Home > Cover Story (Page 25)

พิชัย จิราธิวัฒน์ จัดเต็มปั้น Good Goods เจาะตลาดท่องเที่ยว

พิชัย จิราธิวัฒน์ ใช้เวลากว่า 6 ปี ปลุกปั้นแบรนด์ “Good Goods” ภายใต้โปรเจกต์ “Central Tham” ซึ่งเป็นโครงการด้านความยั่งยืนของกลุ่มเซ็นทรัล หวังสร้างหน้าร้านดีไซน์ ทั้ง เท่+เก๋ สไตล์ศิลปิน เปิดช่องทางจำหน่ายต่อยอดสินค้าจากชุมชน จากสาขาแรกเมื่อปี 2562 จนล่าสุดเปิดสาขาที่ 7 ชนิดทำถึงกลายเป็นสินค้าไทยยอดนิยมของลูกค้าต่างชาติ ปัจจุบัน Good Goods เปิดให้บริการแล้ว 7 สาขา โดยผุด Concept Store ประเดิมสาขาแรกในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อปี 2562 และขยายพื้นที่จาก 197 ตารางเมตร (ตร.ม.) เป็น 420 ตร.ม. เมื่อเดือนกันยายน ปี 2565 ต่อมาในปี 2565 เปิดสาขาที่ 2 ในจริงใจมาร์เก็ต เชียงใหม่ ใกล้กับตลาดต้นไม้คำเที่ยง บนถนนอัษฎาธร ปี

Read More

“เซ็นทรัล ทำ” เร่งปลุกกระแส ทำด้วยกัน ทำด้วยใจ

8 ปีที่แล้ว กลุ่มเซ็นทรัลก่อตั้งโครงการ “เซ็นทรัล ทำ” ด้านหนึ่งหวังสร้างความร่วมมือกันของทุกฝ่าย ลงมือทำเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและหาแนวทางการอยู่ร่วมกันกับท้องถิ่น พัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบต่อยอดให้จังหวัดรอบข้าง สู่การท่องเที่ยวยั่งยืนที่เน้นเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ รับผิดชอบต่อทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนไปพร้อมกัน ขณะที่อีกด้านหนึ่ง แนวคิด ESG หรือ Environmental, Social, and Governance กลายเป็นเกณฑ์สำคัญวัดผลการดำเนินธุรกิจ ไม่ใช่แค่ผลกำไร แต่รวมถึงผลกระทบที่ธุรกิจมีต่อโลก สังคม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งเทรนด์ ESG เข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ ในธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ เพราะเป็นมุมมองของผู้บริโภครุ่นใหม่เปลี่ยนไปและเลือกที่จะบริโภคสินค้าจากผู้ประกอบการที่ประกอบธุรกิจตามแนวคิด ESG ไม่ใช่แค่แนวคิดเพียงผิวเผิน หรือฉาบฉวย แต่ต้องให้ความสำคัญกับประเด็นด้านสังคมและธรรมาภิบาล การเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส และการเพิ่มสัดส่วนของสินค้าที่มีความยั่งยืนมากขึ้น เป็น DNA ขององค์กรและกลายเป็นจุดขายการแข่งขันด้านภาพลักษณ์โดยอัตโนมัติด้วย นั่นทำให้โปรเจกต์ “เซ็นทรัล ทำ” ต้องเร่งผลักดันการต่อยอดที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า กลุ่มเซ็นทรัลยังคงเดินหน้าโครงการ “เซ็นทรัล ทำ”  ทำด้วยกัน ทำด้วยใจ ซึ่งเป็นโครงการด้านความยั่งยืนของกลุ่มเซ็นทรัล

Read More

ผลกระทบสงครามการค้า 2.0 สั่นคลอนเศรษฐกิจไทย

นับตั้งแต่การก้าวขึ้นมารับตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ สมัยที่ 2 ของ โดนัลด์ ทรัมป์ และใช้คำสั่งของฝ่ายบริหาร เปิดฉากสงครามการค้า โดยเริ่มจากสินค้านำเข้าจากจีน หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ สหรัฐฯ เสียดุลการค้ากับจีนราว 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2567 ข้อมูลการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ พบว่า มีมูลค่าสูงถึง 5.85 แสนล้านดอลลาร์ หรือมากกว่า 20.3 ล้านล้านบาท โดยสหรัฐฯ มีการนำเข้าสินค้าจากจีน 4.4 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่จีนนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ เพียง 1.45 แสนล้านดอลลาร์ นอกจากทรัมป์ คงพอจะคาดเดาได้ว่า มีความพยายามจากอีกขั้วอำนาจทางเศรษฐกิจ ที่จะลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ลง หรือที่เรียกว่า DE-Dollarization บทวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญมากมายเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า เงินดอลลาร์จะเสื่อมค่า การตอบโต้กันไปมาระหว่างจีนและสหรัฐฯ ทำให้ไทยได้อานิสงส์จากความขัดแย้งในบางอุตสาหกรรม เพราะไทยสามารถส่งออกสินค้าเพื่อทดแทนการนำเข้าของทั้งสองประเทศได้มากขึ้น รวมถึงการได้ประโยชน์จากการย้ายฐานการผลิตออกจากจีนและสหรัฐฯ นั่นทำให้ภาคส่งออกและการลงทุนของไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น อุตสาหกรรมไทยบางกลุ่มมีการขยายตัว เช่น คอมพิวเตอร์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ภาคก่อสร้าง ผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง แต่หากจะบอกว่า ไทยรอดพ้นจากสงครามการค้าในครั้งนี้คงไม่ถูกนัก เมื่อทุกประเทศจะต้องเจอกับอัตราภาษีพื้นฐานของสหรัฐฯ

Read More

29 ปี รพ. นครธน เติบโตบนก้าวที่มั่นคง

โรงพยาบาลระดับตติยภูมิ ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ชั้นนอกของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตกอย่างโรงพยาบาลนครธน ที่เกิดขึ้นจากเจตนารมณ์ของครอบครัว “ทองสิมา” และเครือญาติ ในปี พ.ศ. 2536 ที่มองว่า การทำโรงพยาบาลก็เป็นอีกหนึ่งหนทางในการทำบุญ เนื่องจากต้นตระกูลอย่าง “ถนอม” มารดาของ รศ.ญาณเดช ทองสิมา เป็นคนชอบทำบุญ หลังจากแบ่งปันที่ดินขนาด 500 ไร่ ให้เช่าทำห้างสรรพสินค้า คอนโดมิเนียม การทำโรงพยาบาลแบบไร้ประสบการณ์ แต่ได้พาร์ตเนอร์อย่างโรงพยาบาลบางโพ ในช่วงแรก กระทั่งโรงพยาบาลนครธนสามารถเปิดให้บริการได้ในช่วงปลายปี 2539 ด้วยเงินลงทุน 200-300 ล้านบาท ปัจจุบันโรงพยาบาลนครธนดำเนินธุรกิจและตั้งตระหง่านอยู่บนถนนพระราม 2 มายาวนานเกือบ 30 ปี จากโรงพยาบาลจำนวน 150 เตียง และการเติบโตแบบออแกนิก ผู้เข้าใช้บริการที่รู้สึกพึงพอใจเป็นเรื่องบอกเล่าปากต่อปาก จนในที่สุดก็ถึงเวลาแห่งความพร้อมที่จะขยายตัว ไปสู่ 2 โครงการใหญ่ โรงพยาบาลนครธน 2 และโครงการนครธน ลองไลฟ์ เซ็นเตอร์ (Nakornthon Long Life

Read More

“นภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์” เปิดยุทธศาสตร์ CPNREIT กองทรัสต์ค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในไทย

“แม้ภาพใหญ่ของเศรษฐกิจจะยังไม่สดใสนัก แต่ถึงอย่างไรศูนย์การค้าก็ยังคงเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิต เราจึงมั่นใจในการลงทุนด้านค้าปลีกอย่างต่อเนื่อง Yield ดี จังหวะดี การเติบโตดี ยังเป็นสิ่งที่ใช่สำหรับ CPNREIT” นภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ กรรมการ บริษัท ซีพีเอ็น รีท แมเนจเมนท์ จำกัด ผู้จัดการกองทรัสต์ CPNREIT กองทรัสต์ค้าปลีกที่มีมูลค่าตลาดใหญ่ที่สุดในไทย กล่าว เป็นเวลากว่า 70 ปี ที่กลุ่มเซ็นทรัลสร้างรากฐานทางธุรกิจในเมืองไทย จากร้านขายของชำเล็กๆ สู่ผู้นำในธุรกิจหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจห้างสรรพสินค้า อย่างห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลที่กระจายอยู่ในหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจบริหารแบรนด์สินค้าแฟชั่น ธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ต ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจดิจิทัลไลฟ์สไตล์ รวมไปถึงอีกหนึ่งธุรกิจที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างการเติบโตให้กับกลุ่มเซ็นทรัลพัฒนา อย่าง “CPNREIT” ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทล โกรท ที่อยู่ภายใต้ผู้จัดการกองทรัสต์อย่างบริษัท ซีพีเอ็น รีท แมเนจเมนท์ จำกัด โดยมีบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ

Read More

ทำความรู้จัก “พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์” เรือธงบุกคลังสินค้าและโรงงานของมั่นคงเคหะการ

“มั่นคงเคหะการ” ถือเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่โลดแล่นในตลาดมานานหลายทศวรรษ โดยจุดเริ่มต้นเกิดขึ้นในปี 2499 ห้างหุ้นส่วนแห่งหนึ่งได้ก่อตั้งขึ้นภายใต้ชื่อจดทะเบียนว่า “ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล มั่นคงสถาปัตย์” เพื่อรับเหมาก่อสร้างอาคารประเภทต่างๆ หลังจากนั้นอีก 5 ปี จึงได้เริ่มประกอบธุรกิจอาคารและที่ดินควบคู่กับงานรับเหมาก่อสร้าง และในปี  2511 จึงได้จัดตั้ง “ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช.มั่นคงเทรดดิ้ง” ขึ้นมาอีกหนึ่งบริษัท เพื่อดำเนินธุรกิจในการเป็นตัวแทนจำหน่ายค้าปลีกและค้าส่งวัสดุก่อสร้าง ก่อนที่จะรวมกันเป็น “บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด” ในปี 2516 จุดเปลี่ยนสำคัญมาถึงในปี 2520 เมื่อมั่นคงเคหะการเริ่มก่อสร้างโครงการหมู่บ้านจัดสรรในชื่อ “ชุมชนชวนชื่น” ขึ้นที่ประชาชื่นเป็นแห่งแรก ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคในสมัยนั้น จนทำให้มั่นคงเคหะการเติบโตขึ้นเป็นลำดับ กระทั่งได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2533 และแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนเมื่อปี 2536 ในชื่อ บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) หรือ “มั่นคง” (MK) ตามมาด้วยการเปิดตัวโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องอีกหลายสิบโครงการในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด คอนโดมิเนียม และทาวน์โฮม

Read More

เจาะแนวรบร้านสะดวกซัก เม็ดเงินพุ่งพรวดหมื่นล้าน

Convenient laundry shop หรือร้านสะดวกซักเติบโตก้าวกระโดดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จากปี 2563 มีมูลค่าตลาดราว 3,000 ล้านบาท พุ่งพรวดสูงถึง 13,500 ล้านบาทในปี 2567 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามไลฟ์สไตล์ของผู้คนยุคปัจจุบัน  ธุรกิจร้านซักผ้าในประเทศไทยแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ร้านเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญทั่วไป (Coin-Operated Laundry Machines) เป็นเครื่องซักผ้าแบบครัวเรือนที่ติดตั้งระบบหยอดเหรียญ ใช้เงินลงทุนไม่สูงแต่ความทนทานน้อยกว่า ทำให้มีค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงและเปลี่ยนเครื่องซักผ้าในระยะยาว จำนวนผ้าซักต่อรอบการเดินเครื่องมีจำกัด กลุ่มร้านซักรีดทั่วไป (Traditional Laundry Services) มีพนักงานให้บริการครบวงจร ตั้งแต่ซัก อบ รีด โดยลูกค้านำผ้ามาฝากไว้ที่ร้าน บางร้านมีบริการเสริม เช่น รับ-ส่งผ้าถึงบ้าน สามารถซักผ้าที่มีลักษณะพิเศษ เช่น เสื้อสูท ชุดแต่งงาน หรือผ้าที่มีความบอบบาง สุดท้ายที่กำลังได้ความรับความนิยม คือ ร้านสะดวกซัก (Laundromat) ให้บริการเครื่องซักอบผ้าแบบบริการตนเอง มาตรฐานอุตสาหกรรม มีความทนทานสูง

Read More

พี่วัว WashXpress ได้ฤกษ์ยื่นไฟลิ่งรุกแผนการใหญ่

7 ปีก่อน ชิษณุพันธ์ ตั้งเฉลิมกุล อยู่ในแวดวงธุรกิจอพาร์ตเมนต์ เห็นผู้เช่าส่วนใหญ่ไม่มีเครื่องซักอบผ้า ยิ่งช่วงหน้าฝนเฉอะแฉะ การซักผ้าที่แสนธรรมดากลายเป็นเรื่องใหญ่ทันที เขาเกิดปิ๊งไอเดียลงทุนกิจการเครื่องซักอบผ้าอัตโนมัติแบบหยอดเหรียญและนั่นกลายเป็นสารตั้งต้นของ WashXpress ที่วันนี้กำลังเดินหน้าแผนระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ (mai) แต่กว่าจะมาถึงวันที่ WashXpress ขยายเครือข่ายสาขาไปมากกว่า 500 จุด ชิษณุพันธ์ต้องฝ่ามรสุมหลายลูก เพราะแม้กิจการเริ่มแรกมีลูกค้าแห่มาใช้เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญชนิดหนาแน่น แต่ต้องเจอปัญหาสำคัญ คือ ประสิทธิภาพและความทนทานของเครื่องซักอบผ้ามาตรฐานครัวเรือน ไม่เหมาะกับการใช้งานเชิงพาณิชย์ เสียหายบ่อยครั้ง และใช้เวลาซ่อมแซมนาน นอกจากนั้น เครื่องซักผ้าทั่วไปยังขาดประสิทธิภาพในการซักผ้าจำนวนมาก ส่งผลให้ลูกค้าไม่ได้รับความสะดวกสบายในการใช้บริการ จนเสียโอกาสในการสร้างรายได้ ชิษณุพันธ์ และเพื่อนอีกคน คือ พรสิริ ธัญญานุรักษา จึงริเริ่มแนวคิดการซื้อสิทธิ์แฟรนไชส์ร้านสะดวกซักจากต่างประเทศ ซึ่งใช้เครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้ามาตรฐานอุตสาหกรรมเข้ามาลงทุนในประเทศไทย แต่การดำเนินธุรกิจร้านสะดวกซักในรูปแบบแฟรนไชส์ยังมีข้อจำกัด เช่น ความคล่องตัวในการบริหารคุณภาพและมาตรฐานการบริการ จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากเจ้าของแฟรนไชส์ และต้องเป็นไปตามมาตรฐานของแบรนด์ ซึ่งบางครั้งไม่เหมาะกับเมืองไทย 4 ผู้ร่วมก่อตั้ง ชิษณุพันธ์ พรสิริ อุไรวรรณ และกวิน ในที่สุด  ชิษณุพันธ์และพรสิริตัดสินใจจับมือเพื่อนอีก 2 คน

Read More

Bolt ฮอตรับคนตกงาน เร่งเผยโฉมฟีเจอร์ใหม่

8 พฤษภาคมนี้ ณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการทั่วไปประจำโบลท์ (Bolt) ประเทศไทย จะเปิดตัวพบปะสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการครั้งแรก พร้อมเผยโฉมฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยใหม่ล่าสุด หลังจากที่ Bolt เข้ามาลุยตลาด Ride Hailing ในประเทศไทยกว่า 5 ปี จนกลายเป็นแพลตฟอร์มเรียกรถที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ที่สำคัญ อาชีพ Driver กลายเป็นช่องทางเสริมรายได้ของผู้คนจำนวนมาก หากเปรียบเทียบแพลตฟอร์มหรือผู้ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกกฎหมายจากกรมการขนส่งทางบกหน้าใหม่ ซึ่งรองรับการใช้ “รถยนต์ส่วนบุคคล” ที่วันนี้มีมากถึง 11 ราย ได้แก่ Grab, Bolt, Hello Phuket Service, Bonku, Asia Cab, AirAsia Super App, inDrive, Maxim, LINE MAN, TADA และ Lalamove ครอบคลุม 60 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่ง

Read More

จาก “โรบินฮู้ด” ถึง “ฟู้ดแพนด้า” จับตาเกมกินรวบตลาด 8 หมื่นล้าน

วงการฟู้ดดีลิเวอรีกำลังจับตาการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หลัง Foodpanda Thailand ประกาศจะปิดบริการในประเทศไทยในวันที่ 23 พฤษภาคม 2568 เหตุผลข้อสำคัญ คือ สภาพตลาดไม่สอดคล้องกับกลยุทธ์ระยะยาวของบริษัทและเป็นการปรับกลยุทธ์เชิงภูมิศาสตร์ของกลุ่ม Delivery Hero ซึ่งดำเนินการมาแล้วในหลายประเทศ เช่น เดนมาร์ก กานา สโลวะเกีย และสโลวีเนีย เพื่อเปลี่ยนทิศทางพุ่งเป้าตลาดอื่นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มีศักยภาพและผลตอบแทนสูงกว่า จริงๆ แล้ว บริษัท Rocket Internet สตาร์ทอัปด้านอีคอมเมิร์ซในประเทศเยอรมนี เป็นผู้ก่อตั้ง foodpanda เมื่อปี 2555 โดยตั้งเป้าหมายขยายแพลตฟอร์ม Food Delivery ไปทั่วโลก และในปีนั้น foodpanda เริ่มขยายธุรกิจเข้ามาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงประเทศไทย โดยถือเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจฟู้ดดีลิเวอรีออนไลน์เจ้าแรกของประเทศไทย ต่อมา ในปี 2559 บริษัท Delivery Hero ในเยอรมนี เข้าซื้อกิจการจาก Rocket Internet และเปลี่ยนโลโก้จากเจ้าแพนด้าสีส้มเป็นสีชมพู เวลานั้น แอปพลิเคชัน foodpanda

Read More