Home > Coffee

ชุมชนมีวนา มีคน มีป่า มีกิน เพื่อชีวิตที่ยั่งยืน

ปี พ.ศ. 2504 ประเทศไทยมีพื้นที่ป่าไม้ 171.2 ล้านไร่ จากพื้นที่ประเทศไทยทั้งสิ้น 321 ล้านไร่ แต่ชั่วระยะเวลาเพียง 50 ปี พื้นที่ป่าไม้ถูกทำลายไปมากกว่า 98 ล้านไร่ ซึ่งการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ที่เกิดขึ้นนั้น นอกจากการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าที่ยังคงปรากฏเป็นข่าวให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง สาเหตุส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความต้องการพื้นที่ในการทำเกษตรกรรมของชาวบ้านด้วยเช่นกัน ความต้องการพื้นที่ทำกินของเกษตรกรเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการรุกล้ำพื้นที่ป่าและนำไปสู่ปัญหาความขัดแย้งระหว่างชุมชนกับหน่วยงานภาครัฐที่ทำหน้าที่พิทักษ์ป่า ซึ่งไม่เพียงทำให้พื้นที่ป่าไม้ลดลงจนส่งผลต่อระบบนิเวศ เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงเท่านั้น แต่วิถีการเกษตรที่ใช้สารเคมีดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบันยังส่งผลกระทบต่อธรรมชาติโดยรวม เกิดการปนเปื้อนของสารเคมีในแหล่งน้ำ ส่งผลต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอย่างยากที่จะหลีกเลี่ยง ปัจจุบันปัญหาการลดจำนวนลงของพื้นที่ป่า ตลอดจนการใช้สารเคมีในแวดวงการเกษตรที่ส่งผลต่อธรรมชาติเริ่มเป็นที่ตระหนักรู้ของสังคมมากขึ้น ประชาชน ภาครัฐ รวมถึงภาคเอกชนต่างเล็งเห็นความสำคัญและพยายามหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว “โครงการกาแฟอินทรีย์รักษาป่า” หรือที่รู้จักในชื่อ “กาแฟมีวนา” คือหนึ่งในความเคลื่อนไหวภาคเอกชนที่ไม่เพียงเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าเท่านั้น แต่ยังต้องการส่งเสริมความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้อยู่ดีกินดีอย่างยั่งยืนอีกด้วย ปี พ.ศ. 2553 มูลนิธิสายใยแผ่นดินได้เริ่มโครงการกาแฟอินทรีย์รักษาป่าขึ้นที่ป่าต้นน้ำแม่ลาว จังหวัดเชียงราย ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นหนึ่งของภาคเอกชนที่เล็งเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าและปัญหาสิ่งแวดล้อม ป่าต้นน้ำแม่ลาวถือเป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดของจังหวัดเชียงราย วิถีดั้งเดิมของชาวบ้านคือการปลูกชาทำเมี่ยงเพื่อเลี้ยงชีพ แต่เมื่อการเกษตรแบบใหม่ที่นิยมใช้สารเคมีเข้ามา บวกกับความต้องการของตลาดทำให้ชาวบ้านหันมาปลูกเสาวรสซึ่งเป็นไม้เลื้อยและต้องการแสงในการเจริญเติบโตสูง ชาวบ้านต้องตัดไม้ทำลายป่าเพื่อเปิดพื้นที่รับแสง อีกทั้งการปลูกเสาวรสยังต้องใช้สารเคมีอย่างมากในการดูแลรักษาให้ปลอดโรคและแมลง ทำให้ป่าต้นน้ำแม่ลาวอยู่ในภาวะที่น่าเป็นห่วง มูลนิธิสายใยแผ่นดินพยายามศึกษาเพื่อหาทางแก้ไข พบว่า “กาแฟ” เป็นพืชเศรษฐกิจที่สามารถสร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน และสามารถปลูกอยู่ร่วมกับป่าได้โดยไม่ต้องตัดไม้ทำลายป่า เพราะกาแฟเป็นพืชที่ต้องการร่มเงาสูง เติบโตได้ดีในพื้นที่ใต้ร่มไม้ จึงได้ริเริ่มโครงการกาแฟอินทรีย์รักษาป่าขึ้นที่ป่าต้นน้ำแม่ลาว เป็นอันดับแรก

Read More

โอกาสและการเติบโต ธุรกิจกาแฟในไทย

เมล็ดกาแฟที่ผ่านการคั่วด้วยความร้อน ส่งกลิ่นโชยกรุ่น ปล่อยสารเคมีที่ชื่อว่า “กาเฟอีน” ปลุกผู้คนให้ตื่นจากภวังค์และการหลับใหลได้เป็นอย่างดี การบริโภคกาแฟของคนไทยไม่ใช่เพียงเพื่อใช้คุณสมบัติจากเครื่องดื่มชนิดนี้ เพื่อปลุกให้ตื่นจากความง่วงงุนยามเช้าหรือยามบ่ายเท่านั้น ทว่า กาแฟยังเป็นเครื่องดื่มที่บ่งบอกรสนิยมและความชอบของผู้บริโภคได้ชัดเจน และตัวเลขที่บอกว่า คนไทยบริโภคกาแฟประมาณ 300 แก้วต่อคนต่อปี หรือราว 0.5-1 กิโลกรัม ต่อคนต่อปี น่าจะทำให้เข้าใจอัตราการขยายตัวและเติบโตของธุรกิจกาแฟในไทยได้สูงถึง 15-30 เปอร์เซ็นต์ แม้ว่าตลาดการบริโภคกาแฟในไทยจะมีตัวเลขสูงขึ้นทุกๆ ปี แต่แท้จริงแล้วคนไทยยังมีการบริโภคกาแฟน้อยกว่าประเทศอื่นๆ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น อย่างสหรัฐอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น ฯลฯ ถึงจะชัดเจนเรื่องปริมาณการบริโภคกาแฟของคนไทยที่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่สูงนัก แต่ด้วยมูลค่าธุรกิจร้านกาแฟในไทยนับตั้งแต่ปี 2560 ที่มีมูลค่าสูงถึง 2.12 หมื่นล้านบาท และสูงขึ้นอีกในปี 2561 ที่ 2.34 หมื่นล้านบาท สำหรับปี 2562 ที่มีการคาดการณ์กันว่ามูลค่าธุรกิจร้านกาแฟอาจสูงถึง 2.58 หมื่นล้านบาท (ข้อมูลจากศูนย์อัจฉริยะ เพื่ออุตสาหกรรมอาหาร) แต่กลับมีผู้เล่นทั้งหน้าเก่า หน้าใหม่ พร้อมกระโจนเข้าร่วมแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง ด้วยมูลค่าตลาดกาแฟที่สูงถึงหมื่นล้านบาท อาจจะเป็นสาเหตุให้นักลงทุนหันมาจับธุรกิจนี้มากขึ้น ส่งผลให้แบรนด์กาแฟทั้งจากต่างประเทศและโลคอลแบรนด์ ตบเท้าเข้ามาในตลาด และมีร้านกาแฟ หรือคาเฟ่กระจายตัวอยู่ทั่วทุกมุมของเมือง

Read More

คอนวีเนียนคาเฟ่ เดือด “แฟมิลี่มาร์ท-ลอว์สัน” เร่งผุด

สงครามกาแฟในกลุ่มคอนวีเนียนสโตร์ร้อนเดือดขึ้นหลายเท่า เมื่อเทสโก้โลตัสประกาศบุกธุรกิจกาแฟสดชงในร้านเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส โฉมใหม่ 44 สาขา และตั้งเป้าปูพรมขยายอีก 1,000 สาขาทั่วประเทศภายใน 3 ปี ชนิดที่ว่า ทั้ง “ออลคาเฟ่” ของค่ายเซเว่นอีเลฟเว่น “อาริกาโตะ” ของแฟมิลี่มาร์ท และ “ลอว์สันคาเฟ่” ในร้านลอว์สัน 108 ต้องเร่งปรับกลยุทธ์อัดโปรโมชั่น เพื่อยึดฐานลูกค้าอย่างเหนียวแน่น ขณะเดียวกัน ประมาณการกันว่า ตลาดกาแฟทั้งประเทศไทยมีมูลค่ากว่า 64,700 ล้านบาท เป็นตลาดที่บริโภคนอกบ้าน (Out of Home) ราว 26,000 ล้านบาท และในจำนวนนี้เป็นตลาดร้านกาแฟสูงถึง 17,000 ล้านบาท อัตราเติบโต 15-16% โดยมีแนวโน้มขยายตัวทั้งในแง่กลุ่มลูกค้าและผู้เล่นในตลาดเพิ่มขึ้นทุกปี ที่สำคัญ เคาน์เตอร์กาแฟในคอนวีเนียนสโตร์กลายเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูง เนื่องจากสามารถเจาะขยายฐานจากกลุ่มลูกค้าประจำของร้านและราคาจับต้องได้มากกว่าร้านระดับพรีเมียม เป็นเกมบุกกินรวบตลาดระดับกลาง โดยเฉพาะในยุคเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว ลูกค้าหลายรายปรับพฤติกรรมจากการดื่มกาแฟแก้วละร้อยกว่าบาทมาเป็นกาแฟคุณภาพราคากลางๆ เพิ่มขึ้น หากเปรียบเทียบแต่ละค่าย ผู้นำตลาดอย่าง “ออลคาเฟ่ (ALL

Read More

โมเดลร้านกาแฟรุ่ง! เนสกาแฟเปิด “เนสกาแฟ ฮับ” ร้านกาแฟสดบนบีทีเอส 3 สาขาใหม่ ชูกาแฟสดอาราบิก้า 100%

โมเดลร้านกาแฟรุ่ง! เนสกาแฟเปิด “เนสกาแฟ ฮับ” ร้านกาแฟสดบนบีทีเอส 3 สาขาใหม่ ชูกาแฟสดอาราบิก้า 100% - เครื่องดื่มทางเลือกสุขภาพสไตล์เธิร์ดเวฟคาเฟ่มัดใจคนรุ่นใหม่ เนสกาแฟประกาศความสำเร็จของ “เนสกาแฟ ฮับ” ร้านกาแฟสด สไตล์ออนเดอะโกครั้งแรกในประเทศไทย บนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสชิดลม ที่เปิดตัวเมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2561 ซึ่งมีกระแสตอบรับจากผู้บริโภคดีเกินคาดโดยมียอดขายรวมกว่า 120,000 แก้วในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา เดินหน้าทุ่มงบกว่า 50 ล้านบาท ลุยเปิดตัว “เนสกาแฟ ฮับ” เพิ่มอีกกว่า 15 สาขาใหม่ภายใน 1 ปี โดยมีเนสกาแฟ ฮับ แอท บีทีเอสเอกมัย บีทีเอสสนามกีฬาแห่งชาติ และ บีทีเอสอารีย์ ที่เปิดให้บริการในเดือนมีนาคม เมษายน และล่าสุดปลายเดือนมิถุนายน ตามลำดับ ซึ่งเนสกาแฟ ฮับ สาขาที่เหลือจะทยอยเปิดตัวในรูปแบบที่แตกต่าง และโลเคชั่นที่หลากหลายมากกว่าแค่บีทีเอส เนสกาแฟ ฮับ ชูจุดต่างในการเป็นนวัตกรรมร้านกาแฟสดสไตล์ออนเดอะโกบนบีทีเอส ซึ่งเป็นศูนย์กลางการคมนาคมในกรุงเทพฯ

Read More

เนสกาแฟรุกตลาดกาแฟนอกบ้าน เปิดตัว เนสกาแฟ ฮับ แอท บีทีเอส ชิดลม เดินหน้าเสิร์ฟกาแฟสดครั้งแรกจากเนสกาแฟ พร้อมปั้นโมเดลคาเฟ่หลายรูปแบบ

เนสกาแฟ ประกาศบุกตลาดกาแฟนอกบ้านมูลค่ากว่า 26,000 ล้านบาท เดินหน้าเปิดตัวร้านกาแฟ “เนสกาแฟ ฮับ” (NESCAFÉ Hub) แห่งแรกในเมืองไทยที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ชิดลม ชูประสบการณ์การดื่มกาแฟสดครั้งแรกจากเนสกาแฟเจาะกลุ่มคอกาแฟชาวไทย โดยเนสท์เล่ได้ นำร่องเปิดตัว “เนสกาแฟ ฮับ” ซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักของโมเดลธุรกิจใหม่ของเนสกาแฟในการรุกตลาดกาแฟนอกบ้าน พร้อมเตรียมปั้นโมเดลร้านกาแฟหลากหลายรูปแบบลุยตลาดเต็มสูบ เนสกาแฟ ฮับ ผู้ใช้บริการบีทีเอสจะเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การดื่มกาแฟสด ด้วยเมนูเครื่องดื่มและซิกเนเจอร์เมนูที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของร้าน ซึ่งล้วนปรุงด้วยเมล็ดกาแฟอาราบิก้าชั้นดีนำเข้าจากโคลอมเบีย 100% เท่านั้น นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถดื่มด่ำเมนูที่รังสรรค์เป็นพิเศษร่วมกับคุณซาวาดะ ฮิโรชิ แชมป์ลาเต้อาร์ตระดับโลกชาวญี่ปุ่นอีกด้วย ทั้งนี้ คอนเซ็ปต์และดีไซน์ที่เรียบโก้ของเนสกาแฟ ฮับ ได้รับแรงบันดาลใจจากเนสกาแฟในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งร้านกาแฟของเนสกาแฟในญี่ปุ่นทุกรูปแบบ มีจำนวนเติบโตสูงถึง 150% ในปีที่แล้ว และให้บริการเสิร์ฟกาแฟสดรวมกันมากกว่า 16 ล้านแก้วต่อปี ตลาดการบริโภคกาแฟนอกบ้านในประเทศไทยมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยมีมูลค่าตลาดประมาณ 26,700 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโต 8% ในปี 2560 สำหรับร้านกาแฟและคาเฟ่ที่มีเอกลักษณ์โดยเฉพาะได้รับความนิยมในหมู่ผู้บริโภคไทยเป็นอย่างมาก โดยมีมูลค่ารวม 17,000 ล้านบาท

Read More

ทีซีซี ดัน “ปากซองคอฟฟี่” เปิดศึกฮุบกาแฟหมื่นล้าน

หลังจากใช้เวลากว่า 10 ปี บุกเบิกธุรกิจไร่กาแฟ เนื้อที่ 19,000 ไร่ บนที่ราบสูงบอละเวน ในเมืองปากซอง ประเทศ สปป.ลาว ภายใต้สัญญาสัมปทานกับรัฐบาลลาว ระยะเวลา 50 ปี ล่าสุด ทีซีซี กรุ๊ป ของเจริญ สิริวัฒนภักดี กำลังเร่งเปิดฉากรุกสมรภูมิร้านกาแฟครั้งใหญ่ เพื่อช่วงชิงเม็ดเงินในตลาดมากกว่า 17,000 ล้านบาท แหล่งข่าวจากบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือบีเจซี ในเครือทีซีซี กรุ๊ป เปิดเผยว่า บริษัทได้ทดลองโครงการร้านกาแฟแบรนด์ใหม่ “กาแฟปากซอง” (Paksong Coffee) โดยเปิดร้านต้นแบบในอาคารสำนักงานใหญ่ของบีเจซี ซอยรูเบีย ถนนสุขุมวิท 42 แทนร้านกาแฟ “สเปเชียลตี้ส์” ที่เคยเปิดทดลองตลาดช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากประเมินว่า แบรนด์ “ปากซองคอฟฟี่” มีความชัดเจนในแง่แหล่งที่มาของกาแฟ ซึ่ง “ปากซอง” ถือเป็นเมืองหลวงกาแฟของประเทศลาว

Read More

เนสกาแฟ พลิกโฉมตลาดกาแฟปรุงสำเร็จ ส่ง “เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู” ชูจุดขาย “ผสมกาแฟคั่วบดละเอียด” ครั้งแรกในไทย

 “ผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ” โดย บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เปิดตัว “เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู ผสมกาแฟคั่วบดละเอียด” ครั้งแรกของโลก และผลิตครั้งแรกในเมืองไทย ยกระดับคุณภาพและรสชาติกาแฟปรุงสำเร็จไปอีกขั้น ชูเทคโนโลยีพิเศษเอกสิทธิ์เฉพาะของเนสกาแฟ ที่ช่วยกักเก็บความหอมกรุ่นและรสชาติของกาแฟแท้ๆ คั่วบดละเอียด ให้ความหอม...อร่อย กลมกล่อม จากเนสกาแฟในแบบที่คุณไม่เคยสัมผัส พร้อมจัดเต็มแคมเปญการตลาดตลอดปี ออดรีย์ เลียว ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า กล่าวว่า “ในฐานะแบรนด์กาแฟยอดนิยมระดับโลก ที่ได้รับความไว้วางใจจากคนไทยจนครองความเป็นผู้นำตลาดกาแฟมานานกว่าสี่ทศวรรษในช่วงปีที่ผ่านมาตลาดกาแฟมีความเคลื่อนไหวคึกคัก ทั้งมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มีความหลากหลายและรูปแบบใหม่เพิ่มมากขึ้น บริษัทฯ จึงตัดสินใจยุติการจำหน่ายเนสกาแฟ ทรีอินวัน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายดีที่สุดในประเทศไทย เพื่อเดินหน้ามอบประสบการณ์ใหม่จากเนสกาแฟในแบบที่คุณไม่เคยสัมผัส ด้วยการเปิดตัว “เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู ผสมกาแฟคั่วบดละเอียด” “เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู ผสมกาแฟคั่วบดละเอียด” ผลิตขึ้นเป็นครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย และผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาให้ใช้ชื่อ “กาแฟปรุงสำเร็จผสมกาแฟคั่วบดละเอียด” อีกด้วย เนสกาแฟพร้อมมอบประสบการณ์กาแฟคุณภาพของ

Read More

เรื่องของกาแฟ

 Column: From Paris กินกาแฟไม่เป็นจนถึงวัยทำงาน ไม่ทราบว่าทำไมรังเกียจกาแฟได้ถึงขนาดนั้น แม้ช่วงที่เรียนหนังสือที่เมืองนีซ (Nice) ก็ยังดื่มแต่ชา มีคนมาขอกินกาแฟที่ห้องพัก บอกว่าไม่มีกาแฟ มีแต่ชา เพื่อนจึงต้องดื่มชาแทน ในสถานที่ทำงาน กาแฟเป็นเครื่องดื่มประจำ แรกๆ ก็ไม่ได้สนใจ จนในภายหลังกลิ่นกาแฟชวนให้ลอง จึงเริ่มดื่มกาแฟนับแต่นั้น สมัยทำงานอาหารเช้าคือข้าวต้มกับที่แม่เตรียมให้ ต่อมาได้แม่บ้านเตรียมให้ พอถึงที่ทำงาน ต้มน้ำร้อนชงกาแฟทันที และกลายเป็นความเคยชินว่าต้องมีกาแฟในตอนเช้า เมื่อกลับไปเที่ยวปารีส พักที่บ้านเพื่อน เพื่อนเสิร์ฟกาแฟเป็นชาม ชาวฝรั่งเศสดื่มกาแฟเป็นชามเป็นอาหารเช้า แกล้มขนมปังบาแกต (baguette) ทาเนยและแยม หรือจะมีครัวซองต์ (croissant) หรือขนมปังลูกเกด (pain aux raisins) หรือขนมปังช็อกโกแลต (pain au chocolat) มีน้ำผลไม้และโยเกิร์ต และผลไม้ถ้าจะให้ครบหมู่อาหาร หลังจากชามกาแฟตอนเช้า ชาวฝรั่งเศสกลับดื่มกาแฟถ้วยเล็ก เป็นกาแฟเอสเพรสโซ (espresso) ไปจนถึงกลางคืน ทำให้นึกได้ว่าฝรั่งเศสดื่มกาแฟถ้วยเล็กเพื่อ “ล้างปาก” คนไทยไม่ชินกับกาแฟถ้วยเล็ก กินแล้วไม่สะใจ ไม่สะใจจริงๆ จิบได้เพียงสองจิบก็หมดถ้วยเสียแล้ว จึงเป็นเหตุหนึ่งที่หันไปดื่มชาหลังมื้อเที่ยงแทน

Read More

กาแฟ “มีวนา” บนความยั่งยืนของป่าต้นน้ำ

  ประเทศไทยและอีกหลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสาเหตุหลักๆ มาจากสองปัจจัย คือ หนึ่งปัจจัยทางธรรมชาติ เช่น การหมุนรอบตัวเองของโลกและรอบดวงอาทิตย์ การเปลี่ยนแปลงของพลังงานจากดวงอาทิตย์ การระเบิดของภูเขาไฟ และสอง ปัจจัยจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ การตัดไม้ทำลายป่า เมื่อความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นทุกๆ ปีตามอัตราการเติบโตของจำนวนประชากร อีกทั้งการขยายตัวทางเศรษฐกิจและความก้าวหน้าของภาคอุตสาหกรรม ทำให้ความต้องการใช้พลังงานเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เหล่านี้เป็นสาเหตุหลักที่เข้ามาทำลายสมดุลทางธรรมชาติ อันเป็นแหล่งผลิตก๊าซออกซิเจนและยังเป็นตัวช่วยในการดูดซับก๊าซเรือนกระจกทำให้โลกร้อนขึ้น แม้ว่าหลายประเทศจะตระหนักรู้ถึงต้นเหตุของปัญหาและกำลังระดมสรรพกำลังเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน หรืออย่างน้อยที่สุดคือการบรรเทาเพื่อชะลอวิกฤตที่อาจเกิดตามมาในอนาคต ทั้งการปลุกและปลูกจิตสำนึกที่ดีให้กับประชากรทุกช่วงวัยให้รับรู้และใส่ใจต่อเรื่องดังกล่าว กระนั้นหากเปรียบเทียบแนวทางการแก้ปัญหาเพื่อลดภาวะโลกร้อนจากทุกๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คงไม่สามารถสร้างสมดุลในแนวบวกได้มากนัก เมื่อภาพสะท้อนจากนโยบายภาครัฐที่ฉายให้เห็นถึงความคาดหวังให้เกิดแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยนโยบายต่างๆ ที่ยังคงปรากฏและดำเนินไปนั้น โดยส่วนใหญ่แสดงออกถึงความชัดเจนในเรื่องหวังผลให้เกิดการเติบโตและการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่แสดงออกมาเป็นตัวเลขจีดีพีที่เป็นบวกเท่านั้น อย่างไรก็ตาม บรรดานักลงทุนที่ตัดสินใจตอบรับแรงหนุนนำจากภาครัฐและพร้อมที่จะหว่านเมล็ดเงินเข้าสู่ระบบเพื่อรอให้ผลงอกเงยนั้น แม้จะเป็นความจริงที่การกระทำดังกล่าวช่วยให้เกิดการจ้างงาน รวมไปถึงกระตุ้นการจับจ่ายได้ส่วนหนึ่ง กระนั้นก็ยังคงเป็นธุรกิจที่ดำเนินกิจการไปในทิศทางที่หวังผลกำไรที่สามารถแบ่งเป็นเงินปันผลต่อหุ้นส่วนทางธุรกิจ มากกว่าที่จะคำนึงถึงผลประโยชน์ของชุมชนส่วนรวม นอกเหนือไปจากปัญหาความแปรปรวนในเรื่องสภาพอากาศที่ไทยจะต้องเผชิญแล้ว ปัญหาภัยแล้งที่กำลังเข้าขั้นวิกฤตอยู่ในขณะนี้ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยตรง เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมและสินค้าส่งออกอันดับต้นๆ คือพืชผลทางการเกษตร  การขาดแคลนน้ำซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเพาะปลูก ส่งผลให้ชาวนาบางส่วนต้องชะลอการทำนา รวมไปถึงสินค้าเกษตรที่ต้องปรับราคาสูงขึ้นเมื่อผลผลิตไม่ได้ผลดีเท่าที่ควรทำให้เกิดสภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ตัวเลขการส่งออกในไตรมาสแรกถึงไตรมาสสองของปีนี้แทบจะไม่สามารถต้านทานแรงโน้มถ่วงของโลกได้เลย ซึ่งการส่งออกนับเป็นอีกฟันเฟืองที่สำคัญยิ่งของเศรษฐกิจไทย สภาวะภัยแล้งที่ไทยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้นั้น สาเหตุหนึ่งมาจากผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนิโญที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย และอาจส่งผลให้ปี 2559 ไทยต้องเจอกับวิกฤตการณ์ภัยแล้งรุนแรงเท่ากับที่เคยเกิดขึ้นในปี 2540 ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาการผันแปรของมวลน้ำจากมหาสมุทรอินเดียอาจจะบรรเทาภัยแล้งไปได้บ้าง แต่ก็เป็นเพียงปัจจัยเดียวเท่านั้นที่พอจะช่วยได้ เพราะสถานการณ์น้ำฝนตามฤดูกาลในปี 2558 มีจำนวนน้อยมาก  นอกเหนือไปจากปรากฏการณ์เอลนิโญที่ส่งให้ไทยต้องพบกับวิกฤตภัยแล้งแล้ว การลดจำนวนลงของป่าไม้ในประเทศไทยน่าจะเป็นอีกปัญหาที่ถูกสั่งสมมาอย่างยาวนาน  จากข้อมูลสถิติการสำรวจพื้นที่ป่าไม้ของไทยนับจากปี

Read More

กาแฟไม่ไร้คุณแต่ก็ไม่ไร้โทษ

 Column: Well – Being นิตยสาร GoodHealth รายงานว่า ชาวออสเตรเลียดื่มกาแฟกันมากถึง 16.3 ล้านถ้วยต่อวัน ทำให้มีการวิจัยเกี่ยวกับการดื่มกาแฟ ว่ามีผลต่อการหายใจ กล้ามเนื้อ สมอง และนาฬิกาชีวิตของเราอย่างไรบ้าง ผลที่ได้ไม่เป็นด้านลบเสียทั้งหมด ดังที่ แคลร์ คอลลินส์ ศาสตราจารย์ด้านโภชนาการและการกำหนดอาหารแห่งมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล กล่าวว่า “ไม่ยุติธรรมเลยที่จะปรักปรำว่าดื่มกาแฟแล้วมีแต่โทษ มีเหตุผลมากมายที่สนับสนุนให้ดื่มกาเฟอีนในชีวิตประจำวันต่อไป” เพราะ กาแฟเป็นคุณต่อ ... กล้ามเนื้อ ในกาแฟมีกรดคาเฟอิคที่ช่วยให้กล้ามเนื้อใช้น้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือด และมีกรดคลอโรจีนิคที่ช่วยให้ร่างกายไวต่อฮอร์โมนอินซูลิน จึงถือเป็นข่าวดีของผู้เป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ดังที่ศาสตราจารย์คอลลินส์อธิบายว่า “กรดคาเฟอิคทำให้กล้ามเนื้อเป็นเสมือนฟองน้ำที่มีประสิทธิภาพ สามารถดูดซึมน้ำตาลกลูโคสในเลือดได้ดีขึ้น” ผู้ที่ดื่มกาแฟทั้งที่มีและไม่มีกาเฟอีนวันละ 3 ถ้วยหรือมากกว่า จึงมีความเสี่ยงต่อเบาหวานประเภทที่ 2 ลดลงร้อยละ 21 นอกจากนี้ กาแฟยังได้ชื่อว่าเป็นเครื่องดื่มที่ให้พลังงานต่ำ ถ้าดื่มในรูปของกาแฟที่ไม่เติมนมและน้ำตาล หรือเติมเฉพาะนมพร่องมันเนย ซึ่งไม่จัดว่ามีอันตรายแต่อย่างใด ตับ ตับมีหน้าที่ทำลายสารเคมีในร่างกาย และกาแฟช่วยให้ตับทำงานได้ดีขึ้น เพราะในกาเฟอีนมีสารประกอบ kahweol และ cafestol ที่มีคุณสมบัติต้านภาวะอักเสบ

Read More