Home > Banpu

บ้านปูฯ แถลงผลประกอบการไตรมาส 3/2561 โตแกร่ง เดินหน้าสู่ผู้นำธุรกิจด้านพลังงานแบบครบวงจรแห่งเอเชีย-แปซิฟิก

บ้านปูฯ แถลงผลประกอบการไตรมาส 3/2561 โตแกร่ง เดินหน้าสู่ผู้นำธุรกิจด้านพลังงานแบบครบวงจรแห่งเอเชีย-แปซิฟิก เน้นจุดแข็งการผนึกกำลังระหว่างกลุ่มธุรกิจหลักเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านธุรกิจพลังงานแบบครบวงจรแห่งเอเชีย-แปซิฟิก รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2561 ของบริษัทฯ เติบโตตามเป้าหมาย มีรายได้จากการขายรวม 965 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 31,816 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า 245 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 8,078 ล้านบาท) หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 34 โดยมีกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย ค่าเสื่อมและค่าใช้จ่ายตัดจ่าย (EBITDA) รวม 310 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 10,221 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 18 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิรวม 76 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2,506 ล้านบาท) โดยหากพิจารณากำไรจากการดำเนินงานที่ไม่รวมรายการอัตราแลกเปลี่ยนแล้ว

Read More

บ้านปูฯ ร่วมช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในแขวงอัตตะปืออย่างต่อเนื่อง รวมมูลค่ากว่า 5.5 ล้านบาท

บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) นำโดยนายสิทธิรัชต์ ชัยมงคล ผู้อำนวยการสายอาวุโส พัฒนาธุรกิจ-เอเชีย มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในแขวงอัตตะปือ สปป.ลาว จำนวน 4,000,000 บาท แก่นายสมดี ดวงดี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเงิน สปป.ลาว โดยมีนายอาดสะพังทอง สีพันดอน รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเงิน และนายเกียรติคุณ ชาติประเสริฐ เอกอัครราชทูตไทย ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ กระทรวงการเงิน นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว จากความสัมพันธ์อันดีระหว่างบ้านปูฯ กับรัฐบาลและประชาชน สปป.ลาวนับตั้งแต่เริ่มเกิดอุทกภัยในพื้นที่ดังกล่าว บริษัทฯ ตระหนักถึงความเดือดร้อน และได้ให้ความช่วยเหลือทันทีที่เกิดเหตุการณ์ รวมทั้งมุ่งฟื้นฟูและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ทั้งในรูปแบบการบริจาคสิ่งของที่จำเป็นอย่างเร่งด่วน การบริจาคเงินทั้งส่วนของบริษัทฯ และพนักงาน อีกทั้งการสนับสนุนสภากาชาดไทยในการขนส่งสิ่งของบริจาค รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 5,500,000 บาท

Read More

บ้านปู เพาเวอร์ฯ รายงานผลประกอบการครึ่งปีแรก 2561 ปักธงในเวียดนามตามกลยุทธ์ Greener ด้วยธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานลม

ตอกย้ำกลยุทธ์ Greener ด้วยการเริ่มลงทุนธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนามเป็นครั้งแรก เริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มุกะวะในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2561 ขณะที่การก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อื่นๆ ในญี่ปุ่นคืบหน้าตามแผน บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP หนึ่งในผู้นำธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากทั้งพลังงานเชื้อเพลิงทั่วไป (Conventional Power Generation) และพลังงานหมุนเวียน (Renewable Power Generation) ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รายงานผลประกอบการครึ่งปีแรก ปี 2561 ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งและมั่นคง โดยมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) 3,742 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรจากการดำเนินงาน จำนวน 3,211 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งประสิทธิภาพในการเดินเครื่องและจ่ายไฟของโรงไฟฟ้าบีแอลซีพีและโรงไฟฟ้าหงสายังคงอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้บริษัทฯ ยังแสวงหาโอกาสขยายการลงทุนในประเทศที่มีศักยภาพอยู่เสมอ อาทิ การก้าวเข้าไปลงทุนธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศเวียดนามเป็นครั้งแรก นอกจากจะช่วยเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนตามเป้าหมายกำลังผลิต

Read More

บ้านปูฯ รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2561 สร้างการเติบโตต่อเนื่อง เดินหน้าเต็มกำลังสร้างความแข็งแกร่งจากภายในสู่ผู้นำธุรกิจด้านพลังงานแบบครบวงจร

บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจด้านพลังงานแบบครบวงจรแห่งเอเชีย-แปซิฟิก รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2561 ผลการดำเนินงานเติบโตตามเป้าหมาย มีรายได้จากการขายรวม 700 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 22,079 ล้านบาท) และมีกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย ค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่ายตัดจ่าย (EBITDA) เพิ่มขึ้น 11 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 347 ล้านบาท) จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า หรือคิดเป็นร้อยละ 5 ทั้งนี้ หากไม่นับรวมผลกระทบจากค่าใช้จ่ายตามคำพิพากษาคดีหงสาจำนวน 86 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2,713 ล้านบาท) และการที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นที่ส่งผลให้บริษัทฯ รับรู้ขาดทุนในทางบัญชีจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 33 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1,041 ล้านบาท) บริษัทฯ จะมีกำไรสุทธิจำนวน 79 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2,492 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม จากการเดินหน้าการผนึกกำลังกลุ่มธุรกิจหลัก จากธุรกิจต้นน้ำ

Read More

หมดเวลาของถ่านหิน? อาเซียนเน้นพลังงานทดแทน

การแถลงผลประกอบการของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นอกจากจะมีจุดเด่นอยู่ที่ตัวเลขผลประกอบการที่มีกำไรในระดับหลายพันล้านบาทแล้ว ในอีกด้านหนึ่งยังปรากฏภาพของการกำหนดทิศทางของธุรกิจในอนาคตด้วยการลดสัดส่วนพลังงานถ่านหิน ซึ่งสะท้อนภาพภูมิทัศน์ที่ปรับเปลี่ยนไปของการใช้พลังงานในภูมิภาคอาเซียน ที่กำลังปรับเข้าหาพลังงานทดแทนมากขึ้น กรณีดังกล่าวสอดรับกับความเคลื่อนไหวของบี. กริม พาวเวอร์ ที่ร่วมกับธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB: Asian Development Bank) ประกาศความร่วมมือในการขยายธุรกิจพลังงานทดแทนในอาเซียน ผ่านการลงนามในสัญญาสนับสนุนเงินกู้ มูลค่า 235 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 7.3 พันล้านบาท นัยความหมายของการลงนามสนับสนุนเงินกู้ระหว่างบี. กริม พาวเวอร์กับเอดีบี ครั้งนี้ นอกจากจะนับเป็นการสนับสนุนวงเงินกู้ที่มีมูลค่าสูงสุดที่เอดีบีเคยให้การสนับสนุนกับบริษัทในประเทศไทยแล้ว ในอีกมิติหนึ่งยังสะท้อนแนวทางการพัฒนาด้านพลังงานที่เอดีบีพยายามผลักดันให้เกิดขึ้นและสนองตอบต่อความต้องการใช้พลังงานของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน ซึ่งพลังงานได้รับการประเมินในฐานะที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พลังงานทางเลือกที่บี. กริมจะนำมาผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อรุกเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน ภายใต้สัญญาสนับสนุนเงินกู้จากเอดีบี ประกอบด้วยการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานชีวมวล พลังงานจากขยะ พลังงานก๊าซธรรมชาติ รวมถึงการกักเก็บพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง “เงินทุนของเอดีบีจะสนับสนุนการดำเนินงานของบี.กริม เพาเวอร์ ในการลงทุนโครงการผลิตไฟฟ้าตามพื้นที่ต่างๆ ในรูปแบบ Distributed Power Generation และโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่

Read More

บ้านปูผลประกอบการดี มุ่งเป็นผู้นำธุรกิจพลังงานครบวงจร

ข่าวคราวกรณีการคัดค้าน “โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่-เทพา” ของกลุ่มต่อต้านที่ออกมาชุมนุมเรียกร้องให้ยุติโครงการ โดยชุมนุมอยู่บริเวณด้านหน้าสำนักงานสหประชาชาติ หรือ UN เพิ่งได้ข้อยุติเมื่อสัปดาห์ก่อน ด้วยการลงนามในบันทึกข้อตกลงระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและกลุ่มเครือข่ายฯ ในการถอนการศึกษา EHIA โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่-เทพา ขณะที่บริษัทเอกชนที่มีความชำนาญด้านธุรกิจพลังงาน โดยเฉพาะพลังงานไฟฟ้าจากถ่านหินอย่างบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เพิ่งแถลงข่าวเปิดเผยตัวเลขผลประกอบการประจำปี 2560 ว่าบริษัท บ้านปู มีรายได้จากการขายรวม 2,877 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 97,640 ล้านบาท ถือเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้นมากถึง 27 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อีกทั้งบ้านปูฯ ยังมีกำไรสุทธิรวม 234 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 7,942 ล้านบาท มากกว่าปีก่อนถึง 4 เท่าตัว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะราคาถ่านหินที่มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผลมาจากปริมาณการผลิตถ่านหินที่จำกัดของประเทศส่งออกหลัก และปริมาณการขายไฟฟ้าที่สม่ำเสมอของธุรกิจไฟฟ้า ตัวเลขรายได้และกำไรไม่ได้มีเพียงเฉพาะบริษัทบ้านปูใหญ่เท่านั้น ขณะที่บริษัทลูกอย่าง บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะบริษัทที่ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากทั้งพลังงานเชื้อเพลิงทั่วไป (Conventional Power Generation)

Read More

บ้านปูจับธุรกิจปลายน้ำ เดินหมากด้วยพลังงานแสงอาทิตย์

ความแข็งแกร่งของบริษัทบ้านปูดูจะเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตานักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติไม่น้อย ด้วยชื่อชั้นการเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจด้านพลังงานจากถ่านหิน น่าจะสามารถเรียกได้ว่าเป็นมือวางอันดับต้นๆ ในแวดวงธุรกิจพลังงาน กระนั้นเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่ผ่านมา การเปิดตัวบริษัทลูกที่ถือว่าเป็นน้องใหม่แห่งวงการธุรกิจพลังงานอย่างบริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี จำกัด ในฐานะผู้ให้บริการด้านการวางระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร “ถ้าเปรียบบริษัทบ้านปู เป็นเหมือนลูกชาย บริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี ก็เป็นเหมือนลูกสาว” สมฤดี ชัยมงคล กรรมการบริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี จำกัด กล่าวในพิธีเปิด แม้ว่านัยหนึ่งของการเบนเข็มธุรกิจของบ้านปูมาให้ความสำคัญในธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์มากขึ้น จะสอดคล้องกับนโยบายด้านพลังงานของรัฐบาล ที่มีแผนว่าจะพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก โดยแผนดังกล่าวเริ่มตั้งแต่ พ.ศ.2558-2579 (Alternative Energy Development plan: AEDP 2015) ซึ่งกระทรวงพลังงานได้ตั้งเป้าเพิ่มการใช้พลังงานทดแทนโดยรวมของประเทศจาก 13.9 เปอร์เซ็นต์ในปัจจุบัน เป็น 30 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2579 กระนั้นอีกนัยหนึ่งที่น่าขบคิดว่า นี่อาจจะเป็นเหตุผลสำคัญที่เป็นต้นกำเนิดของบริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี นั่นเพราะการขาดทุนสูงถึง 1,534 ล้านบาท ในปี 2558

Read More

บ้านปูเพาเวอร์: ผู้นำธุรกิจพลังงาน รุกตลาด CLMV และเอเชียแปซิฟิก

   การแถลงข่าวประกาศขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ในกลุ่มบ้านปู ที่พร้อมจะเปิดให้ประชาชนผู้สนใจจองซื้อหุ้นที่ราคาเสนอขายสุดท้ายได้ในวันระหว่างวันที่ 18-20 ตุลาคมนี้ หากจะพิจารณาถึงเหตุผลของการระดมทุนในครั้งนี้ นั่นคือการนำเงินที่จะได้มาชำระคืนเงินกู้จากบริษัทแม่ และนำเงินไปลงทุนขยายธุรกิจพลังงานทั้งในและต่างประเทศ เหตุผลดังกล่าวดูจะสะท้อนภาพที่แสดงถึงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนถึงทิศทางในการเดินเกมก้าวต่อไปบนธุรกิจพลังงานของบ้านปู เพาเวอร์ คือนอกเหนือจากการปลดหนี้ที่มีต่อบริษัทแม่ อันมีสาเหตุมาจากการลงทุนในโรงไฟฟ้าหงสาที่มีมูลค่าหนี้มากกว่า 1 หมื่นล้านบาทแล้ว อีกเหตุผลหนึ่งอาจจะหมายถึงจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะตามมาในอีกหลายมิติ หากแต่ในมิติที่กำลังดำเนินไปในครั้งนี้ดูน่าจับตามองเป็นพิเศษ เพราะการที่บ้านปู เพาเวอร์มีหมุดหมายสำคัญที่จะเบนเข็มและตั้งเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่มากขึ้นในการรุกตลาด CLMV และตลาดที่ใหญ่กว่าอย่างกลุ่มประเทศในเอเชียแปซิฟิก ทั้งนี้หากมองในตัวเลขมูลค่าการเสนอขายที่น่าจะได้รับคือ 11,673–13,618 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นการชำระหนี้คืนต่อบริษัทแม่ 90 เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่าบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จะปลอดหนี้โดยสิ้นเชิง ส่งผลให้การใช้เม็ดเงินที่เหลืออีก 10 เปอร์เซ็นต์ในการลงทุนธุรกิจพลังงานในอนาคต เป้าหมายที่ว่าคือการขยายกำลังการผลิต 4,300 เมกะวัตต์ (เทียบเท่า) ภายในปี พ.ศ.2568 โดยมีตลาดใหญ่ที่บ้านปู เพาเวอร์ ให้ความสนใจและมีโครงการอยู่อย่างต่อเนื่องคือกลุ่มประเทศ CLMV ได้แก่ ประเทศกัมพูชา ประเทศเวียดนาม ประเทศเมียนมาร์ และประเทศลาว  ซึ่งวรวุฒิ ลีนานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

Read More

บ้านปูฯ และมหิดลเปิดโครงการ “ค่ายเพาเวอร์กรีน ปีที่ 10” สร้างเยาวชนคนรุ่นใหม่เรียนรู้ “ความหลากหลายทางชีวภาพ”

  บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) โดย  นางอุดมลักษณ์ โอฬาร ผู้อำนวยการสายอาวุโส-องค์กรสัมพันธ์   ร่วมกับคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดย รศ.ดร. รัตนวัฒน์ ไชยรัตน์ รักษาการรองคณบดีฝ่ายวิชาการและกิจการนักศึกษาในฐานะประธานโครงการฯ  และรศ.ดร. สุระ พัฒนเกียรติ รักษาการรองคณบดีฝ่ายบริหารงานวิจัยบริการวิชาการและสารสนเทศ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์  มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดโครงการค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม หรือ “ค่ายเพาเวอร์กรีน” ปีที่ 10 ภายใต้หัวข้อ “ความหลากหลายทางชีวภาพกับการพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน” หรือ Biodiversity for Environmental Development and Sustainability เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างสมดุลและการพัฒนาประเทศได้อย่างยั่งยืน   ตลอดระยะเวลาที่จัดกิจกรรมค่ายฯ ณ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ระหว่าง 12 – 19 ตุลาคมนี้ เยาวชนสายวิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ 5

Read More