วยไข้เลือดออกสูงมากถึง 47,500 ราย โดยในจำนวนที่ว่านี้เป็นผู้ป่วยในเขตกรุงโคลัมโบมากถึง 15,000 ราย เรียกได้ว่าผู้ป่วยจำนวนกว่า 1 ใน 3 เป็นผู้ป่วยในเขตเมือง ความจริงในเรื่องดังกล่าวนี้อาจแยกพิจารณาได้เป็นสองกรณีคือเขตเมืองเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการระบาดกับอีกด้านหนึ่งก็คือผู้คนในเขตเมืองมีโอกาสเข้ารับการรักษาพยาบาลมากกว่าผู้คนในเขตห่างไกล ทำให้สถิติเหล่านี้กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มประชากรชาวโคลัมโบ อย่างไรก็ดี การควบคุมโรคไข้เลือดออกของศรีลังกาในช่วงปีถัดมานับว่าประสบผลสำเร็จพอสมควรเพราะในปี 2015 จำนวนผู้ป่วยด้วยไข้ dengue ลดลงเหลือเพียง 30,000 รายหรือลดลงจากปีก่อนหน้ามากกว่าร้อยละ 30 เลยทีเดียว กระบวนการในการติดตามโรคของศรีลังกานับว่าอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ เพราะนอกจากจะติดตามความคืบหน้าอาการป่วยของผู้ติดเชื้อแต่ละรายผ่านโครงข่ายโรงพยาบาลและเจ้าหน้าที่ควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุขแล้ว หน่วยงานเทศบาลในพื้นที่ก็ทำงานประสานเพื่อป้องกันการระบาดอย่างต่อเนื่อง ด้วยการฉีดพ่นสารเคมีเพื่อทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงในพื้นที่เสี่ยงด้วย แต่สำหรับปี 2016 ดูเหมือนว่าสถานการณ์ไข้ Dengue ในศรีลังกาจะกลับเข้าสู่ภาวะที่ต้องวิตกกังวลมากขึ้นเมื่อปรากฏว่าเพียงระยะเวลา 6 เดือนของครึ่งปีแรกก็มีจำนวนผู้ป่วยไข้ Dengue

Read More

BASEM แห่ง รพ. กรุงเทพ บริการเพื่อคนรักการออกกำลังกาย

  เพราะการบาดเจ็บอาจเกิดขึ้นได้กับผู้ที่เป็นนักกีฬาหรือผู้ที่ชอบการออกกำลังกายทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายประเภทใดก็ตาม การรักษาอาการบาดเจ็บและฟื้นฟูสภาพให้สามารถกลับมาเล่นกีฬาและออกกำลังกายได้โดยเร็วจึงเป็นสิ่งสำคัญ  อีกทั้งการดูแลรักษาสุขภาพ ออกกำลังกาย เล่นกีฬา ยังคงเป็นกระแสฮอตฮิตของคนรุ่นใหม่ และไม่มีทีท่าจะแผ่วลงง่ายๆ ในทางกลับกันกลับมีแนวโน้มได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เกิดธุรกิจและบริการต่างๆ ขึ้นเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ดังกล่าว ซึ่งบริการทางการแพทย์ก็เป็นหนึ่งในนั้น สถาบันเวชศาสตร์การกีฬาและออกกำลังกายกรุงเทพ (Bangkok Academy of Sports and Exercise Medicine) หรือ BASEM คือหนึ่งในบริการทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลกรุงเทพทุ่มทุนกว่า 70 ล้านบาท เพื่อสร้างสถาบันด้านเวชศาสตร์การกีฬาและออกกำลังกายที่ครบครัน และต้องการยกระดับให้เป็นผู้นำด้านการรักษาอาการบาดเจ็บและวิเคราะห์ผู้ที่มีปัญหาด้านการเล่นกีฬาโดยเฉพาะ จุดมุ่งหมายของ BASEM คือให้การรักษาและให้คำปรึกษาเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางการกีฬา ดูแลรักษานักกีฬาที่เกิดการบาดเจ็บ ฟื้นฟูและเพิ่มสมรรถภาพด้านร่างกาย รวมถึงให้คำปรึกษาด้านเทคนิคการเตรียมความพร้อม เทคนิคการเล่นกีฬา ออกแบบด้านการออกกำลังกาย อีกทั้งยังครอบคลุมงานด้านโภชนาการ และจิตวิทยาการกีฬาด้วยเช่นกัน เพื่อให้สามารถเล่นกีฬาและออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ตั้งแต่การทดสอบ ประเมินสมรรถภาพร่างกาย วิเคราะห์ปัญหาและสาเหตุ รักษาอาการบาดเจ็บทั้งด้วยยา ผ่าตัด และกายภาพบำบัด โดยกลุ่มเป้าหมายหลักคือนักกีฬาทุกประเภท ผู้ป่วยที่ได้รับการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา รวมถึงคนทั่วไปที่สนใจการออกกำลังกาย และต้องการเทคโนโลยีและวิทยาการเข้ามาช่วยดูแลรักษา ฟื้นฟู และป้องกันการบาดเจ็บ โดยให้บริการเครื่องออกกำลังกายที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ สำหรับการออกกำลังกาย ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าจะเรียกได้ว่าเป็นแม่เหล็กของ BASEM

Read More

เชื่อหรือไม่ … เรามี 2 สมอง

 Column: Well – Being คุณอาจเคยได้ยินมาแล้วเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ว่า สารสื่อประสาท “เซโรโทนิน” มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพจิต แต่ที่คุณอาจยังไม่รู้คือ จริงๆ แล้วปริมาณเซโรโทนินในร่างกายอย่างน้อยร้อยละ 90 ผลิตโดยกระเพาะอาหาร ไม่ใช่สมอง นิตยสาร GoodHealth อธิบายว่า สุขภาวะของระบบย่อยอาหารมีอิทธิพลสูงมากต่ออารมณ์ของคุณ รวมถึงต่อความเสี่ยงจากโรคต่างๆ ที่เกิดจากความเชื่อมโยงกับภาวะเสียสมดุลของ “เซโรโทนินในกระเพาะอาหาร” เช่น โรคกระดูกพรุน และโรคหัวใจ ดร. เจน มูร์ แห่งภาควิชาวิทยาทางเดินอาหาร (gastroenterology) มหาวิทยาลัยโมแนช กล่าวว่า “เราเพิ่งค้นพบว่า สุขภาพของกระเพาะอาหารมีอิทธิพลต่อสุขภาพของร่างกายโดยรวมมากเพียงใด และกระเพาะอาหารกับร่างกายมีความเกี่ยวโยงกันอย่างแนบแน่นกว่าที่เราเคยคิดกันมาก”  เปิดตัว “สมอง” ในช่องท้อง ความเกี่ยวโยงดังกล่าวแนบแน่นมากจนนักวิทยาศาสตร์ถึงกับสรุปว่า เรามีสองสมอง คือ สมองที่อยู่ในกะโหลกศีรษะกับสมองที่อยู่ในกระเพาะอาหาร การที่สมองที่สองที่ตั้งอยู่ในระบบทางเดินอาหารหรือที่เรียกกันในเชิงเทคนิคว่าระบบประสาทของลำไส้ (enteric nervous system) นั้น ต้องประกอบด้วยสารสื่อประสาทที่แตกต่างกันมากกว่า 30 ล้านเซลล์ และเซลล์ประสาทอีก 600 ล้านเซลล์ กิจกรรมของสมองที่อยู่ในกระเพาะอาหารส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการย่อยอาหารก็จริง แต่สมองทั้งสองส่วนมีการติดต่อเชื่อมโยงกันอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น เมื่อสมองส่วนหนึ่งเกิดความผิดปกติ สมองส่วนที่สองก็มีปัญหาตามไปด้วย

Read More

น้ำมีคุณมากกว่าที่เคยคิด

 Column: Well-being จากข้อเท็จจริงที่ว่า ร้อยละ 70 ของร่างกายคนประกอบด้วยน้ำ ทำให้เราเห็นความสำคัญของน้ำเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากส่วนต่างๆ ของร่างกายมีน้ำหล่อเลี้ยงอยู่ทุกหนแห่ง น้ำในร่างกายแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ น้ำที่ประกอบอยู่ในเซลล์ร้อยละ 60 ที่อยู่นอกเซลล์ประมาณร้อยละ30 และที่อยู่ในเนื้อเยื่อ หรือเลือดอีกร้อยละ 10 ทำให้มนุษย์ต้องการน้ำวันละประมาณ 2–3 ลิตร โดยมีการขับน้ำออกจากร่างกายในลักษณะของปัสสาวะ เหงื่อ อุจจาระ และลมหายใจ ซึ่งจะขับออกทางปัสสาวะวันละประมาณครึ่งลิตร ถึง 2.3 ลิตร น้ำที่ร่างกายต้องการต่อวันเพื่อสร้างความสมดุลก็คือน้ำที่ดื่มเข้าไปกับที่ขับถ่ายออกจากร่างกายต่อวัน ควรจะเท่ากันในสภาวะปกติ ถ้ามีการออกกำลังกาย ร่างกายจะเสียน้ำมากขึ้นทั้งจากเหงื่อและกล้ามเนื้อ จึงทำให้ต้องดื่มน้ำมากขึ้น ปริมาณน้ำในร่างกาย ถ้าลดลงเพียง 2% ร่างกายจะเริ่มทำงานสับสน ถ้าขาดน้ำถึง 5% การทำงานของร่างกายจะบกพร่องผิดปกติไปถึง 30% ถ้าเสียน้ำมากกว่านี้โดยไม่แก้ไข ร่างกายจะหมดกำลัง รู้สึกเวียนศีรษะ อาจถึงหมดสติและเสียชีวิตได้ เมื่อร่างกายเริ่มขาดน้ำจะรู้สึกว่าน้ำลายแห้งและเกิดความไม่สมดุล โดยการขาดน้ำจะกระตุ้นให้สมองส่วนล่าง (Hypothalamus) ทำงาน ทำให้เกิดความรู้สึกกระหายน้ำ ซึ่งเป็นสิ่งชี้ว่าร่างกายต้องการน้ำ นอกจากเป็นส่วนประกอบที่สำคัญยิ่งของร่างกายแล้ว

Read More

Trail Running ข้ามผ่านทุกขีดจำกัดของการวิ่ง

 ต้องยอมรับว่าช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา กระแสการวิ่งเพื่อสุขภาพมาแรงมากจริงๆ เห็นได้จากกิจกรรมงานวิ่งที่จัดขึ้นแทบทุกเดือน มีหลากประเภท หลายระยะทาง หลายสนาม ไล่เรียงไปตั้งแต่ Fun Run, มินิมาราธอน, ฮาล์ฟมาราธอน, ฟูลมาราธอน, ไตรกีฬา ไปจนถึงการวิ่งเทรล (Trail Running)  สำหรับการวิ่งประเภทต่างๆ น่าจะเป็นที่รู้จักกันดีในวงกว้าง แต่สำหรับการวิ่งเทรล หลายคนอาจจะสงสัยว่ามันคืออะไร แตกต่างจากการวิ่งประเภทอื่นอย่างไร  การวิ่งเทรล หรือ Trail Running เป็นการวิ่งแบบผจญภัยบนพื้นที่ธรรมชาติ นักวิ่งต้องเผชิญความท้าทายที่มากกว่าการวิ่งบนถนนปกติ เส้นทางการวิ่งอาจจะประกอบไปด้วยภูเขา ทางชัน ป่า ที่แน่ๆ คือไม่ได้วิ่งบนถนนปกติ หรือเรียกแบบเข้าใจง่ายๆ อาจจะเรียกได้ว่ามันคือการวิ่งวิบากนั่นเอง ในต่างประเทศการวิ่งเทรลเป็นที่นิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ช่วงปี 2006-2012 เทรนด์ของการวิ่งเทรลเพิ่มขึ้นถึง 30%  สำหรับในประเทศไทยในช่วงหลังมานี้กระแสการวิ่งเทรลเริ่มคึกคักมากขึ้น ดูได้จากจำนวนนักวิ่งเทรลคนไทยและงานวิ่งเทรลที่จัดในเมืองไทยซึ่งมีจำนวนมากขึ้น บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด จำกัด (มหาชน) หรือเคทีซี ตอบรับกระแสการวิ่งเทรล จึงได้จัดกิจกรรม “Go Adventure

Read More

ปรับทัศนคติเกี่ยวกับอาหาร… ด่วน

 Column: Well – Being เรื่องราวที่นำเสนอต่อไปนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับการใช้อาหารเพื่อช่วยทำให้อารมณ์ดีขึ้น หรือทำให้ผ่อนคลายที่ได้ลิ้มรสอาหารรสเลิศหลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานมาทั้งวัน แต่เป็นการนำเสนอแนวคิดใหม่ล่าสุดที่ว่า การใส่อารมณ์ลงไปในมื้ออาหารด้วยนั้น ช่วยทำให้เรามีสุขภาพดีขึ้นและช่วยลดน้ำหนักได้ด้วย นิตยสาร Shape กล่าวถึงกระแสของคนอเมริกันยุคนี้ ซึ่งอาจหมายรวมถึงคนในเมืองใหญ่ทั่วโลกด้วยว่า พวกเขามองว่าการบริโภคกลายเป็นภารกิจในการทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ เช่น โปรตีน กากใย สารต้านอนุมูลอิสระ ฯลฯ ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แต่สิ้นเปลืองเวลาน้อยที่สุด ที่สำคัญ คนอเมริกันไม่ต้องการใส่อารมณ์หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า “ใส่ใจ” ลงไปในมื้ออาหารมากนัก เพราะอาจทำให้พวกเขาบริโภคมากเกินไป หรือบริโภคอาหาร “ผิดๆ” อย่างขนมปัง หรือคัพเค้ก ผลที่ตามมาคือ มื้ออาหารไม่ได้หมายถึงความสุขเพลิดเพลินจากอาหารแสนอร่อยอีกต่อไป แต่กลายเป็นหน้าที่ที่ต้องบริโภคในทำนองว่า “ฉันหิวแล้ว ขออาหารที่กินง่าย เร็ว และมีคุณค่า เพื่อจะได้รีบกลับไปทำอะไรอื่นอีกร้อยพันอย่าง” เราต่างให้ความสำคัญกับการบริโภคอาหารที่ดีที่ทำให้แข็งแรงขึ้น มีพลัง และมีประสิทธิภาพมากพอที่จะทำให้เราทำกิจกรรมอันสับสนวุ่นวายจนลุล่วงไปได้พร้อมๆ กัน เราหวั่นวิตกมากว่า ถ้ายอมตามใจปาก บริโภคแต่อาหารขยะ เราจะสูญเสียการควบคุมทั้งหมด และได้รับพลังงานส่วนเกินอย่างมหาศาล แต่ผู้เชี่ยวชาญกลับเห็นว่า ถ้าเราไม่มีความสุขขณะบริโภค เราจะเกิดความพึงพอใจลดลง และมีแนวโน้มบริโภคเกินด้วยซ้ำไป โดย เจนนี เทตซ์

Read More

คุณรู้จักไขมันในตัวคุณดีแค่ไหน

 Column: Well-being นิตยสาร GoodHealth นำเสนอข้อมูลล่าสุดที่น่าสนใจยิ่งว่า วงการวิทยาศาสตร์ค้นพบข้อเท็จจริงที่น่าทึ่งเกี่ยวกับไขมันที่คุณต้องไม่พลาดที่จะรู้ เพื่อกำจัดออกจากร่างกายได้อย่างถูกวิธี แต่ก่อนอื่น อยากให้ทำความเข้าใจในข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับไขมันที่มีบทบาทต่อน้ำหนักตัวของเรา โดยบทความของนายแพทย์มานิตย์ วัชรชัยนันท์กล่าวว่า ขณะที่ออกกำลังกาย เซลล์กล้ามเนื้อจำเป็นต้องใช้พลังงานเพื่อการขับเคลื่อน โดยได้จากการเผาผลาญไขมันและน้ำตาลในร่างกายนั่นเอง กล้ามเนื้อที่ผ่านการบริหารเป็นประจำจะสร้างฮอร์โมน Irisin ขึ้นไหลเวียนในกระแสเลือด มีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงเซลล์ไขมัน ด้วยการทำหน้าที่สะสมไขมันเอาไว้ภายในเซลล์ เพื่อเก็บไว้ใช้ยามจำเป็น เซลล์ไขมันเหล่านี้เรียกว่า เซลล์ไขมันสีขาว (white fat cells) แต่ในร่างกายยังมีเซลล์ไขมันอีกชนิดหนึ่งเรียกว่า เซลล์ไขมันสีน้ำตาล (brown fat cells) ไม่มีหน้าที่สะสมไขมัน แต่มีบทบาทในการใช้ไขมันที่สะสมภายในเซลล์ไขมัน ดังนั้น ถ้าต้องการลดน้ำหนักตัว คุณจำเป็นต้องเพิ่มปริมาณเซลล์ไขมันสีน้ำตาล และลดปริมาณเซลล์ไขมันสีขาวลง บทความของ Thai Anti Aging ยังกล่าวถึงไขมันว่ามีประโยชน์มากมาย เช่น ให้พลังงานและความอบอุ่น ละลายวิตามินบางตัวที่ต้องทำละลายในไขมันเท่านั้น ได้แก่ เอ ดี อี เค เพื่อดูดซึมเข้ากระแสเลือด ภาวะอ้วนของคนเราเกิดจากมีไขมันสะสมตามกล้ามเนื้อและอวัยวะภายใน ในกรณีนี้คือการสะสมไขมันหน้าท้องซึ่งมี 2 ประเภทคือ ไขมันใต้ผิวหนัง

Read More