วันอาทิตย์, เมษายน 14, 2024
Home > New&Trend > น้ำมันพืชเพลิน ผุดโครงการเพื่อสังคม Plearn Feed the Future x FOOD FOR GOOD ช่วยเด็กไทยพ้นทุพโภชนาการ

น้ำมันพืชเพลิน ผุดโครงการเพื่อสังคม Plearn Feed the Future x FOOD FOR GOOD ช่วยเด็กไทยพ้นทุพโภชนาการ

น้ำมันพืชเพลิน ผุดโครงการเพื่อสังคม Plearn Feed the Future x FOOD FOR GOOD “เพลิน..กับอนาคตที่ดีกว่า” ร่วมโครงการ FOOD FOR GOOD มูลนิธิยุวพัฒน์ มอบเงิน 1 ล้านบาท ช่วยเด็กไทยพ้นทุพโภชนาการให้ได้รับอาหารดี มีคุณภาพ เสริมสร้างอนาคตที่ดีให้แก่เยาวชน

สวีท มีท (ประเทศไทย) และน้ำมันพืช เพลิน เปิดกิจกรรมเพื่อสังคม ผุดโครงการ Plearn Feed the Future x FOOD FOR GOOD “เพลิน..กับอนาคตที่ดีกว่า” ร่วมสนับสนุนโครงการ FOOD FOR GOOD มูลนิธิยุวพัฒน์ ตั้งเป้าช่วยเหลือเด็กนักเรียนกว่า 700 คน ในพื้นที่ห่างไกลซึ่งประสบปัญหาทุพโภชนาการอย่างเร่งด่วน มอบเงินสนับสนุนโครงการ 1 ล้านในปี 2566 นี้ พร้อมเชิญชวนลูกค้าและผู้สนใจร่วมติดตามความเคลื่อนไหวและผลการจัดกิจกรรมได้ตลอดเวลาที่ www.plearncookingoil.com หรือ Facebook : plearncatering

นางสาวพิจิตรา เรืองวัฒนไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารจัดการการลงทุน บริษัท สวีท มีท (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงการจัดกิจกรรมเพื่อสังคม Plearn Feed the Future x FOOD FOR GOOD “เพลิน..กับอนาคตที่ดีกว่า” ว่า มาจากนโยบายและวิสัยทัศน์ของนายเอกภัท เตมียเวส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจ เตมียเวส กรุ๊ป และประธานกรรมการ บริษัท สวีท มีท (ประเทศไทย) จำกัด โดยตลอด 5 ปี ของการดำเนินธุรกิจมีการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โครงการบริจาคหมวกกันน๊อคให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฯลฯ แต่ในปีนี้ (2566) ทางบริษัทฯ มีเป้าหมายเพิ่มเติมโดยจะเน้นไปที่การพัฒนาด้านโภชนาการและการศึกษาของเด็กและเยาวชน เนื่องจากเป็นต้นทุนสำคัญของชีวิต ทั้งยังสอดคล้องกับธุรกิจของบริษัทฯ ที่เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันพืชเพื่อการบริโภคแบรนด์คนไทย

ล่าสุดทางบริษัทฯ ได้ร่วมกับโครงการ FOOD FOR GOOD มูลนิธิยุวพัฒน์ จัดทำโครงการขึ้นในชื่อ Plearn Feed the Future x FOOD FOR GOOD “เพลิน..กับอนาคตที่ดีกว่า” โดยเข้าไปสนับสนุนการดูแลโภชนาการเด็กทั้งเรื่องงบประมาณและความรู้ เราหวังให้การสนับสนุนครั้งนี้เป็นการให้ที่มากกว่าการเติมเต็มมื้ออาหาร แต่จะเป็นการขับเคลื่อนงานโภชนาการรอบด้าน ด้วย 4 แกนหลักสำคัญ คือ 1. เติมเต็มมื้ออาหารคุณภาพ (Good Food) 2. เสริมความรู้โภชนาการอย่างรอบด้านให้กับผู้ดูแล (Good Knowledge) 3.สนับสนุนแหล่งอาหารปลอดภัย (Good Farm) และ 4. ติดตามเฝ้าระวังภาวะโภชนาการเด็กอย่างใกล้ชิด (Good Health) ซึ่งผลของการทำงานทั้งหมดนี้จะนำไปสู่การมีสุขภาพที่ดีและการพัฒนาด้านโภชนาการที่ยั่งยืนต่อเด็กและเยาวชนอันเป็นทรัพยากรสำคัญของชาติต่อไป

สำหรับการสนับสนุนในปี 2566 นี้ สวีท มีท (ประเทศไทย) และน้ำมันพืช เพลิน ได้ตั้งเป้ามอบเงินจำนวน 1 ล้านบาท เพื่อสมทบเป็นทุนในการบริหารและดำเนินโครงการฯ โดยได้เริ่มที่โรงเรียนในพื้นที่การทำงานของโครงการ FOOD FOR GOOD ซึ่งมีเด็กนักเรียนชั้นอนุบาลถึงประถมศึกษา กว่า 700 คน ในพื้นที่ 3 จังหวัด คือ เชียงใหม่ เชียงราย และเลย

การจัดกิจกรรมเพื่อสังคมในครั้งนี้เราอยากให้มองว่าไม่ได้เกิดขึ้นจากทาง สวีท มีท (ประเทศไทย) และน้ำมันพืช เพลิน เพียงอย่างเดียว แต่โครงการนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าเราขาดการสนับสนุนจากลูกค้า คู่ค้า พาร์ทเนอร์ทั้งกลุ่มโฮเรก้า กลุ่ม B2B ตัวแทนจำหน่ายจากทั่วประเทศ และผู้บริโภคทุกคน ดังนั้นจึงอยากให้คิดว่านี่เป็นโครงการที่ทุกคนร่วมกันตอบแทนสู่สังคม ทุกการสั่งซื้อและบริโภคน้ำมันพืช เพลิน ทุกขวด ผู้บริโภคประชาชนคนไทยทุกคนมีส่วนร่วมในการสนับสนุนโครงการฯ ซึ่งการดำเนินการของโครงการฯ สามารถติดตามและรับทราบผลได้โดยสแกน QR Code หลังขวดน้ำมันพืช เพลิน หรือ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.plearncookingoil.com หรือ Facebook : plearncatering” นางสาวพิจิตรากล่าว

ด้านนางสาวประภาพรรณ บรรลุศิลป์ รองผู้อำนวยการ โครงการ FOOD FOR GOOD มูลนิธิยุวพัฒน์ กล่าวถึงความร่วมมือในการจัดทำโครงการ Plearn Feed the Future x FOOD FOR GOOD “เพลิน..กับอนาคตที่ดีกว่า” ว่า ทางมูลนิธิฯ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ สวีท มีท (ประเทศไทย) และน้ำมันพืช เพลิน เล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องโภชนาการของเด็กและเยาวชน พร้อมเข้ามาให้การสนับสนุนทั้งงบประมาณ และเป็นกระบอกเสียงร่วมผลักดันโครงการให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

ปัญหาภาวะทุพโภชนาการในเด็กยังคงเป็นปัญหาใหญ่โดยรวมของเด็กไทยกว่า 2.9 ล้านคน รวมถึงเด็กในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพของอาหารและการดูแลโภชนาการเด็กที่ยังต้องปรับปรุง ภาวะทุพโภชนาการจะส่งผลกระทบต่อพัฒนาการ ความสามารถในการเรียนรู้ และลดขีดความสามารถด้านสติปัญหา อีกทั้งยังเพิ่มโอกาสในการเป็นโรคติดต่อเรื้อรังได้ในอนาคต ถึงแม้ว่าปีนี้เป็นปีที่ 9 ของการดำเนินงานที่ได้ช่วยเหลือเด็กไทยได้รับความสมดุลทางด้านโภชนาการ แต่ยังคงมีเด็กและเยาวชนอีกหลายล้านคนในหลายพื้นที่ ที่ประสบปัญหานี้และรอคอยการช่วยเหลืออยู่ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือและแรงสนับสนุนจากสังคม ทุกคนที่อยู่รอบตัวเด็กๆ ทั้งพ่อแม่ผู้ปกครอง คุณครู แม่ครัว หน่วยงานสนับสนุนทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมแรงร่วมใจช่วยกันในบทบาทหน้าที่ของตนเองในการแก้ปัญหาจึงจะสามารถบรรลุผลและประสบความสำเร็จได้ โดยผู้ที่สนใจข้อมูลของโครงการฯ สามารถติดตามได้ที่ www.foodforgood.or.th