Home > health

ธุรกิจโรงพยาบาลและสุขภาพ สมรภูมิใหม่กลุ่มทุนใหญ่ไทย

แม้ว่าบรรยากาศของเศรษฐกิจไทยโดยรอบจะไม่ได้ก่อให้เกิดความรู้สึกในหมู่ประชาชนทั่วไปว่ากำลังฟื้นตัวหรือกลับมาคึกคักในแบบที่กลไกรัฐพยายามสร้างเสริมให้ได้สัมผัส หากแต่ในความเป็นไปสำหรับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ของไทย โอกาสและจังหวะก้าวในการขยายธุรกิจดูเหมือนกำลังดำเนินไปอย่างไม่มีสะดุด และดูจะรุดหน้าไปด้วยอัตราเร่งด้วยซ้ำ ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ชาติฉบับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ระบุว่าจะพัฒนาประเทศไทยไปสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพของโลกใน 4 ด้าน ทั้งในมิติของการเป็นศูนย์กลางบริการเพื่อส่งเสริมสุขภาพ (Wellness Hub) ศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) ศูนย์กลางบริการวิชาการและงานวิจัย (Academic Hub) และศูนย์กลางยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ (Product Hub) กำลังส่งผลให้ธุรกิจโรงพยาบาลและบริการสุขภาพของไทย กลายเป็นธุรกิจที่ได้รับการหมายตาจากกลุ่มทุนขนาดใหญ่ในการขยายอาณาจักรธุรกิจที่น่าติดตามไม่น้อย ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจของธุรกิจโรงพยาบาลและบริการสุขภาพในช่วงที่ผ่านมาก็คือ การเป็นธุรกิจที่มีมูลค่าการตลาดสูงถึงเกือบ 7 แสนล้านบาท และยังมีแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่องจากผลของการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและการหันมาสนใจใส่ใจในการดูแลและรักษาสุขภาพของผู้คนทั่วไป ยิ่งส่งเสริมให้ธุรกิจนี้มีโอกาสที่จะเติบโตยิ่งขึ้นไปอีก ขณะที่นโยบายของรัฐยังเป็นประหนึ่งแรงหนุนเสริมเพิ่มโอกาสให้กับธุรกิจนี้ โดยเฉพาะในส่วนของผู้ใช้บริการที่ได้รับการสนับสนุนจากงบประมาณภาครัฐ ทั้งในส่วนของหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สิทธิข้าราชการและครอบครัว รวมถึงประกันสังคม ซึ่งในแต่ละปีมีการเบิกจ่ายงบการรักษามากกว่า 3 แสนล้านบาท ซึ่งจะทำให้มูลค่าของธุรกิจนี้ก้าวไปสู่การเป็นธุรกิจมูลค่าล้านล้านบาทได้ไม่ยากในอนาคตอันใกล้ แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาสัดส่วนของผู้เข้ารับบริการในโรงพยาบาลเอกชนจะประกอบส่วนด้วยผู้รับบริการชาวไทยเป็นด้านหลักถึงร้อยละ 70 ของรายได้ในธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนทั้งหมด หากแต่ภายใต้แผนการตลาดว่าด้วยการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical Tourism) ทำให้ฐานลูกค้าต่างประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างรายได้เฉพาะค่ารักษาพยาบาลได้มากถึงปีละไม่น้อยกว่า 4 หมื่นล้านบาท ท่ามกลางปัจจัยบวกที่พร้อมสนับสนุนการเติบโตในอนาคต ส่งผลให้ธุรกิจโรงพยาบาลกลายเป็นสมรภูมิธุรกิจแห่งใหม่ที่ผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่ต่างพยายามขยายแนวและปรับรูปแบบธุรกิจให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยก่อนหน้านี้ “เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ” (BDMS) ของนายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ

Read More

“4F” แบรนด์ไลฟ์สไตล์กีฬาจากประเทศโปแลนด์ เปิดตัวร้านในรูปแบบโมโนแบรนด์ เป็นครั้งแรกในประเทศไทย

"4F" โฟร์เอฟ แบรนด์ไลฟ์สไตล์กีฬาจากประเทศโปแลนด์ เปิดตัวร้านในรูปแบบโมโนแบรนด์เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ณ ชั้น 1 ห้างสรรพสินค้าสยามดิสคัฟเวอรี ห้างสรรพสินค้าชั้นนำของประเทศไทย ผู้ผสมผสานเทคโนโลยีแบบอินเตอร์แอคทีฟ (Interactive) เพื่อสร้างประสบการณ์รีเทล (Retail) แบบใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ แบรนด์ "4F" (โฟร์เอฟ)ได้ก่อตั้งขึ้นมาในปี 2007 โดย Mr. Igor Klaja (อิกอร์ คลาจา) ด้วยความหลงไหลในกีฬา เขาจึงตัดสินใจที่จะสร้างแบรนด์ไลฟ์สไตล์กีฬาเป็นของตัวเอง โดยเขาต้องการที่จะสร้างสรรค์ชุดกีฬาคุณภาพดีที่คนทุกประเภทสามารถสวมใส่ได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักกีฬามืออาชีพหรือเล่นกีฬาเป็นงานอดิเรกก็ตาม ก่อนหน้าที่ Klaja จะเริ่มแบรนด์เป็นของตัวเอง เขาได้มีประสบการณ์ทำงานเป็นพนักงานขายที่ร้านรวมอุปกรณ์กีฬาแห่งหนึ่ง ซึ่งหนึ่งในไอเท็มที่ขายดีมากที่สุดของทางร้านคือ แจ็คเก็ตผ้าฟลีซ เขามองเห็นศักยภาพของสินค้าชิ้นนี้เขาจึงเริ่มเดินทางไปทั่วประเทศโปแลนด์เพื่อขายสินค้าชนิดนี้จากรถของเขา หลังจากที่ได้รับการตอบรับสักระยะหนึ่ง เขาจึงเริ่มเพิ่มชนิดของสินค้าให้มีมากขึ้นและเปิดตัวในชื่อแบรนด์ 4FUN ในปี 2003 และเปลี่ยนชื่อของแบรนด์เป็น "4F” ที่ทั่วโลกรู้จักกันในวันนี้ ปัจจุบัน แบรนด์ "4F” นั้นเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางและมีเอกลักษณ์งานดีไซน์ที่สามารถใช้ได้จริงและทันสมัย แบรนด์ "4F” เป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์กีฬาชั้นนำระดับโลกที่มีร้านมากกว่า 200 แห่งใน

Read More

“คลาสพาส” ขยายบริการสู่ไทย เอาใจผู้รักการออกกำลังกายในกรุงเทพฯ

คอฟิตเนสและผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายในกรุงเทพฯ เตรียมพบกับประสบการณ์เวิร์คเอาท์แบบใหม่ที่มาพร้อมกับความสะดวกสบายและความยืดหยุ่นโดย คลาสพาส (ClassPass) ผู้นำด้านบริการสมาชิกฟิตเนสระดับโลก ที่กำลังจะขยายบริการมายังประเทศไทยในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ หลังจากเปิดตัวในสิงคโปร์เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และมีการประกาศขยายธุรกิจไปยังฮ่องกง ซึ่งในแผนการขยายบริการมายังเอเชียนี้ ไทยจะเป็นประเทศต่อไปที่ได้ใช้บริการ คลาสพาส ต่อยอดความสำเร็จจากการเปิดตัวยิ่งใหญ่ที่สิงคโปร์ที่ได้รับกระแสตอบรับดีเกินความคาดหมาย ฟริตซ์ แลนแมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของคลาสพาส กล่าวว่า “เรามองเห็นการเติบโตของตลาดฟิตเนสในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และจากรายงานของ Deloitte ตลาดฟิตเนสในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีมูลค่าสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1.68 หมื่นล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ในขณะที่ตลาดฟิสเนสในประเทศไทย ยังมีอัตราการเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายน้อยกว่าหนึ่งเปอร์เซ็นต์ จึงมีโอกาสและศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมาก” “ปัจจุบัน ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น และยินดีจะใช้จ่ายเงินเพื่อการออกกำลังกาย ซึ่งคลาสพาส มองเห็นโอกาสที่จะเข้ามาเติมเต็มความต้องการในส่วนนี้ของผู้บริโภคที่ต้องการทั้งความสะดวกสบายและความยืดหยุ่น สมาชิกของคลาสพาส สามารถเลือกโปรแกรมออกกำลังกายที่ตรงตามความชอบและตารางเวลาของแต่ละคน ซึ่งช่วยกระตุ้นให้ออกกำลังกายมากขึ้น และสามารถจัดสรรเวลาได้อย่างสะดวกสบาย ต่างจากการเป็นสมาชิกฟิตเนสสตูดิโอเพียงแห่งเดียว นอกจากนี้อิสระจากการเลือกเข้าคลาสออกกำลังกายได้หลายๆ ที่ในกรุงเทพฯ หรือแม้แต่ในต่างประเทศตามเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลก ยังเป็นการช่วยให้สมาชิกรักษากิจวัตรการออกกำลังกายได้อย่างต่อเนื่องทั้งในระหว่างการใช้ชีวิตปกติและระหว่างการเดินทางท่องเที่ยว” ฟริตซ์ กล่าวเสริม ตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปี พศ. 2556 คลาสพาส ได้เติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก และขยายตัวอย่างต่อเนื่องจนมีขนาดเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวทุกๆ ปีและมีรายได้มากกว่า 255 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ รวมไปถึงพันธมิตรที่เติบโตไปไม่หยุดยั้งทั้งสตูดิโอ

Read More

Eat meet Health ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ

  เรียกได้ว่ากระแสยังคงดีอย่างต่อเนื่องจริงๆ สำหรับเทรนด์การดูแลรักษาสุขภาพ ที่เหล่าผู้รักสุขภาพต่างหันมาหาวิธีสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายกันอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย ทั้งการวิ่ง ปั่นจักรยานที่ยังคงได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงโยคะ พีลาทิส เวทเทรนนิ่ง ตลอดจนเทคนิควิธีและการออกกำลังกายอื่นๆ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดี  ท่ามกลางความนิยมในการออกกำลังกาย ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่มาแรงควบคู่กัน นั่นก็คือ “อาหารเพื่อสุขภาพ” เทรนด์ใหม่ที่กำลังอยู่ในความสนใจของเหล่าคนรักสุขภาพ จนกลายเป็นกระแสการกินคลีนที่ฮอตฮิตอยู่ในปัจจุบัน อาหารเพื่อสุขภาพที่ให้คุณประโยชน์กับร่างกายอย่างเต็มเปี่ยม กำลังเป็นที่สนใจของเหล่าผู้รักสุขภาพจำนวนไม่น้อย เห็นได้จากจำนวนร้านอาหารเพื่อสุขภาพที่เริ่มมีมากขึ้น ร้านอาหารทั่วไปบางร้านมีการบรรจุเมนูอาหารเพื่อสุขภาพเป็นอีกทางเลือกให้กับลูกค้า รวมไปถึงสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ทั้งเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม ที่เป็นเสมือนหน้าร้านและช่องทางทำการตลาดออนไลน์ที่เข้าถึงและได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากคนรุ่นใหม่ จนทำให้เทรนด์อาหารสุขภาพติด 1 ใน 10 อันดับ ธุรกิจที่กำลังมาแรงแห่งปี 2560 “Eat meet Health” ร้านอาหารเพื่อสุขภาพน้องใหม่ของอดีตหนุ่มมาร์เก็ตติ้งมากฝีมืออย่าง เชน เสมาเงิน ที่ผันตัวเองมาเป็นเจ้าของกิจการ พร้อมหุ้นส่วน ธนกร บวรปีติกุล สองผู้ประกอบการรุ่นใหม่ไฟแรงที่ประสบความสำเร็จไปแล้วกับ “Cat up Cafe” คาเฟ่แมวที่เข้ามาสร้างสุขให้กับพลพรรครักแมวจนนำไปสู่การขยายสาขา 2 ย่านสีลมไปเมื่อปลายปีที่แล้ว จากไลฟ์สไตล์ของคนเมืองที่หันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น ประกอบกับความสนใจส่วนตัวในเรื่องของสุขภาพและการลดน้ำหนัก จึงทำให้เชนหันมาศึกษาเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพอย่างจริงจัง “เนื่องจากตัวผมต้องการลดน้ำหนักและสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองมากขึ้น ประกอบกับเทรนด์อาหารเพื่อสุขภาพกำลังได้รับความนิยม จึงเริ่มศึกษาอาหารประเภทนี้แล้วลองทำทานเอง ซึ่งมันได้ผลลัพธ์ที่ดี

Read More

ตรัยญา: One Stop Service แห่งสุขภาพและความงาม

  กระแสความใส่ใจในสุขภาพและความงามยังคงมาแรง อีกทั้งยังไม่มีทีท่าจะแผ่วลงง่ายๆ บวกกับศักยภาพของการแพทย์สมัยใหม่ที่พัฒนาและพร้อมตอบโจทย์ผู้รักสุขภาพได้อย่างไร้ขีดจำกัด ทำให้ธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องต่างพัฒนาตัวเองเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ครอบคลุมมากที่สุด ดังเช่นสถาบัน “ตรัยญา” ศูนย์สุขภาพและความงามที่เรียกได้ว่าครบวงจรที่สุดแห่งหนึ่ง สถาบันสุขภาพและความงาม “ตรัยญา” (TRIA) เกิดขึ้นจากการทุ่มงบประมาณกว่า 500 ล้านบาทของโรงพยาบาลปิยะเวท เพื่อเติมเต็มการบริการด้านสุขภาพให้สมบูรณ์ ต่อยอดทางธุรกิจและขยายฐานลูกค้าให้กับโรงพยาบาล พร้อมทั้งวางเป้าหมายมุ่งสู่การเป็นศูนย์สุขภาพที่ครบวงจร โดยเปิดให้บริการครั้งแรกในปี 2550 เป็นต้นมา  ตรัยญานิยามตนเองว่าเป็นสถาบันการแพทย์ผสมผสานที่มุ่งส่งเสริมสุขภาพดีแบบองค์รวม (Integrative Wellness) ซึ่งเชื่อว่าวิถีแห่งการมีสุขภาพที่สมบูรณ์ต้องมาจากความสมดุลของทั้งร่างกายและจิตใจ โดยยึดหลักปรัชญาในการดูแลสุขภาพและความงามบนพื้นฐานทั้ง 3 ประการ คือ Elemental Health สุขภาพของระบบชีวเคมีในร่างกาย เน้นวิเคราะห์พื้นฐานการทำงานในระดับเซลล์ Structural Health สุขภาพของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ในด้านของความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และการเผาผลาญออกซิเจน Emotional Health สุขภาพของอารมณ์ เน้นการจัดการกับความเครียดและสิ่งกระตุ้น ดังนั้นในทุกๆ บริการของตรัยญาจึงถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์สุขภาพแบบองค์รวม เป็นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและฟื้นฟูภายใต้การดูแลของแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยใช้วิธีการบำบัดและรักษาแบบผสมผสานทั้งศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่และแพทย์ทางเลือก การออกกำลังกาย โภชนาการบำบัด รวมถึงการรักษาด้วยวิถีทางธรรมชาติโดยวารีบำบัด ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของตรัยญา บนพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 5 ไร่ ย่านถนนพระราม 9 อันเป็นที่ตั้งของตรัยญา ความโอ่โถ่งของพื้นที่ถูกจัดสรรเพื่อให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นสัดเป็นส่วน และแฝงไปด้วยความรู้สึกผ่อนคลายสบายตาจากการตกแต่งภายในตัวอาคาร เริ่มตั้งแต่โซน

Read More

หญิง vs ชาย … ใครทำอะไรได้ดีกว่ากัน

 Column: Well – Being ธรรมชาติสร้างให้เพศหญิงแตกต่างจากเพศชายอยู่แล้ว แต่เมื่อตัดสินกันในแง่ความแข็งแรง ความสุข ความแข็งแกร่ง และความฉลาด คุณคิดว่าเพศใดเหนือกว่าหรือด้อยกว่ากัน เพราะอะไร นิตยสาร GoodHealth นำเสนอผลการศึกษาล่าสุดว่าด้วยสองเพศนี้ เพศชาย–จำทิศทางได้ดีกว่า นักวิจัยกล่าวว่า ผู้ชายใช้ประโยชน์จาก “ทิศทั้งสี่” (ทิศเหนือ ใต้ ตะวันออก และตะวันตก) ในการนำทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง หมายถึงว่าพวกเขาเพียงมุ่งหน้าไปตามทิศที่คิดว่าเป็นจุดหมายปลายทาง และเปลี่ยนทิศขณะเดินทาง ซึ่งมักไปได้เร็วกว่าการเดินทางตามเส้นทางที่กำหนดไว้เหมือนอย่างที่ผู้หญิงนิยมทำกัน เวนดี รีด โค้ชของทีมโอเรียนเทียริงแห่งออสเตรเลีย (โอเรียนเทียริงเป็นกีฬาที่ต้องเดินทางด้วยเท้า โดยใช้แผนที่และเข็มทิศเป็นเครื่องนำทาง) กล่าวว่า “สิ่งที่ช่วยให้จำทิศทางได้ง่ายขึ้น คือต้องรู้ตัวว่าคุณถนัดคิดในเชิงตัวเลข หรือรูปภาพ หรือคำพูด” เช่น ถ้าคุณเป็นนักคิดเชิงตัวเลข ให้เดินตามตัวเลขถนน อย่างไฮเวย์หมายเลข 1 ไปยังถนนสาย 4 แต่ถ้าเป็นนักคิดเชิงรูปภาพ ให้ใช้จุดที่เป็นที่สังเกตเป็นเครื่องนำทาง เช่น เลี้ยวซ้ายตรงโบสถ์ ขณะที่นักคิดเชิงคำพูด ตอบสนองกับชื่อถนนได้ดีที่สุด” เพศหญิง–จดจำสิ่งที่ต้องทำได้ดีกว่า แม้ยังไม่สามารถอธิบายสาเหตุที่ชัดเจนได้ แต่ ดร.มุยเรียนน์ ไอริช นักประสาทวิทยาศาสตร์การรู้คิดจากสถาบันวิจัยประสาทวิทยาศาสตร์ออสเตรเลีย

Read More

ไข้เลือดออก

 Column: AYUBOWAN  “อาโรคฺยปรมา ลาภา” ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ เป็นพุทธปรัชญาที่เชื่อว่าท่านผู้อ่านทุกท่านคงตระหนักและเข้าใจเป็นอย่างดี ซึ่งในสังคมศรีลังกาที่ถือพุทธศาสนาเป็นศาสนาหลักก็คงถือคตินี้ไม่แตกต่างกัน หากแต่ช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่ได้รับมรสุมจนเกิดเหตุน้ำท่วมและดินถล่มในหลายพื้นที่ สิ่งที่ติดตามมาก็คือปริมาณน้ำที่ท่วมขังในแต่ละจุดกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง โดยเฉพาะยุงลาย ซึ่งเป็นพาหะนำพาโรคไข้เลือดออก หรือ Dengue fever อีกด้วย ภาวะการระบาดของไข้เลือดออกในศรีลังกาโดยปกติจะดำเนินเป็นประหนึ่งวงรอบที่มีการระบาดชุกชุมในช่วงปลายฝนต้นหนาวที่เริ่มมีการระบาดหนาแน่นตั้งแต่เดือนตุลาคมต่อเนื่องมาจนถึงกุมภาพันธ์ โดยมีเดือนธันวาคมและมกราคมเป็นช่วงที่มีการรายงานเกี่ยวกับผู้ป่วยไข้เลือดออกมากที่สุด จากสถิติของสำนักระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุขศรีลังการะบุว่า ในช่วงปี 2014 พบว่ามีผู้ป่วยด้วยไข้เลือดออกสูงมากถึง 47,500 ราย โดยในจำนวนที่ว่านี้เป็นผู้ป่วยในเขตกรุงโคลัมโบมากถึง 15,000 ราย เรียกได้ว่าผู้ป่วยจำนวนกว่า 1 ใน 3 เป็นผู้ป่วยในเขตเมือง ความจริงในเรื่องดังกล่าวนี้อาจแยกพิจารณาได้เป็นสองกรณีคือเขตเมืองเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการระบาดกับอีกด้านหนึ่งก็คือผู้คนในเขตเมืองมีโอกาสเข้ารับการรักษาพยาบาลมากกว่าผู้คนในเขตห่างไกล ทำให้สถิติเหล่านี้กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มประชากรชาวโคลัมโบ อย่างไรก็ดี การควบคุมโรคไข้เลือดออกของศรีลังกาในช่วงปีถัดมานับว่าประสบผลสำเร็จพอสมควรเพราะในปี 2015 จำนวนผู้ป่วยด้วยไข้ dengue ลดลงเหลือเพียง 30,000 รายหรือลดลงจากปีก่อนหน้ามากกว่าร้อยละ 30 เลยทีเดียว กระบวนการในการติดตามโรคของศรีลังกานับว่าอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ เพราะนอกจากจะติดตามความคืบหน้าอาการป่วยของผู้ติดเชื้อแต่ละรายผ่านโครงข่ายโรงพยาบาลและเจ้าหน้าที่ควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุขแล้ว หน่วยงานเทศบาลในพื้นที่ก็ทำงานประสานเพื่อป้องกันการระบาดอย่างต่อเนื่อง ด้วยการฉีดพ่นสารเคมีเพื่อทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงในพื้นที่เสี่ยงด้วย แต่สำหรับปี 2016 ดูเหมือนว่าสถานการณ์ไข้ Dengue ในศรีลังกาจะกลับเข้าสู่ภาวะที่ต้องวิตกกังวลมากขึ้นเมื่อปรากฏว่าเพียงระยะเวลา 6 เดือนของครึ่งปีแรกก็มีจำนวนผู้ป่วยไข้ Dengue

Read More

BASEM แห่ง รพ. กรุงเทพ บริการเพื่อคนรักการออกกำลังกาย

  เพราะการบาดเจ็บอาจเกิดขึ้นได้กับผู้ที่เป็นนักกีฬาหรือผู้ที่ชอบการออกกำลังกายทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายประเภทใดก็ตาม การรักษาอาการบาดเจ็บและฟื้นฟูสภาพให้สามารถกลับมาเล่นกีฬาและออกกำลังกายได้โดยเร็วจึงเป็นสิ่งสำคัญ  อีกทั้งการดูแลรักษาสุขภาพ ออกกำลังกาย เล่นกีฬา ยังคงเป็นกระแสฮอตฮิตของคนรุ่นใหม่ และไม่มีทีท่าจะแผ่วลงง่ายๆ ในทางกลับกันกลับมีแนวโน้มได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เกิดธุรกิจและบริการต่างๆ ขึ้นเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ดังกล่าว ซึ่งบริการทางการแพทย์ก็เป็นหนึ่งในนั้น สถาบันเวชศาสตร์การกีฬาและออกกำลังกายกรุงเทพ (Bangkok Academy of Sports and Exercise Medicine) หรือ BASEM คือหนึ่งในบริการทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลกรุงเทพทุ่มทุนกว่า 70 ล้านบาท เพื่อสร้างสถาบันด้านเวชศาสตร์การกีฬาและออกกำลังกายที่ครบครัน และต้องการยกระดับให้เป็นผู้นำด้านการรักษาอาการบาดเจ็บและวิเคราะห์ผู้ที่มีปัญหาด้านการเล่นกีฬาโดยเฉพาะ จุดมุ่งหมายของ BASEM คือให้การรักษาและให้คำปรึกษาเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางการกีฬา ดูแลรักษานักกีฬาที่เกิดการบาดเจ็บ ฟื้นฟูและเพิ่มสมรรถภาพด้านร่างกาย รวมถึงให้คำปรึกษาด้านเทคนิคการเตรียมความพร้อม เทคนิคการเล่นกีฬา ออกแบบด้านการออกกำลังกาย อีกทั้งยังครอบคลุมงานด้านโภชนาการ และจิตวิทยาการกีฬาด้วยเช่นกัน เพื่อให้สามารถเล่นกีฬาและออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ตั้งแต่การทดสอบ ประเมินสมรรถภาพร่างกาย วิเคราะห์ปัญหาและสาเหตุ รักษาอาการบาดเจ็บทั้งด้วยยา ผ่าตัด และกายภาพบำบัด โดยกลุ่มเป้าหมายหลักคือนักกีฬาทุกประเภท ผู้ป่วยที่ได้รับการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา รวมถึงคนทั่วไปที่สนใจการออกกำลังกาย และต้องการเทคโนโลยีและวิทยาการเข้ามาช่วยดูแลรักษา ฟื้นฟู และป้องกันการบาดเจ็บ โดยให้บริการเครื่องออกกำลังกายที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ สำหรับการออกกำลังกาย ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าจะเรียกได้ว่าเป็นแม่เหล็กของ BASEM

Read More

เชื่อหรือไม่ … เรามี 2 สมอง

 Column: Well – Being คุณอาจเคยได้ยินมาแล้วเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ว่า สารสื่อประสาท “เซโรโทนิน” มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพจิต แต่ที่คุณอาจยังไม่รู้คือ จริงๆ แล้วปริมาณเซโรโทนินในร่างกายอย่างน้อยร้อยละ 90 ผลิตโดยกระเพาะอาหาร ไม่ใช่สมอง นิตยสาร GoodHealth อธิบายว่า สุขภาวะของระบบย่อยอาหารมีอิทธิพลสูงมากต่ออารมณ์ของคุณ รวมถึงต่อความเสี่ยงจากโรคต่างๆ ที่เกิดจากความเชื่อมโยงกับภาวะเสียสมดุลของ “เซโรโทนินในกระเพาะอาหาร” เช่น โรคกระดูกพรุน และโรคหัวใจ ดร. เจน มูร์ แห่งภาควิชาวิทยาทางเดินอาหาร (gastroenterology) มหาวิทยาลัยโมแนช กล่าวว่า “เราเพิ่งค้นพบว่า สุขภาพของกระเพาะอาหารมีอิทธิพลต่อสุขภาพของร่างกายโดยรวมมากเพียงใด และกระเพาะอาหารกับร่างกายมีความเกี่ยวโยงกันอย่างแนบแน่นกว่าที่เราเคยคิดกันมาก”  เปิดตัว “สมอง” ในช่องท้อง ความเกี่ยวโยงดังกล่าวแนบแน่นมากจนนักวิทยาศาสตร์ถึงกับสรุปว่า เรามีสองสมอง คือ สมองที่อยู่ในกะโหลกศีรษะกับสมองที่อยู่ในกระเพาะอาหาร การที่สมองที่สองที่ตั้งอยู่ในระบบทางเดินอาหารหรือที่เรียกกันในเชิงเทคนิคว่าระบบประสาทของลำไส้ (enteric nervous system) นั้น ต้องประกอบด้วยสารสื่อประสาทที่แตกต่างกันมากกว่า 30 ล้านเซลล์ และเซลล์ประสาทอีก 600 ล้านเซลล์ กิจกรรมของสมองที่อยู่ในกระเพาะอาหารส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการย่อยอาหารก็จริง แต่สมองทั้งสองส่วนมีการติดต่อเชื่อมโยงกันอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น เมื่อสมองส่วนหนึ่งเกิดความผิดปกติ สมองส่วนที่สองก็มีปัญหาตามไปด้วย

Read More

น้ำมีคุณมากกว่าที่เคยคิด

 Column: Well-being จากข้อเท็จจริงที่ว่า ร้อยละ 70 ของร่างกายคนประกอบด้วยน้ำ ทำให้เราเห็นความสำคัญของน้ำเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากส่วนต่างๆ ของร่างกายมีน้ำหล่อเลี้ยงอยู่ทุกหนแห่ง น้ำในร่างกายแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ น้ำที่ประกอบอยู่ในเซลล์ร้อยละ 60 ที่อยู่นอกเซลล์ประมาณร้อยละ30 และที่อยู่ในเนื้อเยื่อ หรือเลือดอีกร้อยละ 10 ทำให้มนุษย์ต้องการน้ำวันละประมาณ 2–3 ลิตร โดยมีการขับน้ำออกจากร่างกายในลักษณะของปัสสาวะ เหงื่อ อุจจาระ และลมหายใจ ซึ่งจะขับออกทางปัสสาวะวันละประมาณครึ่งลิตร ถึง 2.3 ลิตร น้ำที่ร่างกายต้องการต่อวันเพื่อสร้างความสมดุลก็คือน้ำที่ดื่มเข้าไปกับที่ขับถ่ายออกจากร่างกายต่อวัน ควรจะเท่ากันในสภาวะปกติ ถ้ามีการออกกำลังกาย ร่างกายจะเสียน้ำมากขึ้นทั้งจากเหงื่อและกล้ามเนื้อ จึงทำให้ต้องดื่มน้ำมากขึ้น ปริมาณน้ำในร่างกาย ถ้าลดลงเพียง 2% ร่างกายจะเริ่มทำงานสับสน ถ้าขาดน้ำถึง 5% การทำงานของร่างกายจะบกพร่องผิดปกติไปถึง 30% ถ้าเสียน้ำมากกว่านี้โดยไม่แก้ไข ร่างกายจะหมดกำลัง รู้สึกเวียนศีรษะ อาจถึงหมดสติและเสียชีวิตได้ เมื่อร่างกายเริ่มขาดน้ำจะรู้สึกว่าน้ำลายแห้งและเกิดความไม่สมดุล โดยการขาดน้ำจะกระตุ้นให้สมองส่วนล่าง (Hypothalamus) ทำงาน ทำให้เกิดความรู้สึกกระหายน้ำ ซึ่งเป็นสิ่งชี้ว่าร่างกายต้องการน้ำ นอกจากเป็นส่วนประกอบที่สำคัญยิ่งของร่างกายแล้ว

Read More