Home > health

เปิดโผอาหารที่ควร–ไม่ควรแช่เย็น

Column: Well – Being หัวเรื่องนี้อาจฟังดูแปลกๆ สักหน่อย แต่เป็นเรื่องจริงที่บางบ้านเก็บผักและผลไม้ทั้งหมดไว้ในเครื่องรักษาผักและผลไม้ในตู้เย็นให้กรอบอยู่เสมอ ขณะที่บางบ้านกลับวางเนยไว้บนเคาน์เตอร์ในครัว การที่คุณเก็บอาหารไว้ที่ไหนนั้น มีผลต่อคุณภาพและอายุของอาหารนั้นๆ แต่มีอาหารบางชนิดที่พวกเราส่วนใหญ่รู้สึกไม่เห็นด้วยกับวิธีเก็บรักษา นิตยสาร GoodHealth จึงเสนอแนะบริเวณที่เหมาะกับการเก็บรักษาอาหารอย่างถูกต้องดังนี้ แยมและของดอง ส่วนใหญ่แล้วก่อนเปิดขวดใช้ สามารถเก็บที่อุณหภูมิห้องได้ แต่ปัจจุบันมีแยม มาร์มาเลด ของดอง และมะม่วงกวนจำนวนมากที่ผลิตโดยลดน้ำตาลลง ดังนั้น การเก็บไว้ในตู้เย็นจะช่วยถนอมให้อยู่ได้นานขึ้น ถ้าคุณทำแยมรับประทานเอง ให้เก็บในตู้เย็น เพราะฝาของภาชนะบรรจุปิดได้ไม่สนิทเหมือนอย่างที่ผลิตจากโรงงาน เนยเหลว บางคนไม่ชอบเก็บเนยเหลวไว้ในตู้เย็น เพราะทำให้มันแข็งขึ้น แต่การตั้งไว้ที่อุณหภูมิห้องเกิน 30 องศาเซลเซียส ก็ทำให้เนยเหลวเหม็นหืนได้ การเก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส ในบรรจุภัณฑ์ที่มีมาแต่เดิม จะช่วยถนอมให้เนยเหลวนั้นคงความสดและอยู่ได้นานขึ้น ถ้าไม่ได้ใช้งาน นำขึ้นเก็บในช่องแช่แข็ง ทำให้เนยเหลวนั้นอยู่ได้นานถึง 12 เดือนเลยทีเดียว เซเลอรี, พริกชี้ฟ้า, แอปเปิล, เบอร์รี และองุ่น พืชสดที่มีปริมาณน้ำในตัวสูงจะยังคงฉ่ำและสดกรอบอยู่เสมอเมื่อเก็บไว้ในตู้เย็น และถ้าคุณชอบกินแอปเปิลที่แช่จนเย็นฉ่ำ บอกได้เลยว่าผลไม้ชนิดนี้แข็งพอที่จะทนทานกับความเย็นในตู้เย็นได้ ข้อควรจำคือ ก่อนนำผักและผลไม้เหล่านี้เข้าตู้เย็น อย่าเพิ่งล้างน้ำ เพราะจะทำให้เกิดเชื้อราได้ แต่ให้ล้างน้ำจนสะอาดก่อนรับประทานเท่านั้น ซอสมะเขือเทศ ปัจจุบันกระบวนการผลิตซอสมะเขือเทศทำให้ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้มีประโยชน์ต่อร่างกายมากขึ้น และใส่สารถนอมอาหารน้อยลง เช่น เกลือ ซึ่งหมายความว่า จำเป็นต้องเก็บไว้ในตู้เย็น การลดปริมาณเกลือลงหมายความว่า

Read More

ทำไมถึงไอเรื้อรังไม่หายเสียที

Column: Well – Being ถ้าคุณมีอาการคันคอเรื้อรัง คุณอาจตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกับชาวออสเตรเลียร้อยละ 5-10 ที่กำลังต่อสู้กับอาการไอเรื้อรัง “อาการไอเรื้อรัง คืออาการไอที่กินเวลานานกว่า 4 สัปดาห์” ศาสตราจารย์คริสติน เจนกินส์ หัวหน้าแผนกทดลองเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจแห่งสถาบันเพื่อสุขอนามัยโลกจอร์จ อธิบาย “อาการไอเป็นอาการที่ธรรมดามาก โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว เมื่อคนเป็นหวัดแล้วลงไปยังลำคอและทางเดินหายใจหลัก จะเป็นสาเหตุให้เกิดการอักเสบและระคายเคือง” ขณะที่การติดเชื้อจากหวัดที่เกิดขึ้นทุกวันจะสามารถอธิบายสาเหตุของการไอเรื้อรังส่วนใหญ่ได้ คุณควรคุยกับแพทย์เพื่อให้แน่ใจว่า ไม่ได้เสี่ยงต่อโรคมะเร็ง ซึ่งมีความเป็นไปได้น้อยมากๆ นิตยสาร GoodHealth ชี้ให้เห็นถึงเบื้องหลังอาการไอเรื้อรังดังนี้ เสมหะไหลลงคอด้านหลังจมูก โรคไซนัสอาจเป็นสาเหตุสำคัญของอาการเสมหะไหลลงคอด้านหลังจมูก อาการนี้ทำให้เซลล์ในกล่องเสียงคันหรือระคายเคือง และนำมาซึ่งการไอ อาการเหล่านี้ยิ่งรุนแรงขึ้นในเวลากลางคืน เมื่อมีเสมหะขังอยู่ในลำคอขณะที่คุณนอนลง นอกจากนี้ อาการภูมิแพ้ก็ทำให้เกิดผลอย่างเดียวกัน ให้พบแพทย์เพื่อปรึกษาวิธีรักษาโรคไซนัสหรือโรคภูมิแพ้ “ถ้าคุณรู้สึกอยากไออย่ากลั้นเอาไว้ ให้ไอเอาเสมหะออกมา จากนั้นดื่มน้ำอุ่นผสมน้ำผึ้งเพื่อทำให้หายจากอาการระคายเคืองในลำคอ” ดร.แม็กดาเลนา ซิโมนัส แนะนำ กรดไหลย้อน อาการไอแห้งๆ อย่างนี้มีสาเหตุจากการที่อาหารไหลย้อนขึ้นจากกระเพาะอาหาร และไหลเข้าไปบริเวณด้านหลังจมูก “อาการนี้เกิดขึ้นได้ถ้าวาล์วที่อยู่ระหว่างกระเพาะอาหารกับหลอดอาหารปิดไม่สนิท ทำให้อาหารที่ผ่านการย่อยแล้วไหลย้อนขึ้นมาสู่ลำคอและทำให้ไอ ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นขณะกำลังนอนลง” ดร.ซิโมนัสอธิบาย สาเหตุเพราะเซลล์ที่เรียงตัวอยู่ในลำคอเกิดความระคายเคืองจากอาหารที่ขย้อนออกมาจากกระเพาะอาหาร และเป็นการกระตุ้นให้ไอ “การไอจะแย่ลงถ้าคุณเข้านอนโดยมีอาหารเต็มกระเพาะ และคุณรู้สึกถึงรสของกรดที่ค้างอยู่ในลำคอ” ดร.ซิโมนัสกล่าวเพิ่มเติม คุณทำให้อาการไอนี้ทุเลาลงได้ด้วยการนอนหนุนหมอนสูง ไม่กินอาหารก่อนเข้านอน 3-4 ชั่วโมง หรือหลีกเลี่ยงอาหารหนัก และใช้ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร โรคหอบหืด การไอเพราะโรคหอบหืดมักมีเสียงวี้ดร่วมด้วย ซึ่งจะแย่มากในช่วงกลางคืน

Read More

Eat meet Health ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ

  เรียกได้ว่ากระแสยังคงดีอย่างต่อเนื่องจริงๆ สำหรับเทรนด์การดูแลรักษาสุขภาพ ที่เหล่าผู้รักสุขภาพต่างหันมาหาวิธีสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายกันอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย ทั้งการวิ่ง ปั่นจักรยานที่ยังคงได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงโยคะ พีลาทิส เวทเทรนนิ่ง ตลอดจนเทคนิควิธีและการออกกำลังกายอื่นๆ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดี  ท่ามกลางความนิยมในการออกกำลังกาย ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่มาแรงควบคู่กัน นั่นก็คือ “อาหารเพื่อสุขภาพ” เทรนด์ใหม่ที่กำลังอยู่ในความสนใจของเหล่าคนรักสุขภาพ จนกลายเป็นกระแสการกินคลีนที่ฮอตฮิตอยู่ในปัจจุบัน อาหารเพื่อสุขภาพที่ให้คุณประโยชน์กับร่างกายอย่างเต็มเปี่ยม กำลังเป็นที่สนใจของเหล่าผู้รักสุขภาพจำนวนไม่น้อย เห็นได้จากจำนวนร้านอาหารเพื่อสุขภาพที่เริ่มมีมากขึ้น ร้านอาหารทั่วไปบางร้านมีการบรรจุเมนูอาหารเพื่อสุขภาพเป็นอีกทางเลือกให้กับลูกค้า รวมไปถึงสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ทั้งเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม ที่เป็นเสมือนหน้าร้านและช่องทางทำการตลาดออนไลน์ที่เข้าถึงและได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากคนรุ่นใหม่ จนทำให้เทรนด์อาหารสุขภาพติด 1 ใน 10 อันดับ ธุรกิจที่กำลังมาแรงแห่งปี 2560 “Eat meet Health” ร้านอาหารเพื่อสุขภาพน้องใหม่ของอดีตหนุ่มมาร์เก็ตติ้งมากฝีมืออย่าง เชน เสมาเงิน ที่ผันตัวเองมาเป็นเจ้าของกิจการ พร้อมหุ้นส่วน ธนกร บวรปีติกุล สองผู้ประกอบการรุ่นใหม่ไฟแรงที่ประสบความสำเร็จไปแล้วกับ “Cat up Cafe” คาเฟ่แมวที่เข้ามาสร้างสุขให้กับพลพรรครักแมวจนนำไปสู่การขยายสาขา 2 ย่านสีลมไปเมื่อปลายปีที่แล้ว จากไลฟ์สไตล์ของคนเมืองที่หันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น ประกอบกับความสนใจส่วนตัวในเรื่องของสุขภาพและการลดน้ำหนัก จึงทำให้เชนหันมาศึกษาเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพอย่างจริงจัง “เนื่องจากตัวผมต้องการลดน้ำหนักและสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองมากขึ้น ประกอบกับเทรนด์อาหารเพื่อสุขภาพกำลังได้รับความนิยม จึงเริ่มศึกษาอาหารประเภทนี้แล้วลองทำทานเอง ซึ่งมันได้ผลลัพธ์ที่ดี

Read More

ตรัยญา: One Stop Service แห่งสุขภาพและความงาม

  กระแสความใส่ใจในสุขภาพและความงามยังคงมาแรง อีกทั้งยังไม่มีทีท่าจะแผ่วลงง่ายๆ บวกกับศักยภาพของการแพทย์สมัยใหม่ที่พัฒนาและพร้อมตอบโจทย์ผู้รักสุขภาพได้อย่างไร้ขีดจำกัด ทำให้ธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องต่างพัฒนาตัวเองเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ครอบคลุมมากที่สุด ดังเช่นสถาบัน “ตรัยญา” ศูนย์สุขภาพและความงามที่เรียกได้ว่าครบวงจรที่สุดแห่งหนึ่ง สถาบันสุขภาพและความงาม “ตรัยญา” (TRIA) เกิดขึ้นจากการทุ่มงบประมาณกว่า 500 ล้านบาทของโรงพยาบาลปิยะเวท เพื่อเติมเต็มการบริการด้านสุขภาพให้สมบูรณ์ ต่อยอดทางธุรกิจและขยายฐานลูกค้าให้กับโรงพยาบาล พร้อมทั้งวางเป้าหมายมุ่งสู่การเป็นศูนย์สุขภาพที่ครบวงจร โดยเปิดให้บริการครั้งแรกในปี 2550 เป็นต้นมา  ตรัยญานิยามตนเองว่าเป็นสถาบันการแพทย์ผสมผสานที่มุ่งส่งเสริมสุขภาพดีแบบองค์รวม (Integrative Wellness) ซึ่งเชื่อว่าวิถีแห่งการมีสุขภาพที่สมบูรณ์ต้องมาจากความสมดุลของทั้งร่างกายและจิตใจ โดยยึดหลักปรัชญาในการดูแลสุขภาพและความงามบนพื้นฐานทั้ง 3 ประการ คือ Elemental Health สุขภาพของระบบชีวเคมีในร่างกาย เน้นวิเคราะห์พื้นฐานการทำงานในระดับเซลล์ Structural Health สุขภาพของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ในด้านของความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และการเผาผลาญออกซิเจน Emotional Health สุขภาพของอารมณ์ เน้นการจัดการกับความเครียดและสิ่งกระตุ้น ดังนั้นในทุกๆ บริการของตรัยญาจึงถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์สุขภาพแบบองค์รวม เป็นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและฟื้นฟูภายใต้การดูแลของแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยใช้วิธีการบำบัดและรักษาแบบผสมผสานทั้งศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่และแพทย์ทางเลือก การออกกำลังกาย โภชนาการบำบัด รวมถึงการรักษาด้วยวิถีทางธรรมชาติโดยวารีบำบัด ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของตรัยญา บนพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 5 ไร่ ย่านถนนพระราม 9 อันเป็นที่ตั้งของตรัยญา ความโอ่โถ่งของพื้นที่ถูกจัดสรรเพื่อให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นสัดเป็นส่วน และแฝงไปด้วยความรู้สึกผ่อนคลายสบายตาจากการตกแต่งภายในตัวอาคาร เริ่มตั้งแต่โซน

Read More

หญิง vs ชาย … ใครทำอะไรได้ดีกว่ากัน

 Column: Well – Being ธรรมชาติสร้างให้เพศหญิงแตกต่างจากเพศชายอยู่แล้ว แต่เมื่อตัดสินกันในแง่ความแข็งแรง ความสุข ความแข็งแกร่ง และความฉลาด คุณคิดว่าเพศใดเหนือกว่าหรือด้อยกว่ากัน เพราะอะไร นิตยสาร GoodHealth นำเสนอผลการศึกษาล่าสุดว่าด้วยสองเพศนี้ เพศชาย–จำทิศทางได้ดีกว่า นักวิจัยกล่าวว่า ผู้ชายใช้ประโยชน์จาก “ทิศทั้งสี่” (ทิศเหนือ ใต้ ตะวันออก และตะวันตก) ในการนำทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง หมายถึงว่าพวกเขาเพียงมุ่งหน้าไปตามทิศที่คิดว่าเป็นจุดหมายปลายทาง และเปลี่ยนทิศขณะเดินทาง ซึ่งมักไปได้เร็วกว่าการเดินทางตามเส้นทางที่กำหนดไว้เหมือนอย่างที่ผู้หญิงนิยมทำกัน เวนดี รีด โค้ชของทีมโอเรียนเทียริงแห่งออสเตรเลีย (โอเรียนเทียริงเป็นกีฬาที่ต้องเดินทางด้วยเท้า โดยใช้แผนที่และเข็มทิศเป็นเครื่องนำทาง) กล่าวว่า “สิ่งที่ช่วยให้จำทิศทางได้ง่ายขึ้น คือต้องรู้ตัวว่าคุณถนัดคิดในเชิงตัวเลข หรือรูปภาพ หรือคำพูด” เช่น ถ้าคุณเป็นนักคิดเชิงตัวเลข ให้เดินตามตัวเลขถนน อย่างไฮเวย์หมายเลข 1 ไปยังถนนสาย 4 แต่ถ้าเป็นนักคิดเชิงรูปภาพ ให้ใช้จุดที่เป็นที่สังเกตเป็นเครื่องนำทาง เช่น เลี้ยวซ้ายตรงโบสถ์ ขณะที่นักคิดเชิงคำพูด ตอบสนองกับชื่อถนนได้ดีที่สุด” เพศหญิง–จดจำสิ่งที่ต้องทำได้ดีกว่า แม้ยังไม่สามารถอธิบายสาเหตุที่ชัดเจนได้ แต่ ดร.มุยเรียนน์ ไอริช นักประสาทวิทยาศาสตร์การรู้คิดจากสถาบันวิจัยประสาทวิทยาศาสตร์ออสเตรเลีย

Read More

ไข้เลือดออก

 Column: AYUBOWAN  “อาโรคฺยปรมา ลาภา” ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ เป็นพุทธปรัชญาที่เชื่อว่าท่านผู้อ่านทุกท่านคงตระหนักและเข้าใจเป็นอย่างดี ซึ่งในสังคมศรีลังกาที่ถือพุทธศาสนาเป็นศาสนาหลักก็คงถือคตินี้ไม่แตกต่างกัน หากแต่ช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่ได้รับมรสุมจนเกิดเหตุน้ำท่วมและดินถล่มในหลายพื้นที่ สิ่งที่ติดตามมาก็คือปริมาณน้ำที่ท่วมขังในแต่ละจุดกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง โดยเฉพาะยุงลาย ซึ่งเป็นพาหะนำพาโรคไข้เลือดออก หรือ Dengue fever อีกด้วย ภาวะการระบาดของไข้เลือดออกในศรีลังกาโดยปกติจะดำเนินเป็นประหนึ่งวงรอบที่มีการระบาดชุกชุมในช่วงปลายฝนต้นหนาวที่เริ่มมีการระบาดหนาแน่นตั้งแต่เดือนตุลาคมต่อเนื่องมาจนถึงกุมภาพันธ์ โดยมีเดือนธันวาคมและมกราคมเป็นช่วงที่มีการรายงานเกี่ยวกับผู้ป่วยไข้เลือดออกมากที่สุด จากสถิติของสำนักระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุขศรีลังการะบุว่า ในช่วงปี 2014 พบว่ามีผู้ป่วยด้วยไข้เลือดออกสูงมากถึง 47,500 ราย โดยในจำนวนที่ว่านี้เป็นผู้ป่วยในเขตกรุงโคลัมโบมากถึง 15,000 ราย เรียกได้ว่าผู้ป่วยจำนวนกว่า 1 ใน 3 เป็นผู้ป่วยในเขตเมือง ความจริงในเรื่องดังกล่าวนี้อาจแยกพิจารณาได้เป็นสองกรณีคือเขตเมืองเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการระบาดกับอีกด้านหนึ่งก็คือผู้คนในเขตเมืองมีโอกาสเข้ารับการรักษาพยาบาลมากกว่าผู้คนในเขตห่างไกล ทำให้สถิติเหล่านี้กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มประชากรชาวโคลัมโบ อย่างไรก็ดี การควบคุมโรคไข้เลือดออกของศรีลังกาในช่วงปีถัดมานับว่าประสบผลสำเร็จพอสมควรเพราะในปี 2015 จำนวนผู้ป่วยด้วยไข้ dengue ลดลงเหลือเพียง 30,000 รายหรือลดลงจากปีก่อนหน้ามากกว่าร้อยละ 30 เลยทีเดียว กระบวนการในการติดตามโรคของศรีลังกานับว่าอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ เพราะนอกจากจะติดตามความคืบหน้าอาการป่วยของผู้ติดเชื้อแต่ละรายผ่านโครงข่ายโรงพยาบาลและเจ้าหน้าที่ควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุขแล้ว หน่วยงานเทศบาลในพื้นที่ก็ทำงานประสานเพื่อป้องกันการระบาดอย่างต่อเนื่อง ด้วยการฉีดพ่นสารเคมีเพื่อทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงในพื้นที่เสี่ยงด้วย แต่สำหรับปี 2016 ดูเหมือนว่าสถานการณ์ไข้ Dengue ในศรีลังกาจะกลับเข้าสู่ภาวะที่ต้องวิตกกังวลมากขึ้นเมื่อปรากฏว่าเพียงระยะเวลา 6 เดือนของครึ่งปีแรกก็มีจำนวนผู้ป่วยไข้ Dengue

Read More

BASEM แห่ง รพ. กรุงเทพ บริการเพื่อคนรักการออกกำลังกาย

เพราะการบาดเจ็บอาจเกิดขึ้นได้กับผู้ที่เป็นนักกีฬาหรือผู้ที่ชอบการออกกำลังกายทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายประเภทใดก็ตาม การรักษาอาการบาดเจ็บและฟื้นฟูสภาพให้สามารถกลับมาเล่นกีฬาและออกกำลังกายได้โดยเร็วจึงเป็นสิ่งสำคัญ อีกทั้งการดูแลรักษาสุขภาพ ออกกำลังกาย เล่นกีฬา ยังคงเป็นกระแสฮอตฮิตของคนรุ่นใหม่ และไม่มีทีท่าจะแผ่วลงง่ายๆ ในทางกลับกันกลับมีแนวโน้มได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เกิดธุรกิจและบริการต่างๆ ขึ้นเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ดังกล่าว ซึ่งบริการทางการแพทย์ก็เป็นหนึ่งในนั้น สถาบันเวชศาสตร์การกีฬาและออกกำลังกายกรุงเทพ (Bangkok Academy of Sports and Exercise Medicine) หรือ BASEM คือหนึ่งในบริการทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลกรุงเทพทุ่มทุนกว่า 70 ล้านบาท เพื่อสร้างสถาบันด้านเวชศาสตร์การกีฬาและออกกำลังกายที่ครบครัน และต้องการยกระดับให้เป็นผู้นำด้านการรักษาอาการบาดเจ็บและวิเคราะห์ผู้ที่มีปัญหาด้านการเล่นกีฬาโดยเฉพาะ จุดมุ่งหมายของ BASEM คือให้การรักษาและให้คำปรึกษาเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางการกีฬา ดูแลรักษานักกีฬาที่เกิดการบาดเจ็บ ฟื้นฟูและเพิ่มสมรรถภาพด้านร่างกาย รวมถึงให้คำปรึกษาด้านเทคนิคการเตรียมความพร้อม เทคนิคการเล่นกีฬา ออกแบบด้านการออกกำลังกาย อีกทั้งยังครอบคลุมงานด้านโภชนาการ และจิตวิทยาการกีฬาด้วยเช่นกัน เพื่อให้สามารถเล่นกีฬาและออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ตั้งแต่การทดสอบ ประเมินสมรรถภาพร่างกาย วิเคราะห์ปัญหาและสาเหตุ รักษาอาการบาดเจ็บทั้งด้วยยา ผ่าตัด และกายภาพบำบัด โดยกลุ่มเป้าหมายหลักคือนักกีฬาทุกประเภท ผู้ป่วยที่ได้รับการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา รวมถึงคนทั่วไปที่สนใจการออกกำลังกาย และต้องการเทคโนโลยีและวิทยาการเข้ามาช่วยดูแลรักษา ฟื้นฟู และป้องกันการบาดเจ็บ โดยให้บริการเครื่องออกกำลังกายที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ สำหรับการออกกำลังกาย ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าจะเรียกได้ว่าเป็นแม่เหล็กของ BASEM

Read More

เชื่อหรือไม่ … เรามี 2 สมอง

 Column: Well – Being คุณอาจเคยได้ยินมาแล้วเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ว่า สารสื่อประสาท “เซโรโทนิน” มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพจิต แต่ที่คุณอาจยังไม่รู้คือ จริงๆ แล้วปริมาณเซโรโทนินในร่างกายอย่างน้อยร้อยละ 90 ผลิตโดยกระเพาะอาหาร ไม่ใช่สมอง นิตยสาร GoodHealth อธิบายว่า สุขภาวะของระบบย่อยอาหารมีอิทธิพลสูงมากต่ออารมณ์ของคุณ รวมถึงต่อความเสี่ยงจากโรคต่างๆ ที่เกิดจากความเชื่อมโยงกับภาวะเสียสมดุลของ “เซโรโทนินในกระเพาะอาหาร” เช่น โรคกระดูกพรุน และโรคหัวใจ ดร. เจน มูร์ แห่งภาควิชาวิทยาทางเดินอาหาร (gastroenterology) มหาวิทยาลัยโมแนช กล่าวว่า “เราเพิ่งค้นพบว่า สุขภาพของกระเพาะอาหารมีอิทธิพลต่อสุขภาพของร่างกายโดยรวมมากเพียงใด และกระเพาะอาหารกับร่างกายมีความเกี่ยวโยงกันอย่างแนบแน่นกว่าที่เราเคยคิดกันมาก”  เปิดตัว “สมอง” ในช่องท้อง ความเกี่ยวโยงดังกล่าวแนบแน่นมากจนนักวิทยาศาสตร์ถึงกับสรุปว่า เรามีสองสมอง คือ สมองที่อยู่ในกะโหลกศีรษะกับสมองที่อยู่ในกระเพาะอาหาร การที่สมองที่สองที่ตั้งอยู่ในระบบทางเดินอาหารหรือที่เรียกกันในเชิงเทคนิคว่าระบบประสาทของลำไส้ (enteric nervous system) นั้น ต้องประกอบด้วยสารสื่อประสาทที่แตกต่างกันมากกว่า 30 ล้านเซลล์ และเซลล์ประสาทอีก 600 ล้านเซลล์ กิจกรรมของสมองที่อยู่ในกระเพาะอาหารส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการย่อยอาหารก็จริง แต่สมองทั้งสองส่วนมีการติดต่อเชื่อมโยงกันอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น เมื่อสมองส่วนหนึ่งเกิดความผิดปกติ สมองส่วนที่สองก็มีปัญหาตามไปด้วย

Read More

น้ำมีคุณมากกว่าที่เคยคิด

 Column: Well-being จากข้อเท็จจริงที่ว่า ร้อยละ 70 ของร่างกายคนประกอบด้วยน้ำ ทำให้เราเห็นความสำคัญของน้ำเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากส่วนต่างๆ ของร่างกายมีน้ำหล่อเลี้ยงอยู่ทุกหนแห่ง น้ำในร่างกายแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ น้ำที่ประกอบอยู่ในเซลล์ร้อยละ 60 ที่อยู่นอกเซลล์ประมาณร้อยละ30 และที่อยู่ในเนื้อเยื่อ หรือเลือดอีกร้อยละ 10 ทำให้มนุษย์ต้องการน้ำวันละประมาณ 2–3 ลิตร โดยมีการขับน้ำออกจากร่างกายในลักษณะของปัสสาวะ เหงื่อ อุจจาระ และลมหายใจ ซึ่งจะขับออกทางปัสสาวะวันละประมาณครึ่งลิตร ถึง 2.3 ลิตร น้ำที่ร่างกายต้องการต่อวันเพื่อสร้างความสมดุลก็คือน้ำที่ดื่มเข้าไปกับที่ขับถ่ายออกจากร่างกายต่อวัน ควรจะเท่ากันในสภาวะปกติ ถ้ามีการออกกำลังกาย ร่างกายจะเสียน้ำมากขึ้นทั้งจากเหงื่อและกล้ามเนื้อ จึงทำให้ต้องดื่มน้ำมากขึ้น ปริมาณน้ำในร่างกาย ถ้าลดลงเพียง 2% ร่างกายจะเริ่มทำงานสับสน ถ้าขาดน้ำถึง 5% การทำงานของร่างกายจะบกพร่องผิดปกติไปถึง 30% ถ้าเสียน้ำมากกว่านี้โดยไม่แก้ไข ร่างกายจะหมดกำลัง รู้สึกเวียนศีรษะ อาจถึงหมดสติและเสียชีวิตได้ เมื่อร่างกายเริ่มขาดน้ำจะรู้สึกว่าน้ำลายแห้งและเกิดความไม่สมดุล โดยการขาดน้ำจะกระตุ้นให้สมองส่วนล่าง (Hypothalamus) ทำงาน ทำให้เกิดความรู้สึกกระหายน้ำ ซึ่งเป็นสิ่งชี้ว่าร่างกายต้องการน้ำ นอกจากเป็นส่วนประกอบที่สำคัญยิ่งของร่างกายแล้ว

Read More

Trail Running ข้ามผ่านทุกขีดจำกัดของการวิ่ง

ต้องยอมรับว่าช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา กระแสการวิ่งเพื่อสุขภาพมาแรงมากจริงๆ เห็นได้จากกิจกรรมงานวิ่งที่จัดขึ้นแทบทุกเดือน มีหลากประเภท หลายระยะทาง หลายสนาม ไล่เรียงไปตั้งแต่ Fun Run, มินิมาราธอน, ฮาล์ฟมาราธอน, ฟูลมาราธอน, ไตรกีฬา ไปจนถึงการวิ่งเทรล (Trail Running)  สำหรับการวิ่งประเภทต่างๆ น่าจะเป็นที่รู้จักกันดีในวงกว้าง แต่สำหรับการวิ่งเทรล หลายคนอาจจะสงสัยว่ามันคืออะไร แตกต่างจากการวิ่งประเภทอื่นอย่างไร การวิ่งเทรล หรือ Trail Running เป็นการวิ่งแบบผจญภัยบนพื้นที่ธรรมชาติ นักวิ่งต้องเผชิญความท้าทายที่มากกว่าการวิ่งบนถนนปกติ เส้นทางการวิ่งอาจจะประกอบไปด้วยภูเขา ทางชัน ป่า ที่แน่ๆ คือไม่ได้วิ่งบนถนนปกติ หรือเรียกแบบเข้าใจง่ายๆ อาจจะเรียกได้ว่ามันคือการวิ่งวิบากนั่นเอง ในต่างประเทศการวิ่งเทรลเป็นที่นิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ช่วงปี 2006-2012 เทรนด์ของการวิ่งเทรลเพิ่มขึ้นถึง 30%  สำหรับในประเทศไทยในช่วงหลังมานี้กระแสการวิ่งเทรลเริ่มคึกคักมากขึ้น ดูได้จากจำนวนนักวิ่งเทรลคนไทยและงานวิ่งเทรลที่จัดในเมืองไทยซึ่งมีจำนวนมากขึ้น บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด จำกัด (มหาชน) หรือเคทีซี ตอบรับกระแสการวิ่งเทรล จึงได้จัดกิจกรรม “Go Adventure

Read More