วันพุธ, กุมภาพันธ์ 28, 2024
Home > Cover Story > Koko Global รุกธุรกิจบริหารโรงแรมในไทย พร้อมสู้ศึกแข่งขันเดือด

Koko Global รุกธุรกิจบริหารโรงแรมในไทย พร้อมสู้ศึกแข่งขันเดือด

การดำเนินธุรกิจในยุคที่มีการแข่งขันดุเดือด รวมถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนที่ผู้ประกอบการ เจ้าของกิจการต้องเผชิญ แม้จะเป็นความท้าทายในการทำธุรกิจ ทว่า ในแง่มุมหนึ่งอาจเป็นความยากลำบากในการบริหารจัดการหากอยู่ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

ความยากลำบากต่างๆ เป็นองค์ประกอบหลักที่ทำให้เกิดธุรกิจรับบริหารกิจการ ที่ดูแลตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

หนึ่งในนั้นคือ บริษัท โคโค โกลบอล ฮอสพิทอลลิตี้ จำกัด โดย เรย์ มัทสึดะ พร้อมประกาศกร้าวว่า จะเป็นแบรนด์บริหารโรงแรมระดับสากลใน 7 ทวีป 10 ประเทศ และมีโรงแรมในเครือรวม 1,000 แห่ง

เรย์ มัทสึดะ บอกกับ “ผู้จัดการ 360 องศา” ว่า เริ่มต้นธุรกิจขึ้นในปี 2558 จากการบริหารโรงแรมแบรนด์ “โคโคเทล” และมีการต่อยอดขยายธุรกิจให้ครอบคลุมทั้งในส่วนงานบริหารโรงแรม ระบบบริหารจัดการโรงแรมจากส่วนกลาง รวมไปถึงการขาย และการตลาด

ขณะที่ความสำเร็จก่อนหน้าของ โคโค โกลบอลคือการบริหารโรงแรมในไทยที่มีอยู่ในมือ ณ เวลานี้คือ 21 แห่ง ซึ่งอยู่ในกรุงเทพฯ 8 แห่ง พัทยา 1 แห่ง เชียงใหม่ 1 แห่ง นครนายก 1 แห่ง กระบี่ 2 แห่ง เขาหลัก (พังงา) 3 แห่ง ภูเก็ต 4 แห่ง นอกจากนี้ ยังมีที่ สปป. ลาวอีก 1 แห่ง

สิ่งที่น่าสนใจคือ โคโค โกลบอล แบ่งแยกแบรนด์เพื่อให้เหมาะสมของเป้าหมายและความต้องการของเจ้าของโรงแรม โดยจะให้บริการบริหารโรงแรมภายใต้แบรนด์ทั้งหมด 3 แบรนด์ ได้แก่ 1. โคโคเทล (Kokotel) แบรนด์โรงแรม 3 ดาว ในคอนเซ็ปต์ Bed & Cafe สำหรับลูกค้ากลุ่มเพื่อนและครอบครัว 2. วิฟเทล (VIVTEL) แบรนด์โรงแรมพรีเมียมไลฟ์สไตล์ 4 ดาว ที่ออกแบบในไอเดีย Our Space สร้างพื้นที่ที่คำนึงถึงทุกความต้องการสำหรับคู่รัก และมีล็อบบี้ที่ดีไซน์ด้วยธีม Wine Bar และ 3. บาย โคโค (by Koko) บริการบริหารจัดการโรงแรมแบบครบวงจร โดยบริหารภายใต้แบรนด์ของเจ้าของโรงแรมและแขกผู้เข้าพักยังสามารถเข้าร่วมลอยัลตี้โปรแกรม “โคโค รีวอร์ด (Koko Rewards) ที่กำลังพัฒนาอยู่ได้ด้วย หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือ บริการบริหารโรงแรมภายใต้แบรนด์ของเจ้าของโรงแรมเอง

แนวคิดในการจัดตั้งบริษัทของ เรย์ มัทสึดะ คือความต้องการที่จะยกระดับธุรกิจไปสู่จุดที่สูงกว่าเดิมในอุตสาหกรรมโรงแรม ด้วยการสร้างพันธกิจขึ้นมาตามแนวคิด F+O+W->GL โดยเริ่มจากการบริหารโรงแรมแบบเป็นเพื่อน ครอบครัว บริหารจัดการงานด้วยความจริงใจและจริงจังอย่างมืออาชีพ และในฝั่งเจ้าของโรงแรมจะพอใจกับผลตอบแทนที่ได้รับ และท้ายที่สุดบริษัทจะเติบโตอย่างมั่นคงไปสู่ระดับโลกและได้รับการยอมรับในฐานะ Professional Operation Firm ของธุรกิจโรงแรม

ด้าน โยชิคัตสึ ทามุระ ผู้อำนวยการ บริษัท Relo Group, Inc. หนึ่งในผู้ลงทุนของ โคโค โกลบอล มองว่า ไทยเป็นเมืองท่องเที่ยวและเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวต่างประเทศ และด้วยการยกระดับนโยบายเดินหน้าเปิดประเทศของภาครัฐได้ช่วยให้ธุรกิจท่องเที่ยวไทยเติบโตทั้งในเมืองหลักและเมืองรอง สร้างผลดีต่อธุรกิจโรงแรม

การที่เชนธุรกิจสัญชาติญี่ปุ่นเข้ามาดำเนินกิจการในไทย โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการท่องเที่ยว อาจมีความคาดหวังว่าจะส่งผลดีต่อตลาดนักท่องเที่ยวจากญี่ปุ่นที่จะเข้ามาไทยมากขึ้น โดย เรย์ มัทสึดะ ระบุว่า “เราจับมือกับ Relo ในเรื่องการทำตลาดกับนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน ซึ่งมีโอกาสที่จะทำให้คนญี่ปุ่นเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น”

หากดูจากจำนวนโรงแรมที่โคโค โกลบอลรับหน้าที่บริหารจัดการ คงไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นมือใหม่ในวงการนี้ ทว่า หากมองในมิติของขนาดธุรกิจที่ร่วมแข่งขันในธุรกิจนี้ โคโค โกลบอล อาจต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งตั้งแต่รายเล็กจนถึงรายใหญ่ก็ว่าได้

ซึ่งเชนยักษ์ใหญ่อย่าง “ชาเทรียม” ของตระกูล “โสภณพนิช” ก็ประกาศรุกธุรกิจรับบริหารโรงแรมด้วยเช่นกัน โดยประกาศแผนตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาว่า ใน 2-3 ปีข้างหน้า ชาเทรียมจะมีการเปิดตัวโรงแรมใหม่ 5 แห่ง ทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยจะเป็นการลงทุนเอง 1-2 แห่ง และรับบริหาร 3-4 แห่ง ซึ่งในส่วนที่รับบริหารจะเน้นนำเสนอแบรนด์ “มายเทรียณ์” เป็นหลัก เพราะเป็นแบรนด์ที่ทำกำไรได้ดีที่สุด แน่นอนว่าชื่อชั้นการเป็นเชนใหญ่ย่อมได้เปรียบในสนามประลองกำลัง

นอกจากนี้ ยังมีบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL ที่เตรียมตั้งทีมเพื่อรับผิดชอบธุรกิจรับบริหารโรงแรมทั้งในไทยและต่างประเทศ ซึ่งผู้บริหารอย่าง ดร. รณชิต มหัทธนะพฤทธิ์ รองประธานอาวุโสฝ่ายการเงินและบริหาร เคยให้ข้อมูลไว้ว่า กลุ่มบริษัทได้ตั้งทีมบริหารจัดการขึ้นเพื่อศึกษาโอกาสในการเข้าบริหารโรงแรมเพิ่มเติม เนื่องจากมีผู้เสนอโรงแรมเข้ามาให้บริหารเป็นจำนวนมากทั้งในไทยและต่างประเทศ ซึ่งมีทำเลที่มีศักยภาพในอนาคตโดยเฉพาะในเวียดนาม

ขณะที่บริษัทในเครือ ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) อย่าง บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด ที่มีนางสาวจตุพร วิไลแก้ว นั่งตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ตั้งบริษัทแฮมป์ตัน โฮเทล แอนด์ เรสซิเดนซ์ จำกัด เพื่อต่อยอดจากงานอสังหาฯ และทำให้พอร์ตของบริษัทเต็มในทุกรูปแบบ ให้ดำเนินธุรกิจบริหารโรงแรม ซึ่งมีหน้าที่ดูแลตั้งแต่การบริหารจัดการสินทรัพย์ ช่วยบริหารจัดการผู้เช่า หรือผู้เข้าพัก สร้างรายได้หรือผลตอบแทนให้เป็นไปตามเป้าหมายของเจ้าของโรงแรมหรือที่พักอาศัย และร่วมงานแผนตกแต่ง จัดหาบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้เช่าหรือผู้เข้าพัก เน้นเจาะตลาดโรงแรมและที่อยู่อาศัยใน 5 หัวเมืองสำคัญ ได้แก่ กรุงเทพฯ พัทยา หัวหิน เชียงใหม่ ภูเก็ต

ปัจจุบันแฮมป์ตันเข้าไปช่วยบริหารใน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการ เดอะแฮมป์ตัน สวีท ศรีราชาและระยอง นอกจากนี้ ยังมีโครงการแฮมป์ตัน เรสซิเดนซ์ เน็กซ์ ทู เอ็มโพเรียม ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ

ตลาดของธุรกิจรับบริหารโรงแรมในไทยยังไม่ค่อยมี Operator สัญชาติไทย และการเข้าถึง Operator ชั้นนำจากต่างประเทศยังมีข้อจำกัดอยู่มากสำหรับเจ้าของ และแฮมป์ตันต้องการเป็น Operator ไทยที่ให้บริการด้วยมาตรฐานการบริการระดับสากลในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย เพื่อเข้าไปให้บริการในตลาดที่ยังมีช่องว่างอยู่

นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์ Hotel Plus, KPI Plus และ The Griffin Hotel Management ที่ดำเนินธุรกิจรับบริหารโรงแรมอยู่ในปัจจุบันเช่นกัน เรียกได้ว่าแผนการดำเนินธุรกิจของ โคโค โกลบอล คงไม่ง่ายนักในขณะที่ตลาดกลับมีการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น

จากทิศทางการฟื้นตัวของธุรกิจท่องเที่ยวในไทยที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เราคงได้เห็นการแข่งขันในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ที่จะระอุมากขึ้น แต่นั่นหมายถึงโอกาสของประชาชนและนักเดินทางที่จะมีทางเลือกมากขึ้น.