วันพฤหัส, ธันวาคม 9, 2021
Home > Cover Story > Limited Education แก้ปัญหาผ่านแบรนด์ เปลี่ยนการศึกษาไทยให้เป็นของ (ไม่) ลิมิเต็ด

Limited Education แก้ปัญหาผ่านแบรนด์ เปลี่ยนการศึกษาไทยให้เป็นของ (ไม่) ลิมิเต็ด

เสื้อยืดสีขาวที่มีตัวอักษรโย้เย้สะกดชื่อแบบผิดๆ ถูกๆ อยู่บนตัวเสื้อ หรือ ป้าย “ขนมปังเนยโสด” ที่อยู่บนกล่องขนมปังเนยสดของร้านขนมหวานชื่อดังอย่าง After You คงเคยผ่านตาของใครหลายคน แม้มุมหนึ่งอาจจะดูน่ารัก ดึงดูดความสนใจ ประหนึ่งการตลาดรูปแบบใหม่ แต่แท้ที่จริงแล้ว ภายใต้ตัวอักษรเหล่านั้นกำลังสะท้อนความจริงของปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่ฝังลึกอยู่ในสังคมไทย

“ความเหลื่อมล้ำ” เป็นคำที่เราได้ยินกันอยู่บ่อยครั้ง แต่โดยส่วนมากมักนึกถึงความเหลื่อมล้ำทางด้านเศรษฐกิจหรือรายได้เป็นหลัก เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าปัญหาความเหลื่อมล้ำทางรายได้เป็นปัญหาที่เห็นภาพเด่นชัดในสังคมไทย

ทว่าช่องว่างของรายได้และทรัพย์สินที่เกิดขึ้นไม่เพียงส่งผลทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังนำไปสู่ความเหลื่อมล้ำด้านต่างๆ ในสังคม ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “ความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา” ที่โอกาสในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพถูกจำกัดด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจ ปัญหาเรื้อรังที่ฝังลึกอยู่ในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน

ตัวอักษรโย้เย้และคำสะกดผิดที่อยู่บนเสื้อยืดสีขาวและกล่องขนมข้างต้น คือหนึ่งในความพยายามที่จะลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ผ่านโครงการ “Limited Education” ที่เป็นดั่งพื้นที่รวบรวมสินค้า Limited Edition จากแบรนด์ดังต่างๆ ที่เห็นความสำคัญและพร้อมที่จะเข้ามาร่วมกันเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทย โดยเชื่อว่าความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไทยจะลดลงได้ เมื่อเกิดพื้นที่แห่งความร่วมมือจากทุกคน ที่ร่วมกันสร้างสรรค์ อุดหนุน และส่งต่อประเด็นปัญหา ผ่านสินค้าและบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบขึ้นมาเป็นพิเศษโดยใช้คำที่สะกดผิดจากลายมือจริงของเด็ก ที่ดูผ่านๆ หลายคนคงคิดว่าเป็นลายมือของเด็กประถม แต่แท้ที่จริงแล้วทุกตัวอักษรและทุกข้อความที่ปรากฏอยู่บนผลิตภัณฑ์เหล่านั้น เป็นฝีมือของเด็กระดับมัธยมต้น ที่กำลังเผชิญกับปัญหาทางการศึกษา ขาดโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ ทำให้อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ตามเกณฑ์ที่ควรจะเป็น

“จากสถิติปี 2563 เราพบว่า มีเด็กไทยจำนวนมากถึง 400,000 คน ที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ตามเกณฑ์ ในบางโรงเรียน ครู 1 คน ต้องดูแลเด็กถึง 40-50 คน ทำให้ดูแลได้ไม่ทั่วถึง อีกทั้งเด็กในต่างจังหวัดยังไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้เท่าเด็กในเมือง ทำให้คุณภาพของการศึกษาของเด็กไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งการที่เด็กอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้นั้นทำให้การต่อยอดในการเรียนวิชาต่างๆ เป็นไปได้ยากลำบาก” เอิญ-สายฝน โพธิ์จีน เจ้าหน้าที่งานพัฒนาโครงการร้อยพลังการศึกษา มูลนิธิเพื่อคนไทย และหนึ่งในทีมงานของ Limited Education เปิดเผยกับ “ผู้จัดการ 360◦”

Limited Education เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของภาคสังคมโดยเครือข่ายองค์กรเพื่อการศึกษาในนาม “ร้อยพลังการศึกษา” ซึ่งเริ่มต้นโครงการมาตั้งแต่ปี 2560 ด้วยเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่เกิดขึ้นกับเด็กไทย และต้องการเปลี่ยนวิธีการช่วยเหลือจากการบริจาคเงินแบบเดิมๆ มาเป็นการช่วยเหลือแบบยั่งยืนและมีส่วนร่วม ภายใต้แนวคิด เปลี่ยนการศึกษาไทยให้เห็นของ (ไม่) ลิมิเต็ด

ในขวบปีแรกของโครงการ Limited Education ได้ร่วมมือกับแบรนด์เสื้อผ้าสัญชาติไทยอย่าง Greyhound ออกแบบเสื้อคอลเลกชั่นพิเศษ รุ่น “Limited Education เพราะการศึกษาถูกจำกัด” เพื่อสื่อสารปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาผ่านลายมือเด็กๆ ชั้นมัธยมที่สะกดผิดบนเสื้อยืด โดยผู้ร่วมบริจาคจะได้รับเสื้อยืดที่มีชื่อของตนเองที่เขียนด้วยฟอนต์โย้เย้และสะกดผิดอันเป็นลายมือจริงของเด็กเป็นสิ่งตอบแทน ซึ่งได้รับการตอบรับและมีผู้ร่วมบริจาคเป็นจำนวนมาก จนนำไปสู่ความร่วมมือกับร้านขนมหวานชื่อดังอย่าง “After You” ในปีถัดมา จนได้ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ “ขนมปังเนยโสด” ขนมปังสุดฮิตที่ขายดิบขายดีเป็นที่ถูกใจของบรรดาผู้ชื่นชอบของหวานจำนวนมาก

ไม่เพียงเท่านั้น Limited Education ยังได้ขยายความร่วมมือกับแบรนด์ที่หลากหลายมากขึ้นกว่า 30 แบรนด์ ทั้งบาร์บีคิว พลาซ่า, CLUB 21, ชาตรามือ, GREY RAY, ร้านกาแฟอินทนิล, aday, บีอีซี เทโร, LOVEis, Shopee, เอสเอฟ ซีเนม่า เป็นต้น เพื่อร่วมออกแบบสินค้าและบริการแบบลิมิเต็ดออกจำหน่ายเพื่อระดมทุน และยังได้ขยายประเด็นปัญหาการศึกษาให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น พร้อมเปลี่ยนประเด็นการศึกษาที่ดูจริงจังให้เป็นเรื่องที่สนุก โดยผ่านวิธีการเล่าเรื่องของแต่ละแบรนด์

จนมาถึงแคมเปญล่าสุดที่ถือเป็นความร่วมมือครั้งใหญ่ โดยได้ผนึกพลังกับนักออกแบบไทยกว่า 73 แบรนด์ ในโครงการ Designers’ Room & Talent Thai Promotion 2021 โดยสำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดโอกาสให้นักออกแบบรุ่นใหม่ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยได้แบ่งนักออกแบบออกเป็น 5 ทีม เพื่อสร้างสรรค์ผลงาน 5 ชิ้น ที่สื่อถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เพื่อระดมทุนช่วยเหลือเด็กๆ ซึ่งผู้ร่วมบริจาคสามารถเลือกรับของที่ระลึกจากผลงานของนักออกแบบทั้ง 5 ทีมได้

ผลงานการออกแบบผลิตภัณฑ์ทั้ง 5 ชิ้นประกอบด้วย ทีมที่ 1 “นิทานอึนไจ กะ ยาดมไหมึน” ที่จะช่วยต่อลมหายใจให้การศึกษาไทย โดยนำนิทานและวรรณกรรมที่คุ้นหู มาเรียบเรียงด้วยตัวสะกดที่ผิดและเพี้ยนความหมายไปจากเดิม เพื่อสะท้อนให้เห็นภาพว่าหากเด็กๆ เติบโตขึ้นไปด้วยชุดความรู้ที่ไม่มีคุณภาพ อนาคตของประเทศจะเป็นเช่นไร

ทีมที่ 2 “ด้วยฮักและคิดถุง” เพราะ “ทุกคู่ที่พี่ใส่ ปันน้ำใจ ให้รอยยิ้ม” โดยการเลือกใช้ “ถุงเท้านักเรียน” และ “บรรยากาศในห้องเรียน” รวมไปถึงการเขียนผิดจากลายมือเด็กๆ ถ่ายทอดลงบนถุงเท้า พร้อมลวดลายบรรยากาศในห้องเรียน

ทีมที่ 3 “เทียนหอมคิดถึงการศึกษา” นำเรื่องราวความทรงจำในวัยเรียนมาถ่ายทอดผ่านกลิ่นเทียนหอม 2 กลิ่น คือ กลิ่นสนามย่า (กลิ่นสนามหญ้า) และกลิ่นดิมสอ (กลิ่นดินสอ) กลิ่นที่ถูกออกแบบมาให้หวนคิดถึงช่วงเวลาวิ่งเล่นบนสนามหญ้าของโรงเรียนและการเขียนการบ้านด้วยดินสอไม้

ทีมที่ 4 “กาเป๋า ฮักตั๋วเน้อ” ส่งต่อความรักของพี่ๆ เพื่อสนับสนุนการศึกษาของน้องๆ โดยออกแบบมาในรูปกระเป๋าพร้อมสายสะพายที่มีการนำคำพูดและอาร์ตเวิร์กซึ่งให้กำลังใจน้องๆ จากเหล่าคนดัง มาแปลงเป็นลายลงบนกระเป๋า

ทีมที่ 5 “ข้อคามจากน้อง เพื่อความสุก ความหวังและอนาคดการสึกสาไทย” เสียงเล็กๆ ที่มาจากเด็กๆ ภาคใต้ที่ยังขาดโอกาสทางการศึกษา ที่แปลงเป็น “ข้อความจากน้อง” ผ่านกระดาษเช็ดปากและที่วางกระดาษเซรามิก

โดยรายได้จากการจำหน่ายสินค้าลิมิเต็ดจากทุกเบรนด์พันธมิตร และทุกแคมเปญ Limited Education จะนำไปมอบให้กับโครงการร้อยพลังการศึกษา เพื่อจัดสรรให้กับกลุ่มองค์กรที่ทำงานด้านพัฒนาเยาวชนและคุณภาพการศึกษาต่างๆ ในโครงการ ที่จะนำไปสร้างการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาในหลายรูปแบบ ทั้งทุนการศึกษา ห้องเรียนที่มีคุณภาพ พัฒนาคุณภาพการศึกษาผ่านหลักสูตรวิชาวิทย์ คณิต อังกฤษในรูปแบบออนไลน์ ส่งครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงเข้าไปในโรงเรียนที่ขาดแคลน พัฒนาทักษะชีวิต แนะแนวเส้นทางอาชีพ และกิจกรรมที่เอื้อต่อระบบการศึกษาทั้งต่อครู นักเรียน และโรงเรียน

สายฝนเปิดเผยว่า จากปีแรก Limited Education มีโรงเรียนที่อยู่ในโครงการเพียง 4 แห่ง และเด็กนักเรียนจำนวนเพียงหนึ่งพันคน แต่ ณ ปัจจุบัน โครงการได้ขยายความช่วยเหลือจนมีโรงเรียนที่อยู่ในโครงการเพิ่มขึ้นเป็น 85 โรงเรียน ครอบคลุม 30 จังหวัด และมีจำนวนเด็กนักเรียนที่ได้รับความช่วยเหลือมากถึง 38,000 คน

แต่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่สร้างผลกระทบเป็นวงกว้างในทุกมิติของชีวิตมนุษย์นั้น ระบบการศึกษาก็ย่อมได้รับผลกระทบอย่างยากที่จะหลีกเลี่ยง โรงเรียนถูกสั่งปิดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด การเรียนออนไลน์เข้ามาเป็นตัวแก้ปัญหา ทั้งครู นักเรียน และโรงเรียนต่างต้องปรับตัว เด็กจำนวนไม่น้อยมีแนวโน้มที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษา ดังนั้นกระบวนการทำงานและการให้ความช่วยเหลือของ Limited Education จึงต้องปรับเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน

ซึ่งนอกเหนือจากการช่วยเหลือตามปกติทั้งการให้ทุน การพัฒนาคุณภาพการศึกษาแล้ว โครงการยังเพิ่มการติดตามดูแลสภาพจิตใจและความต้องการของทั้งเด็ก ครู และโรงเรียน สนับสนุนเทคโนโลยีที่เอื้อในการเรียนออนไลน์ของเด็ก เพื่อประคับประคองไม่ให้ใครหลุดออกจากระบบการศึกษา

แม้ว่าการแก้ปัญหาการศึกษาไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้ทั้งเวลา วิธีการ และความเข้าใจในปัญหาอย่างถ่องแท้แล้ว ยังยิ่งทวีความท้าทายเพิ่มมากขึ้นไปอีกในภาวะวิกฤตโควิด-19 ที่ประเด็นการศึกษากลายเป็นเรื่องรองที่กำลังถูกละเลย

แต่ถึงกระนั้น Limited Education จะยังคงเดินหน้าแก้ปัญหาการศึกษาต่อไป ซึ่งนอกจากความร่วมมือกับนักออกแบบในโครงการ Designers’ Room & Talent Thai Promotion 2021 อันเป็นโครงการล่าสุดที่กำลังจะสิ้นสุดในเดือนสิงหาคมแล้ว ภายในปีนี้ Limited Education ยังมีแคมเปญที่ร่วมมือกับแบรนด์สินค้าและบริการหน้าใหม่ๆ เพื่อระดมทุนอย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายประเด็นให้ครอบคลุมทุกด้านของการศึกษา

เพราะเชื่อว่าการศึกษาคือรากฐานที่สำคัญ การช่วยให้เด็กได้รับโอกาสทางการศึกษาและได้พัฒนาตนเอง ทำให้เด็กเติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ ท้ายที่สุดแล้วเขาเหล่านั้นจะกลับมาเป็นทรัพยากรที่สำคัญของสังคมต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *