Home > Hospital

ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ จาก “10 ล้าน” สู่ “แสนล้าน”

  แม้นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ แชมป์เศรษฐีหุ้น 4 ปีซ้อน ถือครองหุ้นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ถึง 3 แห่ง คือ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) หรือโรงพยาบาลกรุงเทพ  บมจ.การบินกรุงเทพ (BA) เจ้าของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส และ บมจ.โรงพยาบาลนนทเวช (NTV) มูลค่าหุ้นรวม 67,244.71 ล้านบาท รวมทั้งยังกระโดดเข้าสู่สมรภูมิใหม่ “ทีวีดิจิตอล” มีช่องพีพีทีวีและช่องวันอยู่ในกำมือ แต่หากนับแหล่งรายได้สำคัญของกลุ่มตระกูลปราสาททองโอสถยังมาจากธุรกิจโรงพยาบาลเป็นหลัก เพราะสามารถสร้างรายได้มากกว่า 63,000 ล้านบาทต่อปี และล่าสุด นพ.ปราเสริฐ หรือ “หมอเสริฐ” ประกาศเป้าหมายจะผลักดันรายได้แตะ 1 แสนล้านบาทภายในปี 2561 โดยกำลังวางยุทธศาสตร์การก้าวกระโดดอย่างเข้มข้น เส้นทางการเติบโตของ “กลุ่มกรุงเทพดุสิตเวชการ” จนขยายเครือข่ายกลายเป็นธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ยึดกุมส่วนแบ่งในตลาด 60-70% เริ่มต้นลงหลักปักฐานสร้างโรงพยาบาลกรุงเทพแห่งแรกในซอยศูนย์วิจัย เมื่อ 40 กว่าปีก่อน ด้วยเงินทุนจดทะเบียนก้อนแรกเพียง 10 ล้านบาท!!!  ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลอย่างค่อยเป็นค่อยไปจนกระทั่งนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม

Read More

BASEM แห่ง รพ. กรุงเทพ บริการเพื่อคนรักการออกกำลังกาย

  เพราะการบาดเจ็บอาจเกิดขึ้นได้กับผู้ที่เป็นนักกีฬาหรือผู้ที่ชอบการออกกำลังกายทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายประเภทใดก็ตาม การรักษาอาการบาดเจ็บและฟื้นฟูสภาพให้สามารถกลับมาเล่นกีฬาและออกกำลังกายได้โดยเร็วจึงเป็นสิ่งสำคัญ  อีกทั้งการดูแลรักษาสุขภาพ ออกกำลังกาย เล่นกีฬา ยังคงเป็นกระแสฮอตฮิตของคนรุ่นใหม่ และไม่มีทีท่าจะแผ่วลงง่ายๆ ในทางกลับกันกลับมีแนวโน้มได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เกิดธุรกิจและบริการต่างๆ ขึ้นเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ดังกล่าว ซึ่งบริการทางการแพทย์ก็เป็นหนึ่งในนั้น สถาบันเวชศาสตร์การกีฬาและออกกำลังกายกรุงเทพ (Bangkok Academy of Sports and Exercise Medicine) หรือ BASEM คือหนึ่งในบริการทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลกรุงเทพทุ่มทุนกว่า 70 ล้านบาท เพื่อสร้างสถาบันด้านเวชศาสตร์การกีฬาและออกกำลังกายที่ครบครัน และต้องการยกระดับให้เป็นผู้นำด้านการรักษาอาการบาดเจ็บและวิเคราะห์ผู้ที่มีปัญหาด้านการเล่นกีฬาโดยเฉพาะ จุดมุ่งหมายของ BASEM คือให้การรักษาและให้คำปรึกษาเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางการกีฬา ดูแลรักษานักกีฬาที่เกิดการบาดเจ็บ ฟื้นฟูและเพิ่มสมรรถภาพด้านร่างกาย รวมถึงให้คำปรึกษาด้านเทคนิคการเตรียมความพร้อม เทคนิคการเล่นกีฬา ออกแบบด้านการออกกำลังกาย อีกทั้งยังครอบคลุมงานด้านโภชนาการ และจิตวิทยาการกีฬาด้วยเช่นกัน เพื่อให้สามารถเล่นกีฬาและออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ตั้งแต่การทดสอบ ประเมินสมรรถภาพร่างกาย วิเคราะห์ปัญหาและสาเหตุ รักษาอาการบาดเจ็บทั้งด้วยยา ผ่าตัด และกายภาพบำบัด โดยกลุ่มเป้าหมายหลักคือนักกีฬาทุกประเภท ผู้ป่วยที่ได้รับการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา รวมถึงคนทั่วไปที่สนใจการออกกำลังกาย และต้องการเทคโนโลยีและวิทยาการเข้ามาช่วยดูแลรักษา ฟื้นฟู และป้องกันการบาดเจ็บ โดยให้บริการเครื่องออกกำลังกายที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ สำหรับการออกกำลังกาย ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าจะเรียกได้ว่าเป็นแม่เหล็กของ BASEM

Read More

ไวทัลไลฟ์ประกาศความภาคภูมิใจ ในฐานะศูนย์ส่งเสริมสุขภาพผู้ป่วยนอกแห่งแรกของโลกที่ได้รับมาตรฐาน ‘ดีเอ็นวี.จีแอล’

 เหล่าผู้บริหารศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ในเครือโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติ ร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จครั้งสำคัญของไวทัลไลฟ์ ซึ่งเป็นศูนย์ส่งเสริมสุขภาพแห่งแรกของโลกที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล ‘ดีเอ็นวี.จีแอล’ เพื่อผู้ป่วยนอก ในงานแถลงข่าว เนื่องในวาระที่ไวทัลไลฟ์ได้รับการรับรองมาตรฐาน ‘ดีเอ็นวี.จีแอล’ เมื่อวันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2558  ดร. สุธร ชุตินิยมการ ผู้อำนวยการด้านการบริหารศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ได้กล่าวว่า “เรามีความยินดีและภาคภูมิใจ ที่ ‘ดีเอ็นวี.จีแอล’ เล็งเห็นถึงศักยภาพและคุณภาพทั้งทางด้านการแพทย์ การบริการ การบริหารในทุกๆ ภาคส่วนของไวทัลไลฟ์ และจัดให้เราอยู่ในระดับแนวหน้าของโลก ทัดเทียมกับสถานพยาบาลและโรงพยาบาลขนาดใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งนำมาสู่การรับรองมาตรฐานให้เราเป็นศูนย์ส่งเสริมสุขภาพระดับเวิลด์คลาส” นอกจากนี้ นพ.พันศักดิ์ ศุกระฤกษ์ ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ยังกล่าวเสริมอีกว่า “ความสำเร็จครั้งนี้จะเป็นกำลังใจให้บุคลากรไวทัลไลฟ์ทุกคน  ส่วนผู้เข้ามารับบริการทั้งชาวไทยและต่างชาติจะมั่นใจได้ยิ่งขึ้นว่าท่านจะได้รับความปลอดภัย และได้รับการดูแลรักษาอย่างเอาใจใส่ให้เหมาะกับผู้รับบริการแต่ละท่าน ด้วยคุณภาพระดับสากลในทุกๆ ขั้นตอน”   

Read More

BGH ปรับกลยุทธ์สู้ศึกรอบด้าน ดัน “เทเลแคร์คลินิก” ฮุบรากหญ้า

เครือกรุงเทพดุสิตเวชการ หรือกลุ่ม BGH ต้องปรับกระบวนทัพครั้งใหญ่ เพื่อสู้ศึกรอบด้าน ทั้ง “ศึกใน “จากการชุมนุมทางการเมืองของมวลมหาประชาชนภายใต้การนำของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือ กปปส. ที่ยืดเยื้อยาวนานหลายเดือน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อภาวะเศรษฐกิจ จำนวนลูกค้าทั้งคนไทย ต่างชาติ และ “ศึกนอก” ที่มีเครือข่ายโรงพยาบาลต่างชาติประกาศปักธงรุกขยายตลาดเข้าสู่อาเซียน รวมถึงแถบเอเชียแปซิฟิก  แม้ด้านหนึ่ง กลุ่ม BGH ต้องถอยหลายก้าว เลื่อนเป้าหมายการขยายเครือข่ายโรงพยาบาลครบ 50 แห่งทั่วประเทศไทยและอาเซียนภายในปี 2558 ออกไปอีกอย่างน้อย 2-3 ปี เพื่อรอดูสถานการณ์ต่างๆ รวมทั้งประกาศนโยบายการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบมากขึ้นและเน้นการบริหารต้นทุน เพื่อรักษาอัตราผลกำไรให้สวยงาม  แต่อีกด้านหนึ่ง มรสุมและปัจจัยเสี่ยงที่รุมเร้ากลับสอดรับกับแนวทางใหม่ของกลุ่ม BGH  การพุ่งเป้าเจาะตลาดรากหญ้า โดยใช้โมเดลธุรกิจใหม่ สร้างและขยาย “คลินิกชุมชน” เป็นกลไกเชื่อมโยงกับโรงพยาบาลแม่ทั้ง 5 แบรนด์  คือ กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาลบีเอ็นเอช กลุ่มโรงพยาบาลพญาไท และกลุ่มโรงพยาบาลเปาโล โรงพยาบาลในเครือข่ายที่กลุ่ม BGH ซื้อกิจการและลงทุนสร้างให้เป็นโรงพยาบาลระดับกลางเจาะชุมชนใหม่ หรือหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัด

Read More

“BGH” พลิก 3 โมเดลสยายปีก แผน “แฟรนไชส์คลินิก” รุกตลาด

 อาณาจักรธุรกิจ เครือกรุงเทพดุสิตเวชการ (BANGKOK DUSIT MEDICAL SERVICES: BDMS) หรือกลุ่ม BGH ที่มีมูลค่ารวมในตลาดหลักทรัพย์ (มาร์เก็ตแคป) เกือบ 170,000 ล้านบาท กำลังเปิดเกมรุกสยายปีกครั้งใหม่แบบเจาะทุกชุมชนทั่วประเทศ ซึ่งเป้าหมายของมหาเศรษฐีไทย นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ไม่ใช่แค่การเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แต่ต้องเป็นที่ 1 ในตลาดเอเชียแปซิฟิก เป็นยุทธศาสตร์โค่นล้มและสกัดคู่แข่งยักษ์ใหญ่สายพันธุ์มาเลเซีย ที่พยายามเจาะฐานประเทศไทยและประเทศอื่นๆ โดยรอบ เพื่อยึดตลาดอาเซียนทั้งหมดปัจจุบัน กลุ่ม BGH ประกอบด้วยกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาลบีเอ็นเอช กลุ่มโรงพยาบาลรอยัล กลุ่มโรงพยาบาลพญาไท กลุ่มโรงพยาบาลเปาโล กลุ่มโรงพยาบาลที่ลงทุนถือหุ้นใหญ่แต่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการบริหารอีก 4 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลรามคำแหง โรงพยาบาลกรุงธน โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และโรงพยาบาลเอกอุดรนอกจากนี้ ยังมีธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ได้แก่ บริษัท เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ ซิสเทมส์ ศูนย์วิเคราะห์โลหิตที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดของไทยและอยู่ในระดับแนวหน้าของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท

Read More

สำรวจเครือข่าย รพ.ไทย ในอาเซียน ก่อนเปิดประตูสู่ AEC

 ไม่เพียงธุรกิจค้าปลีก หรือธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่สยายปีกออกสู่ต่างจังหวัด โดยเฉพาะในเมืองที่เป็น “หน้าด่านการค้า” สำคัญ เพื่อเตรียมรับกับกระแสการเปิดประชาคมอาเซียนในอีกไม่ถึง 3 ปี โรงพยาบาลเอกชนนับเป็นอีกธุรกิจที่เดินเครื่องมุ่งหน้าปักหมุดในหัวเมืองสำคัญตามแนวชายแดนอย่างคึกคัก รวมถึงความพยายามที่จะรุกเข้าไปปักธงในเมืองสำคัญของประเทศเพื่อนบ้านเพื่อรอรับโอกาสทองจากเออีซีที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ในบรรดา รพ. เอกชนไทย การเคลื่อนทัพของเครือ รพ. กรุงเทพ ดูจะร้อนแรงและน่าจับตาเป็นที่สุด ทั้งนี้เพราะวิสัยทัศน์ของ “กรุงเทพดุสิตเวชการ” หรือ BGH คือการเป็น “พี่ใหญ่” ในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา-ลาว-พม่า-เวียดนาม) โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อรุกเข้าสู่ตลาดจีนในอนาคต “นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราต้องรุกเปิด รพ. ทางตอนเหนือ เพราะถ้าเรานำสาขาเข้าไปใกล้กับพม่าและลาวได้ก็จะใกล้กับจีนได้มากขึ้น” คำอธิบายจาก นพ.ชาตรี ดวงเนตร ประธานคณะผู้บริหารศูนย์การแพทย์ รพ.กรุงเทพ หลังการควบรวมครั้งใหญ่ระหว่างเครือ รพ.กรุงเทพ กับเครือ รพ. พญาไท และเปาโลเมโมเรียล เมื่อวันที่ 1เม.ย. 2554 ส่งผลให้มี รพ. ในเครือถึง 27 แห่ง โดยมี

Read More

ทางเลือก + ทางรอด Medical Hub

ว่ากันว่ามูลค่าธุรกิจ Health Care ทั่วโลก โดยเฉพาะด้านการแพทย์ ตีเป็นเงินได้ราว 17 ล้านล้านดอลลาร์ ยิ่งผนวกกับแนวโน้มที่ประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ก็ยิ่งเพิ่มมูลค่าตลาดให้กับธุรกิจด้านนี้ ทำให้ “ผู้เล่น” รายใหญ่ในหลายประเทศต้องปรับตัวเพื่อแสวงหาโอกาสดังกล่าวสำหรับประเทศไทย พบว่าในปี 2555 มีชาวต่างชาติเข้ามารักษาพยาบาลในไทยกว่า 2 ล้านครั้ง สร้างรายได้เข้าประเทศราว 121,658 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นอานิสงส์จากนโยบายภาครัฐในการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางบริการด้านสุขภาพ หรือ Medical Hub โดยเฉพาะบริการทางการแพทย์อีกส่วนสำคัญมาจากการปรับตัวของ รพ.เอกชน ซึ่งมีความเคลื่อนไหวอย่างมากในช่วง 3-5 ปีมานี้ โดยเฉพาะก้าวที่ร้อนแรงของเครือ รพ.กรุงเทพ หรือกลุ่มกรุงเทพดุสิตเวชการ (BGH) ที่ทุ่มเงินกว่า 700 ล้านบาท ซื้อหุ้น รพ.กรุงธน (KDH) เพิ่มเติมในสัดส่วน 24.94% จากกลุ่มสุขพันธ์โพธาราม เมื่อ 31 ม.ค. 2556 ส่งผลให้ BGH จะถือหุ้นใน

Read More