วันอาทิตย์, กันยายน 19, 2021
Home > On Globalization > ปี François Mitterrand

ปี François Mitterrand

Column: From Paris

เอ็มมานูเอล มาครง (Emmanuel Macron) เคยกล่าวระหว่างการเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบแรกและรอบสองในปี 2017 ว่า แนวทางที่เขาต้องการบริหารฝรั่งเศสเป็นแนวทาง gaullo-mitterrandien กล่าวคือ แนวทางตามแบบประธานาธิบดีชาร์ลส์ เดอ โกล (Charles de Gaulle) และประธานาธิบดีฟรองซัวส์ มิตแตรองด์ (François Mitterrand) ด้วยเหตุนี้ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงจึงอุทิศปี 2020 เป็นปีชาร์ลส์ เดอ โกล จัดงานรำลึกถึงชาร์ลส์ เดอ โกลในวาระต่างๆ กล่าวคือ วันที่ 18 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันครบรอบ 80 ปีที่นายพลชาร์ลส์ เดอ โกลประกาศตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นที่กรุงลอนดอน และเรียกร้องให้ชาวฝรั่งเศสลุกขึ้นต่อสู้พวกเยอรมันที่เข้าครอบครองประเทศ ชาวฝรั่งเศสหลายพันคนเดินทางไปสมทบกับนายพลเดอ โกล เพื่อก่อตั้งกองกำลังปลดแอกที่เรียกว่า Résistance อีกทั้งรำลึกถึงวันที่นายพลเดอ โกลประกาศแก่ชาวฝรั่งเศสว่า กรุงปารีสได้รับการปลดปล่อยแล้วในวันที่ 25 สิงหาคม 1944

หลังสงครามโลกครั้งที่สอง นายพลเดอ โกลได้ก่อตั้งรัฐบาลชั่วคราวและลาออกวันที่ 20 มกราคม 1946 ต่อมาในเดือนมิถุนายนปีเดียวกัน ได้ประกาศกรอบรัฐธรรมนูญ อันเป็นที่มาของรัฐธรรมนูญปี 1968 และได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคนแรกภายใต้สาธารณรัฐที่ 5 จวบจนปี 1969 จึงลาออก หลังจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับวุฒิสภาถูกตีตกเพราะแพ้การหยั่งเสียงประชามติ หลังจากนั้นไปพำนักที่ Colombey-les-Deux-Eglises และเขียนบันทึกความทรงจำ จนอสัญกรรมในปี 1970 ซึ่งครบ 80 ปีในปี 2020

ส่วนปี 2021 เป็นปีฟรองซัวส์ มิตแตรองด์ (François Mitterrand) เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงเดินทางไป Jarnac เพื่อคำนับหลุมฝังศพของฟรองซัวส์ มิตแตรองด์ ในโอกาสครบรอบ 25 ปีที่นักการเมืองที่ยิ่งใหญ่ผู้นี้ได้จากไป และไปเยี่ยมบ้านของฟรองซัวส์ มิตแตรองด์ที่กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ ในโอกาสนี้โอลิวีเอร์ โฟร์ (Olivier Faure) เลขาธิการพรรคสังคมนิยม และฟรองซัวส์ โอลลองด์ (François Hollande) อดีตประธานาธิบดีพรรคสังคมนิยมมาร่วมด้วย พร้อมทั้งผู้ใกล้ชิดกับฟรองซัวส์ มิตแตรองด์อย่างอุแบรต์ เวดรีน (Hubert Védrine) อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ และเซโกแลน รัวยาล (Ségolène Royal)

การรำลึกถึงฟรองซัวส์ มิตแตรองด์ยังมีอีกสามวาระ กล่าวคือ วันที่ 10 พฤษภาคม อันเป็นวันครบ 40 ปีของการเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 1981 และ 40 ปีของการยกเลิกโทษประหารในวันที่ 8 ตุลาคมปีเดียวกันนี้ และ 26 ตุลาคม ครบ 105 ปีชาตกาล

ก้าวย่างของเอ็มมานูเอล มาครงไม่สบใจนักการเมืองพรรคสังคมนิยมนัก เพราะเห็นเป็นความพยายามหาเสียงกับฝ่ายซ้ายมากกว่าความจริงใจ และเห็นว่าเอ็มมานูเอล มาครงและฟรองซัวส์ มิตแตรองด์อยู่คนละขั้ว ไม่มีอะไรเหมือนกันเลย ยกเว้นการเน้นนโยบายสหภาพยุโรป ในขณะที่ผู้ใกล้ชิดกับเอ็มมานูเอล มาครงเห็นความตั้งใจจริงเพราะได้ปรึกษาหารือสม่ำเสมอกับมิเชล ชาราส (Michel Charasse) ผู้ใกล้ชิดกับฟรองซัวส์ มิตแตรองด์จวบจนมิเชล ชาราสถึงแก่กรรมในเดือนกุมภาพันธ์ 2020

ฟรองซัวส์ มิตแตรองด์เป็นประธานาธิบดีจากพรรคสังคมนิยมคนแรก ได้รับความนิยมมากแม้ความนิยมจะขึ้นๆ ลงๆ ก็ตาม จึงอยู่ในตำแหน่งถึงสองสมัย รวม 14 ปี ในช่วงปลายวาระที่สอง อาการป่วยจากมะเร็งต่อมลูกหมากรุนแรงขึ้น (อันที่จริงป่วยมานานแล้ว แต่เก็บเป็นความลับ) หลังจากที่มอบตำแหน่งให้ฌาคส์ ชีรัก (Jacques Chirac) ประธานาธิบดีคนใหม่แล้ว ฟรองซัวส์ มิตแตรองด์เดินทางไปยังที่ทำการพรรคสังคมนิยม เพื่อกล่าวสุนทรพจน์เป็นครั้งสุดท้าย เขาได้เป็นตุลาการรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ได้ไปนั่งทำงานอย่างเป็นกิจจะลักษณะ ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการอ่านและเขียนหนังสือ รวมทั้งรับรองนักการเมืองจากทุกฝ่ายที่เดินทางไปเยี่ยมเยียน

ฟรองซัวส์ มิตแตรองด์สมรสกับดาเนียล กูซ (Danielle Gouze) มีลูกชายด้วยกัน 2 คน เขาได้พบรักใหม่กับสาวน้อย อานน์ แปงโจต์ (Anne Pingeot) และใช้ชีวิตร่วมกับเธอผู้นี้จนวาระสุดท้าย โดยที่ไม่ได้หย่าจากดาเนียล มิตแตรองด์ และมีลูกสาวชื่อ มาซารีน (Mazarine) แม้ฟรองซัวส์ มิตแตรองด์จะใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวที่สอง แต่ไปรับประทานอาหารค่ำวันอาทิตย์กับดาเนียลและลูก ครอบครัวที่สองไม่เป็นข่าว เพราะชาวฝรั่งเศสเคารพชีวิตส่วนตัวของนักการเมือง ตราบใดที่ไม่กระทบต่อประเทศชาติ จนกระทั่งในปี 1994 นิตยสาร Paris Match ไปแอบถ่ายภาพท่านประธานาธิบดีพาลูกสาวไปรับประทานอาหาร ชาวฝรั่งเศสจึงได้ทราบว่าประธานาธิบดีมีบ้านที่สอง ต้องนับถือความใจกว้างของดาเนียล มิตแตรองด์ เพราะในงานศพของฟรองซัวส์ มิตแตรองด์ เธอเชิญอานน์ แปงโจต์ และมาซารีนมาด้วย ชาวฝรั่งเศสได้เห็นความอ่อนโยนที่เธอมีต่อมาซารีน

หลังจากหมดตำแหน่ง ฟรองซัวส์ มิตแตรองด์ใช้ชีวิตเงียบๆ ในต่างจังหวัด โรคภัยรุมเร้า ทำให้ไม่สามารถมีกิจกรรมอะไรมาก ถึงกระนั้นช่วงคริสต์มาส 1995 เขาพามาซารีนไปเที่ยวเมืองอัสวานของอียิปต์ และเดินทางไปร่วมประชุมอดีตผู้นำจากประเทศต่างๆ ที่สหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 2 มกราคม 1996 โดยได้กล่าวสุนทรพจน์ด้วย ต่อมาวันที่ 8 มกราคม 1996 ฟรองซัวส์ มิตแตรองด์ก็ถึงแก่กรรม รัฐจัดพิธีศพให้ที่วิหารโนเทรอะ-ดาม-เดอ-ปารีส์ (Notre-Dame-de-Paris) และประกาศไว้ทุกข์ทั้งประเทศ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *