Home > Asiatique

เอเชียทีค กลับมาพร้อม 3 ปรากฏการณ์ใหม่ เปิดตัว “เรือสิริมหรรณพ” แลนด์มาร์คใหม่ริมน้ำเจ้าพระยา

เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เผยการกลับมาพร้อม 3 ปรากฏการณ์ใหม่ ด้วยแนวคิด Heritage Alive พร้อม “เรือสิริมหรรณพ” แลนด์มาร์คใหม่ริมน้ำเจ้าพระยา “Living Museum & Art Festival” แหล่งเรียนรู้ทางศิลปะวัฒนธรรมในรูปแบบสร้างสรรค์ และ “New Mega F&B Destination” สวรรค์นักชิมที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และความชื่นชอบ มุ่งยกระดับโครงการสู่สุดยอดจุดหมายปลายทางด้วยร้านค้าหลากลหลายตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของทุกกลุ่ม แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น หรือ AWC ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทยที่มุ่งเน้นตอบสนองไลฟ์สไตล์แบบครบวงจร ยกระดับเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ สู่ความเป็นจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์ของทั้งคนไทยและพร้อมรับการท่องเที่ยวระดับโลก เผยสามปรากฏการณ์สุดยิ่งใหญ่ที่จะมาปลุกความมีชีวิตชีวาริมน้ำเจ้าพระยาอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว “เรือสิริมหรรณพ” แลนด์มาร์คใหม่ริมน้ำเจ้าพระยา ที่สร้างจากต้นแบบเรือใบสามเสาลำสุดท้ายในราชการกองทัพเรือ เรือแห่งประวัติศาสตร์ที่นำพาความรุ่งเรืองจากโพ้นน้ำตะวันตกมาสู่ผืนดินสยาม ซึ่งจะเทียบท่าถาวร ณ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เพื่อให้คนไทยและชาวโลกได้ร่วมหวนรำลึกถึงเสน่ห์ของเรือแห่งตำนาน “Living Museum & Art

Read More

ศูนย์การค้ารื้อระบบค่าเช่า เอเชียทีคปิด 3 เดือนปรับใหญ่

ผลพวงพิษ “โควิด-19” พลิกโฉมธุรกิจศูนย์การค้าอย่างสิ้นเชิง ทั้งการปรับพื้นที่ตามมาตรการ Social Distancing จัดระบบการป้องกันการแพร่ระบาด และที่สำคัญ คือ “ค่าเช่า” ซึ่งเคยเป็นรายได้หลักก้อนใหญ่ เพราะบรรดาร้านค้าเจอปัญหารายได้เป็น “ศูนย์” ทันทีหลังประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ปิดให้บริการชั่วคราว แม้ล่าสุดมีการคลายล็อกดาวน์บ้างแล้ว แต่คาดว่าจำนวนลูกค้าจะฟื้นกลับมาไม่ถึง 50% ภาพสะท้อนที่เห็นชัดเจน กรณีผู้ประกอบการร้านค้าศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ รวมตัวเรียกร้องขอลดค่าเช่า ซึ่งต้องยอมรับว่าฝ่ายผู้บริหารรีบออกมาจัดการปัญหาทั้งหมด เพื่อไม่ให้เสียบรรยากาศการจับจ่าย โดยนายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็มบีเค จำกัด (มหาชน) ตัดสินใจนัดประชุมผู้ประกอบการร้านค้าและได้ข้อตกลงอย่างรวดเร็ว 4 ข้อ ข้อแรก ผู้เช่าสัญญาระยะสั้น แบ่งเป็น ผู้ประกอบการร้านค้าที่ดำเนินธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) จะได้รับส่วนลดเรียงตามลำดับ เริ่มจากส่วนลด 70% ในเดือนมิถุนายน 60% ในเดือนกรกฎาคม และ 50% ในเดือนสิงหาคม ผู้ประกอบการร้านค้าประเภทอื่นๆ

Read More

ไอคอนสยามเร่งเฟส 2 สู้ศึก “เอเชียทีค” ทุ่มทุนระลอกใหม่

“ไอคอนสยาม” อภิมหาโครงการของค่ายสยามพิวรรธน์และเครือซีพี กำลังเร่งเสริมกลยุทธ์ครั้งใหญ่ ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจที่บรรดากูรูต่างฟันธงตรงกันว่า ปี 2563 จะหนักหนาสาหัส โดยเฉพาะตัวเลขรายได้จากการท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มเติบโตต่ำกว่าคาดการณ์ รวมถึงแนวรบริมฝั่งน้ำเจ้าพระยาจะดุเดือดเพิ่มอีกหลายเท่า เมื่อล่าสุด วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ของกลุ่มตระกูล “สิริวัฒนภักดี” ออกมาประกาศความพร้อมลุยขยายโครงการ “เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์” ยกระดับเป็นมิกซ์ยูสโปรเจกต์ “จุดหมายปลายทางระดับโลก” พื้นที่รวม 100 ไร่ เม็ดเงินลงทุนกว่า 30,000 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 3-5 ปี และแบ่งเป็น 4 เฟส คือ 1. พื้นที่เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์เดิม จะต่อเติมหลังคาและปรับช่องลม-แดด เพื่อให้เปิดบริการได้ตลอดทั้งวันจากปัจจุบันที่เปิดให้บริการเฉพาะช่วงเย็นและกลางคืน 2. พื้นที่บริเวณโกดังเก่า 100,000 ตารางเมตร

Read More

เปรมินทร์ เลอนรเสฏฐ์ พลิกเกม “เซ็นเตอร์พอยท์” ถึง “เอเชียทีค”

“ทีซีซี กรุ๊ป ตั้งเป้าผลักดันเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เป็นเวิลด์เดสทิเนชั่น อย่างน้อยภายในปี 2020 ต้องเห็นภาพชัดเจนในระดับเอเชียและในระดับโลกต้องไม่เกินปี 2025 เพราะเป็นโมเดลใหญ่ ต้องทำให้เพอร์เฟกต์มากที่สุด” เปรมินทร์ เลอนรเสฏฐ์ ผู้จัดการทั่วไป โครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ กลุ่มบริษัท แอสเสท เวิรด์ รีเทล จำกัด ภายใต้การบริหารงานของบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป (ทีซีซี กรุ๊ป) กล่าวกับ “ผู้จัดการ 360 องศา” ถึงเป้าหมายสำคัญหลังโยกย้ายจากเซ็นเตอร์พอยท์ ออฟ สยามสแควร์ ให้เข้ามาบริหารโครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ท่ามกลางสงครามค้าปลีกริมฝั่งน้ำเจ้าพระยาที่กำลังคึกคักและร้อนแรงสุดขีด แน่นอนว่า ระยะเวลาไม่ถึง 4 เดือนในตำแหน่งหน้าที่ใหม่ เปรมินทร์เห็นทันทีถึงโจทย์การตลาดของเอเชียทีคที่ต่างจากเซ็นเตอร์พอยท์ฯ อย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าและแนวรบธุรกิจค้าปลีกริมน้ำ แต่เป้าหมายเหมือนกัน คือ ทำอย่างไรที่จะขยายตลาดและตอบโจทย์ลูกค้าให้ได้มากที่สุด จริงๆ แล้ว จุดเริ่มต้นของผู้บริหารสาวไม่ได้เติบโตจากสายมาร์เก็ตติ้งหรือธุรกิจค้าปลีก

Read More

ศึกเคานต์ดาวน์สองฝั่งน้ำ ไอคอนสยาม-เอเชียทีค

การเปิดตัวอภิมหาโครงการ “ไอคอนสยาม” เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 กระตุ้นความคึกคักขีดสุดให้ตลาดค้าปลีกริมน้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะการโหมโรงสู่เทศกาลเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าเข้าสู่ปี 2562 ระหว่าง “เอเชียทีค” ในฐานะที่ 1 ทัวริสต์เดสทิเนชั่นริมฝั่งน้ำตลอด 7 ปีที่ผ่านมากับ “ไอคอนสยาม” ซึ่งปีนี้ทุ่มงบจัดเต็มแบบครบเครื่อง เพื่อชิงตำแหน่งเคานต์ดาวน์เดสทิเนชั่นของโลก ทั้งนี้ ไอคอนสยามถือเป็น 1 ในจุดหมายของงาน Amazing Thailand Countdown 2019 ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กำหนดจัดงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ใน 5 แห่ง แบ่งเป็นพื้นที่กรุงเทพฯ 1 แห่ง คือ ไอคอนสยาม และอีก 4 แห่งในเมืองรองแต่ละภาค ได้แก่ นครพนม เชียงราย ราชบุรี และสตูล เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยและกระจายรายได้ลงไปสู่ฐานราก ซึ่ง ททท. คาดว่าระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม

Read More

เอเชียทีค ลุยโรดโชว์-เทรดโชว์ เจาะตลาดท่องเที่ยวยุโรป-ตะวันออกกลาง คาดปี 61 นักท่องเที่ยวทะลุ 16 ล้านคน เติบโตกว่า 10%

เปรมินทร์ เลอนรเสฏฐ์ ผู้จัดการทั่วไป โครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ กลุ่มบริษัท แอสเสท เวิรด์ รีเทล จำกัด ภายใต้การบริหารงานของบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (TCC GROUP) เปิดเผยว่า ปัจจุบันโครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ยังคงร่วมมือกับหลากหลายกลุ่มธุรกิจ เพื่อให้เกิดการสร้างสรรค์กิจกรรมที่น่าสนใจและตอบโจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในโครงการฯ ล่าสุดได้เปิดตัว นาฏยศาลา หุ่นละครเล็ก (โจหลุยส์) หลังจากห่างหายไปนานกว่า 8 ปี โดยกลับมาพร้อมกับไฮไลท์การแสดงชุดใหม่ ตลอดจนรูปแบบการแสดงที่แปลกใหม่ หลากหลาย และพิเศษยิ่งกว่าเดิม ภายใต้แนวคิดการแสดงที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมที่สวยงามเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ และการเล่าเรื่องราวให้สอดคล้องกับปัจจุบัน ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ รวมถึงการเปิดตัว Ownory ร้านจิวเวลรี่ดีไซน์เก๋ผสมผสานแฟนชั่นสมัยใหม่และความเป็นไทยได้อย่างลงตัวจนกลายเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวอย่างมากในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังร่วมกับแบรนด์ชั้นนำ อาทิ BSC Cosmetology เปิดร้าน Beauty Station ศูนย์รวมสินค้าความงามแบรนด์ชั้นนำมากมาย ร้านลาวญวน (Lao

Read More

นับถอยหลัง “ไอคอนสยาม” ศึกค้าปลีกโค้งน้ำเจ้าพระยา

นับถอยหลังอีกไม่กี่เดือน อภิมหาโครงการ “ไอคอนสยาม” ของกลุ่มร่วมทุน 3 บริษัทยักษ์ใหญ่ คือ สยามพิวรรธน์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น (ในเครือซีพี) จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ พร้อมๆ กับการเริ่มต้นลุยสมรภูมิค้าปลีกริมฝั่งน้ำเจ้าพระยาระลอกใหม่ที่มีทั้ง “เอเชียทีค” ของเจริญ สิริวัฒนภักดี และโครงการ “ล้ง 1919” ของกลุ่มตระกูลหวั่งหลี ที่ฉีกแนวเจาะกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบแนวศิลปวัฒนธรรมชนชาติจีน แน่นอนว่า โค้งน้ำเจ้าพระยากำลังจะพลิกโฉมอีกครั้ง ซึ่งหัวเรือใหญ่ไอคอนสยาม ชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท สยามพิวรรธน์ ย้ำกับสื่อมาตลอดว่า ไอคอนสยามจะเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่สร้างเมืองแห่งความรุ่งโรจน์อันเป็นนิรันดร์ (The Icon of Eternal Prosperity) จุดประกายคุณค่าของแม่น้ำเจ้าพระยา 3 เรื่อง เรื่องแรก คือการสัญจรไปมาทุกระบบการขนส่ง สอง คือเรื่องเศรษฐกิจริมแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งหมด และสาม คือการพัฒนาชุมชนรอบๆ โดยตั้งเป้าหมายดึงดูดผู้คนเข้ามาใช้ชีวิต ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมกว่า

Read More

เอเชียทีคทอดสมอขยายพอร์ต ปรับแผนธุรกิจริมน้ำเจ้าพระยา

  “แลนด์มาร์ค” ดูจะเป็นคำจำกัดความที่อาจมีความหมายถึงเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ทางธุรกิจของบรรดานักธุรกิจ รวมไปถึงนักลงทุนแถวหน้าของไทยในห้วงเวลานี้ และแน่นอนว่าแลนด์มาร์คดูจะไม่ได้ถูกจำกัดวงอยู่แต่เฉพาะธุรกิจภาคเอกชนเท่านั้น หากแต่ยังถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประดุจเรือธงที่สะท้อนถึงเป้าประสงค์ในการพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยของภาครัฐอีกด้วย สัปดาห์ที่ผ่านมา อีก 1 โครงการที่สำคัญและนับเป็นโครงการใหญ่ระดับชาติของภาครัฐกับอภิมหาโปรเจ็กต์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่อุดมไปด้วยความหวังว่าจะเป็นโครงการที่สะท้อนให้เห็นถึงการเดินหน้าและพัฒนาด้วยความหวังที่จะทัดเทียมประเทศที่พัฒนาไปไกลแล้วของประเทศในทวีปเอเชีย และแม้ว่าโครงการที่ถูกวาดฝันให้เป็นแลนด์มาร์คบนริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาดังกล่าวจะอยู่ในขั้นตอนของการออกแบบหลังจากผ่านการอนุมัติจากรัฐบาล และแม้ว่าการทำประชาพิจารณ์จะยังมีข้อกังขาอยู่บ้างก็ตาม หากแต่โครงการดังกล่าวยังเต็มไปด้วยกระแสเสียงทั้งฝั่งที่เห็นด้วยพร้อมเหตุผลที่ว่า โครงการดังกล่าวจะเป็นการเพิ่มพื้นที่สำหรับการพักผ่อนและกิจกรรมสันทนาการต่างๆ และเสียงที่ไม่เห็นด้วย ทั้งจากเหตุผลในเรื่องของผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ความกว้างของแม่น้ำเจ้าพระยาที่จะถูกลดทอนลง สภาพความเป็นไปของผังเมืองที่ไม่สอดคล้องกับความสะดวกของผู้อยู่อาศัยริมแม่น้ำ รวมไปถึงข้อผิดพลาดในเรื่องการออกแบบทางสถาปัตยกรรมที่ยังถูกวิจารณ์ดังอย่างต่อเนื่องและไม่ได้จำกัดวงการพูดคุยอยู่เพียงแต่ในสภากาแฟยามเช้าเท่านั้น  ท่ามกลางกระแสวิจารณ์ที่หนักหน่วงขึ้น กระนั้นโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาก็ยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ประหนึ่งว่าหากล้มเลิกโครงการนี้จะส่งผลเสียต่อประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง ทั้งนี้ตัวเลขรายได้จากบรรดาธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับแม่น้ำประหนึ่งเส้นเลือดใหญ่ของไทยอย่างแม่น้ำเจ้าพระยาที่ทำให้ประเทศมีรายได้ต่อปี 3 แสนล้านบาท ทั้งจากธุรกิจโรงแรม ภัตตาคาร ร้านอาหาร เรือท่องเที่ยว เรือด่วน เรือลากจูง  เมื่อพิจารณาจากตัวเลขดังกล่าวแล้วจึงไม่น่าแปลกใจนักหากที่ดินริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาจะกลายเป็นพื้นที่ที่ถูกหมายปอง เพราะหากเทียบกับรายได้ที่เข้าประเทศที่มากถึง 3 แสนล้านบาทต่อปี นั่นอาจสะท้อนให้เห็นตัวเลขรายได้ต่อธุรกิจต่างๆ ที่สูงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ความเป็นไปของกระแสน้ำที่กำลังดำเนินไปตามครรลองแห่งธรรมชาติ กำลังจะถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นไปตามครรลองของกระแสเงินตราและผลกำไรของนักลงทุนหรือไม่ เมื่อการกระจุกตัวของห้างร้าน ศูนย์การค้าในเมืองนั้นเริ่มเผยให้เห็นถึงความแน่นขนัด จนแทบจะมองไม่เห็นพื้นที่ว่างที่จะสามารถสร้างประโยชน์ใดๆ ได้อีก  การขยับขยายออกมายังพื้นที่รอบนอกกรุงเทพฯ จึงเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาของกรุงเทพฯ ฝั่งใต้ ทั้งนี้จากปีที่ผ่านมา (2558) มีการลงทุนทำธุรกิจของภาคเอกชนไทยมีมูลค่าสูงถึง 150,000 ล้านบาท โดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สามารถเชื่อมโยงธุรกิจสู่การท่องเที่ยวและวัฒนธรรมริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาได้  ทิศทางของกระแสธุรกิจริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่กำลังเชี่ยวกรากไหลแรงยิ่งกว่ากระแสน้ำ ดังนั้นในช่วงเวลาย้อนหลังไป 2-3 ปีจนปัจจุบัน

Read More

“เจริญ” เปิดศึกระลอกใหม่ ไล่บี้เป้าหมายยึดตลาดรีเทล

 เจริญ สิริวัฒนภักดี ประกาศวิสัยทัศน์ชัดเจนตั้งแต่เปิดตัวบิ๊กโปรเจ็กต์ “เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟรอนท์” ต้องการเป็นผู้นำธุรกิจศูนย์การค้าในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ภายใน 10 ปี โดยเร่งสร้างและขยายแบรนด์ค้าปลีกในอาณาจักร เพื่อผุดสาขาทั้งในไทยและบุกทุกประเทศของภูมิภาค แต่ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เจริญต้องปรับกระบวนทัพหลายรอบและดูเหมือนว่า ปี 2558 จะเป็นก้าวย่างสำคัญในการเปิดศึกค้าปลีกระลอกใหม่อย่างเต็มรูปแบบ   จากเดิม “ทีซีซีแลนด์” ที่มีวัลลภา และโสมพัฒน์ ไตรโสรัส เป็นผู้กุมบังเหียนหลักและแบ่งแยกทีมดูแลแบรนด์ค้าปลีกแต่ละแบรนด์ เจริญสั่งปรับโครงสร้างธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กลุ่มรีเทล โดยจัดตั้งบริษัทลูก ทีซีซีแลนด์ แอสเสท เวิลด์ รวมการบริหารงานกลุ่มค้าปลีกทุกแบรนด์และอยู่ภายใต้นโยบายการบริหารของทีซีซีแลนด์  ประกอบด้วย 1. เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟรอนท์  2. เกตเวย์ เอกมัย 3. เซ็นเตอร์พอยท์ ออฟ สยามสแควร์ 4. พันธุ์ทิพย์  ซึ่งล่าสุดมี 3 สาขาที่ประตูน้ำ งามวงศ์วาน และบางกะปิ 5.

Read More

“ทีซีซี” ปูพรม “เอเชียทีค” เปิด “ลิงค์เกจ” ยึดอาเซียน

 “ทีซีซีแลนด์” ใช้เวลาปีกว่าๆ ปลุกปั้น “เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟรอนท์” โครงการไลฟ์สไตล์ริมน้ำขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียและกำลังเร่งเดินสายโรดโชว์ไปทั่วโลก เพื่อสร้างแบรนด์ “เอเชียทีค” ในฐานะศูนย์การค้ารูปแบบ “ไลฟ์มิวเซียม” ที่มีจุดขายและจุดต่างจากชอปปิ้งมอลล์ค่ายอื่นๆ   เป้าหมายไม่ใช่แค่การเปิด “ลิงค์เกจ” เชื่อมโครงข่ายธุรกิจริมน้ำเจ้าพระยาตามมาสเตอร์แพลน แต่เจริญ สิริวัฒนภักดี ประกาศวิสัยทัศน์ชัดเจน ต้องการเป็นผู้นำธุรกิจศูนย์การค้าและตลาดเฉพาะทางในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ภายใน 10 ปี มีสาขากระจายอยู่ในทุกประเทศของภูมิภาค การเปิดตัว “เอเชียทีค” สาขาแรกบนที่ดินมากกว่า 70 ไร่ มีหน้ากว้างติดริมแม่น้ำเจ้าพระยายาวกว่า 300 เมตร และพื้นที่ใช้สอยรวมกว่า 80,000 ตารางเมตร จึงพุ่งเป้าสร้างศักยภาพรองรับกลุ่มเป้าหมายระดับนานาชาติ ไม่ใช่คอมมูนิตี้มอลล์จับกลุ่มชุมชนท้องถิ่นเท่านั้น และวางแผนต่อยอด “บิ๊กโปรเจ็กต์” ที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกหลายโครงการ ทั้งในกลุ่มโรงแรม คอนโดมิเนียม ค้าปลีก และธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ฐวัฒน์ สมมะโนพัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด โครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ บริษัท ริเวอร์ไซด์ มาสเตอร์แพลน

Read More