Home > โลจิสติกส์

AGE ส่อแววรุ่ง เข้ายุคทองไฮซีซั่นถ่านหิน วางเกมบุก ปั้นรายได้รวมปี 64 ทะลุหมื่นล้านบาท

AGE ส่อแววรุ่ง เข้ายุคทองไฮซีซั่นถ่านหิน สบช่องเจาะตลาดเพิ่ม วางเกมบุก โลจิสติกส์ด้านขนส่ง ปั้นรายได้รวมปี 64 ทะลุหมื่นล้านบาท บมจ.เอเชีย กรีน เอนเนอจี หรือ AGE ส่งสัญญาณถ่านหินฟื้น จากความต้องการใช้พุ่งสวนทางปริมาณผลิต หนุนราคาถ่านหินขยับไปแตะระดับ 90 ดอลลาร์ต่อตัน ส่งบวกต่อ AGE ด้านประธานกรรมการบริหาร “พนม ควรสถาพร” สบช่องลุยขยายตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่ม หวังดันยอดขายถ่านหินปีนี้เข้าเป้า 5.5 ล้านตัน พร้อมวางเกมบุกธุรกิจโลจิสติกส์ด้านขนส่งเพิ่ม ขณะที่ธุรกิจพลังงาน ส่อแววโตต่อเนื่อง ตั้งเป้าปี 2564 รายได้รวมแตะระดับ 1.1 หมื่นล้านบาท นายพนม ควรสถาพร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) หรือ AGE ผู้จัดจำหน่ายถ่านหินบิทูมินัส (ถ่านหินสะอาด) เปิดเผยถึงภาพรวมอุตสาหกรรมถ่านหินในปี 2564 ว่า

Read More

WHA เห็นสัญญาณบวก ตั้งเป้าโต 30% พร้อมขยายธุรกิจ มั่นใจเติบโตอย่างแข็งแกร่งในปี 2564

ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป เดินหน้าประกาศแผนธุรกิจประจำปี 2564 พร้อมเผยภาพรวมความสำเร็จของธุรกิจในปี 2563 โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์มีการเติบโตสอดคล้องกับธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่กำลังโดดเด่น และเขตอุตสาหกรรมในเวียดนามที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี คว้าสัญญาจากนักลงทุนรายใหม่อย่างต่อเนื่อง แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 บริษัทฯ ยังประสบความสำเร็จจากการเพิ่มทุนเข้ากองทรัสต์ WHART และ HREIT ที่มีมูลค่ารวม 4,870 ล้านบาท อีกทั้งทริสเรทติ้งยังคงอันดับเครดิตองค์กรที่ระดับ A- พร้อมประกาศแผนธุรกิจประจำปี 2564 มุ่งพัฒนาธุรกิจทั้ง 4 กลุ่มให้พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตอย่างราบรื่น ตั้งเป้ารายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรจากการดำเนินงานปกติเพิ่มขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 30 และยังคงระดับอัตราผลกำไร EBITDA อยู่ที่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 35 ตอกย้ำความเป็นผู้นำของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ปในประเทศไทย รวมถึงการขยายธุรกิจในเวียดนามเพิ่มมากขึ้น และยังคงมุ่งมั่นในการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาและเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์และบริการ ความสำเร็จอันโดดเด่นในปี 2563 ปี 2563 เป็นอีกหนึ่งปีที่ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของประเทศไทยในฐานะผู้พัฒนาด้านโลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม ระบบสาธารณูปโภคและพลังงาน ตลอดจนดิจิทัล แพลตฟอร์ม แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อยอดขายที่ดินอุตสาหกรรมในประเทศไทย อันเนื่องมาจากการระงับการเดินทางชั่วคราว แต่ความต้องการที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมของกลุ่มลูกค้ายังคงมีอยู่ต่อเนื่อง ด้วยโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจของไทยที่สามารถดึงดูดการลงทุนได้อย่างแข็งแกร่ง กลุ่มธุรกิจของดับบลิวเอชเอ สามารถทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยมในปีแห่งความท้าทาย โดยกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ มีอัตราการเติบโตสูงขึ้น

Read More

DHL eCommerce จับมือเกษมชัยฟู๊ดนำเสนอบริการใหม่ จัดส่งไข่สดจากฟาร์มถึงมือผู้บริโภคภายใน 24 ชั่วโมง

DHL eCommerce บริษัทในเครือ Deutsche Post DHL Group ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำด้านโลจิสติกส์ของโลกร่วมมือกับเกษมชัยฟู๊ดผู้ผลิตไข่รายใหญ่ของประเทศไทย มอบทางเลือกและประสบการณ์ใหม่ให้ผู้บริโภคด้วยบริการจัดส่งไข่สดจากฟาร์มถึงมือผู้บริโภคภายใน 24 ชั่วโมงหลังการสั่งซื้อออนไลน์ ปัจจุบัน เกษมชัยฟู๊ดเน้นการดำเนินธุรกิจด้านการค้าส่งในรูปแบบ B2B (Business – to – Business) และได้เริ่มขยายธุรกิจด้วยการขายผลิตภัณฑ์ต่างๆ ผ่านช่องทางออนไลน์สำหรับผู้บริโภคโดยตรง และความร่วมมือดังกล่าวกับ DHL eCommerce ซึ่งมีเครือข่ายการให้บริการจัดส่งที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ จะทำให้ผู้บริโภคในประเทศไทยสามารถเข้าถึงการบริโภคไข่สดจากฟาร์มผ่านช่องทางออนไลน์ที่สะดวก รวดเร็ว และง่ายดาย ปัจจุบัน ตลาดการขายไข่ในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นการดำเนินธุรกิจในรูปแบบการค้าส่ง โดยที่ผู้ผลิตจะส่งไข่จากฟาร์มไปยังตลาดค้าส่งในพื้นที่ต่างๆ รวมถึงร้านขายของชำและซุปเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งปกติใช้เวลานานถึง 3-7 วันไข่จึงจะถูกส่งไปยังผู้บริโภค นอกจากนี้ ผู้ซื้อในตลาดยังต้องสั่งซื้อไข่จำนวนมากให้ถึงปริมาณขั้นต่ำที่รับซื้อจึงจะสามารถรับบริการจัดส่งได้ ซึ่งนับว่าเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับการดำเนินธุรกิจ ดังนั้นเกษมชัยฟู๊ดจึงร่วมมือกับ DHL eCommerce เพิ่มทางเลือกใหม่ด้วยการจัดส่งไข่สดตรงจากฟาร์มผ่านเครือข่ายการจัดส่งทั่วประเทศของ DHL eCommerce ให้ถึงมือผู้บริโภคอย่างรวดเร็วภายใน 24 ชั่วโมง “เกษมชัยฟู๊ดดำเนินธุรกิจด้วยความรู้ความชำนาญ และความรักในอาชีพของเกษตรกร ประกอบกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ โดยมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพให้แก่ผู้บริโภค นอกจากนี้ เกษมชัยฟู๊ดยังให้ความสำคัญสูงสุดกับความสดใหม่ของผลิตภัณฑ์

Read More

นินจา แวน “การันตี จัดส่งถึงมือวันถัดไป” บริการใหม่เอาใจคนส่งเก่ง

“การันตี จัดส่งถึงมือวันถัดไป” บริการใหม่เอาใจคนส่งเก่ง จากนินจา แวน แนะนำบริการใหม่ เอาใจขาช้อปและร้านค้าออนไลน์ มีบริการหลากหลายให้เลือกตรงความต้องการ และ ตอกย้ำความเป็นสตาร์ทอัพด้านโลจิสติกส์ที่เติบโตเร็วที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยบริการจัดส่งสินค้าถึงมือผู้รับอย่างแน่นอนในวันถัดไปทั่วเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล บริษัท นินจา โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยแคมเปญ การันตี จัดส่งถึงมือวันถัดไป (Next day Guaranteed) เป็นบริการที่ตอบโจทย์นักช้อปในกรุงเทพฯ และบริเวณรอบนอกกรุงเทพฯ เพื่อให้ไม่ต้องรอสินค้าหลายวัน และเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ขาย ช่วยให้เข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้นและมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งที่รวดเร็วน่าประทับใจด้วยมาตรฐานการจัดส่งสินค้าระดับสากล วีรชัย ชูสกุลพร หัวหน้าผู้บริหารประจำประเทศไทย บริษัท นินจา แวน จำกัด กล่าวถึงบริการใหม่นี้ว่า “ทั้งผู้ขายและผู้ชื้อชาวไทยต่างต้องการความรวดเร็วและเชื่อถือได้ บริการ Next Day Guaranteed Delivery ที่นินจา แวน เพิ่งนำออกสู่ตลาดจะช่วยดึงดูดลูกค้าให้กับร้านค้าและผู้ขาย ส่วนตัวผู้ซื้อเองก็จะซื้อสินค้าได้อย่างอุ่นใจ เพราะจะได้รับสินค้ารวดเร็วในวันถัดไป และทราบกำหนดวันที่จะรับสินค้าแน่นอน เชื่อใจเราได้ครับ ถ้าได้รับสินค้าล่าช้า นินจา แวน

Read More

โลจิสติกส์ไทยสุดคึก รับกระแสอี-คอมเมิร์ซบูม

การมาถึงของอาลีบาบากรุ๊ป พร้อมกับบันทึกข้อตกลงที่จะลงทุนในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ด้วยมูลค่ารวมกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท ดูจะเป็นแรงกระตุ้นเร้าภาคธุรกิจและจุดประเด็นความหวังของรัฐบาลไทยที่จะนำธุรกิจอี-คอมเมิร์ซไทยให้ก้าวหน้าไปตามนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลที่มุ่งหมายไม่น้อยเลย ขณะเดียวกันกรณีดังกล่าวได้ส่งผลให้ภาคธุรกิจว่าด้วยการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ได้รับอานิสงส์จากการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี ที่กำลังรุกเร้าและปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตผู้คนในสังคมด้วยอัตราเร่ง อย่างก้าวกระโดด และดำเนินไปท่ามกลางสีสันที่น่าสนใจอย่างยิ่ง และกำลังส่งผลให้ภูมิทัศน์ของธุรกิจปรับเปลี่ยนและเกิดภาพใหม่ที่แปลกแตกต่างไปจากเดิม แผนการก่อสร้างโครงการ Smart Digital Hubในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มูลค่าลงทุนกว่า 11,000 ล้านบาท ของ “อาลีบาบา” ที่จะเริ่มก่อสร้างภายในปี 2561-2562 ซึ่งเป็นโครงการที่จะอาศัยเทคโนโลยีด้านการประมวลข้อมูลโลจิสติกส์ เพื่อทำให้การขนส่งสินค้าระหว่างไทย-จีน การขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนสู่ประเทศเพื่อนบ้าน (CLMV) และไปยังที่อื่นๆ ทั่วโลก ที่ได้รับการคาดหวังว่าจะทำให้ประเทศไทยทะยานไปสู่ความเป็นศูนย์กลางการค้า “อี-คอมเมิร์ซ” ได้ไม่ยาก และคาดหวังว่าจะกรุยทางให้ไทยก้าวไปสู่ศูนย์กลางการขนส่งและโลจิสติกส์ในอนาคต สำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA ได้ประเมินมูลค่าการซื้อขายผ่านออนไลน์ในปี 2561 ว่าจะพุ่งทะยานเพิ่มขึ้นไปสู่ระดับที่มีมูลค่าเกิน 3 ล้านล้านบาท จากปีก่อนหน้าที่อยู่ในระดับ 2.4 ล้านล้านบาท ซึ่งกรณีที่ว่านี้จะทำให้ธุรกิจโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้ากลายเป็นธุรกิจดาวรุ่งพุ่งแรงที่น่าจับตามอง และมีการแข่งขันสูง ด้วยเหตุที่การจัดการขนส่งสินค้าจากผู้ขายไปถึงมือผู้ซื้อยังคงต้องพึ่งพาการขนส่งสินค้าเป็นหลัก ผู้ประกอบการโลจิสติกส์ทั้งที่เป็นผู้ประกอบการท้องถิ่นของไทยและจากต่างประเทศต่างทยอยสร้างฐานการให้บริการเพื่อรองรับและเก็บเกี่ยวอานิสงส์ของธุรกิจค้าออนไลน์ที่เติบโตแบบก้าวกระโดด โดยนอกจากบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.)

Read More