Home > manager360 (Page 4)

ฟอร์ดประกาศความสำเร็จ พร้อมเผยกลยุทธ์ชิงส่วนแบ่งการตลาดครึ่งปีหลัง

นายณรงค์ สีตลายน รองกรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย ประกาศความสำเร็จของธุรกิจครึ่งปีแรกของปี 2017 กับยอดขายที่เติบโตสูงขึ้นถึง 41 เปอร์เซ็นต์ และส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มเป็น 6.23 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้ฟอร์ดเป็นหนึ่งในบริษัทรถยนต์ที่เติบโตสูงที่สุดในประเทศไทยในปีนี้ ฟอร์ด ประเทศไทย ประกาศความสำเร็จของธุรกิจครึ่งปีแรกของปี 2017 กับยอดขายที่เติบโตสูงขึ้นถึง 41 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา หรือ 25,513 คัน และส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มเป็น 6.23 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้ฟอร์ดเป็นหนึ่งในบริษัทรถยนต์ที่เติบโตสูงที่สุดในประเทศไทยในปีนี้ พร้อมเผยกลยุทธ์การตลาดในการชิงส่วนแบ่งการตลาดในช่วงครึ่งปีหลัง นายณรงค์ สีตลายน รองกรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า “ฟอร์ดมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและแข็งแกร่งขึ้น ทั้งด้านยอดขายและส่วนแบ่งตลาดทุกๆ ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2017 ถึงแม้ฟอร์ดจะไม่ได้เปิดตัวรถรุ่นใหม่สู่ตลาด แต่ด้วยความชื่นชอบและไว้วางใจในแบรนด์ฟอร์ด รวมถึงการกลับมาซื้อผลิตภัณฑ์ซ้ำของลูกค้า ส่งผลให้ยอดขายในครึ่งปีแรกของปี 2017 เติบโตสูงขึ้นถึง 41 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ด้วยยอดขาย 25,513

Read More

จาก OBOR สู่ ALIPAY การรุกคืบที่เป็นรูปธรรมจากจีน

ข่าวว่าด้วยสังคมไร้เงินสดในจีน ที่จุดพลุกระตุ้นความสนใจจากความสำเร็จของ ALIPAY ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบบชำระเงินออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือชั้นนำของโลก และเป็นบริษัทในเครืออาลีบาบา กรุ๊ป ยักษ์ใหญ่ด้านอี-คอมเมิร์ซจากประเทศจีน ในด้านหนึ่งดูจะได้รับการประเมินอย่างจำกัดในฐานะที่เป็นเครื่องมือทางการเงินชนิดใหม่ที่เอื้ออำนวยความสะดวกในเชิงพาณิชย์ให้ดำเนินไปอย่างคล่องตัว แต่หากพิจารณาภายใต้กรอบโครงความเป็นไปทางยุทธศาสตร์ระดับมหภาคของจีน ทั้งในมิติของการประกาศนโยบายเส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21 หรือ The Silk Road Economic Belt and the 21st-century Maritime Silk Road รวมถึงความพยายามของจีนที่จะผลักดันให้เงินสกุลหยวนเป็นที่ยอมรับและมีบทบาทมากขึ้นในเศรษฐกิจการเมืองระดับนานาชาติ ผ่านการจัดตั้งธนาคาร Asian Infrastructure Investment Bank (AIIB) จังหวะก้าวของ ALIPAY ในการรุกคืบสร้างสังคมไร้เงินสดก็เป็นประหนึ่งข้อต่อเชื่อมในเชิงรูปธรรมให้กับยุทธศาสตร์ขนาดใหญ่ของจีนอย่างไม่อาจมองข้ามได้ การเกิดขึ้นและขยายตัวอย่างรวดเร็วของสังคมไร้เงินสด ภายใต้การนำของ ALIPAY ไม่ได้มีผลในการปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ทางธุรกิจอี-คอมเมิร์ซอย่างจำกัดเท่านั้น หากแต่ในความเป็นจริงกลไกของสิ่งที่เกิดขึ้นนี้กำลังเป็นประหนึ่งการนำไปสู่การเกิดขึ้นของเงินสกุลใหม่ที่สามารถไหลบ่าและเคลื่อนย้ายสถานที่ไปได้อย่างเสรี ที่อยู่เหนือระเบียบข้อกำหนดไปไกล ยอดการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันทางการเงินที่มีมากถึงกว่า 600 ล้านครั้งในประเทศจีน ดำเนินไปอย่างมีอัตราเร่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะในช่วงระยะเวลาเพียง 2-3 ปีที่ผ่านมายอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชันทางการเงินมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 3.4 เท่า จากระดับ 177 ล้านครั้งในปี 2014 มาสู่ระดับกว่า

Read More

ไพรซ์ซ่าเผยผลประกอบการครึ่งปีแรก เปิดตัวไพรซ์ซ่า มันนี่ ครอบคลุมธุรกิจการเงินและประกันภัย ฟันธงอีคอมเมิร์ซยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

เว็บไซต์ Priceza.com เครื่องมือค้นหาสินค้าและเปรียบเทียบราคา (Shopping Search Engine and Price Comparison Platform) อันดับ 1 ของประเทศไทย เผยภาพรวมผลงานดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2560 ที่ยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดให้บริการไพรซ์ซ่า มันนี่ (Priceza Money) ที่ครอบคลุมสินค้าทางด้านการเงินและการประกันภัย นายธนาวัฒน์ มาลาบุปผา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และหนึ่งในผู้ก่อตั้ง บริษัท ไพรซ์ซ่า จำกัด กล่าวว่า “ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา มีจำนวนผู้เข้าใช้งานกว่า 8 ล้านคนต่อเดือน และมีมูลค่าการซื้อขายมากกว่า 115 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นว่า มูลค่าการซื้อขายบนตลาดอีคอมเมิร์ซนั้นยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และการเปรียบเทียบราคาก่อนตัดสินใจซื้อกลายเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญของการซื้อสินค้าออนไลน์ ” “กว่า 7 ปีที่ไพรซ์ซ่าเปิดให้บริการมา เรามีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งจำนวนคู่ค้าและผู้เข้าใช้งาน เพื่อพัฒนาบริการของเราไปอีกขั้น และยกระดับเป็นเว็บไซต์เปรียบเทียบราคาที่ให้บริการครอบคลุมและตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานได้ครบครันมากยิ่งขึ้น เราได้เปิดให้บริการไพรซ์ซ่า มันนี่ ที่ครอบคลุมสินค้าทางด้านการเงินและการประกันภัย โดยผู้ใช้งานสามารถเช็คและเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์การเงินต่างๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจ ซึ่งในช่วงแรกจะเน้นให้บริการด้านการประกันภัยก่อน” นายธนาวัฒน์

Read More

50 ปี ASEAN การเดินทางข้ามฝั่งฝัน

นับถอยหลังไปอีกไม่กี่ชั่วโมงในวันที่ 8 สิงหาคม 2560 ต้องถือเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of South East Asian Nations) หรือ อาเซียน (ASEAN) ที่จะครบรอบวาระการก่อตั้งเป็นปีที่ 50 ซึ่งหากพิจารณาองค์กรระดับภูมิภาคแห่งนี้ในฐานะที่เป็นบุคคลที่มีชีวิต ก็ต้องถือว่าองค์กรแห่งนี้กำลังก้าวสู่การเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบสูงมากขึ้นตามวัย ภายใต้คำขวัญ “One Vision One Identity One Community” ที่พยายามรักษาจุดร่วมสงวนจุดต่าง เพื่อสร้างประชาคมที่มีความร่วมมือทั้งในมิติการเมืองความมั่นคง (Political-Security Community) ความร่วมมือทางด้านสังคม-วัฒนธรรม (Socio-Cultural Community) และประชาคมเศรษฐกิจ (Economic Community) ความเป็นไปขององค์กรภูมิภาคแห่งนี้ก็ดูจะก้าวหน้าไปจากวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และปฏิญญากรุงเทพฯ ซึ่งถือเป็นปฐมบทของการเริ่มต้นอาเซียนไปมากพอสมควร หากแต่ด้วยสภาพข้อเท็จจริงของสังคม การเมือง เศรษฐกิจในระดับนานาชาติในปัจจุบัน การดำรงอยู่ขององค์กรระดับภูมิภาคแห่งนี้ดูจะเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ ที่พร้อมจะสั่นคลอน ประชาคมอาเซียน ที่มีประชากรรวมกว่า 630 ล้านคน และมี GDP รวมกันสูงกว่า 1.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

Read More

ธรรมธุรกิจ สร้างสรรค์ จัดงาน “ปรุงด้วยรัก ปันด้วยใจ” ชวนลูกศิษย์ยักษ์กะโจน ดีไซน์เมนูสุดพิเศษจากข้าวกล้องมหัศจรรย์

ธรรมธุรกิจ โดยพิเชษฐ โตนิติวงศ์ (ผู้จัดการ ธรรมธุรกิจ) ได้เชิญชวนลูกศิษย์ อ.ยักษ์ - ดร. วิวัฒน์ ศัลยกำธร (ประธานธรรมธุรกิจ) และ อ.โจน จันใด (รองประธานธรรมธุรกิจ) ให้มาร่วมกันสร้างสรรค์เมนูสุดพิเศษที่ดีไซน์จากข้าวกล้องมหัศจรรย์ ภายใต้คอนเซ็ป “ปรุงด้วยรัก ปันด้วยใจ” โดยทุกเมนูจะต้องใช้ข้าวกล้องมหัศจรรย์มาเป็นส่วนประกอบหลัก พร้อมทั้งเลือกใช้วัตถุดิบทั้งหมดเป็นของที่ได้มาจากธรรมชาติเท่านั้น เจ้าของเมนูที่สร้างสรรค์ผลงานออกมาได้โดนใจ อ.ยักษ์ และ อ.โจน มากที่สุด จะได้รับข้าวกล้องมหัศจรรย์กลับบ้านเป็นรางวัลจำนวนถึง 100 กก. ซึ่งกิจกรรมนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี แม้เพิ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก ณ ตลาดนัดธรรมชาติ สวนสุขภาพ ลานพระพรหม เมืองเอก รังสิต เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา สำหรับเมนูสุดพิเศษในคอนเซ็ป “ปรุงด้วยรัก ปันด้วยใจ” ที่ลูกศิษย์ยักษ์กะโจนต่างตั้งใจคิดค้นดีไซน์กันขึ้นมาเพื่อส่งเข้าร่วมรายการครั้งนี้ มีเมนูที่น่าสนใจอยู่หลายเมนู อาทิ ข้าวหลามมหัศจรรย์ โดย พัชรี ไทยเจริญ, แหนมเห็ด โดย

Read More

พินิจ “หอชมเมือง” ผ่านความเป็นไปของ Tokyo Skytree

ประเด็นว่าด้วยการปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ของกรุงเทพมหานคร ดูจะเป็นเรื่องราวที่มีผู้คนให้ความสนใจไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นกรณีของการตัดสินใจทุบอาคารโรงแรมดุสิตธานี เพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่พาณิชยกรรมแบบผสม (mix use) พร้อมกับแนวความคิดที่จะสร้างแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ จากผู้ประกอบการพัฒนาที่ดินหลากหลาย แต่กรณีว่าด้วยการเกิดขึ้นของ “หอชมเมือง” โดยมูลนิธิหอชมเมืองกรุงเทพมหานคร ดูจะเป็นการจุดกระแสสำนึกตระหนักและการวิพากษ์ว่าด้วยความแตกต่างระหว่างคำว่า “อัตลักษณ์” หรือ “อัปลักษณ์” ของเมืองมหานครอย่างกรุงเทพฯ ในยุคสมัยถัดไปได้อย่างกว้างขวาง ความเป็นไปของกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะในมิติของวาทกรรมว่าด้วยความเสื่อมถอยหรือการพัฒนาไม่ได้ตั้งอยู่ในบริบทที่แตกต่างจากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับเมืองมหานครแห่งอื่นๆ และเป็นส่วนหนึ่งในอนิจลักษณ์ ที่พบเห็นได้ทั่วไป หากแต่สิ่งที่จะนำมาซึ่งความแตกต่างกลับอยู่ที่วิสัยทัศน์แห่งการพัฒนาและความสามารถในการบริหารจัดการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวเนื่องว่าด้วยสาธารณะและบทบาททางสังคมในการปรับภูมิทัศน์ของเมืองร่วมกัน เพราะการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ในเขตมหานครที่มีผู้คนและสิ่งปลูกสร้างอย่างคับคั่งหนาแน่น ย่อมมิได้เกิดขึ้นเพียงเพราะความต้องการของบรรษัทที่มุ่งอาศัยสรรพกำลังของทุนในการดำเนินการเท่านั้น หากแต่เกิดขึ้นจากผลของความต้องการที่จะพัฒนาร่วมกันของประชาคมโดยองค์รวม ควบคู่กับวิสัยทัศน์ ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้คนด้วย โดยในญี่ปุ่น ซึ่งนับเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว และมีความพยายามที่จะใช้ประโยชน์ในทรัพยากรที่ดินที่มีอยู่อย่างจำกัด การพัฒนาส่วนใหญ่จะดำเนินไปภายใต้คณะทำงานระดับเมืองเพื่อการพัฒนาชุมชน เพื่อรวบรวมความต้องการของประชาคม หรือการปรับสถานะมาเป็นคณะกรรมาธิการเพื่อการพัฒนาชุมชน ซึ่งคณะทำงานและกรรมาธิการเหล่านี้มิได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อถกแถลงถึงรูปแบบการพัฒนาอย่างรอบด้านและผลกระทบซึ่งรวมถึงภูมิสถาปัตย์ของสิ่งปลูกสร้างที่จะเกิดมีขึ้นเท่านั้น หากต้องสืบค้นและพิสูจน์สิทธิของผู้ครอบครองและผู้รับผลกระทบแต่ละรายเพื่อยกร่างเป็นข้อตกลงระหว่างกันด้วย แต่นั่นอาจเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องคาดหวังจะได้เห็นในสังคมไทย ซึ่งดูจะมีความสมบูรณ์แบบในระดับหนึ่งแล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคสมัยที่มีวาทกรรมหลักอยู่กับไทยแลนด์ 4.0 และการบริหารจัดการอย่างชาญฉลาดภายใต้มาตรา 44 เช่นในปัจจุบัน กล่าวเฉพาะกรณีว่าด้วย “หอชมเมือง” หรือ หอคอยสูงของกรุงโตเกียวเพื่อทดแทนโตเกียว ทาวเวอร์ จากผลของการประกาศนโยบายของรัฐบาลญี่ปุ่นเพื่อปรับเปลี่ยนการรับส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์จากระบบ analog ไปสู่การส่งสัญญาณแบบ digital ตั้งแต่เมื่อกว่า 15 ปีที่แล้ว ก็มีรายละเอียดที่น่าติดตามไม่น้อย

Read More

“แลคตาซอย” จัดประกวดเขียนความในใจ “บอกรักแม่ด้วยลายมือ”

แลคตาซอย ต้อนรับเดือนแห่งวันแม่ ด้วยการจัดโครงการ “แลคตาซอยรักแม่ ปี 2560” เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกๆ ทุกเพศ ทุกวัย ได้ถ่ายทอดความรักที่มีต่อแม่ โดยส่งผลงานภาพถ่ายของตนเองกับแม่เข้ามาประกวด ในหัวข้อ “เขียนด้วยมือ...สื่อถึงใจ ให้แม่อ่าน” สำหรับการประกวดแบ่งออกเป็นระดับประถมศึกษาปีที่ 1-3 ระดับประถมศึกษาปีที่ 4-6 ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 หรืออายุ 12 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 18 ปี และระดับอุดมศึกษารวมถึงประชาชนทั่วไป หรืออายุ 18 ปีขึ้นไป โดยมีกติกาง่ายๆ เพียงติดภาพถ่ายลงบนกระดาษ A4 พร้อมเขียนคำบรรยายใต้ภาพด้วยลายมือของตัวเอง ความยาวไม่เกิน 10 บรรทัด แล้วเขียนชื่อ-นามสกุล วัน เดือน ปีเกิด อายุ ระดับชั้น สถานศึกษา หรือสถานที่ทำงาน พร้อมที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ให้ชัดเจน แล้วส่งมาที่ตู้ ปณ.8 ปณฝ. คลองบางนา กรุงเทพฯ

Read More

พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว 2560 ความล้มเหลวในการบริหารนโยบาย?

การประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 (พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว) เมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา นอกจากจะกลายเป็นประเด็นร้อน ที่ส่งผลสะเทือนต่อแวดวงธุรกิจ อุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องหลากหลายแล้ว กรณีดังกล่าวยังเป็นประหนึ่งภาพสะท้อนและตอกย้ำความล้มเหลวในการบริหารจัดการนโยบายสาธารณะที่รัฐบาลภายใต้การดูแลของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผลิตซ้ำและละเลยที่จะเรียนรู้อีกด้วย สถานการณ์ของแรงงานต่างด้าวภายหลังการประกาศบังคับใช้ พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว พ.ศ.2560 เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2560 ติดตามมาด้วยความตื่นตระหนกและหวาดวิตกทั้งในส่วนของผู้ประกอบการและแรงงานต่างด้าว เนื่องเพราะในกฎหมายฉบับดังกล่าวระบุบทลงโทษในกรณีที่นายจ้างรับคนต่างด้าวทํางานที่ห้ามคนต่างด้าวทํา หรือรับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานเข้าทํางาน มีโทษปรับตั้งแต่ 400,000-800,000 บาท ต่อคนต่างด้าวที่จ้าง 1 คน นายจ้างให้คนต่างด้าวทำงานไม่ตรงตามที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตมีโทษปรับไม่เกิน 400,000 บาทต่อคนต่างด้าว 1 คน ภาพของคลื่นแรงงานต่างด้าวที่ไหลบ่าเดินทางกลับประเทศบ้านเกิดตามแนวและจุดผ่านแดนไทยกับเพื่อนบ้านปรากฏให้เห็นทันทีเมื่อข่าวการบังคับใช้กฎหมายนี้เผยแพร่ออกไป และทำให้ภาคธุรกิจอุตสาหกรรมต้องขาดแคลนแรงงานฉับพลัน สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นในการประกอบกิจการไปโดยปริยาย ความสูญเสียทางเศรษฐกิจและผลกระทบจากการบังคับใช้ พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าวได้รับการประเมินว่าในกรณีที่กระทบน้อยที่สุดจะมีมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 1.24 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 0.08 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) และอาจขยายความเสียหายไปสู่ระดับปานกลางที่ร้อยละ 0.2 ของ GDP คิดเป็นมูลค่า 2.84 หมื่นล้านบาท หรือในกรณีกระทบรุนแรงจะส่งผลเสียหายเป็นมูลค่า 4.65 หมื่นล้านบาท หรือในระดับร้อยละ

Read More

“บีทูเอส” ปรับโฉมสาขา เมกาบางนา สู่คอนเซ็ปต์ใหม่

บีทูเอส เปิดโฉมใหม่ล่าสุด ณ ชั้น 2 สาขาเมกาบางนา ไลฟ์สไตล์คอมมูนิตี้สโตร์โฉมใหม่ล่าสุดในคอนเซ็ปต์ “Everyday Lifestyle Space” คัดสรรครบครันทั้งหนังสือไทยและต่างประเทศ เครื่องเขียน อุปกรณ์ศิลปะ สื่อการเรียนรู้ สำหรับเด็กยุคใหม่ทุกช่วงวัย พร้อมเปลี่ยนบีทูเอสให้เป็นศูนย์รวมไลฟ์สไตล์คอมมูนิตี้ที่สร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ลูกค้าได้ทุกวัน ผ่านกิจกรรมและเวิร์กช้อปที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของทุกคนในครอบครัว พร้อมเปิดโซนใหม่ Zone Play & Learn โลกแห่งการเรียนรู้ของเด็กยุคใหม่ ให้ทุกคนในครอบครัวได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น สมชัย ถาวรรุ่งโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีทูเอส จำกัด กล่าวว่าบริษัทฯ ปรับปรุงร้าน “บีทูเอส” สาขา เมกา บางนา ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Everyday Lifestyle Space” ด้วยการออกแบบตกแต่งดีไซน์ร้านที่ดูทันสมัย มีสินค้าที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งหนังสือไทยและต่างประเทศ สเตชันเนอรี ปากกาดีไซน์ อุปกรณ์ศิลปะ สินค้าเสริมพัฒนาการแม่และเด็ก เฟอร์นิเจอร์สำนักงานดีไซน์สุดชิค และแอ็กเซสซอรีล้ำทันสมัย

Read More

20 ปีวิกฤตต้มยำกุ้ง บทเรียนสู่อนาคตยุค 4.0

นอกเหนือจากข่าวที่ไหลบ่าท่วมกระแสการรับรู้ของผู้คนไม่ว่าจะเป็นการใช้อำนาจตามมาตรา 44 อำนวยความสะดวกให้กับการก่อสร้างรถไฟความเร็วปานกลางในเส้นทางกรุงเทพ-นครราชสีมา-หนองคาย ที่มีจีนเป็นผู้ดำเนินการ หรือการอนุมัติและเร่งรัดให้มีการสร้างหอชมเมืองด้วยวิธีที่ไม่ต้องประมูลเพื่อเร่งรัดให้โครงการสำเร็จลุล่วงอย่างรวดเร็วแล้ว บทวิเคราะห์ย้อนอดีตว่าด้วยวิกฤตเศรษฐกิจไทยที่ลุกลามไปเป็นวิกฤตเศรษฐกิจเอเชียเมื่อปี 2540 หรือเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา ดูจะเป็นอีกบริบทหนึ่งที่มีผู้ให้ความสนใจไม่น้อย เนื่องเพราะบทเรียนแห่งวิกฤตในครั้งนั้นยังคงส่งผลกระทบสืบเนื่องและส่วนหนึ่งฝังรากเป็นประเด็นเชิงโครงสร้างที่ดูเหมือนว่า กลไกรัฐไทยและภาคธุรกิจเอกชนไทยกำลังอยู่ในห้วงเวลาที่พร้อมจะผลิตซ้ำความผิดพลาดครั้งเก่าจากความพยายามเร่งรัดพัฒนาเศรษฐกิจที่ดำเนินอยู่ในภาวะซึมเซายาวนานให้กลับมีสีสัน บนความคาดหวังครั้งใหม่ว่าจะช่วยฉุดกระชากเศรษฐกิจสังคมไทยออกจากหล่มโคลนให้ก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้ หลักไมล์แห่งการวิเคราะห์วิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 ส่วนใหญ่ได้ยึดเอาวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 ซึ่งเป็นวันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศลอยตัวค่าเงินบาท ด้วยการยกเลิกการผูกติดกับเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ หลังจากถูกโจมตีค่าเงินอย่างต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้านั้น ซึ่งการประกาศดังกล่าวส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนตัวลงอย่างมาก และส่งผลให้ปริมาณหนี้ต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยทันที และกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ส่งผลกระทบทางการเงินและเศรษฐกิจไทย ก่อนที่จะลุกลามและขยายตัวจนกลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจครอบคลุมทั่วทั้งเอเชียในนาม “วิกฤตต้มยำกุ้ง” หากแต่ในความเป็นจริงการประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 เป็นเพียงปลายยอดของภูเขาน้ำแข็งที่หักโค่นลงโดยที่ภูเขาน้ำแข็งแห่งปัญหาที่สั่งสมอยู่ใต้ผิวน้ำกำลังละลายและพังครืนจากความอ่อนแอที่เกิดขึ้นอยู่ภายในโครงสร้างที่เปราะบาง โดย AMRO หรือสถาบันวิจัยเศรษฐกิจมหภาคอาเซียนบวกสาม (ASEAN +3 Macroeconomic Research Office) ได้เสนอบทวิเคราะห์ย้อนอดีตวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนั้นว่าแม้จะดูเหมือนว่าวิกฤตเศรษฐกิจจะเริ่มต้นขึ้นในประเทศไทย เมื่อค่าเงินบาทถูกกดดันจากการเก็งกำไรอย่างรุนแรง แต่ในความเป็นจริงความเสี่ยงต่างๆ ในภูมิภาคได้ก่อตัวมาสักระยะก่อนหน้านั้นแล้ว โดยเฉพาะความไม่สมดุลของนโยบายเศรษฐกิจมหภาค พัฒนาการจากเศรษฐกิจต่างประเทศ และความอ่อนแอของภาคการเงินและบรรษัทเอกชน ความไม่สมดุลของภาคต่างประเทศถูกสะท้อนจากเงินทุนเอกชนที่ไหลเข้ามาอย่างมากและการลงทุนของเอกชนภายในประเทศที่สูง ซึ่งถูกกระตุ้นเพิ่มขึ้นไปอีกจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ค่าเงินบาทกลับถูกตรึงเอาไว้ตามนโยบายขณะนั้น เงินทุนที่ไหลเข้ามาป็นชนวนขับเคลื่อนการขยายสินเชื่อและการลงทุนในเกาหลีใต้ มาเลเซีย และไทย โดยเฉพาะการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์และเกิดฟองสบู่ในราคาสินทรัพย์

Read More