วันอังคาร, กรกฎาคม 5, 2022
Home > Life > โลกดิจิทัลกับการผันชีวิตหนุ่ม-สาวผู้พิการ สู่การเป็น YouTube ครีเอเตอร์ สุดปัง!

โลกดิจิทัลกับการผันชีวิตหนุ่ม-สาวผู้พิการ สู่การเป็น YouTube ครีเอเตอร์ สุดปัง!

ในช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็นวัน Global Accessibility Awareness Day หรือวันที่ทั่วโลกรณรงค์การตระหนักรู้ถึงความเท่าเทียมในการเข้าถึงของบุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกาย

ที่ผ่านมาองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนต่างสนับสนุนและสร้างโอกาสให้กับผู้พิการ ซึ่งรวมถึงองค์กรด้านเทคโนโลยีที่เล็งเห็นความสำคัญและพยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์ตลอดจนเครื่องมือต่างๆ เพื่อให้ทุกคนรวมทั้งผู้พิการสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม

Google ในฐานะองค์กรด้านเทคโนโลยีที่เป็นที่รู้จักทั่วโลกก็พัฒนาเครื่องมือให้ผู้คนใช้งานได้หลากหลาย ทั้งยังออกแอปพลิเคชันต่างๆ ที่ผู้พิการสามารถใช้ได้อย่างสะดวกและง่ายดาย เช่น ใน Google Play ที่ผู้พิการสามารถดาวน์โหลด Gboard ซึ่งเป็นแป้นพิมพ์ของ Google ที่สามารถพิมพ์โดยสั่งการด้วยเสียง และ Live Transcribe ฟีเจอร์แปลงคำพูดให้กลายเป็นตัวหนังสือบนสมาร์ตโฟน ช่วยถอดเสียงเป็นตัวอักษรให้ผู้พิการได้ทันที และมีให้เลือกกว่า 80 ภาษา รวมไปถึงฟีเจอร์แจ้งเตือนเสียงที่แจ้งเตือนในสถานการณ์ที่อาจมีความเสี่ยง รวมถึง YouTube แพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้กับทุกเพศทุกวัย สร้างคอนเทนต์ที่มีสาระความบันเทิงได้ยย่างมีประสิทธิภาพ

“ผู้จัดการ 360 องศา” ขอพาไปรู้จักครีเอเตอร์ผู้พิการที่ใช้ YouTube เป็นช่องทางในการแสดงความสามารถ จนกลายเป็นครีเอเตอร์สุดปัง! พวกเขาทำได้อย่างไร เราลองไปค้นคำตอบจาก 2 ยูทูบครีเอเตอร์ชื่อดังอย่าง อู๊ด-อำนาจ ศรีสังข์ หรือที่หลายคนรู้จักในนาม “OZEEOOS” และ ฝ้าย-บุญธิดา ชินวงษ์ เจ้าของช่อง “ฝ้าย ใช้เท้าแต่งหน้า”

OZEEOOS อู๊ด แรปเปอร์สายตาพิการ

อู๊ด-อำนาจ ศรีสังข์ หรือที่หลายคนรู้จักในนาม OZEEOOS แรปเปอร์ที่โด่งดังจากการประกวด The Rapper Thailand ที่ถึงแม้จะมีความพิการทางสายตา แต่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติและสามารถทำเพลงจนมีแฟนคลับติดตามมากมาย

แรปเปอร์หนุ่มเปิดเผยว่า “ผมชอบฟังเพลงมาตั้งแต่เด็ก เมื่อเข้าโรงเรียนมีรุ่นพี่คนหนึ่งเปิดเพลง ‘Illslick’ ฟังแล้วชอบมาก จากฟังก็เริ่มแต่งเพลงเองบ้าง แรกๆ เป็นแค่เพลงป๊อปทั่วไปยังไม่ได้เป็นเพลงฮิปฮอป เพราะตอนนั้นผมเล่นดนตรีของโรงเรียนด้วย หลังจากนั้นก็แอบซุ่มแต่งเพลงเก็บไว้เอง แต่ยังไม่ได้ให้ใครลองฟัง แต่งแล้วก็จำไว้ในหัวเพราะผมคิดว่าแต่งแล้วจำไว้ในหัวเลยมันง่ายกว่าการที่จะต้องจดลงกระดาษ พออายุ 15 ปี มีรายการ The Rapper จึงอยากลองพิสูจน์ตัวเองดูว่าที่เราแต่งมาโอเคไหม ก็เลยลองไปสมัคร และเพลงที่ทำให้คนรู้จักผมคงเป็นเพลง คืนจันทร์ ที่นำไปร้องไว้ในรายการ หลังจากนั้นก็เลยกลับมาทำช่อง YouTube ของตนเองอย่างจริงจัง จากเดิมที่ทำแค่ลักษณะ cover เพลงคนอื่น ก็มาเน้นทำเพลงของตัวเอง ทำเป็นมิวสิกวิดีโอ แต่เพลงที่เพิ่มยอดวิวให้ช่องเลยก็น่าจะเป็นเพลง Right Here ตอนนั้นยอดวิวประมาณ 12 ล้านวิว”

อู๊ดเล่าต่อว่า “เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีพัฒนาขึ้นมาก คนพิการทางสายตาก็สามารถเข้าถึงได้เพราะมีโปรแกรมเสียงที่จะมาช่วยอ่านหน้าจอให้เรา ตอนนี้ก็เลยไม่ได้เป็นปัญหาอะไรที่จะเข้าถึงเทคโนโลยี ผมรู้สึกว่าตอนนี้ถ้าอยากจะทำอะไรก็ทำได้ เพราะสามารถเข้าถึงได้เหมือนคนปกติ แต่สิ่งที่ช่วยให้ผมได้ทำเพลงมาจนถึงปัจจุบันก็คือ YouTube ครับ หลายๆ คลิปที่ผมอยากรู้ ผมก็สามารถค้นหาใน YouTube ได้ ผมใช้เวลากับ YouTube ประมาณ 50-60 เปอร์เซ็นต์ต่อวันเลยก็ว่าได้”

“ผมชอบฟังเพลง ผมชอบหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการที่จะเอามาพัฒนาตนเองโดยการค้นหาข้อมูล ที่ผมสามารถพิมพ์ด้วยเสียงหรือพิมพ์เองก็ได้ คือเราจิ้มไปตรงไหนมันก็จะมีโปรแกรมอ่านเป็นเสียงให้เราได้ สามารถปัดซ้ายปัดขวาซึ่งเป็นคีย์ลัดในการเข้าถึงโปรแกรมตรงนั้นได้ ซึ่งเป็นฟังก์ชันพิเศษที่เราสามารถใช้ได้ในเครื่องของเราเอง ช่วยให้การทำงานง่ายขึ้นมากๆ”

“ผมว่าเทคโนโลยีมันพัฒนาแล้วก็มีวิวัฒนาการตามเวลาของมันอยู่แล้ว และมันก็ไม่ได้มีช่องว่างระหว่างคนปกติหรือคนพิการก็สามารถเข้าถึงได้เช่นเดียวกัน ผมดีใจที่สังคมในปัจจุบันยอมรับและให้โอกาสผมได้ทำในสิ่งที่ชื่นชอบเหมือนคนปกติทั่วไป และผมได้ทำมันด้วยใจ เราทำในสิ่งที่เหมือนๆ กัน แค่แตกต่างกันตรงวิธีการเท่านั้นเอง ผมอยากให้คนยอมรับและเข้าใจพวกเรามากขึ้น เราทำได้ในหลายๆ อย่างที่พวกคุณทำ ซึ่งตอนนี้ก็ถือว่าในสิ่งที่เราทำมาประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งครับ”

“ถ้าผมสามารถแนะนำคนอื่นๆ ที่อยากมีโอกาสได้ทำในสิ่งที่ตนเองรัก ผมอยากให้ทุกคนเชื่อมั่นศักยภาพของตนเอง ไม่ว่าคุณจะชอบและคุณรักในสิ่งที่แตกต่างกัน หรือไม่ว่าจะเป็นอาชีพอะไรก็ตาม ผมคิดว่าถ้าเรามีความกล้า ตั้งใจที่จะทำมันจริงๆ เวลาเท่านั้นเองที่จะเป็นตัวพิสูจน์ความสำเร็จได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นคนปกติหรือคนที่บกพร่องทางร่างกายด้านใดก็ตาม เพราะที่จริงแล้วความบกพร่องของคุณอาจจะเป็นความเพอร์เฟกต์ของคุณก็ได้ อาจจะทำให้คุณได้บางอย่างในสิ่งที่บางคนไม่ได้ และเป้าหมายที่ผมอยากทำก็คงจะเป็นเรื่องเพลงนี่แหละครับ ผมอยากเติบโตไปกับมัน แล้วก็สามารถอยู่รอดได้ด้วยมัน ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับทุกๆ อย่างที่เข้ามาในทุกวัน”

ฝ้าย-บุญธิดา : บิวตี้บล็อกเกอร์ที่ใช้เท้าแต่งหน้า

ฝ้าย-บุญธิดา ชินวงษ์ เจ้าของช่อง YouTube “ฝ้าย ใช้เท้าแต่งหน้า” เกิดมาพร้อมความผิดปกติทางร่างกายมาแต่กำเนิด ไม่มีแขนทั้งสองข้าง มีขาขวาสั้นกว่าขาซ้าย แต่เธอก็สามารถใช้ชีวิตเป็นปกติเหมือนคนอื่นทั่วไป

ฝ้ายเล่าจุดเริ่มต้นก่อนจะมาเป็นบิวตี้บล็อกเกอร์ที่มีคนติดตามนับล้านว่า เธอสนใจเรื่องการแต่งหน้าตอนเรียนอยู่ ม.ปลาย จึงเปิด YouTube ศึกษาเทคนิคต่าง ๆ แล้วลองทำคลิปอัปโหลดลงเพจเฟซบุ๊ก ปรากฏว่าเพียงคืนเดียวที่คลิปนั้นออกไปก็มียอดวิวเกือบล้าน กลายเป็นไวรัลที่มีผู้คนกดติดตามเฟซบุ๊กเพิ่มขึ้นถึงสองหมื่น จากนั้นเธอจึงเริ่มอัปโหลดคลิปลงแพลตฟอร์ม YouTube อีก 1 ช่องทาง

“ครั้งแรกที่ทำคลิปฝ้ายทำคนเดียว ตั้งแต่คิดคอนเทนต์ ตั้งกล้องมือถือ ตัดต่อเอง จนช่วงหลังๆ ที่มีคนดูเยอะขึ้นฝ้ายอยากทำคอนเทนต์ให้ความรู้เทคนิคแต่งหน้ามากขึ้น ก็ได้น้องมาช่วยถ่าย ช่วยตัดต่อคลิป ฝ้ายว่าเทคโนโลยีตอนนี้ดีมากๆ ช่วยฝ้ายได้เยอะมาก”

“YouTube เป็นเครื่องมือสำคัญในการใช้ชีวิตประจำวันของฝ้ายค่ะ คือเขาออกแบบเครื่องมือมาให้ฝ้ายใช้งานได้เหมือนคนทั่วไป เปิดโอกาสให้ทุกคนจริงๆ คนปกติหรือคนพิการก็ใช้งานได้ ฝ้ายศึกษาการใช้เครื่องมือทุกอย่างของ YouTube โดยหลักๆ ที่ใช้ประจำคือ YouTube Library ฝ้ายสามารถดาวน์โหลดเสียงหรือเพลงประกอบสำหรับนำไปใช้ในงานตัดต่อวิดีโอได้ง่ายๆ ถูกกฎหมาย และ Google Drive ที่ใช้อัปโหลดงานส่งลูกค้า”

“สิ่งที่อยากให้พัฒนาเพิ่มคือในส่วนของการค้นหาใน YouTube ที่ตอนนี้ยังต้องพิมพ์ที่แป้นพิมพ์ทีละตัว เพราะฝ้ายใช้เท้าพิมพ์มันก็เลยช้า เลยอยากให้มีโปรแกรมที่พูดแล้วตัวอักษรขึ้นมาเหมือนโปรแกรมในมือถือ เพราะปัจจุบันมีก็จริงแต่ยังไม่สามารถใช้งานกับเครื่องมือสื่อสารได้ทั้งหมด”

บิวตี้บล็อกเกอร์สาวคนเก่ง ทิ้งท้ายว่า “อย่าท้อถอย ถ้าเรายังมีลมหายใจเราต้องสู้ต่อ โดยเฉพาะในภาวะที่เศรษฐกิจไม่แน่นอนเช่นนี้ แต่เรามีเทคโนโลยีดีก็อยากให้ลองใช้โอกาสนี้สร้างคุณค่าดู ทุกวันนี้โซเชียลมีอิทธิพล ลองมาศึกษาดีๆ เปิดโอกาสเป็นสปอตไลต์ให้ตัวเอง แล้วสิ่งดีๆ จะคืนกลับมาให้ได้เจอ”.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *