Wednesday, October 5, 2022
Home > Cover Story > ขนส่งสินค้าทางเรือวุ่นหนัก วิกฤตตู้ขาดแคลนดันค่าระวางขยับตัวสูง

ขนส่งสินค้าทางเรือวุ่นหนัก วิกฤตตู้ขาดแคลนดันค่าระวางขยับตัวสูง

การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ดำเนินต่อเนื่องยาวนานมามากกว่าหนึ่งปีครึ่ง กำลังเป็นปัจจัยกดทับให้ธุรกิจการขนส่งสินค้าทางเรือเผชิญกับความโกลาหลครั้งใหม่ หลังจากที่การหมุนเวียนของตู้คอนเทนเนอร์เปล่าอยู่ในภาวะขาดแคลน ท่ามกลางความต้องการของผู้ผลิตสินค้าที่หวังจะส่งออกสินค้าไปยังตลาดและผู้บริโภคมากขึ้น จนทำให้ค่าขนส่งสินค้าทางเรือในหลายเส้นทางปรับตัวสูงขึ้น และทำสถิติใหม่ในรอบปีไปโดยปริยาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกรวมถึงผู้ผลิตสินค้าอย่างมาก

ผู้ส่งออกสินค้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งในทวีปเอเชีย กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากปัจจัยดังกล่าว หลังจากที่ราคาค่าขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทางเรือหลายเส้นทางได้ทำสถิติสูงสุดในรอบหลายปี โดยสาเหตุหลักส่วนหนึ่งมาจากตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลนในหลายท่าเรือที่มีการสัญจรหนาแน่น ซึ่งผลกระทบดังกล่าวยังลามไปถึงห่วงโซ่การผลิตในหลายประเทศ และอาจกระทบกับภาพรวมของเศรษฐกิจโลกได้

ก่อนหน้านี้ การสำรวจภาพรวมของค่าส่งสินค้าทางเรือในช่วงที่ผ่านมา พบว่าราคาของค่าขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุต ในเส้นทางระหว่างเซี่ยงไฮ้ของจีนถึงรอตเตอร์ดัมในยุโรป ปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่อยู่ที่ 8,900 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 ตู้ จากราคาปกติซึ่งอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เส้นทางระหว่างเซี่ยงไฮ้-ลอสแองเจลิส ได้ทำราคาสูงสุดใหม่เช่นกัน โดยปรับตัวไปอยู่ที่ประมาณ 4,200 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ราคาปกติอยู่ที่เพียงไม่เกิน 2,700 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น

หากแต่สถานการณ์ล่าสุดดูจะหนักหน่วงขึ้นไปอีก เมื่อราคาค่าขนส่งของตู้สินค้าขนาด 40 ฟุตจากเซี่ยงไฮ้ไปยังรอตเตอร์ดัมปรับตัวมีราคาสูงถึง 10,522 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 ตู้ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยตามฤดูกาลในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาถึงร้อยละ 547 โดยอ้างอิงจากข้อมูลของ Drewry Shipping ซึ่งเป็นบริษัทด้านการวิจัยข้อมูลทางทะเลระดับโลก ขณะที่สินค้ากว่าร้อยละ 80 จากทั้งหมดที่ขนส่งทางทะเลนับตั้งแต่ของเล่น เฟอร์นิเจอร์ ชิ้นส่วนยานยนต์ กาแฟ น้ำตาล และผลิตภัณฑ์อาหารจากทะเลต่างพุ่งขึ้นสูงตามไปด้วย

ค่าขนส่งสินค้าทางเรือทั่วโลกที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์นี้ ส่งผลให้เกิดความกังวลใจทางด้านเงินเฟ้อที่อาจติดตามมาและเป็นประเด็นที่กำลังถกเถียงไปทั่วโลกอีกด้วย โดยล่าสุดดูเหมือนสถานการณ์จะเลวร้ายลงไปอีก เนื่องจากรายงานใหม่ที่ปรากฏออกมาแสดงให้เห็นว่าราคาค่าขนส่งทางเรือยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วสู่ระดับสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มว่าจะส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าในวงกว้าง ไล่เรียงตั้งแต่ราคากาแฟที่หลายคนต้องดื่มในทุกเช้าไปจนถึงของเล่นที่พ่อแม่ต้องการจะซื้อให้ลูกเล่น และเป็นไปได้อย่างมากที่ทุกอย่างนี้อาจเกิดขึ้นเร็วกว่าที่จะมีใครคาดคิด

การผสมผสานกันระหว่างปัจจัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นมิติของความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้น ภาวะขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ การสัญจรในท่าเรือที่ตึงตัว และจำนวนเรือหรือพนักงานที่น้อยเกินไป เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ความสามารถในการขนส่งทางเรือในทุกเส้นทางลดลงและทำให้ราคาสูงขึ้น ปรากฏการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่นี้ทำให้ผู้ขายสินค้าต้องเผชิญกับทางเลือกหลัก 3 ทางไม่ว่าจะเป็นการหยุดการค้าหรือเพิ่มราคาขาย และทางเลือกสุดท้ายคือการรับภาระค่าใช้จ่าย เพื่อส่งต่อไปยังผู้บริโภคในภายหลัง ซึ่งทั้งหมดนี้หมายความว่าสินค้าแต่ละชนิดมีแนวโน้มที่จะมีราคาแพงขึ้นกว่าเดิมอย่างชัดเจน และค่าใช้จ่ายเหล่านี้ถูกส่งไปยังผู้บริโภคแล้ว

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ค่าขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทางเรือมีราคาขึ้นสูงมาก ได้รับการประเมินว่าเกิดจากปัจจัยสำคัญที่ยอดการค้าปลีกของหลายประเทศในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 มากนัก ขณะเดียวกันยังมีสินค้าที่มีความต้องการสูงอย่างสินค้าไอที สินค้าทางการแพทย์ สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานในบ้าน รวมถึงความต้องการสต็อกสินค้าจากธุรกิจค้าปลีกทั่วโลก ทำให้ความต้องการส่งตู้คอนเทนเนอร์จึงเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว

นอกจากนี้ค่าขนส่งที่เพิ่มมากขึ้นยังมาจากตู้คอนเทนเนอร์ที่อยู่ในประเทศจีนขาดแคลนอย่างหนัก จากความต้องการของผู้ผลิตในจีนที่ต้องการส่งออกสินค้า สอดคล้องกับดัชนีภาคการผลิตของจีนที่ฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง ขณะเดียวกันตู้คอนเทนเนอร์เปล่าที่อยู่ตามท่าเรือใหญ่ๆ ทั่วโลกก็ไม่เพียงพอกับความต้องการในขณะนี้ โดยดัชนี Shanghai Containerized Freight Index ล่าสุดอยู่ที่ 2870.34 จุด ทำลายสถิติใหม่เช่นเดียวกัน ซึ่งดัชนีชี้วัดดังกล่าวนี้แสดงให้เห็นถึงความต้องการขนส่งสินค้าทางเรือยังอยู่ในระดับสูง โดยดัชนีดังกล่าวได้วัดจากราคาค่าขนส่งทางเรือจากหลายเส้นทางทั่วโลก โดยหลายฝ่ายประเมินว่าราคาค่าขนส่งทางเรือในขณะนี้ยังไม่ใช่จุดสูงสุดเสียด้วยซ้ำ และการระบาดของ COVID-19 รอบใหม่อาจทำให้ราคาขนส่งทางเรือที่จะทำจุดสูงสุดใหม่สามารถยืดระยะออกไปได้อีก

ผลกระทบจากค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นกลับย้อนมาทำร้ายผู้ผลิตหลายรายได้รับผลกระทบทันที โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ ไม่ว่าจะเป็น Volkswagen ที่โรงงานในทวีปยุโรปต้องปรับลดกำลังการผลิตลง ขณะที่ Honda นั้นโรงงานในประเทศญี่ปุ่นก็ต้องลดกำลังการผลิตลงด้วยเช่นกัน จากค่าขนส่งที่แพงมากขึ้นขณะเดียวกันยังเกิดปัญหาที่สินค้าหรือวัสดุที่ผู้ผลิตเหล่านี้ต้องการกลับส่งมาไม่ทันจากความต้องการขนส่งที่สูงมาก

ความโกลาหลของการขนส่งสินค้าทางเรือไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะประเด็นว่าด้วยการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และราคาค่าระวางขนส่งที่แพงขึ้นเท่านั้น หากยังรวมถึงการติดค้างของลูกเรือ โดยพนักงานเดินเรือ หรือบุคลากรที่ทำงานในกองเรือพาณิชย์ ที่ประกอบด้วยทั้งหญิงและชายทั่วโลกที่มีประมาณ 1.6 ล้านคนประสบปัญหาวุ่นวายอย่างหนักเพราะการระบาดของ COVID-19

ขณะที่การควบคุมการระบาดก็ทำได้ยาก โดยเฉพาะการใช้มาตรการสร้างระยะห่างทางสังคม เพราะเนื้อที่อันจำกัดของเรือขนส่งสินค้า จึงเป็นเหตุผลให้เกิดอาการหวาดระแวง แม้จำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 และผู้เสียชีวิตบนเรือจะถูกปิดเป็นความลับและบริษัทเดินเรือสินค้าก็ไม่ยอมเปิดเผย แต่การระบาดของ COVID-19 บนเรือสำราญไดมอนด์ พรินเซสส์ ก่อนหน้านี้ที่ทำให้คนบนเรือติดเชื้ออย่างรวดเร็ว 700 คนตอกย้ำถึงอันตรายของโรคระบาดนี้ได้อย่างชัดเจน

พนักงานเดินเรือเป็นจักรกลสำคัญที่ช่วยให้อุตสาหกรรมขนส่งสินค้าทางเรืออยู่ได้ และอุตสาหกรรมขนส่งสินค้าทางเรือก็ช่วยพยุงเศรษฐกิจโลก หากไม่มีเรือขนส่งสินค้า ผลิตภัณฑ์หลายชนิดตั้งแต่อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ช่วยชีวิตผู้ป่วยไปจนถึงสินค้าอุปโภค-บริโภคที่มีประโยชน์ต่อผู้คนหลายล้านคนที่ต้องกักตัวอยู่แต่ในบ้าน อาจจะไม่ได้ถูกผลิตออกมาและส่งถึงมือผู้บริโภคทั่วโลกอย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้

ความต้องการสินค้าประเภทต่างๆ จากทั่วโลกทำให้อุตสาหกรรมขนส่งทางเรือเผชิญหน้ากับปีที่เปราะบาง ไม่สามารถคาดการณ์ได้ โดยเรือขนสินค้าจำนวนมากที่บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์หนักถึง 190,000 ตันต้องส่งสินค้าตามท่าเรือต่างๆ ให้เป็นไปตามกำหนดเวลาแต่เมื่อเจอปัญหาการจราจรบริเวณท่าเรือคับคั่ง การนำสินค้าลงเพื่อขนส่งต่อไปยังจุดหมายต่อไปไม่เป็นไปตามกำหนด จึงเกิดปัญหาล่าช้า เรือขนส่งสินค้าจำนวนมากจึงแก้ปัญหาด้วยการปรับเปลี่ยนเส้นทาง ขณะที่บรรดาผู้ประกอบการพยายามหาพื้นที่ว่างเพื่อให้สินค้าของตนได้รับการขนส่งไปยังจุดหมายปลายทาง ท่ามกลางปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ที่ยังดำเนินอยู่

การระบาดของ COVID-19 อาจทำให้ธุรกิจขนส่งสินค้าทางเรือเผชิญกับความยากลำบากทั้งในมิติของราคาค่าระวางที่ปรับตัวสูงขึ้น และผลจากการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ รวมถึงประเด็นว่าด้วยสวัสดิภาพของลูกเรือและพนักงานเดินเรือว่าจะปลอดภัยจากการติดเชื้อ COVID-19 หรือไม่

หากแต่สิ่งที่ผู้บริโภคปลายทางกำลังต้องเผชิญนับจากนี้ น่าจะอยู่ที่ภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและราคาสินค้าจำนวนมากที่มีแนวโน้มจะปรับตัวสูงขึ้นตามราคาค่าระวางขนส่งที่จะถูกผนวกรวมไว้เป็นค่าใช้จ่ายให้ผู้บริโภคต้องรับภาระไปอย่างไม่อาจเลี่ยง

Leave a Reply