Home > ธุรกิจอีเวนต์

CMO ขานรับนโยบายเปิดประเทศ เดินหน้าตามแผน เชื่อธุรกิจอีเวนต์ยังมีความหวัง

“ซีเอ็มโอ” ประกาศเดินหน้าแผนยุทธศาสตร์ขานรับนโยบายเปิดประเทศพร้อมเพิ่มทุนเพื่อต่อยอดธุรกิจ เชื่อธุรกิจอีเวนต์ยังไม่หมดหวัง ผู้ประกอบการต่างปรับตัวเน้นจัดกิจกรรมผ่านออนไลน์ หวังอีเวนต์ปลายปีกลับมาคึกคักรับไฮซีซัน มั่นใจปีหน้ารายได้กลับมาแตะ 1,400 ล้านบาท สถานกาณ์โควิด-19 ที่แพร่ระบาดมาตั้งแต่ปี 2563 สร้างผลกระทบอย่างหนักหน่วงต่อธุรกิจอีเวนต์และซัปพลายเชน อย่างโรงแรม ศูนย์ประชุม ตลอดจนซัปพลายเออร์ที่ให้บริการเช่าอุปกรณ์ต่างๆ การจัดงานรูปแบบเดิมหรือออนกราวด์ถูกระงับเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยต้องปิดตัวลง หรือหยุดกิจการชั่วคราวเพื่อรอวันที่สถานการณ์คลี่คลาย และในขณะเดียวกันผู้ประกอบการต่างก็หาทางปรับตัวเพื่อให้กิจการอยู่รอดได้ภายใต้สถานการณ์ที่เปลี่ยนไป โดยปรับไปจัดงานในรูปแบบออนไลน์ หรือเวอร์ชวล อีเวนต์ (Virtual Event) แทน ซึ่งกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเป็นลำดับ ไม่ว่าจะเป็นงานเปิดตัวสินค้า งานประชุม งานแฟชั่นโชว์ คอนเสิร์ต หรือแม้กระทั่งงานแฟนมีตติ้งระหว่างศิลปินและแฟนคลับ ซึ่งถึงแม้จะเป็นทางออกที่ดีในสถานการณ์เช่นนี้ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าทั้งรายได้และอรรถรสของงานคงไม่สามารถเทียบเท่ากับการจัดงานในรูปแบบเดิมได้ แต่จากนโยบายการเปิดประเทศเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มีผลในวันที่ 1 พ.ย. ตลอดจนมาตรการคลายล็อกดาวน์และการยกเลิกเคอร์ฟิว ประกอบกับช่วงปลายปีที่ถือเป็นไฮซีซันและเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง ถือเป็นสัญญาณบวกที่ทำให้ธุรกิจอีเวนต์เริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ผู้ประกอบการต่างคาดหวังการปลดล็อกสำหรับธุรกิจอีเวนต์ให้สามารถกลับมาจัดกิจกรรมต่างๆ ได้ เพื่อให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าต่อไปได้ เสริมคุณ คุณาวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีเอ็มโอ จำกัด (มหาชน) หรือ CMO เปิดเผยว่า ก่อนการระบาดของโควิดธุรกิจอีเวนต์มีมูลค่าการตลาดหลักหมื่นล้านบาท หากสถานการณ์คลี่คลาย

Read More

โควิดระลอกสามทุบตลาดอีเวนต์ รายได้หายกว่าหมื่นล้านบาท

อีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่ถูกพิษโควิด-19 เล่นงานอย่างหนัก คือ ธุรกิจอีเวนต์ นับตั้งแต่เริ่มมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสในช่วงต้นปี 2563 และรัฐบาลประกาศใช้มาตรการต่างๆ เพื่อควบคุมไม่ให้เชื้อแพร่กระจายไปในวงกว้าง ในแต่ละปีตลาดธุรกิจอีเวนต์มีมูลค่าสูงกว่าหนึ่งหมื่นล้านบาท แม้สภาพของเศรษฐกิจไทยในช่วง 5-10 ปีหลังจะอยู่ในภาวะลุ่มๆ ดอนๆ ก็ตาม แต่ในช่วงปลายปี 2560 ธุรกิจอีเวนต์เริ่มส่งสัญญาณกลับมาคึกคักอีกครั้ง ซึ่งนั่นส่งผลให้ภาพรวมธุรกิจอีเวนต์ในปี 2561 ฟื้นตัวในทิศทางที่ดีขึ้น ปี 2562 มูลค่าตลาดรวมของธุรกิจอีเวนต์อยู่ที่ประมาณ 12,000 ล้านบาท ในปีนั้นแม้จะมีปัจจัยลบหลายด้านมากระทบ แต่ยังมีแนวโน้มที่สดใสต่อเนื่อง ขณะที่ปี 2563 เป็นปีที่แทบทุกอุตสาหกรรมหยุดชะงัก ในด้านของธุรกิจอีเวนต์ บริษัทออแกไนเซอร์ทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ได้รับผลกระทบเนื่องจากไม่สามารถจัดงานส่งเสริมการขาย หรืองานแสดงสินค้าใดๆ ได้ ตามคำสั่งของ ศบค. ส่งผลให้รายได้หลักของผู้ประกอบการเหล่านี้หายไปกว่าครึ่ง ธุรกิจอีเวนต์เป็นธุรกิจที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างมากรองจากธุรกิจท่องเที่ยว สถานการณ์โควิด-19 ในไทยช่วงกลางปี 2563 เริ่มผ่อนคลายลง มาตรการหลายอย่างถูกยกเลิกเพื่อให้เศรษฐกิจสามารถเดินหน้าต่อไปได้ บรรยากาศการจัดอีเวนต์เริ่มกลับมามีให้เห็นอีกครั้ง จนผู้ประกอบการหลายรายคาดหวังว่าบรรยากาศการจัดงานอีเวนต์จะมีมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2564 ทว่า จุดพลิกผันที่ส่งผลให้ยอดจองสถานที่จัดงานและกิจกรรม รวมไปถึงการจ้างงานของบริษัทออแกไนซ์ต้องถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด คือการระบาดระลอกสาม ที่ดูจะสร้างบาดแผลสาหัสกว่าสองครั้งที่ผ่านมา แน่นอนว่า

Read More

ก้าวย่างสำคัญของ Rightman ในยุค Digital Disruption

สถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่อยู่ในภาวะไม่ค่อยจะสู้ดีนัก แม้ว่าภาครัฐจะแถลงตัวเลขในแต่ละไตรมาสว่า เหนือกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ และมีทิศทางการเติบโตที่ดี มีแนวโน้มที่สดใส ซึ่งตรงกันข้ามกับความเป็นจริงที่ประชาชนทุกหย่อมหญ้าล้วนโอดครวญ แน่นอนว่าทุกธุรกิจล้วนได้รับผลกระทบไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม ขณะที่ประชาชนกำลังเฝ้ารอให้ภาครัฐมีมาตรการออกมากระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยหวังให้สถานการณ์ฟื้นตัวเร็วขึ้น กระนั้นการเฝ้ารอความช่วยเหลือจากภาครัฐคงไม่ใช่ทางออกที่ดีนัก ความเที่ยงตรงของเวลาทำให้ภาคประชาชนจำต้องหาทางออกด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะกลวิธีการปรับตัวเพื่อให้สามารถยืนหยัดอยู่ท่ามกลางพายุทางเศรษฐกิจที่กระหน่ำอย่างต่อเนื่อง และธุรกิจที่มีความอ่อนไหวง่ายต่อสถานการณ์ความไม่มั่นคงต่างๆ อย่างธุรกิจอีเวนต์ ที่มักได้รับผลกระทบทางตรง ไม่ว่าในห้วงยามนั้นประเทศไทยจะอยู่ในภาวะใด ทั้งช่วงเวลาความขัดแย้งทางการเมือง อิทธิพลจากเศรษฐกิจโลก หรือเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้คนไทยทั้งประเทศอยู่ในช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้า ล้วนเป็นเหตุให้เกิดการชะลอตัวของธุรกิจอีเวนต์แทบทั้งสิ้น แม้ว่าปัจจุบันสถานการณ์หลายด้านเริ่มคลี่คลาย และมองเห็นสัญญาณอันเป็นนิมิตหมายที่ดี พอจะมองเห็นความสดใสที่ทำให้ธุรกิจอีเวนต์กระเตื้องขึ้นมาได้บ้าง ทว่า การเปลี่ยนผ่านของยุคสมัย กลายเป็นวิกฤตแห่งบททดสอบครั้งสำคัญอีกครั้งต่อธุรกิจอีเวนต์ ว่านักธุรกิจ นักการตลาดจะใช้กลยุทธ์ใด หรือมีความแข็งแกร่งเพียงไหนที่จะก้าวผ่านช่วงเวลาที่เรียกว่า Digital Disruption ไปได้หรือไม่ การมาถึงของยุค Digital ส่งผลให้หลายธุรกิจต้องพยายามปรับตัวด้วยอัตราเร่งที่เกือบจะไร้เวลาในการเตรียมความพร้อม ทั้งธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ที่ไม่สามารถปรับตัวได้ทัน ถูกคลื่นสึนามิ Digital กลืนหายไปจากแวดวงด้วยความรวดเร็วอย่างน่าใจหาย และที่ค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีคือ ธุรกิจธนาคาร ที่ถูกกระแส Digital สร้างผลกระทบให้ไม่แตกต่างกัน จนทำให้หลายธนาคารต้องหามาตรการเพื่อรับมือ จนท้ายที่สุด การปิดสาขาดูจะเป็นคำตอบและทางออกที่ดีที่สุดในการลดต้นทุน เป็นที่แน่นอนว่าอีกหนึ่งธุรกิจที่ไม่อาจหลีกหนีสถานการณ์นี้ได้คือ ธุรกิจอีเวนต์ ที่ต่างต้องเผชิญกับสภาวะการเปลี่ยนแปลงนี้ และหาทางปรับตัว ซึ่งบริษัท ไร้ท์แมน จำกัด (Rightman Co., Ltd.) เป็นบริษัทที่อยู่เบื้องหลังศูนย์การเรียนรู้และพิพิธภัณฑ์มากมาย

Read More