Home > แมนพาวเวอร์กรุ๊ป

แมนพาวเวอร์กรุ๊ป จัดอันดับ 10 พฤติกรรมบนวิถี New Normal หลังโควิด

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในภาคภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรมและภาคแรงงาน ต่างมีการปรับตัวเพื่อรับมือและสอดรับกับวิถีชีวิตแบบปกติใหม่ (New Normal) ล่าสุด “แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย” ได้ทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่างร่วมตอบแบบสอบถามจำนวน 1,124 คน ในหัวข้อ “วิถีชีวิตแบบใหม่หลังโควิดส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของคุณอย่างไร” พร้อมเผย 10 อันดับปรากฎการณ์วิถีชีวิตแบบใหม่หลังโควิดที่ถึงแม้ว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะเริ่มเข้าสู่ระยะปลดล็อคมาระยะหนึ่งแล้ว แต่พฤติกรรมหลายอย่างได้เปลี่ยนแปลงไปจนกลายเป็นวิถีชีวิตแบบปกติใหม่ของผู้คนในปัจจุบัน แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย ในฐานะที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญตลาดแรงงานเชิงนวัตกรรมชั้นนำระดับโลก ได้จัดอันดับ 10 พฤติกรรมที่ส่งผลต่อวิถีการดำเนินชีวิตและการทำงานไว้ดังนี้ สำหรับอันดับที่หนึ่ง 90.91% คือ พฤติกรรมเกี่ยวกับรูปแบบการช้อปปิ้งออนไลน์ ซึ่งเห็นได้ชัดในสถานการณ์ครั้งนี้ที่เป็นปัจจัยสนับสนุนให้ตลาดอี-คอมเมิร์ซ เติบโตพุ่งขึ้นไปอีก ข้อมูลจากบริษัท ไพรซ์ซ่า จำกัด มีคาดการณ์ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ หรือช้อปออนไลน์ในกลุ่ม C2C หรือ Customer to Customer ไม่รวมบริการจองที่พักโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน ดิจิทัลคอนเทนต์ และบริการอื่น ๆ ระบุว่าในปี 2563 ธุรกิจช้อปออนไลน์มีมูลค่าที่ 220,000 ล้านบาท

Read More

อาชีพไหนเนื้อหอม-มาแรง ในยุคบิสซิเนสดิสรัปชั่น (Business Disruption)

แมนพาวเวอร์กรุ๊ป เผยผลวิจัยอาชีพไหนเนื้อหอม-มาแรง ในยุคบิสซิเนสดิสรัปชั่น (Business Disruption) จากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย ส่งผลให้ภาคธุรกิจและกลุ่มแรงงานมีการปรับตัว เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ และยังทำให้เกิดรูปแบบการทำงานแบบใหม่ จากวิถีความปกติในรูปแบบใหม่ หรือ New Normal ล่าสุด “แมนพาวเวอร์กรุ๊ป” ได้ทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่างประมาณ 1,246 คน จากแรงงานในหลายอาชีพว่ามีกลุ่มอาชีพในสายงานใดที่คนทำงานต้องการทำท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 นับเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของแรงงานในยุคที่เรียกได้ว่า “การหยุดชะงักทางธุรกิจ” หรือ “Business Disruption” แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ในฐานะที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญตลาดแรงงานเชิงนวัตกรรมชั้นนำระดับโลก ได้จัดอันดับกลุ่มอาชีพจากผลการสำรวจ ไว้ดังนี้ สำหรับกลุ่มอาชีพและสายงานที่ขึ้นมาเป็นอันดับแรก คือ กลุ่มอาชีพอิสระต่าง ๆ คิดเป็น 12.76 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในกลุ่มนี้ประกอบด้วยคนทำงานประจำที่ต้องการทำงานเสริมเพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมจากช่วงการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ตลอดระยะเวลากว่า 4 เดือนที่ผ่านมาหลายองค์กรปรับรูปแบบการทำงาน Work from Home ทำให้มีการจัดสรรเวลาโดยการทำงานที่เป็นอาชีพอิสระที่นำทักษะความรู้มาต่อยอดเป็นการสร้างโอกาสและรายได้ควบคู่กัน และผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ต้องการทำงานอิสระจากงานระยะสั้นประเภทต่างๆ อาจะเป็นงานเดียวหรือหลายงานในเวลาเดียวกันเพื่อสร้างรายได้ ส่วนกลุ่มที่สองเป็นกลุ่มอาชีพด้านโลจิสติกส์, ซัพพลายเชนส์ และการขนส่งเดลิเวอรี่ คิดเป็น 10.32 เปอร์เซ็นต์ นับว่าเป็นช่วงเวลาที่กลุ่มดังกล่าวมีการเติบโตอย่างมาก โดยเฉพาะการรองรับการซื้อสินค้าออนไลน์ หรืออี-คอมเมิร์ซ

Read More

เอ็กซ์พีริส-แมนพาวเวอร์กรุ๊ป เผย 9 อันดับแรงงานด้านไอทีเนื้อหอม ภาคธุรกิจต้องการสูง

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการดำเนินธุรกิจและการทำงาน ส่งผลให้ตลาดแรงงานโดยเฉพาะสายงานด้านไอทีมีความต้องการสูง เนื่องจากการผลักดันนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และการก้าวสู่ยุคดิจิทัล ล่าสุด"เอ็กซ์พีริส (Experis)" บริษัทในเครือแมนพาวเวอร์กรุ๊ป ทำการสำรวจและเปิดเผยถึงกลุ่มงานทางด้านไอทีจากผู้ประกอบการ 8 กลุ่มธุรกิจ พร้อมจัดอันดับ 9 สายงานเนื้อหอมที่ตลาดต้องการ หวังกระตุ้นตลาดแรงงานปรับตัว จากผลการสำรวจของ "เอ็กซ์พีริส ประเทศไทย" ผู้เชี่ยวชาญในการสรรหาบุคลากรในระดับผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญพิเศษ บริษัทในเครือแมนพาวเวอร์กรุ๊ป พบว่า ความต้องการของบุคลากรทางด้านไอทีและดิจิทัลยังเติบโตและเป็นที่ต้องการอย่างต่อเนื่องของทั้งภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม โดยมีปัจจัยจากนโยบายขับเคลื่อนประเทศไทยแลนด์ 4.0 และเป็นผลจากความก้าวหน้าและการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานเต็มรูปแบบของยุคดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น และจากการสำรวจทิศทางตลาดงานดังกล่าวทาง “เอ็กซ์พีริส” ได้จัดอันดับความต้องการแรงงานสายอาชีพไอที ปี 2562 จากข้อมูลการสรรหาบุคลากรสายอาชีพไอทีในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา พบว่ามี 9 กลุ่มสายงานที่กำลังเป็นที่ต้องการอย่างต่อเนื่อง โดยสำรวจจากกลุ่มลูกค้าภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรม ได้แก่ กลุ่มค้าปลีก อีคอมเมิร์ซ สถาบันการเงิน โทรคมนาคม การขนส่ง อุตสาหกรรมการผลิต ที่ปรึกษาและให้บริการด้านไอที ดังนี้ อันดับแรกสายงาน Programmer & Developer ปัจจุบัน ภาคธุรกิจมีการเร่งพัฒนาระบบงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ และแอปพลิเคชันที่รองรับการใช้งานบนสมาร์ทดีไวซ์ทุกแพลตฟอร์ม

Read More

แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ลุยสำรวจนายจ้าง 19,000 ราย ระบบอัตโนมัติ-หุ่นยนต์มาแทนมนุษย์จริงไหม?

ปัจจุบันถือว่าเป็นยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการทำงานเพิ่มมากขึ้น มนุษย์มีการพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยี รวมทั้งหุ่นยนต์ให้มาทำงานแทนมนุษย์จริงหรือ แมนพาวเวอร์กรุ๊ปเผยผลวิจัยยุคปฏิวัติทักษะ 4.0 ชี้ว่าระบบอัตโนมัติเข้ามามีบทบาททำให้เกิดงานใหม่ๆ องค์กรธุรกิจต่างๆ ตั้งรับด้วยการเดินหน้าพัฒนาทักษะบุคลากรเพื่อให้เป็นมิตรกับเครื่องจักรนำพาประโยชน์สูงสุดกลับมาสู่องค์กร และจากการตั้งคำถามมากมายในยุคของการปฏิวัติทักษะ 4.0 แรงงานหุ่นยนต์จะเข้ามาแทนที่มนุษย์หรือไม่ทำให้มีข้อโต้แย้งมากว่าทศวรรษ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วดูเหมือนจะเป็นในเชิงตรงข้ามมากกว่า จากงานวิจัยของแมนพาวเวอร์กรุ๊ป จากการสอบถามนายจ้าง 19,000 ราย ใน 44 ประเทศเกี่ยวกับผลกระทบของระบบอัตโนมัติที่มีต่อการเติบโตของงานในองค์กรของพวกเข้าในอีก 2 ปีข้างหน้า และตำแหน่งหน้าที่ที่นายจ้างวางแผนจะเพิ่มจำนวนพนักงานมากที่สุดและประเภทของทักษะที่พวกเขากำลังมองหา รวมทั้งกลยุทธ์การสร้างบุคลากรที่มีความสามารถสูงที่นายจ้างจะใช้เพื่อมองหาแรงงานที่เหมาะสมกับองค์กรในอนาคต จากผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า นายจ้าง 87 เปอร์เซ็นต์ วางแผนที่จะเพิ่มหรือคงไว้ซึ่งจำนวนบุคลากร ซึ่งเป็นผลมาจากการนำระบบอัตโนมัติมาใช้เป็นระยะเวลา 3 ปีต่อเนื่องกัน แทนที่จะลดการจ้างงาน นอกจากนี้ องค์กรต่างๆ ยังมีการลงทุนในระบบดิจิทัล โยกย้ายงานให้หุ่นยนต์เพื่อสร้างงานใหม่ ในขณะเดียวกัน เหล่าบรรดาบริษัทได้เพิ่มพูนทักษะของบุคลากรเพื่อให้แรงงานมนุษย์สามารถปฏิบัติหน้าที่ใหม่เป็นการเสริมเพิ่มเติมจากงานที่ใช้เครื่องจักรดำเนินการ ส่งผลให้การปฏิวัติทักษะเป็นกระแสที่มาแรงในขณะนี้ อย่างไรก็ตาม ระบบอัตโนมัติกำลังสร้างงานและแนวโน้มจะยังคงเป็นเช่นนั้น ทางด้านนายจ้างจำนวนมากขึ้นมีการคาดการณ์ใน 3 ปีหลังจากนี้ว่าจะมีการเพิ่มหรือคงไว้ซึ่งจำนวนแรงงานที่เป็นผลจากระบบอัตโนมัติจาก 83 เปอร์เซ็นต์เป็น 87 เปอร์เซ็นต์ ขณะเดียวกันสัดส่วนของบริษัทที่น่าจะลดจำนวนงานลงจาก 12 เปอร์เซ็นต์ เป็น

Read More

มาทำความรู้จักกับบทบาทผู้นำ “ยุคดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น”

ปัจจุบัน องค์กรธุรกิจยุคใหม่กำลังอยู่ในช่วงของการปรับปรุงกระบวนการทำงาน และแสวงหานวัตกรรม ที่จะสามารถแก้ปัญหาและลดอุปสรรค ในการดำเนินงานแบบเดิมๆ เพื่อเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้ก้าวไปในทิศทางเดียวกันกับโลกยุคปัจจุบันได้ จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทและเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้การทำงานยุคดิจิทัลที่เพิ่มการเชื่อมโยงในการติดต่อ ความคล่องตัว ความสะดวกสามารถทำงานได้ไม่จำกัดเวลาและสถานที่ ซึ่งทั้งหมดก็เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในการปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วนั่นเอง ดังนั้น ถ้าหากเราต้องการที่ก้าวสู่ยุคดิจิทัล และเป็นที่ต้องการขององค์กร สิ่งที่ต้องทำคือการปรับตัวให้มีความรู้ ความสามารถ โดยยกระดับทักษะในการใช้เทคโนโลยี และอุปกรณ์ทันสมัยรูปแบบใหม่ ๆ รวมไปถึงต้องอัพเดทความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้การเป็นคนที่สามารถทำงานในองค์กรยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดอยู่เสมอ วันนี้ “ไรท์ แมเนจเมนท์” บริษัทในเครือ “แมนพาวเวอร์กรุ๊ป” ได้ทำการสำรวจและได้นำกฎกับหลักทฤษฎีที่ผู้นำองค์กร ซึ่งเป็นแม่ทัพใหญ่ในการบัญชาการต้องทำเพื่อก้าวสู่ผู้นำแบบดิจิทัล การเป็นผู้นำเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงธุรกิจด้วยแนวคิดดิจิทัล จากผลการสำรวจพบว่าหากองค์กรที่เปิดรับการเปลี่ยนแปลงก้าวสู่ดิจิทัล จะทำให้องค์กรนั้นมีกำไรมากกว่าคู่แข่งถึง 26% และมีมูลค่าทางการตลาดสูงขึ้น 12% อย่างไรก็ตาม จากการปรับตัวของหลายองค์กรเพื่อรองรับการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยี ซึ่งเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจและองค์กรให้ประสบความเร็จ “ผู้นำ” ถือเป็นกลไกสำคัญ แต่อย่างไรก็ตาม หลายๆองค์กรคงหลีกเลี่ยงความท้าทายของการเปลี่ยนแปลงที่จะมีผลต่อวัฒนธรรมองค์กรไม่ได้ ดังนั้น การสร้างความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงขององค์กรจะต้องสร้างวัฒนธรรมเชิงนวัตกรรมขึ้นก่อน โดยการเปิดรับการเปลี่ยนแปลง และเตรียมการรับมือกับความเสี่ยงที่คาดการณ์ไว้ อีกทั้งยังต้องพร้อมสำหรับความล้มเหลวที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงจะต้องเริ่มจากผู้บริหารระดับสูง และผู้นำองค์กรต้องเปลี่ยนวิธีการนำให้ต่างจากเดิม ถึงแม้การเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานจะก่อให้เกิดความขัดแย้ง เพราะการเปลี่ยนแปลงส่งผลต่อการตัดสินใจกับความก้าวหน้า และกรอบงานเดิมๆ นั้น การสร้างผู้นำที่ใช่กับรูปแบบการทำงานที่เหมาะสมจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ

Read More