วันพุธ, พฤษภาคม 22, 2024
Home > PR News > ลิสเตอรีน® ยกระดับการดูแลสุขภาพช่องปากของคนไทยให้ดียิ่งขึ้น

ลิสเตอรีน® ยกระดับการดูแลสุขภาพช่องปากของคนไทยให้ดียิ่งขึ้น

ประชากรมากกว่า 1 ใน 3 ของโลก ต้องทนอยู่กับปัญหาฟันผุโดยไม่ได้รับการรักษา และพบว่าประมาณ 20% ของคนไทยที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป ต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคเหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ โดย 6.6% ของคนกลุ่มนี้จะต้องสูญเสียฟันหมดทั้งปากเมื่ออายุครบ 20 ปี

ถึงแม้ว่าการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันวันละ 2 ครั้ง จะเป็นแนวปฏิบัติมาตรฐานสำหรับการรักษาสุขอนามัยช่องปาก แต่กลับพบว่าในกลุ่มวัยรุ่นอายุ 15 ปี มีเพียง 4.3% เท่านั้นที่ใช้ไหมขัดฟันในการทำความสะอาดซอกฟัน ขณะที่ผู้ใหญ่อายุ 35-44 ปี เพียง 14.7% ที่ใช้ไหมขัดฟัน นอกจากนี้ จากการศึกษาทั่วประเทศพบว่าโรคฟันผุยังส่งผลกระทบต่อคนอายุ 35-44 ปี มากถึง 91.8% สะท้อนถึงความจำเป็นอย่างยิ่งในการดูแลสุขอนามัยช่องปากให้ดียิ่งขึ้น

LISTERINE LABS

มีความเชื่อผิด ๆ ว่าการแปรงฟันและการทำความสะอาดฟันโดยใช้ไหมขัดฟันนั้นเพียงพอแล้วสำหรับการดูแลสุขอนามัยช่องปากที่ดี แต่ความจริงแล้ววิธีนี้ช่วยทำความสะอาดได้เพียง 1 ใน 4 ของช่องปากเท่านั้น โดยยังมีเชื้อโรคซ่อนอยู่ในบริเวณที่การแปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟันไม่สามารถเข้าถึงได้ เช่น ร่องเหงือก เป็นต้นยิ่งไปกว่านั้น การทำความสะอาดฟันอย่างไม่สะอาดเพียงพอในตอนกลางคืน อาจทำให้เชื้อโรคเติบโตได้มากถึงสิบเท่าขณะที่เรานอนหลับ เมื่อเชื้อโรคสะสม จะทำให้เกิดคราบพลัค ซึ่งจะกำจัดยากขึ้นถึง 1,000 เท่า และก่อให้เกิดโรคเหงือกทำลายเนื้อเยื่ออ่อนรอบ ๆ ฟัน ซึ่งหากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษาอาจนำไปสู่การสูญเสียฟันได้

หักล้างความเชื่อเดิม ๆ ที่ว่าน้ำยาบ้วนปากใช้เพื่อให้ลมหายใจสดชื่นเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วการใช้น้ำยาบ้วนปากควบคู่ไปกับการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันเพื่อการดูแลสุขอนามัยช่องปากในแต่ละวัน จะช่วยยกระดับการดูแลสุขภาพช่องปากให้ดียิ่งขึ้นได้ จากการศึกษาพบว่าการใช้น้ำยาบ้วนปากควบคู่ไปกับการแปรงฟัน การทำความสะอาดซอกฟันหรือการใช้ไหมขัดฟัน จะช่วยลดคราบจุลินทรีย์ได้มากถึง 52% ภายใน 6 เดือน และช่วยลดปัญหาเหงือกอื่น ๆ ได้ 21% น้ำยาบ้วนปากลิสเตอรีน® ด้วยพลังของน้ำมันหอมระเหย 4 ชนิด ได้แก่ ยูคาลิปตอล เมนทอล เมทิล ซาลิไซเลต และไทมอล ช่วยลดคราบจุลินทรีย์ได้ 22.2% และลดปัญหาเหงือกอื่น ๆ ได้ถึง 28.2% ภายใน 6 เดือน โดยน้ำมันหอมระเหยสำคัญทั้ง 4 ชนิดในน้ำยาบ้วนปากลิสเตอรีน® สามารถแทรกซึมลึกไปถึงชั้นในสุดของคราบจุลินทรีย์ ช่วยทำลายโครงสร้างของคราบจุลินทรีย์ที่ยากต่อการเข้าถึงด้วยการใช้แปรงสีฟันหรืออุปกรณ์ทำความสะอาดซอกฟัน และยังเข้าไปทำความสะอาดถึงร่องเหงือกได้อีกด้วย

“ลิสเตอรีน® ช่วยลดแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของกลิ่นปาก คราบพลัค และปัญหาเหงือกได้ถึง 99.9% พร้อมช่วยป้องกันแบคทีเรียในช่องปากตลอด 24 ชั่วโมง ในฐานะแบรนด์น้ำยาบ้วนปากอันดับ 1 กลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำยาบ้วนปากลิสเตอรีน® ได้รับการพิสูจน์ทางคลินิกแล้วว่ามีประสิทธิภาพและให้ผลลัพธ์ที่เชื่อถือได้ ลิสเตอรีน® มีภารกิจหลักในการสร้างแรงบันดาลใจให้คนทั่วโลกค้นพบการเปลี่ยนแปลงของสุขภาพช่องปากที่ดีด้วยสูตรอันก้าวล้ำที่ผ่านการวิจัยทางคลินิกว่าช่วยลดคราบจุลินทรีย์ได้มากถึง 5 เท่า โดยเรามีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนให้คนไทยดูแลสุขอนามัยช่องปากที่ดีแบบครบวงจรนอกเหนือไปจากการแปรงฟัน พร้อมกับส่งเสริมว่าการดูแลสุขภาพช่องปากที่ดีจะเป็นบันไดสำคัญสู่ชีวิตที่มีสุขภาพดียิ่งขึ้น” นางสาวชวีนา จิตรสมบูรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ลิสเตอรีน ประเทศไทย กัมพูชา ลาว และเมียนมาร์ เปิดเผย

ปัญหาสุขภาพช่องปาก 3 อันดับแรกในประเทศไทย ได้แก่ ฟันผุ 49% อาการเสียวฟัน 39% และกลิ่นปาก 30% “เรามีฟันแท้เพียงชุดเดียว เมื่อสูญเสียไปแล้วจะไม่สามารถงอกกลับคืนมาได้ ซึ่งการสูญเสียฟันจะส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ที่ดี ความมั่นใจ และคุณภาพชีวิตของคุณได้” นางสาวชวีนา กล่าวเสริม

“เราต้องการเปลี่ยนทัศนคติให้ทุกคนตระหนักว่าการป้องกันนั้นย่อมดีกว่าการรักษา ซึ่งทุกคนสามารถดูแลสุขภาพช่องปากแบบครบวงจรด้วยการใช้ลิสเตอรีน® บ้วนปากวันละ 2 ครั้ง เพื่อช่วยป้องกันฟันผุและปัญหาเหงือกได้ในระยะแรกเริ่ม”

ข้อมูลตลาดน้ำยาบ้วนปาก: ในปี 2567 ขนาดของตลาดน้ำยาบ้วนปากคาดว่าจะมีมูลค่าอยู่ที่ 6.07 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเพิ่มไปถึง 7.60 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2572 โดยมีอัตราการเติบโตแบบทบต้นต่อปี (CAGR) 4.56% ในช่วงระยะเวลาคาดการณ์ตั้งแต่ปี 2567-2572