Home > Bangkok

ราชาเป็นสง่าแห่งแคว้น “สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์”

 นับตั้งแต่พุทธศักราช 2325 อันเป็นปีก่อตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ จวบจนวันนี้กรุงรัตนโกสินทร์ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างยาวนาน มีประวัติศาสตร์และเรื่องราวสำคัญที่ควรค่าแก่การจดจำมากมาย บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ภายใต้การดำเนินงานของชมรม “KTC PR Press Club” จัดกิจกรรม “ราชาเป็นสง่าแห่งแคว้น” เพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของกรุงรัตนโกสินทร์ในรัชสมัยต่างๆ ผ่านสถานที่สำคัญที่ล้วนบอกเล่าและสะท้อนภาพอดีตได้เป็นอย่างดี ประเดิมตอนแรกไปก่อนหน้านี้เมื่อต้นปี 2558 ที่ผ่านมา ภายใต้คอนเซ็ปต์ จาก “วังเดิม” สู่ “วังหลัง” ปูเรื่องราว ตำนาน และวีรกรรมของสมเด็จพระเจ้าตากสิน สืบวิถีถิ่น “ธนบุรี” เรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านสถานที่สำคัญสมัยกรุงธนบุรีที่เชื่อมโยงสู่กรุงรัตนโกสินทร์ ณ วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร วัดเก่าสมัยกรุงศรีอยุธยาที่มีบทบาทสำคัญยิ่งในสมัยกรุงธนบุรี รวมทั้งพระราชวังเดิม และพิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน ตามติดด้วยภาคสองในตอน “สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ช่วงรัชกาลที่ 1-3” เรียงร้อยประวัติศาสตร์การเริ่มต้นของกรุงรัตนโกสินทร์ระหว่างช่วงรัชกาลที่ 1-3 ผ่านสถานที่สำคัญที่เป็นดั่งตัวแทนของแต่ละช่วงเวลา อาทิ ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร วัดราชนัดดารามวรวิหาร และวัดเทพธิดารามวรวิหาร  กรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ช่วงสมัยรัชกาลที่ 1

Read More

โอ้… กรุงเทพฯ ๒๐๑๓ รัตนโกสินทร์ศก ๐๒๓๑

ความสำคัญของกรุงเทพมหานคร หากจะเปรียบในเชิงกายวิภาค ก็คงไม่ต่างจากการเป็นหัวใจที่พร้อมจะสูบและฉีดอณูของเม็ดโลหิตให้ไหลเวียนไปทั่วร่าง แต่ดูเหมือนว่าสุขภาพของหัวใจดวงนี้ กำลังพอกพูนด้วยปัญหา และกำลังรอคอยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางตรวจวินิจฉัย และให้การรักษาอย่างเร่งด่วน ซึ่งอาจหนักหนาถึงขั้นต้องผ่าตัดครั้งใหญ่ก็คงเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ ขณะที่ข้อเท็จจริงในชีวิตทางการเมืองของกรุงเทพมหานคร แพทย์เฉพาะทางผู้เชี่ยวชาญนั้นไม่เคยมี ประชากรชาวกรุงเทพมหานครทุกคนต่างหากที่กำลังจะชี้วัดความเป็นไปของกรุงเทพฯ ไม่ใช่ผู้อาสาที่รับสมอ้างว่าเป็นแพทย์ เพราะสุขภาพของกรุงเทพมหานคร ย่อมเกิดจากสุขอนามัยพื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุขอนามัยทางปัญญา ซึ่งจะสะท้อนออกมาเป็นแนวความคิดของคนกรุงเทพฯ เอง มีผู้เคยกล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ไม่มีเจ้าของ เพราะคนกรุงเทพฯ ไม่ได้ตระหนักถึงการมีส่วนร่วมกับพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างแท้จริง ลักษณะของ sense of belonging ที่ควรจะทำให้คนกรุงเทพฯ มีสำนึกความรับผิดชอบ และตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ในการดูแลรักษากรุงเทพฯ กลายเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ยากขึ้นเป็นลำดับ บทบาทของผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ในอนาคต ควรเป็นไปในฐานะของผู้อำนวยความสะดวก (facilitator) ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการให้คนกรุงเทพฯ สามารถเข้าถึงบริการสาธารณะเท่านั้น หากหมายถึงการอำนวยความสะดวก ให้คนกรุงเทพฯ สามารถมีส่วนร่วมพัฒนา เพื่อวางรากฐานและปรับปรุงโครงสร้าง สำหรับการกำหนดเป็นนโยบายสาธารณะด้วย นอกจากนี้ การอำนวยประโยชน์และการผลิตสร้างสำนึกการมีส่วนร่วม ให้เกิดกับคนกรุงเทพฯ ทั้งมวล มิได้หมายถึงการลดช่องว่าง ด้วยการทำให้คุณภาพและมาตรฐานในการบริหารจัดการของกรุงเทพมหานครตกต่ำลง ในลักษณะ “เสื่อมทรามอย่างเท่าเทียม” หากแต่จะต้องเกิดจากการพัฒนา และยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่ของคนกรุงเทพฯ ให้เจริญก้าวหน้า และมีโอกาสในการเข้าถึงพื้นที่และทรัพยากรอย่างเท่าเทียม ซึ่งจะเป็นบันไดหนุนนำไปสู่พัฒนาการของการสร้างประชาสังคม ที่ทุกภาคส่วนมีส่วนในการถกแถลง และร่วมกำหนดทิศทางของกรุงเทพฯ อย่างจริงจัง และเป็นการพัฒนากรุงเทพฯ ไปสู่การเป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคน อย่างแท้จริงในอนาคต 

Read More