วันพุธ, พฤษภาคม 22, 2024
Home > New&Trend > ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ขยายตลาดบ้านระดับพรีเมียม ปั้นแบรนด์ “บ้านลลิล The Prestige” ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง

ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ขยายตลาดบ้านระดับพรีเมียม ปั้นแบรนด์ “บ้านลลิล The Prestige” ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง

ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ปลื้มกระแสตอบรับบ้านระดับพรีเมียม “บ้านลลิล The Prestige” ตอบโจทย์ด้วยงานออกแบบ French Colonial Style หรูหราอย่างมีระดับ เสริมความสะดวกสบายในการอยู่อาศัยด้วยนวัตกรรม ECO Tech

หลังจากส่ง 2 โครงการบ้านระดับพรีเมียมภายใต้แบรนด์ “บ้านลลิล The Prestige” สู่ตลาด ซึ่งได้การตอบรับเป็นอย่างดี ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ พร้อมขยายการพัฒนาแบรนด์บ้านระดับพรีเมียมต่อเนื่องในปีนี้ ย้ำตลาดบ้านกลุ่มเรียลดีมานต์ 2-10 ล้านยังไปต่อได้ทั้งยังครองส่วนแบ่งกว่า 60% ในปัจจุบัน

นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ (LALIN) เปิดเผยว่า “บ้านลลิล The Prestige” เป็นแบรนด์บ้านพรีเมียมระดับราคา 5-8 ล้านบาทที่บริษัทฯ ได้ พลิกโฉมการพัฒนาใหม่ในทุกส่วน เพื่อเจาะตลาดกำลังซื้อระดับบนโดยเฉพาะ ทั้งนี้ได้อัพเกรดวัสดุตกแต่งก่อสร้างให้พรีเมียมยิ่งขึ้น และพัฒนาระบบสาธารณูปโภคส่วนกลาง ให้รองรับไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยในปัจจุบันที่มุ่งเน้นด้านการอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยได้พัฒนา 2 โครงการแรกในย่านประชาอุทิศ-สุขสวัสดิ์ และย่านวงแหวนฯ – ลำลูกกา คลอง 6 รวม 446 ยูนิต มูลค่า 2,100 ล้านบาท ซึ่งทั้ง 2 โครงการล้วนได้รับการตอบรับที่ดีเพราะปัจจัยด้านการออกแบบที่ตอบโจทย์ทั้งด้านประโยชน์ใช้สอย และสุนทรียภาพในการอยู่อาศัยบนทำเลศักยภาพ”

“บ้านลลิล The Prestige ได้นำแนวคิดด้าน E: Environmental (สิ่งแวดล้อม) หนึ่งในแนวคิด ESG ซึ่งประกอบด้วย Environmental (สิ่งแวดล้อม) ,Social (สังคม) และ Governance (บรรษัทภิบาล) ที่บริษัทฯ ได้ใช้เป็นแนวทางเพื่อพัฒนาโครงการในปีนี้ โดยได้นำระบบพลังงานโซล่าร์และเรื่องการรีไซเคิล พร้อมระบบรียูสน้ำมาใช้ในพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ นอกจากนี้ยังได้เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้สามารถใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติได้อย่างร่มรื่น ภายในตัวบ้านมีการปรับมาใช้หลอดไฟ LED ติดตั้งระบบระบายอากาศเพื่อลดความร้อนในตัวบ้าน มีการเลือกใช้สุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ จุดกระจายสัญญาณ WiFi เพื่อรองรับวิถีชีวิตแบบ Digital และล่าสุดเพื่อตอบรับกระแสนิยมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จึงได้ติดตั้งพร้อมวางระบบจุดเชื่อมต่ออีวี ชาร์จเจอร์ไว้ให้ เพื่อรองรับรถยนต์ EV โดยมุ่งเน้นที่จะพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นตอบรับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในทุกช่วงเวลา ซึ่งทีมวิจัยและพัฒนาธุรกิจได้ประสานงานร่วมกับทีมพัฒนาโครงการ เพื่อทำงานควบคู่กับทีมการตลาด คอยปรับรูปแบบสินค้าให้ทันต่อเทรนด์อยู่เสมอ และให้ตอบรับกับพลวัตรของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เพื่อส่งมอบบ้านที่ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง” นายชูรัชฏ์ กล่าวเสริม

โดยล่าสุด ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ได้พัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวภายใต้แบรนด์ “บ้านลลิล The Prestige” ขึ้น บนทำเลที่มีศักยภาพอย่างกรุงเทพฯ โซนเหนือ ที่มีจุดเด่นในด้านระบบคมนาคมอย่างทำเล วงแหวนฯ ลำลูกกา-คลอง 6 ที่ถือเป็นบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียม

สำหรับ “บ้านลลิล The Prestige” เป็นการออกแบบสไตล์ “French Colonial Style” ที่หรูหราในสไตล์ฝรั่งเศส ภายใต้แนวคิด “Beyond Luxury Of Living” โดยตัวโครงการตั้งอยู่บนเนื้อที่ 46 ไร่ รวม 265 ยูนิต ราคาขายอยู่ที่ 4-7 ล้านบาท

จุดเด่นของโครงการนอกจากการดีไซน์ของตัวบ้านแล้ว ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ยังชูความเอ็กซ์คลูซีฟของตัวคลับเฮ้าส์ที่มาพร้อมสระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ รวมถึงเทคโนโลยีต่างๆ ที่นำมาใข้ในโครงกาน ทั้งจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า โซลาร์รูฟ เพื่อเป็นอีกหนึ่งแม่เหล็กดึงดูดลูกค้า

ด้านทำเลที่ตั้งยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทางลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เชื่อมั่นว่าจะตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในแถบกรุงเทพฯ ตอนบน ทั้งด้านคมนาคม ที่มีการพัฒนาถนนสายหลักและทางด่วนจำนวนหลายเส้นทาง อาทิ ถนนกาญจนาภิเษก, ถนนพหลโยธิน, ถนนวิภาวดีรังสิต, ถนนรังสิต-นครนายก, ถนนบางขันธ์-คลองหลวง, ถนนสายไหม และถนนรามอินทรา รวมไปถึงทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ และถนนกาญจนาภิเษก-วงแหวนตะวันออก ที่สามารถเชื่อมต่อกับทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ได้

อีกทั้งตัวโครงการยังตั้งอยู่ใกล้กับแหล่งช็อปปิ้ง ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า บิ๊กซี สาขา ลำลูกกา, โฮมโปร ลำลูกกา, แฟชั่นไอส์แลนด์ ที่จะช่วยเสริมด้าน Lifestyle และการใช้ชีวิตประจำวันได้

สำหรับภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่กรุงเทพฯ ตอนบนนั้น คุณชูรัชฏ์มองว่า ทำเลดังกล่าวเป็นทำเลศักยภาพ เพราะสะดวกในการเดินทาง สามารถเชื่อมต่อไปยังส่วนต่างๆ ได้สะดวก เพราะมีการพัฒนาถนนหลายสาย อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่เป็นแหล่งงานทั้งอุตสาหกรรมการบิน เพราะใกล้กับสนามบินดอนเมือง อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัว เป็นศูนย์กลางของส่วนราชการ นั่นหมายความว่าจำนวนผู้อยู่อาศัย และผู้ที่ต้องการหาที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

“ผมมองว่ามันเป็นทำเลแห่งปัจจุบันและอนาคต” ชูรัชฏ์กล่าวทิ้งท้าย