Home > Logistics

สกสว.ชูวิจัยและนวัตกรรมสู่ผู้นำของภูมิภาค ลดต้นทุนโลจิสติกส์เหลือร้อยละ 11 ต่อ GDP

สกสว. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “มองภาพอนาคต ด้านโลจิสติกส์และระบบรางของประเทศ” หวังเป็นผู้นำของภูมิภาค ชูวิจัยและนวัตกรรมเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนและลดต้นทุนระบบขนส่งเหลือร้อยละ 11 ต่อ GDP สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับสถาบันการขนส่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการ “การจัดการความรู้และบูรณาการประเด็นเชิงยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ด้านโลจิสติกส์และระบบรางของประเทศ” หัวข้อ “การมองภาพอนาคต (Foresight) ในภาพของ ววน. ด้านโลจิสติกส์และระบบรางของประเทศในอนาคต” ผ่านแอพพลิเคชั่นซูม โดยมีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิ และ นักวิชาการ ร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียง โอกาสนี้ ดร.เอก จินดาพล ผู้อำนวยการกลุ่มภารกิจการพัฒนา ววน. ด้านความสามารถในการแข่งขัน สกสว. กล่าวเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการว่าการจัดประชุมครั้งนี้เป็นการระดมความเห็นที่สามารถสะท้อนภาพอนาคตด้านโลจิสติกส์ของประเทศไทย และกระบวนการสำคัญในการจัดทำแผนด้าน ววน. ปี 2566-70 ที่ สกสว.ได้ดำเนินการ และอยู่ระหว่างการเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

Read More

TVD สยายปีกรุกธุรกิจขนส่งพัสดุ Xpresso ชูบริการรวดเร็ว ทันใจ เริ่มต้น 25 บาท

TVD สยายปีกรุกธุรกิจขนส่งพัสดุ Xpresso บนแอปพลิเคชันและจุดบริการ 58 สาขา ชูบริการรวดเร็ว ทันใจ ฟีเจอร์ใหม่ ผู้ส่งแจ้งรับของล่วงหน้า เริ่มต้น 25 บาท ‘เอบีพีโอ’ หรือ ABPO เครือ บมจ.ทีวี ไดเร็ค แตกธุรกิจขนส่งพัสดุน้องใหม่แบรนด์ ‘Xpresso’ โมบายแอปพลิเคชันและจุดบริการ 58 สาขาทั่วประเทศ ด้วยบริการรับพัสดุถึงหน้าบ้านและส่งถึงปลายทาง (Door to Door) ชูฟีเจอร์ที่ผู้ส่งสินค้าสามารถแจ้งล่วงหน้าให้เข้ารับสินค้า ราคาเริ่มต้นที่ 25บาท เฟสแรกเปิดให้บริการพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล จ่อร่วมทุนสตาร์ทอัพสัญชาติไทย ผู้ให้บริการจองขนส่งพัสดุครบวงจรผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เสริมศักยภาพธุรกิจให้บริการระบบจัดการคลังสินค้าออนไลน์ (Fulfillment) แบบครบวงจร ตั้งเป้าก้าวขึ้นเป็น Top 10 นายธีระพงษ์ ลิมป์ประเสริฐ หัวหน้าสายงาน Fulfillment และบริหารค้าปลีก บริษัท เอบีพีโอ จำกัด ในเครือบมจ.ทีวี ไดเร็ค (TVD) ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการจัดส่งสินค้าครบวงจร

Read More

ลาซาด้าประกาศปรับโฉมแบรนด์ระบบโลจิสติกส์เป็น “ลาซาด้า โลจิสติกส์” ยกระดับบริการขนส่งครบวงจร

ลาซาด้าประกาศปรับโฉมแบรนด์ระบบโลจิสติกส์เป็น “ลาซาด้า โลจิสติกส์” ยกระดับบริการขนส่งครบวงจร ตอบโจทย์ทุกแบรนด์และร้านค้า พร้อมนำเสนอระบบบริการขนส่งครบวงจรโฉมใหม่ ช่วยแบรนด์และพันธมิตรอีคอมเมิร์ซตอบโจทย์ทุกคำสั่งซื้อของลูกค้าได้อย่างราบรื่น ลาซาด้า ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศปรับโฉมแบรนด์ระบบโลจิสติกส์ภายใต้ชื่อ “ลาซาด้า โลจิสติกส์” ที่พร้อมยกระดับวงการโลจิสติกส์ไทยไปอีกขั้น โดยก่อนหน้านี้ฝ่ายโลจิสติกส์ของลาซาด้าใช้ชื่อว่า Lazada eLogistics (LEL) และ Lazada Express (LEX) ซึ่ง LEL ทำหน้าที่จัดการคลังสินค้าและระบบโลจิสติกส์ร่วมกับผู้ให้บริการโลจิสติกส์รายอื่น ในขณะที่ LEX ทำหน้าที่จัดส่งพัสดุถึงลูกค้า โดยการปรับโฉมแบรนด์ภายใต้ชื่อ “ลาซาด้า โลจิสติกส์” มาพร้อมเฉดสีฟ้าในแบบใหม่เพื่อสะท้อนความมีประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือ สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของลาซาด้าในการส่งมอบโซลูชันด้านโลจิสติกส์ที่น่าเชื่อถือและครบวงจรให้แก่แบรนด์และร้านค้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาโดยตลอด เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการทางธุรกิจ มร. ชุน หลี่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาซาด้า กรุ๊ป เปิดเผยว่า “จากประสบการณ์กว่าทศวรรษที่ผ่านมาของกลุ่มลาซาด้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เครือข่ายโลจิสติกส์ของเราได้พลิกโฉมวงการอีคอมเมิร์ซให้กับภูมิภาคที่มีความแตกต่างทางภูมิศาสตร์และมีประชากรหนาแน่นที่สุดในโลก ซึ่งทำให้เราสามารถส่งมอบบริการที่ยอดเยี่ยมให้กับผู้บริโภคทั่วภูมิภาคได้ รวมถึงให้บริการที่สะดวกและครบวงจรแก่ผู้ขายและพาร์ทเนอร์ของเรา โดยการประกาศปรับโฉมแบรนด์ในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งของเราตลอดหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเกิดจากการทำงานร่วมกันของพนักงานและเทคโนโลยีของเรา” ภายใต้การปรับโฉมแบรนด์ครั้งนี้ “ลาซาด้า โลจิสติกส์” ได้เปิดตัวบริการด้านโลจิสติกส์แบบหลากหลายช่องทาง (multi-channel logistics: MCL) ด้วยโซลูชันการจัดเก็บสินค้าแบบครบวงจร

Read More

พัสดุล้น-ส่งของล่าช้า วิกฤตซ้อนวิกฤตของขนส่งไทย?

ช่วงที่ผ่านมาขนส่งไทยกำลังเผชิญปัญหาและความท้าทายอย่างหนัก ภาพกล่องพัสดุตกค้างที่ไม่สามารถส่งถึงมือผู้รับได้ภายในกำหนดถูกวางกองเต็มโกดัง บางส่วนเป็นผลไม้สดที่กำลังเน่าเสีย ได้ถูกเผยแพร่ลงบนสื่อโซเชียล เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ พร้อมเสียงสะท้อนของผู้ที่ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับแวดวงขนส่งไทยไม่น้อย จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงและมีตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาครัฐออกมาตรการคุมเข้มเพื่อลดการแพร่ระบาด สถานประกอบการ ร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้าถูกสั่งปิดชั่วคราว หลายธุรกิจต้องย้ายตัวเองมาอยู่บนออนไลน์ รวมไปถึงผู้ที่ได้รับกระทบจากการเลิกจ้างส่วนหนึ่งต่างผันตัวเองกลายมาเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์เพื่อประคับประคองให้รอดพ้นจากวิกฤตครั้งนี้ไปได้ ในขณะที่ผู้บริโภคเองก็หันมาสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์มากขึ้น ทั้งจากมาตรการล็อกดาวน์ งดการเดินทาง และเพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ จนการซื้อของออนไลน์กำลังกลายเป็น New Normal ของผู้คนในปัจจุบันไปแล้ว ซึ่งนั่นย่อมส่งผลให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซและขนส่งพัสดุเติบโตตามไปด้วย ปีที่ผ่านมาธุรกิจอีคอมเมิร์ซไทยเติบโตแบบก้าวกระโดดและนับเป็นธุรกิจที่เติบโตเร็วที่สุด ข้อมูลวิจัย “เศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประจำปี 2563 จาก Google, Temasek และ Bain & Company ระบุว่า มูลค่าตลาดของอีคอมเมิร์ซพุ่งสูงถึง 9,000 ล้านดอลลาร์ หรือราวกว่า 270,000 ล้านบาท และถือเป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงวิกฤตโควิดอย่างนี้ แต่การแพร่ระบาดล่าสุดที่ขยายเป็นวงกว้างจนมีผู้ติดเชื้อพุ่งสูงถึงวันละ 17,000-18,000 คนต่อวัน ได้ส่งผลกระทบต่อบริษัทขนส่งพัสดุด้วยเช่นกัน พนักงานขนส่งพัสดุบางส่วนติดเชื้อโควิด-19 ทำให้ศูนย์รับและกระจายพัสดุมีพนักงานไม่เพียงพอ และบางสาขาถูกสั่งปิดชั่วคราว ในขณะที่จำนวนพัสดุยังคงหลั่งไหลเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เกิดความชะงักงันของระบบขนส่ง เกิดปัญหาการคัดแยกและทำให้จัดส่งพัสดุล่าช้าตามมา พัสดุจำนวนมากตกค้างอยู่ภายในโกดังไม่สามารถจัดส่งให้ถึงมือผู้รับได้ตามกำหนด

Read More

ธุรกิจโลจิสติกส์หวังฟื้น หลังผ่านมรสุม COVID-19

การแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลกระทบกระเทือนต่อภาคเศรษฐกิจสังคมอย่างกว้างขวางและหลากหลาย ซึ่งหนึ่งในภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ในช่วงปีที่ผ่านมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือ ธุรกิจขนส่งพัสดุ หรือโลจิสติกส์ ที่ได้รับผลจากการปิดพรมแดนและการระงับการขนส่งสินค้าและพัสดุทางอากาศในหลายประเทศ ซึ่งทำให้เกิดการหดตัวในธุรกิจโลจิสติกส์นี้มากกว่าร้อยละ 30-40 เลยทีเดียว วิกฤตจากการระบาดของ COVID-19 ส่งผลกระทบต่อธุรกิจโลจิสติกส์ เนื่องจากการขนส่งทั้งทางบกในประเทศ และขนส่งข้ามแดนมีความล่าช้า จากการล็อกดาวน์หลายพื้นที่ ส่วนการขนส่งทางอากาศถูกระงับไปหลังจากที่ธุรกิจการบินไม่สามารถทำการบินได้ ซึ่งทำให้ธุรกิจโลจิสติกส์ได้รับผลกระทบด้านรายได้อย่างหนัก ขณะที่การขนส่งทางเรือได้รับผลกระทบเช่นกัน แต่ยังมีการขนส่งสินค้านำเข้าส่งออกอยู่บ้าง สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ธุรกิจโลจิสติกส์ในปี 2563 มีแนวโน้มจะหดตัวลงมากถึงร้อยละ 30-40 ซึ่งแม้ว่าการขนส่งหลายประเภทจะอยู่ในภาวะหดตัว แต่การขนส่งพัสดุ การขนส่งสินค้าถึงบ้านหรือเดลิเวอรี่ต่างๆ กลับมีการเติบโตสูงมาก สวนกระแสตลาดโดยรวม เนื่องจากห้างร้านปิดให้บริการ และการที่ประชาชนได้รับคำแนะนำให้อยู่บ้านเพื่อหยุดโรค ทำให้การใช้บริการสั่งซื้อสินค้าและบริการส่งตรงถึงบ้านปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ตัวเลขที่น่าสนใจในธุรกิจโลจิสติกส์อยู่ที่ธุรกิจนี้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยตลาดขนส่งพัสดุในไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากระดับ 18,000 ล้านบาทในปี 2559 มาสู่ระดับ 25,000 ล้านบาทในปี 2560 และพุ่งทะยานอย่างรวดเร็วมาสู่ระดับ 35,000 ล้านบาทในปี 2561 ก่อนที่จะขึ้นสู่ระดับ 49,000 ล้านบาทในปี 2562 และมาสู่ระดับ 66,000

Read More

WHA เห็นสัญญาณบวก ตั้งเป้าโต 30% พร้อมขยายธุรกิจ มั่นใจเติบโตอย่างแข็งแกร่งในปี 2564

ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป เดินหน้าประกาศแผนธุรกิจประจำปี 2564 พร้อมเผยภาพรวมความสำเร็จของธุรกิจในปี 2563 โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์มีการเติบโตสอดคล้องกับธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่กำลังโดดเด่น และเขตอุตสาหกรรมในเวียดนามที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี คว้าสัญญาจากนักลงทุนรายใหม่อย่างต่อเนื่อง แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 บริษัทฯ ยังประสบความสำเร็จจากการเพิ่มทุนเข้ากองทรัสต์ WHART และ HREIT ที่มีมูลค่ารวม 4,870 ล้านบาท อีกทั้งทริสเรทติ้งยังคงอันดับเครดิตองค์กรที่ระดับ A- พร้อมประกาศแผนธุรกิจประจำปี 2564 มุ่งพัฒนาธุรกิจทั้ง 4 กลุ่มให้พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตอย่างราบรื่น ตั้งเป้ารายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรจากการดำเนินงานปกติเพิ่มขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 30 และยังคงระดับอัตราผลกำไร EBITDA อยู่ที่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 35 ตอกย้ำความเป็นผู้นำของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ปในประเทศไทย รวมถึงการขยายธุรกิจในเวียดนามเพิ่มมากขึ้น และยังคงมุ่งมั่นในการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาและเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์และบริการ ความสำเร็จอันโดดเด่นในปี 2563 ปี 2563 เป็นอีกหนึ่งปีที่ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของประเทศไทยในฐานะผู้พัฒนาด้านโลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม ระบบสาธารณูปโภคและพลังงาน ตลอดจนดิจิทัล แพลตฟอร์ม แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อยอดขายที่ดินอุตสาหกรรมในประเทศไทย อันเนื่องมาจากการระงับการเดินทางชั่วคราว แต่ความต้องการที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมของกลุ่มลูกค้ายังคงมีอยู่ต่อเนื่อง ด้วยโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจของไทยที่สามารถดึงดูดการลงทุนได้อย่างแข็งแกร่ง กลุ่มธุรกิจของดับบลิวเอชเอ สามารถทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยมในปีแห่งความท้าทาย โดยกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ มีอัตราการเติบโตสูงขึ้น

Read More

ไปรษณีย์ไทย เปิดบริการส่ง ปลากัด ต้นไม้ และสินค้าในงานเกษตรแฟร์ ส่งบ่ายได้ค่ำทั่ว กทม.-ปริมณฑล

ไปรษณีย์ไทย เปิดบริการส่ง ปลากัด ต้นไม้ ส่งบ่ายได้ค่ำทั่วพื้นที่กทม.-ปริมณฑล ในงานเกษตรแฟร์ 2563 บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดบริการจัดส่งสินค้าต่างๆ ในงานเกษตรแฟร์ 2563 ถึงปลายทางทั่วประเทศ พร้อมบริการส่งพิเศษสำหรับงานเกษตรแฟร์ครั้งนี้ ในลักษณะราคาเหมากล่อง 2 ขนาด สำหรับสิ่งของที่บรรจุกล่องได้ โดยไม่ต้องชั่งน้ำหนัก นอกจากนี้ ยังมีบริการจัดส่งต้นไม้ที่มีขนาดไม่เกิน 1.20 เมตร และบริการส่งปลากัดในราคาพิเศษภายในงาน โดยปลายทาง กทม. และปริมณฑล ส่งก่อน 14.00 น. จะถึงภายในเย็นวันเดียวกัน ขณะที่ปลายทางอื่นๆ จะเป็นไปตามมาตรฐานความเร็วแบบไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) สำหรับผู้สนใจสามารถใช้บริการได้ ณ จุดส่งด่วนไปรษณีย์ โซน C ใกล้กองอำนวยการ ประตู 1 งามวงศ์วาน และโซน F ใกล้สนามฟุตบอล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดให้บริการ 10.00 – 22.00

Read More

ขับต่อไม่รอแล้วนะ! ไปรษณีย์ไทย ชู “ไปรษณีย์ไดร์ฟทรู” ส่งของเลยไม่ต้องลงจากรถ

ขับต่อไม่รอแล้วนะ! ไปรษณีย์ไทย ชู “ไปรษณีย์ไดร์ฟทรู” ส่งของเลยไม่ต้องลงจากรถ ชี้เป้า 17 จุดนำร่องบริการทันใจ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เดินหน้าขยายจุดให้บริการ “ไปรษณีย์ไดร์ฟทรู” 17 แห่งทั่วไทย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ เน้นสะดวกรวดเร็ว การส่งพัสดุแบบรวดเร็วทันใจใน 3 นาที โดยสามารถส่งของได้สูงสุด 3 ชิ้น ไม่เกิน 2 กิโลกรัม โดยไม่ต้องลงจากรถยนต์ เพียงยื่นสิ่งของฝากส่งที่หุ้มห่อและพร้อมส่ง ทั้งนี้ บริการดังกล่าว ได้เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน และยังคงได้รับความสนใจจากผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กล่าวว่า ในปัจจุบันธุรกิจอีคอมเมิร์ซมีการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มีผู้ใช้บริการหน้าเคาน์เตอร์ที่ทำการไปรษณีย์จำนวนมาก จนอาจได้รับความไม่สะดวกเนื่องจากมีผู้รอใช้บริการหนาแน่น ไปรษณีย์ไทยจึงเพิ่มจุดบริการ “ไปรษณีย์ไดร์ฟทรู ณ ที่ทำการไปรษณีย์” (DRIVE-THRU POST) หรือการส่งสิ่งของแบบรวดเร็วไม่เกิน

Read More

ซีเจ โลจิสติคส์ รุกหนักตลาดขนส่งอาเซียน ชูแนวคิด K-Logistics ยกระดับตลาดโลจิสติคส์ไทยด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย

ซีเจ โลจิสติคส์ ต่อยอดขยายธุรกิจโลจิสติคส์สู่ตลาดอาเซียนอย่างต่อเนื่อง ชูแนวคิด “K-Logistics” และเทคโนโลยีการจัดการพัสดุล้ำสมัย เพื่อตอบสนองตลาดขนส่งพัสดุไทยที่เติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมปรับแพลตฟอร์มการขนส่งพัสดุเกาหลีให้เข้ากับประเทศไทย และก่อตั้งศูนย์กระจายสินค้าส่วนกลางที่สามารถรองรับการจัดการพัสดุได้สูงสุดถึง 400,000 หน่วยต่อวัน ศูนย์กระจายสินค้าส่วนกลางของ ซีเจ โลจิสติคส์ ที่บางนา กรุงเทพฯ ซึ่งติดตั้งระบบคัดแยกกล่องแบบอัตโนมัติ wheel sorter ได้เริ่มนำร่องดำเนินการตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยศูนย์กระจายสินค้าส่วนกลางดังกล่าว ใช้ระบบ wheel sorter เช่นเดียวกับที่ใช้ในประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งสามารถจัดการพัสดุได้สูงสุดถึง 400,000 ชิ้นต่อวัน ในพื้นที่กว่า 71,900 ตารางเมตร นับเป็นศูนย์กระจายสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่พร้อมด้วยศักยภาพในการดำเนินการได้ถึง 13% ของปริมาณพัสดุทั้งหมดที่มีการจัดส่งรวมกว่า 3 ล้านชิ้นต่อวันในประเทศไทย ตลาดขนส่งพัสดุไทยเป็นตลาดที่เต็มไปด้วยโอกาสทางธุรกิจที่มีศักยภาพสูง เนื่องด้วยการเติบโตของโทรศัพท์มือถือและการขยายตัวของตลาดอีคอมเมิร์ซอย่างรวดเร็ว การทำธุรกรรมอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยมีมูลค่าถึง 7 แสนล้านบาท (2.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2560 และภายในปี 2563 คาดว่ากว่า 50% ของยอดขายปลีกทั้งหมดจะเกิดจากตลาดออนไลน์ นอกจากนี้

Read More

ไปรษณีย์ไทย ชู “ส่งเช้าได้บ่าย ส่งบ่ายได้เช้า” ตอบความต้องการลูกค้าอีคอมเมิร์ซ พร้อมกระจายจุดบริการครอบคลุมทั่วประเทศ

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ชูศักยภาพการเป็นผู้นำด้านขนส่งและโลจิสติกส์อันดับ 1 ของไทย ในการจัดส่งสิ่งของที่รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยหากส่งของในช่วงเช้าจะได้รับช่วงบ่าย และส่งของช่วงบ่ายจะได้รับในช่วงเช้าของวันรุ่งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการการจัดส่งที่เร่งด่วน พร้อมอำนวยความสะดวกขยายบริการให้ครอบคลุมพื้นที่ภูมิภาคเพิ่มขึ้น นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กล่าวว่า จากพฤติกรรมของผู้ใช้บริการชาวไทยที่มีการสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ จึงทำให้ผู้ใช้บริการต้องการการจัดส่งสิ่งของที่เร่งด่วน รวดเร็วกว่าในอดีต ไปรษณีย์ไทย จึงปรับปรุงมาตรฐานคุณภาพบริการให้จัดส่งรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยปรับระบบขนส่งให้การคัดแยกปลายทางมีความรวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมเพิ่มคุณภาพการนำจ่ายที่ทำการไปรษณีย์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ได้แก่ การฝากส่งสิ่งของในช่วงเช้าจากกรุงเทพฯและปริมณฑล ปลายทางกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะถึงผู้รับในวันเดียวกัน หรือหากส่งช่วงบ่ายจะได้รับเช้าวันรุ่งขึ้น นอกจากนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการส่งทั่วประเทศไทย ไปรษณีย์ไทย จึงอยู่ระหว่างการขยายเครือข่ายพื้นที่ยกระดับคุณภาพบริการ “ส่งเช้าได้บ่าย ส่งบ่ายได้เช้า” ไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เช่น ต้นทางจังหวัดเชียงใหม่ หากส่งไปยังภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันตก ขณะที่ต้นทางจังหวัดนครศรีธรรมราช ปลายทางภาคใต้ หรือกรุงเทพฯ

Read More