วันอาทิตย์, มิถุนายน 16, 2024
Home > New&Trend > เคทีซี จับมือ อาร์เบอร์ โฮเทล แอนด์ เรสซิเดนซ์ จัดเสวนา “พัทยาเตรียมความพร้อมเฉลิมฉลองเมืองความหลากหลายทางเพศ”

เคทีซี จับมือ อาร์เบอร์ โฮเทล แอนด์ เรสซิเดนซ์ จัดเสวนา “พัทยาเตรียมความพร้อมเฉลิมฉลองเมืองความหลากหลายทางเพศ”

เคทีซีร่วมกับอาร์เบอร์ โฮเทล แอนด์ เรสซิเดนซ์ จัดเสวนา “พัทยาเตรียมความพร้อมเฉลิมฉลองเมืองความหลากหลายทางเพศ” เวทีรวมผู้นำความคิดด้านธุรกิจท่องเที่ยวที่มาร่วมแลกเปลี่ยนทัศนคติ และผลักดันให้เมืองพัทยาเป็นแลนมาร์คจุดหมายด้านการท่องเที่ยวที่เน้นความเท่าเทียมทางเพศมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยตลอดเดือนมิถุนายนนี้ ทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมกันจัดงานเฉลิมฉลอง Pride Month อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกสู่เมืองพัทยา

นายรัตนชัย สุทธิเดชานัย ผู้ทรงคุณวุฒิเมืองพัทยา กล่าวว่า “เมืองพัทยาวางคอนเซ็ปต์ด้านการท่องเที่ยวว่า “Better Pattaya” โดยปรับกลยุทธ์ตามยุทธศาสตร์ยกระดับพัทยาสู่มาตรฐานสากล เมืองพัทยามีโอกาสจัดงานระดับชาติอย่างต่อเนื่อง อาทิ Pattaya Festival ที่ได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน สำหรับเดือนมิถุนายนนี้ พัทยาจะมีการจัดงาน Pride ขึ้น เพื่อสร้างพื้นที่ให้ประชาชนที่มีความหลากหลายทางเพศได้มารวมตัวกัน ซึ่งกิจกรรมนี้เราจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยเมืองพัทยาคาดหวังว่า เราจะสามารถยกระดับงานให้เป็นสากลหรือ International Pride ขยายเวลาการจัดกิจกรรมให้มากกว่าหนึ่งอาทิตย์ เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนเดินทางท่องเที่ยวได้สะดวกขึ้น หลังจากสถานการณ์โควิดคลี่คลาย นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเมืองพัทยามากที่สุดคือ ประเทศอินเดีย รองลงมาคือรัสเซีย และประเทศแถบยุโรป”

นายสรรเพชร ศุภบวรเสถียร นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก กล่าวว่า “เมืองพัทยาถือเป็น Mixed Market แหล่งรวมนักท่องเที่ยวหลากหลายสัญชาติ ครอบคลุมทุกระดับรายได้ และทุกเพศทุกวัย ทั้งภาครัฐและเอกชนมุ่งมั่นผลักดันและส่งเสริมการตลาดให้เมืองพัทยาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เดินทางมาได้ทุกวัน ด้วยทำเลที่ตั้งที่ใกล้กรุงเทพฯ การเดินทางสะดวกสบาย และราคาที่พักสมเหตุสมผล สำหรับเทรนด์การท่องเที่ยวก็มีการเปลี่ยนไป จากการท่องเที่ยวแบบมีไกด์แนะนำทาง ปัจจุบันพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีป้ายบอกทางชัดเจน ข้อมูลสามารถเข้าถึงเองได้ ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวได้ด้วยตัวเองไม่ต้องพึ่งบริษัททัวร์ รวมถึงการแข่งขันของสายการบิน (Low Cost Airline) ที่ทำให้ผู้บริโภคมีข้อได้เปรียบในการวางแผนเดินทาง นอกจากนี้ ยังพบว่านักท่องเที่ยวมีการเช่าเครื่องบินเหมาลำ Charter Flight และการท่องเที่ยวแบบ F.I.T (Free Independent Traveler) เช่น นักท่องเที่ยวแยกกันซื้อทัวร์แต่มารวมรถบัสเดียวกัน เรียกได้ว่าตอนนี้เป็นโอกาสของผู้บริโภคที่จะเลือกที่พักให้สองคล้องกับความต้องการของตนเองให้ได้มากที่สุด”

ดร. ศรีสุริยะ จารุกรตรีภพ นายกสมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทย และวัยทำงาน กล่าวว่า “ผมต้องการนำเสนอมุมมองในการมองกลุ่ม LGBTQ+ ให้เป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดา คนส่วนใหญ่มีภาคจำว่าถ้าเป็นกลุ่มดังกล่าวต้องมีการแต่งกายที่ฉูดฉาดผิดแปลกจากประชาชนทั่วๆ ไป เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนความเท่าเทียมหรือความเสมอภาคคือ การยอมรับว่าทุกคนมีความเป็นมนุษย์ และไม่ตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอก เมืองพัทยาจัดกิจกรรม Pride Month เพื่อแสดงจุดยืนดังกล่าว ในส่วนของ Pride Parade ภาคเอกชนก็พร้อมที่จะสนับสนุน ทำให้เมืองพัทยาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ถูกกล่าวขานและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล”

นายกำพล ศิริสมบูรณ์ลาภ Head of Regional Marketing (Pattaya) บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัลเป็นเจ้าภาพจัดงาน Pride International Festival ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 แล้ว สำหรับปีนี้เรามุ่งมั่นสร้างให้พัทยาเป็น Destination ของ LQBTQ+ ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม โดยจะมีไฮไลท์มากมาย อาทิ Miss Grand Thailand และ Celebrity Net Idol กว่า 5000 คน จะเข้าร่วมขบวน Pride Parade ที่จัดขึ้นริมชายหาดยาวกว่า 5 กิโลเมตร ในวันเสาร์ที่ 24 มิถุนายน 2566 ซึ่งจัดเป็นอีเว้นท์ที่ LGBTQ+ จากทั่วประเทศและทั่วโลกตั้งตารอคอย นอกจากนี้ เรายังได้ขยายกิจกรรมไปยังหัวเมืองใหญ่ อาทิ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวิลด์ที่กรุงเทพมหานคร รวมถึงศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัลที่จังหวัดอื่นๆ ได้แก่ เชียงใหม่ อุดรธานี ขอนแก่น และพัทยา ในคอนเซ็ปท์ Pride for All ตลอดเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อสร้างความสุขให้กับประชาชนชาวไทย และเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกด้วย”

นางสาวศศิมา พานิชวิบูลย์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด กลุ่มโรงแรมในเครือแอทมายด์ กรุ๊ป กล่าวว่า “สำหรับอาร์เบอร์ โฮเทล แอนด์ เรสซิเดนซ์ ได้ออกแคมเปญภายใต้คอนเซ็ปท์ “ARBOUR PUT YOUR PRIDE ON” โดยเน้น 3 ส่วน คือ “ลูกค้า” โรงแรมพยายามสร้างประสบการณ์ให้แขกที่เข้าพักสามารถแสดงความเป็นตัวตนหรือจุดยืนได้อย่างไร้ขีดจำกัด ส่วนที่สองคือ “Product Design” ห้องพักถูกออกแบบให้มีความสะดวกสบายครบครัน โครงสร้างที่โดดเด่นของโรงแรมก็เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คในพัทยาที่ทุกคนต้องมาแวะถ่ายภาพ ยิ่งไปกว่านั้นโรงแรมยังได้ออกแบบและตกแต่งเฉพาะสำหรับเดือน PRIDE MONTH ด้วยการนำเอา Theme PUT YOUR PRIDE ON มาผสมผสานเติมเต็มในทุกๆ Touch Point ของโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นมุมถ่ายรูปไฮไลท์อย่างบันไดสีรุ้งบน Rooftop ชั้นที่ 24 ขนมและเครื่องดื่มในธีม PRIDE ซอง KEYCARD และอื่นๆ อีกมากมาย ส่วนสุดท้ายคือ “Partnership” ไม่ว่าจะเป็นศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภาครัฐ รวมถึงภาคเอกชนก็ตามที่ช่วยกันผลักดันทำให้พัทยาเป็นหนึ่งในเมืองสำหรับกลุ่ม LGBTQ+ เลือกที่จะเดินทางมาพัทยาเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ และโดยเฉพาะ “บัตรเครดิตเคทีซี” ที่ทางโรงแรมมั่นใจและเลือกที่จับมือสร้างสรรค์แคมเปญ PUT YOUR PRIDE ON ขึ้นมาด้วยกันในปีนี้ สำหรับผลตอบรับในแคมเปญหวังว่าลูกค้าทุกคน ทุกกลุ่ม จะเข้ามาใช้บริการที่โรงแรมมากขึ้นเพราะ “Pride is for everyone” ค่ะ”

นางประณยา นิถานานนท์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” กล่าวว่า “เคทีซีให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) โดยเฉพาะเรื่องการให้โอกาสและความเท่าเทียม ด้วยนโยบายเคารพสิทธิมนุษยชน และความเท่าเทียมทางเพศ (Gender Equality) โดยมอบความห่วงใยให้กับบุคลากรในองค์กรที่มี “คู่ชีวิตเพศเดียวกันโดยกำเนิด” และอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวโดยจะได้รับสิทธิเหมือนคู่สมรสทุกประการ สำหรับความร่วมมือกับอาร์เบอร์ โฮเทล แอนด์ เรสซิเดนซ์ ในครั้งนี้จึงสอดรับกับทั้งกลยุทธ์การตลาดที่จับกลุ่มนักท่องเที่ยวแนว Segmentation อาทิ กลุ่ม LGBTQ+ ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง และแนวทางนโยบายด้าน ESG ที่ให้โอกาสและความเท่าเทียมกันทางเพศสภาพอีกด้วย เคทีซีจึงขอมอบสิทธิพิเศษให้กับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีกับแพ็คเกจแคมเปญ “PUT YOUR PRIDE ON” ในราคา 3,500 บาท ประกอบด้วยห้องพักแบบดีลักซ์ พร้อมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน ของขวัญสุดพิเศษ อาทิ แก้วเก็บความเย็นธีมไพรด์ 2 ใบ ถุงผ้าสีสันสดใส พร้อมรับส่วนลดสำหรับค่าอาหารและเครื่องดื่มสูงสุด 20% พิเศษ เมื่อสำรองห้องพักในแคมเปญดังกล่าวผ่านบัตรเครดิตเคทีซี วีซ่า รับเพิ่ม! หมวก ARBOUR PRIDE CAP 1 ใบมูลค่า 690 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2566 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2566 (สามารถเข้าพักได้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2566)”