วันศุกร์, กันยายน 17, 2021
Home > Life > เรื่องเล่าจากเมนูสมุนไพร หอมรัญจวนใจ ได้ประโยชน์

เรื่องเล่าจากเมนูสมุนไพร หอมรัญจวนใจ ได้ประโยชน์

ขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด สมุนไพรไทยตัวละครเอกที่มักจะปรากฏอยู่ในเมนูอาหารไทยแทบจะทุกเมนู และบางบ้านแทบไม่ต้องหาซื้อพืชสมุนไพรจากตลาดเลย

เชื่อว่าในสมัยเด็กๆ หลายคนอาจถูกไหว้วาน เรียกใช้จากแม่ครัวเอกประจำบ้าน ให้ไปขุด ตัด สมุนไพรที่ปลูกอยู่ในสวนหลังบ้านกันแทบทั้งนั้น แต่จะตัดหรือขุดออกมาได้ถูกใจแม่ครัวหรือไม่ก็ขึ้นกับความชำนาญ

คำสอนถูกบอกกล่าวจากผู้สูงวัย เริ่มตั้งแต่วิธีการเลือกสมุนไพร ล้าง หั่น ซอย ถูกถ่ายทอดอย่างค่อยเป็นค่อยไป คนเฒ่า คนแก่จะใช้วิธีค่อยๆ สอนลูกหลานไปทีละนิดจนเกิดกระบวนการเรียนรู้และจดจำในที่สุด หลายครั้งเราแทบไม่เคยตั้งคำถามเลยว่า ทำไมต้องทำเช่นนั้น ทำไมต้องหั่นแบบนี้ เราเพียงแต่จดจำว่า ผู้ใหญ่ถ่ายทอดและส่งต่อกันมา ซึ่งไม่ใช่เรื่องเสียหายที่จะปฏิบัติตาม เพราะสุดท้ายแล้ว ผลลัพธ์ก็ทำให้อิ่มท้องได้ทุกมื้อ

ณ ปัจจุบันขณะโลกเรากำลังต่อสู้และพยายามที่จะเอาชนะเชื้อไวรัสโควิด-19 แม้จะมีนักวิจัยที่วิจัยและพัฒนาวัคซีนประสบความสำเร็จแล้ว แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อจำนวนมาก และปริมาณวัคซีนที่ผลิตได้ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ทำให้หลายคนเริ่มมองหาวิธีที่จะต่อสู้และรับมือกับไวรัสทางอ้อม หรืออย่างไทยๆ เรา คือการใช้สมุนไพรโดยมุ่งหวังที่จะบรรเทาอาการก่อนเชื้อลงปอด หรือเพื่อป้องกันไว้ก่อน

ความธรรมดาสามัญประจำครัวถูกทำให้เป็นเรื่องพิเศษขึ้นในเวลาไม่นาน แม้สมุนไพรจะอยู่คู่ครัว คู่บ้านเรามาตลอดเวลา แต่เรากลับมองเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งของอาหารเท่านั้น แม้จะรู้ว่าสมุนไพรเหล่านี้ให้ประโยชน์ทางยา แต่เรากลับรู้สึกตื่นเต้นและตื่นตัวมากกว่าแต่ก่อน

แม้จะยังไม่มีงานวิจัยที่ชี้ชัดลงไปว่าสมุนไพรเหล่านี้มีฤทธิ์หรือกลไกใดที่ต่อต้านเชื้อโควิด-19 ได้ แต่ความเชื่อที่ถูกส่งต่อกันมาทั้งรูปแบบออนไลน์ หรือบอกเล่ากันปากต่อปาก ทำให้หลายบ้านเริ่มเพิ่มเมนูที่มีองค์ประกอบของสมุนไพรลงไปในสำรับเกือบทุกมื้อ

ผัดกะเพรา เมนูที่หลายคนให้คำนิยามว่า “เมนูสิ้นคิด” ที่มักจะสั่งทุกครั้งเมื่อสร้างสรรค์เมนูแปลกใหม่ไม่ออก ด้วยรสชาติเผ็ดร้อนจากพริก กระเทียม ความกลมกล่อมจากเครื่องปรุงเพียงไม่กี่ชนิด ที่ฉาบอยู่บนเนื้อสัตว์ ถูกชูรสด้วยกะเพราตัวเอกที่ถูกโยนลงในกระทะเป็นอย่างสุดท้าย ผัดให้โดนความร้อนก่อนตักเสิร์ฟ นับเป็นเมนูสิ้นคิดที่ให้ประโยชน์เหลือหลาย

ใบกะเพราทั้งขาวและแดง มีธาตุเหล็กช่วยในการสร้างเม็ดเลือด ป้องกันโรคโลหิตจาง ยังลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลม ช่วยขับเสมหะ

นอกจากกะเพราแล้ว สมุนไพรที่กำลังถูกพูดถึงและให้ความสำคัญมากขึ้นในเวลานี้ ได้แก่ ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด กระชาย ที่มีข้อมูลส่งต่อกันในโลกโซเชียลว่าช่วยให้ร่างกายมีภูมิต่อต้านเชื้อโควิดได้เป็นอย่างดี

เมนูอาหารที่มีสมุนไพรกลุ่มนี้เป็นพระเอก ชนิดที่เรียกว่าขาดไม่ได้เลยทีเดียว คือ อาหารเมนูแกงต่างๆ แกงเขียวหวาน แกงเผ็ด น้ำยากะทิ น้ำยาป่า แกงเลียง ผัดฉ่า น้ำพริกปลาร้า ปลานึ่งสมุนไพร

กลิ่นหอมของสมุนไพรเริ่มส่งสัญญาณไปยังประสาทสัมผัสของเราตั้งแต่เริ่มหั่น ซอย ซึ่งขั้นตอนการทำเครื่องแดง หรือน้ำพริก จะเริ่มตำสมุนไพรที่มีความแข็งก่อน ตะไคร้ ผิวมะกรูด ข่า รากผักผี กระเทียม พริก แน่นอนว่าความรัญจวนจะเริ่มส่งกลิ่นเย้ายวนเมื่อเครื่องแกงเหล่านั้นถูกความร้อน และกลิ่นที่ส่งออกมาจะเริ่มจากวัตถุดิบแรกที่เราใส่ลงไปในครกตอนโขลก

ตะไคร้ สมุนไพรที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ช่วยลดโคเลสเตอรอล ลดความดันโลหิตสูง ขับลม ลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ขับปัสสาวะ ช่วยขจัดพิษออกจากร่างกาย ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น

มะกรูด แก้อาการหน้ามืด วิงเวียนช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด ช่วยแก้ไอ ขับเสมหะ ด้วยการนำมะกรูดผ่าครึ่งแล้วนำไปลนไฟให้เปลือกนิ่ม จากนั้นค่อยๆ บีบน้ำมะกรูดลงไปในคอทีละน้อย ช่วยบรรเทาอาการไอได้ดี

กระชาย มีสรรพคุณทางยานานัประการจนได้ชื่อในวงการแพทย์แผนไทยว่าเป็น “โสมไทย” ช่วยบำรุงร่างกายเป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงธาตุ แก้ลมวิงเวียน บำรุงหัวใจ บำรุงสมอง ปรับสมดุลความดันโลหิต ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพบว่า สาร Pinostrobin, Pinocembrin, Pandurtin A และ Alpinetin ของกระชายนั้นมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียได้หลายชนิด

หรือแม้กระทั่งกัญชา กัญชง ที่ยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ว่า จะนับเป็นพืชสมุนไพรได้หรือไม่ ทว่าปัจจุบันกัญชาถูกนำมาเป็นส่วนประกอบในอาหารและเครื่องดื่ม หลังจากที่รัฐบาลปลดล็อก กัญชา กัญชง ให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้โดยไม่จัดเป็นยาเสพติด ยกเว้นช่อดอกและเมล็ดกัญชา

ซึ่งสรรพคุณทางยาของกัญชานั้น ได้แก่ บรรเทาอาการไอ อ่อนล้า บรรเทาอาการปวดข้อ บรรเทาอาการหอบหืด เพราะมีคุณสมบัติที่ช่วยขยายหลอดลม ช่วยบรรเทาอาการปวดหัวไมเกรน นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานทางวิชาการสนับสนุนทั้งแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนปัจจุบัน ชี้ให้เห็นสรรพคุณและความปลอดภัย ซึ่งการใช้กัญชาในทางการแพทย์เพื่อบรรเทาอาการปวดเรื้อรังโดยเฉพาะอาการปวดจากปลายประสาท และยังพบการศึกษาของกัญชาในการรักษาโรคมะเร็งที่พบว่า สาร THC ในกัญชาสามารถยับยั้งการสร้างเซลล์มะเร็งและสามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้

ในเวลานี้เราได้เห็นอาหาร หรือเครื่องดื่มที่นำใบกัญชา กัญชงมาเป็นส่วนประกอบในอาหารมากขึ้น กลายเป็นจุดขายใหม่ของบรรดาร้านอาหารเลยก็ว่าได้

และที่จะลืมไม่ได้เลยคือ ฟ้าทะลายโจร ที่แม้จะไม่สามารถนำมาประกอบอาหารได้ แต่ในเวลานี้ ฟ้าทะลายโจรเป็นพืชสมุนไพรที่มีคุณค่ามหาศาล เพราะยาฟ้าทะลายโจรมีสารที่เชื่อว่า “แอนโดรกราโฟไลด์” มีส่วนช่วยยับยั้งการแพร่เชื้อโควิด-19 ในผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรง ซึ่งฟ้าทะลายโจรไม่มีคุณสมบัติในการป้องกัน แต่มีคุณสมบัติในการรักษา และไม่ควรรับประทานติดต่อกันเกิน 5 วันต่อสัปดาห์ และไม่ควรรับประทานต่อเนื่องเกิน 3 เดือน ส่วนสรรพคุณทั่วไปคือ แก้ไข้ ขับเสมหะ ช่วยระงับอาการอักเสบ ไอ เจ็บคอ ต่อมทอนซิลอักเสบ

ข้อมูลของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ปี 2563 ระบุว่าปัจจุบันมูลค่าการส่งออกสมุนไพรไทยอยู่ในหลักแสนล้านบาท โดยสมุนไพรไทยในกลุ่มอาหารเสริมมีมูลค่าการใช้และส่งออกรวมกว่า 80,000 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มสปาและผลิตภัณฑ์มีมูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท และกลุ่มยาแผนโบราณตามภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยมีมูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท สถานการณ์ปัจจุบันทำให้สมุนไพรเป็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพมากขึ้น น่าจะส่งผลให้มูลค่าตลาดสมุนไพรมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต

มรดกทางภูมิปัญญาของไทยที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ นับจากนี้ตลาดสมุนไพรจะมีโอกาสเติบโตและขยายตัวมากขึ้นในทุกมิติ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *