Home > Sport

Ari Football Concept Store เปลี่ยนความคลั่งไคล้เป็นธุรกิจ

 สำหรับคอลูกหนังเมืองไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ชื่นชอบรองเท้าสตั๊ดด้วยแล้ว น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก Ari Football Concept Store หรือ “อาริ” ร้านขายอุปกรณ์เกี่ยวกับฟุตบอลแบบครบวงจร ที่เกิดขึ้นมาจากความคลั่งไคล้ในกีฬาลูกหนังของศิวัช วสันตสิงห์ เริ่มต้นจากร้านเล็กๆ เพียงไม่กี่ตารางเมตร ณ วันนี้ อาริขยายสาขาออกไปมากกว่า 10 สาขา ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เติบโตขึ้นจนกลายเป็นธุรกิจที่น่าจับตามอง ร้านอาริก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2553 ด้วยความชื่นชอบในกีฬาฟุตบอลและรองเท้าสตั๊ดเป็นทุนเดิมของศิวัช วสันตสิงห์ บวกกับข้อเท็จจริงที่ว่าขณะนั้นเมืองไทยยังไม่มีร้านขายอุปกรณ์เกี่ยวกับฟุตบอลโดยเฉพาะ ส่วนใหญ่จะเป็นร้านที่ขายอุปกรณ์กีฬาหลายประเภทรวมๆ กัน  ความคิดที่จะเปิดร้านขายอุปกรณ์เกี่ยวกับกีฬาฟุตบอลแบบเต็มรูปแบบจึงเกิดขึ้น เพื่อให้คนไทยได้มีโอกาสใช้สินค้าที่มีคุณภาพ หลากหลาย ได้ใช้สินค้าของทีมฟุตบอลที่ตัวเองชอบ และหาซื้อสะดวกไม่ต้องเดินทางไปซื้อถึงต่างประเทศ ซึ่งเป็นที่มาของ “Ari Football Concept Store” ร้านขายอุปกรณ์กีฬาฟุตบอลแบบครบวงจร  โดยสาขาแรกตั้งอยู่บนพื้นที่เล็กๆ ขนาดเพียง 25 ตารางเมตร ภายในโครงการอารีน่า 10 ย่านทองหล่อ ด้วยเงินลงทุนตั้งต้น 2 ล้านบาท โดยมีธารา เทย์เลอร์ (Tahra

Read More

Trail Running ข้ามผ่านทุกขีดจำกัดของการวิ่ง

 ต้องยอมรับว่าช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา กระแสการวิ่งเพื่อสุขภาพมาแรงมากจริงๆ เห็นได้จากกิจกรรมงานวิ่งที่จัดขึ้นแทบทุกเดือน มีหลากประเภท หลายระยะทาง หลายสนาม ไล่เรียงไปตั้งแต่ Fun Run, มินิมาราธอน, ฮาล์ฟมาราธอน, ฟูลมาราธอน, ไตรกีฬา ไปจนถึงการวิ่งเทรล (Trail Running)  สำหรับการวิ่งประเภทต่างๆ น่าจะเป็นที่รู้จักกันดีในวงกว้าง แต่สำหรับการวิ่งเทรล หลายคนอาจจะสงสัยว่ามันคืออะไร แตกต่างจากการวิ่งประเภทอื่นอย่างไร  การวิ่งเทรล หรือ Trail Running เป็นการวิ่งแบบผจญภัยบนพื้นที่ธรรมชาติ นักวิ่งต้องเผชิญความท้าทายที่มากกว่าการวิ่งบนถนนปกติ เส้นทางการวิ่งอาจจะประกอบไปด้วยภูเขา ทางชัน ป่า ที่แน่ๆ คือไม่ได้วิ่งบนถนนปกติ หรือเรียกแบบเข้าใจง่ายๆ อาจจะเรียกได้ว่ามันคือการวิ่งวิบากนั่นเอง ในต่างประเทศการวิ่งเทรลเป็นที่นิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ช่วงปี 2006-2012 เทรนด์ของการวิ่งเทรลเพิ่มขึ้นถึง 30%  สำหรับในประเทศไทยในช่วงหลังมานี้กระแสการวิ่งเทรลเริ่มคึกคักมากขึ้น ดูได้จากจำนวนนักวิ่งเทรลคนไทยและงานวิ่งเทรลที่จัดในเมืองไทยซึ่งมีจำนวนมากขึ้น บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด จำกัด (มหาชน) หรือเคทีซี ตอบรับกระแสการวิ่งเทรล จึงได้จัดกิจกรรม “Go Adventure

Read More

ไปดูเบสบอล

 อาจจะด้วยเหตุที่บ้านเรือนของชาวญี่ปุ่นมีขนาดเล็ก จึงเป็นเหตุให้ชาวญี่ปุ่นนิยมแสวงหากิจกรรมยามว่างด้วยการออกไปพักผ่อนกลางแจ้ง ซึ่งไล่เรียงได้ตั้งแต่กิจกรรมชมดอกซากุระ การเดินป่า หรือแม้กระทั่งไปชมกีฬาประเภทต่างๆ โดยเฉพาะกีฬาเบสบอล ที่ถือเป็นกีฬายอดฮิตของชาวญี่ปุ่นมาเนิ่นนาน ฤดูการแข่งขันเบสบอลของญี่ปุ่นเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคม เรื่อยไปจนถึงปลายเดือนกันยายน ของแต่ละปี หรืออีกนัยหนึ่งก็คือเริ่มต้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ผ่านฤดูร้อน ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงต้นของฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งถือว่าเป็นระยะเวลาที่เหมาะสำหรับการประกอบกิจกรรมกลางแจ้ง การนัดหมายไปพบกันในสนามแข่งขันเบสบอล เป็นวิถีของผู้คนในวัยทำงานในญี่ปุ่นก็ว่าได้ โดยใครไปก่อนก็นั่งชมนั่งเชียร์ทีมที่แข่งขันไปพลางๆ พร้อมกับรองท้องด้วย ทักโกะยากิ และยากิโซบะ แกล้มไปกับเบียร์สดที่มีสาวเบียร์เดินขายอยู่ทั่วทุกมุมบนอัฒจันทร์ของสนาม แต่หากจะเรียกสาวเบียร์สดของญี่ปุ่นว่าสาวเชียร์เบียร์แบบในบ้านเราคงไม่ถูกต้องนัก เพราะหน้าที่ของพวกเธอแทบไม่ต้องเชียร์เลย เนื่องจากในสังคมญี่ปุ่นนั้น ใครที่เป็นแฟนเบียร์ยี่ห้อใด ก็จะรักใคร่อยู่เฉพาะเบียร์ยี่ห้อนั้น อย่างสุดใจ เรียกว่ามีแบรนด์รอยัลตี้สูงจริงๆ หน้าที่ของสาวเบียร์ในสนามแข่งขันเบสบอลเหล่านี้ จึงอยู่ที่การแบกถังเบียร์สดขึ้นหลัง โดยมีคันโยก สำหรับกดปั๊มรินเบียร์ใส่แก้ว มองดูคล้ายเป็นถังออกซิเจนของมนุษย์อวกาศ ในขณะเดียวกันในบางมุมมองก็เหมือนเกษตรกรกำลังฉีดพ่นยากำจัดศัตรูพืชไม่น้อยเช่นกัน การดื่มเบียร์หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสนามกีฬาก็ดีหรือที่อื่นๆ ในสังคมญี่ปุ่นไม่ได้ถูกทำให้กลายเป็นกิจกรรมผิดบาปเหมือนในบ้านเรานะคะ เพราะเขาถือว่าทุกคนต้องดูแลสุขภาพร่างกายและสติได้อยู่แล้ว จะมียกเว้นก็เฉพาะในยามที่ต้องขับขี่ยวดยานพาหนะ ซึ่งกฏหมายว่าด้วยการขับขี่ขณะมึนเมาหรืออยู่ภายใต้ฤทธิ์เดชของแอลกอฮอล์นั้นหนักหน่วงมากจนไม่มีใครอยากเสี่ยง กระนั้นก็ดี ใช่ว่าการไปนั่งชมเบสบอลในสนามแข่งขันจะให้บรรยากาศแบบเดียวกันหมด เพราะด้วยเหตุที่การสร้างสนามเบสบอลในเขตเมืองใหญ่ๆ หมายถึงเงินลงทุนจำนวนมหาศาล ทั้งค่าที่ดินและการก่อสร้าง สนามเบสบอลรุ่นใหม่ๆ จึงพัฒนาปรับปรุงให้มีความสามารถในการรองรับกิจกรรมได้หลากหลายขึ้น แทนที่จะเป็นเพียงสนามกีฬาอย่างเดียว กิจกรรมที่เพิ่มมากขึ้นควบคู่กับความพยายามที่จะเอาชนะขีดจำกัดเรื่องดินฟ้าอากาศทำให้รูปแบบของสนามเบสบอลรุ่นใหม่ๆ แปลงสภาพเป็นสนามในร่ม หรือ indoor stadium ซึ่งมีหลังคาปิดและควบคุมอุณหภูมิภายในด้วยเครื่องปรับอากาศ เพื่อนชาวญี่ปุ่นของผู้เขียนคนหนึ่ง เธอพูดถึงสนามเบสบอลแบบที่มีหลังคานี้ด้วยภาษาไทยที่น่ารักแบบของเธอว่า “สนามที่มีฝาปิด” ส่วนสนามเบสบอลแบบดั้งเดิมก็ถูกเธอเรียกว่า “สนามไม่มีฝา” ซึ่งฟังแล้วก็ให้ความรู้สึกชัดเจนและน่าเอ็นดูไปอีกแบบหนึ่ง แม้ว่าเธอจะเป็นแฟนของทีม

Read More

สนามกอล์ฟ…ชุมชน

 ขออนุญาตย้อนหลังกลับมาพูดเรื่อง “กอล์ฟ” อีกสักครั้ง เพราะเวลาที่พูดถึงกีฬา “กอล์ฟ” ในสังคมไทย อาจทำให้หลายคนนึกถึงหรือติดภาพลักษณ์ว่ากีฬาชนิดนี้เป็นกีฬาของผู้มีอันจะกิน มีปัจจัยของความมีราคาแพง และการพยายามยกสถานะทางสังคมประกอบอยู่ในการเล่นกีฬาชนิดนี้อยู่ไม่น้อย นอกจากนี้ การสร้างสนามกอล์ฟส่วนใหญ่ในเมืองไทย ยังมีประเด็นเกี่ยวเนื่องถึงเรื่องความเป็นธรรม ในการกระจายทรัพยากร และข้อถกเถียงเกี่ยวกับทำลายสิ่งแวดล้อมอยู่ด้วยเช่นกัน  แม้ว่าในปัจจุบัน จำนวนคนไทยที่หันมาเล่นกีฬากอล์ฟจะขยายตัว และกระจายไปยังคนกลุ่มต่างๆ เพิ่มขึ้นบ้าง แต่ภาพลักษณ์ของ “กอล์ฟ” กับการเป็นกีฬาที่จับต้องได้ หรือการเป็นวิถีของประชาชนทั่วไปในสังคมไทย นับว่ายังอยู่ค่อนข้างห่างไกลจากจุดดังกล่าว แต่สำหรับในญี่ปุ่นแล้ว กีฬากอล์ฟ ไม่ได้ให้ภาพที่พิเศษหรือสถานะทางสังคมที่แตกต่างจากกีฬาชนิดอื่นๆ ในญี่ปุ่นเลยนะคะ              ขณะที่การสร้างสนามกอล์ฟในหลายกรณี กลับยิ่งต้องเน้นความสำคัญของการออกแบบให้มีส่วนช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม และใช้ประโยชน์ในพื้นที่ให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าที่สุดอีกด้วย วิธีการจัดการแบบญี่ปุ่นนี่เอง ที่ถือเป็นกุญแจสำคัญ และน่าจะเป็นกรณีศึกษาที่นำมากล่าวถึงไว้ในที่แห่งนี้ พื้นที่รอบอ่าวโตเกียว เป็นตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจในกรณีที่ว่านี้ เพราะนอกจากพื้นที่โดยรอบซึ่งเป็นเกาะที่สร้างขึ้นโดยฝีมือมนุษย์จากการถมขยะเพื่อขยายพื้นที่ให้กับเขตอุตสาหกรรมแล้ว พื้นที่ส่วนหนึ่งยังถูกกันไว้เป็นสวนสาธารณะ และสนามกอล์ฟอีกด้วย โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องรับลมและคลื่นจากทะเล จากพื้นที่เสี่ยงภัยจึงแปลงสภาพมาเป็นแหล่งสันทนาการไปโดยปริยาย ซึ่งรวมถึงสนามกอล์ฟ ที่มีสถานะเป็นสนามกอล์ฟชุมชนไปด้วย ที่ผู้เขียนใช้คำว่าสนามกอล์ฟชุมชน ก็เพราะว่าสนามกอล์ฟในพื้นที่เหล่านี้ส่วนใหญ่ บริหารจัดการโดยองค์กรบริหารระดับท้องถิ่น ซึ่งอาจบริหารเองในรูปแบบสวัสดิการชุมชน หรือให้สัมปทานผู้ประกอบการในท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการ แต่เน้นว่าผลประโยชน์จะต้องกลับมาสู่ชุมชนเป็นหลัก สนามกอล์ฟชุมชนที่ว่านี้ ส่วนใหญ่อยู่ตามแนวเส้นทางของคลองหรือทางน้ำสายย่อยๆ ซึ่งมีทำนบกั้นอย่างดี แต่ในบางช่วงของปีอาจมีน้ำหลากท่วมท้นพื้นที่ขึ้นมา

Read More

เรื่องเล่าจากสนามกอล์ฟ

 ช่วงที่ผ่านมา คุณพ่อบ้านคนดี มีโอกาสได้ออกรอบตีกอล์ฟ กับเพื่อนพ้องน้องพี่ที่คุ้นเคยกันหลายรอบ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะช่วงเวลาวันหยุดในห้วงรอยต่อข้ามปี ทำให้พอจะมีเวลาวางมือจากภารกิจประจำได้บ้าง และถือเป็นโอกาส refresh ความสัมพันธ์กับผู้คนแวดล้อมไปในตัว เรื่องเล่าเกี่ยวกับบทสนทนาในก๊วนกอล์ฟ ย่อมเป็นไปอย่างออกรส เพราะนอกจากจะถามไถ่กันถึงสารทุกข์สุกดิบ ไล่เรียงตั้งแต่เรื่องอนาคตของบุตรหลาน ซึ่งกำลังเดินทางเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ มาสู่การวิเคราะห์เรื่องภาวะเศรษฐกิจที่รุมเร้า หรือแม้กระทั่งวิพากษ์วิจารณ์เหตุบ้านการเมืองในช่วงที่ผ่านมา แต่ที่วาบแวบเข้ามาในความคิดของผู้เขียน กลับเป็นความรู้สึกถึงบรรยากาศครั้งเก่า เมื่อคราวที่พำนักอยู่ในญี่ปุ่นกว่า 4 ปีและเป็นช่วงที่คุณพ่อบ้านคนดีต้องแสวงหาโอกาสออกรอบตีกอล์ฟในญี่ปุ่น แบบหัวเดียวกระเทียมลีบ แม้จะไม่คุ้นชินกับสำนวนหนังสือกำลังภายในมากนัก แต่ทุกครั้งที่เห็นคุณพ่อบ้านแบกถุงกอล์ฟไปออกรอบโดยลำพัง ก็ให้นึกถึงคำเปรียบเปรยที่ว่า กอล์ฟเป็นเหมือนเพลงกระบี่ ที่ต่อให้ฝึกซ้อมร่ายรำเท่าใด แต่หากไม่ได้ประลองกับผู้คนย่อมไม่อาจรู้ว่าฝีมือของเราพัฒนาก้าวหน้า มีจุดด้อยให้แก้ไขอย่างไร ให้ได้แอบยิ้มในใจ โชคดีที่ในญี่ปุ่นมีกิจกรรมกอล์ฟประเภทหนึ่งที่เรียกว่า โอเพ่น คอมเปะ ที่เป็นการออกเสียงแบบญี่ปุ่นซึ่งมาจากคำว่า open competition ที่เปิดโอกาสให้นักกอล์ฟต่างระดับฝีมือและต่างภูมิหลังได้มาร่วมออกรอบตีกอล์ฟกัน ข้อมูลเกี่ยวกับโอเพ่น คอมเปะ มีอยู่หลากหลายในหนังสือแจกฟรี ที่วางไว้ตาม Driving Range และร้านขายอุปกรณ์กอล์ฟซึ่งมีอยู่ทั่วไปแทบทุกหัวมุมถนน หากมองอย่างผิวเผินหนังสือเหล่านี้ก็เป็นเพียงสื่อโฆษณาที่เสนอขายอุปกรณ์กอล์ฟและแนะนำสนามกอล์ฟธรรมดา แต่ท้ายเล่มของหนังสือเหล่านี้จะมีตารางโอเพ่น คอมเปะ ของแต่ละสนามแจ้งไว้ให้เลือกกันล่วงหน้า 2-3 เดือนเลยทีเดียว แม้ว่าชื่อกิจกรรมจะมีนัยชี้ชัดว่าเป็นเรื่องของการแข่งขัน โดยมีของรางวัลมากมายรอคอยอยู่ แต่นักกอล์ฟส่วนใหญ่ไม่ได้จริงจังกับเรื่องดังกล่าวมากนัก หากได้รางวัลก็ถือเป็นกำไรเสียมากกว่า เพราะนอกจากนักกอล์ฟจะไม่รู้มือหรือระดับความสามารถผู้แข่งขันรายอื่นแล้ว ด้วยระบบการคิดคะแนนแบบพีเรีย และดับเบิ้ลพีเรีย ซึ่งไม่ต่างจากการคิดคะแนนแบบ 36

Read More

ฝึกแพ้ให้ถูกวิธีแบบ JUDO

 สิ่งแรกๆ ที่นึกถึงเวลากล่าวถึงกีฬา เชื่อว่าหลายท่านคงนึกถึงความแข็งแกร่งของร่างกาย และพละกำลังในการเอาชัยชนะเหนือคู่ต่อสู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกีฬาที่ว่าเป็นกีฬาที่เกี่ยวเนื่องกับศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว ซึ่งมีมิติของเทคนิควิธีต่างๆ ประกอบส่วนเข้ามาอีกแม้ว่าจะมีคุณพ่อบ้านเป็นนักกีฬาอยู่ใกล้ตัว แต่ดิฉันในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งก็ถูกกล่อมเกลาและถ่ายทอดให้มี perception เช่นนี้มานานหลายปีทีเดียวนะคะแต่ทัศนะดังว่าถูกปรับให้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อครั้งพวกเราพาลูกชายคนโตไปฝึกเรียน ยูโด (Judo) ในญี่ปุ่น ประเทศที่ถือว่าเป็นต้นกำเนิดของกีฬาชนิดนี้เพราะตลอดระยะเวลากว่า 3 ชั่วโมงในแต่ละสัปดาห์หรือในแต่ละครั้งที่ดิฉันได้มีโอกาสเฝ้ามองลูกชายผ่านการเรียนการสอนยูโด ดิฉันพบว่าเด็กๆ ทั้งหญิงและชาย ไม่ได้ถูกขับเน้นให้ฝึกฝนการทุ่มหรือการมุ่งหมายชัยชนะเหนือคู่แข่งขัน หากแต่คุณครูผู้ฝึก (Sensei) จะสอนวิธีการล้มที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงไม่ให้ได้รับบาดเจ็บ เมื่อต้องเข้าต่อสู้จริงๆการฝึกล้มของยูโดเป็นการฝึกสำคัญที่ใช้เวลารวมกว่า 2 ชั่วโมงเลยทีเดียวนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคนิคการล้มให้มีเสียงดังแต่ไม่เจ็บ เพราะนั่นหมายถึงนักเรียนแต่ละคนสามารถกำหนดให้ส่วนหนาของร่างกายเป็นจุดกระทบพื้นได้อย่างลงตัวเรียกได้ว่าทุกครั้งที่ไปเรียนยูโดก็คือ เวลาที่ครอบครัวของเราไปเรียนวิชาว่าด้วยการเตรียมตัวแพ้อย่างถูกวิธี ก็น่าจะได้ฟังดูแล้วแปลกๆ ไหมคะ แต่ลูกชายดิฉันต้องไปฝึกล้มอยู่นานเกือบครึ่งปีเลยทีเดียว กว่าจะได้เรียนเทคนิคการเข้าประชิดตัวคู่ต่อสู้และการทุ่มในเวลาต่อมานัยแฝงของการฝึกล้ม หรือการเตรียมตัวแพ้ให้เป็น แพ้ให้ถูกวิธีดังกล่าว ในด้านหนึ่งคือการสร้างให้เกิด มาตรการป้องกัน (preventive measure) เพื่อลดระดับความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น และเป็นการมุ่งเน้นให้เกิดความเข้าใจในกระบวนการที่จะดำเนินไปจากบริบทภายในของนัก JUDO แต่ละคน มากกว่าที่จะเพ่งพินิจไปที่คู่ต่อสู้ ซึ่งเป็นเพียงปัจจัยภายนอกทัศนะในแบบป้องกัน (preventive) ของยูโด อาจทำให้ยูโดมีลักษณะคล้ายกับว่าเน้นการตั้งรับและรอคอยจังหวะ เพื่อแปลงไปสู่ความได้เปรียบและชัยชนะในที่สุด

Read More