วันอังคาร, ธันวาคม 10, 2019
Home > New&Trend > โมเดลร้านกาแฟรุ่ง! เนสกาแฟเปิด “เนสกาแฟ ฮับ” ร้านกาแฟสดบนบีทีเอส 3 สาขาใหม่ ชูกาแฟสดอาราบิก้า 100%

โมเดลร้านกาแฟรุ่ง! เนสกาแฟเปิด “เนสกาแฟ ฮับ” ร้านกาแฟสดบนบีทีเอส 3 สาขาใหม่ ชูกาแฟสดอาราบิก้า 100%

โมเดลร้านกาแฟรุ่ง! เนสกาแฟเปิด “เนสกาแฟ ฮับ” ร้านกาแฟสดบนบีทีเอส 3 สาขาใหม่ ชูกาแฟสดอาราบิก้า 100% – เครื่องดื่มทางเลือกสุขภาพสไตล์เธิร์ดเวฟคาเฟ่มัดใจคนรุ่นใหม่

เนสกาแฟประกาศความสำเร็จของ “เนสกาแฟ ฮับ” ร้านกาแฟสด สไตล์ออนเดอะโกครั้งแรกในประเทศไทย บนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสชิดลม ที่เปิดตัวเมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2561 ซึ่งมีกระแสตอบรับจากผู้บริโภคดีเกินคาดโดยมียอดขายรวมกว่า 120,000 แก้วในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา เดินหน้าทุ่มงบกว่า 50 ล้านบาท ลุยเปิดตัว “เนสกาแฟ ฮับ” เพิ่มอีกกว่า 15 สาขาใหม่ภายใน 1 ปี โดยมีเนสกาแฟ ฮับ แอท บีทีเอสเอกมัย บีทีเอสสนามกีฬาแห่งชาติ และ บีทีเอสอารีย์ ที่เปิดให้บริการในเดือนมีนาคม เมษายน และล่าสุดปลายเดือนมิถุนายน ตามลำดับ ซึ่งเนสกาแฟ ฮับ สาขาที่เหลือจะทยอยเปิดตัวในรูปแบบที่แตกต่าง และโลเคชั่นที่หลากหลายมากกว่าแค่บีทีเอส

เนสกาแฟ ฮับ ชูจุดต่างในการเป็นนวัตกรรมร้านกาแฟสดสไตล์ออนเดอะโกบนบีทีเอส ซึ่งเป็นศูนย์กลางการคมนาคมในกรุงเทพฯ เพื่อตอบโจทย์คอกาแฟรุ่นใหม่ ด้วยการมอบประสบการณ์การดื่มด่ำกาแฟสด จากกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้าชั้นดี 100% ในหลากหลายเมนูกาแฟสไตล์คาเฟ่ พร้อมการโคครีเอทกาแฟใหม่ๆ ร่วมกับบาริสต้าชื่อดัง รวมถึงการพัฒนาเมนูกาแฟพิเศษฉลองเทศกาลต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอเครื่องดื่มทางเลือกสุขภาพ ที่หลากหลายให้กับคนรักสุขภาพ โดยมีจุดเด่นที่คุณภาพเหนือระดับในทุกด้าน ตั้งแต่รสชาติความอร่อยที่คงที่ทุกแก้ว ไปจนถึงความสะอาดปลอดภัยของเครื่องดื่มที่มีการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญทุกเดือน ณ ทุกโลเคชั่นที่ให้บริการ และบริการจากพนักงานที่ดีเยี่ยมการันตีรับเครื่องดื่มภายใน 3 นาที ตั้งเป้ายอดขายเติบโตกว่า 600% หรือประมาณ 400,000 แก้ว ในปีหน้า และผลักดันยอดขายโดยรวมที่ 20 ล้านบาท

นายวิคเตอร์ เซียห์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า กล่าวว่า “เนสกาแฟ ฮับ เป็นอีกหนึ่งในโครงการต้นแบบที่สำคัญของเนสกาแฟที่มุ่งขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ด้านนวัตกรรมทุกทิศทาง เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์การดื่มกาแฟสดของร้านกาแฟในระหว่างเดินทาง เพื่อตอบสนองเทรนด์และไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในปัจจุบัน และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่อย่างบริษัทเคส แมนเนจเมนท์ มาเป็นพันธมิตรทำงานร่วมกับเนสกาแฟในการบริหารงานที่ร้านเนสกาแฟ ฮับ และการร่วมพัฒนาเครื่องดื่มใหม่ๆ นอกจากนี้ เนสกาแฟ ฮับ ยังเป็นธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยี Online to Offline หรือ O2O เพื่อสร้างประสบการณ์การดื่มกาแฟที่ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้นให้กับผู้บริโภค โดยสามารถสั่งเครื่องดื่มออนไลน์ และสั่งเครื่องดื่มแบบเดลิเวอรี่ได้ ผ่านแพล็ตฟอร์มดิจิทัล นอกจากนี้ ยังมีการใช้ระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (Customer Relationship Management – CRM) และ บิ๊กดาต้า (Big Data) เข้ามาสร้างประสบการณ์การดื่มกาแฟส่วนบุคคลให้กับผู้บริโภคอีกด้วย”

“เนสกาแฟ ฮับ นับเป็นก้าวแรกแห่งความสำเร็จของการบุกเบิกโมเดลธุรกิจร้านกาแฟสดของเนสท์เล่ในประเทศไทย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในการดื่มกาแฟนอกบ้านในระหว่างการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางหลักๆ ซึ่งในปีนี้ เรามุ่งต่อยอดความสำเร็จดังกล่าวด้วยการเปิดตัว เนสกาแฟ ฮับ เพิ่มอีก 3 แห่ง และมีแผนจะเปิดเพิ่มอีกหลายแห่งภายในปีนี้ ณ สถานีบีทีเอสที่เป็นศูนย์กลางการเดินทางของคนกรุงเทพฯ ซึ่งเรามั่นใจว่าการเปิด เนสกาแฟ ฮับ ณ โลเคชั่นใหม่ๆ จะเสริมแกร่งการเป็นร้านกาแฟสดเธิร์ดเวฟคาเฟ่สไตล์ออนเดอะโกสำหรับคอกาแฟรุ่นใหม่ และตอกย้ำเจตนารมณ์ของเนสกาแฟในการมอบประสบการณ์การดื่มด่ำกาแฟที่เป็นสื่อกลางในการเชื่อมทุกความผูกพันให้แก่ผู้บริโภค”

ปัจจุบันเนสกาแฟ ฮับ มีลูกค้าประจำกว่า 85% จากลูกค้าที่มาใช้บริการทั้งหมด ซึ่งเป็นลูกค้าที่ซื้อกาแฟระหว่างเดินทาง และใช้บริการสั่งเดลิเวอรี่ผ่านไลน์แมน โดยเนสกาแฟ ฮับใช้ฐานข้อมูลมาทำจีโอทาร์เก็ตติ้ง เพื่อสื่อสารเกี่ยวกับเครื่องดื่มและบริการของร้านไปยังผู้บริโภคในรัศมี 2 กม. จากร้าน

นายศุภวัฒน์ คามีเยาน์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนากลุ่มธุรกิจกาแฟ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวว่า “การเปิดตัวเนสกาแฟ ฮับ บนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสทั้ง 3 แห่งเมื่อเร็วๆ นี้ เป็นไปตามวิสัยทัศน์ของเราในการพัฒนา และขับเคลื่อนธุรกิจเนสกาแฟให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างครอบคลุมที่สุด ทั้งสำหรับการดื่มกาแฟในบ้านและนอกบ้าน โดยใช้กลยุทธ์การสร้าง เนสกาแฟ ฮับ ให้เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมทุกความผูกพันให้กับคนรักกาแฟสดและผู้ใช้บริการบีทีเอส ด้วยการมอบ ‘ประสบการณ์การดื่มกาแฟอันล้ำสมัยและเป็นที่ชื่นชอบของผู้คน’ โดยเฉพาะเนสกาแฟ ฮับ บน 3 สถานีบีทีเอสที่เพิ่งเปิดใหม่ มีศักยภาพและเป็นศูนย์กลางการสัญจรของคนกรุงเทพฯ ที่คับคั่งรวมกว่า 120,000 คนต่อวัน โดยเราตั้งเป้าจะขยายเนสกาแฟ ฮับ เพิ่มให้ครบ 50 สาขาในใจกลางกรุงเทพฯ และศูนย์กลางการขนส่งภายในปี 2563”

“สำหรับกลยุทธ์ปีนี้ในการสร้างเนสกาแฟ ฮับ ให้เป็นที่ชื่นชอบของคนรุ่นใหม่ เริ่มจากการเข้าใจผู้บริโภค (Consumer Centric) ที่เนสกาแฟฮับ เราให้ความสำคัญกับประสบการณ์การดื่มด่ำกาแฟสด ตั้งแต่การคัดสรรกาแฟคุณภาพ โดยเราเลือกเฉพาะเมล็ดกาแฟอาราบิก้า 100% และนมสดแท้มาทำเครื่องดื่ม ผ่านบริการที่ดีเยี่ยมจากบาริสต้าคอยพูดคุยให้ความรู้ พร้อมทั้งแนะนำเครื่องดื่ม และปรับเปลี่ยนรสชาติเครื่องดื่ม (Personalization and Co-Creation) ให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า ไปจนถึงการให้บริการที่รวดเร็วตามคอนเซ็ปต์แกร็บแอนด์โก (Grab and Go) ตรงกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ซึ่งการันตีว่าผู้บริโภคจะได้รับเครื่องดื่มของตัวเองภายใน 3 นาที นอกจากนี้ เรายังเน้นการสร้างสรรค์นวัตกรรมเครื่องดื่ม โดยการร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ (Open Collaboration) ไม่ว่าจะเป็นบาริสต้า บาร์เทนเดอร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านอื่นๆ เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์เมนูเครื่องดื่มที่ตื่นเต้นโดนใจคอกาแฟรุ่นใหม่ ที่สำคัญ เรายังมีการตรวจสอบความสะอาดโดยผู้เชี่ยวชาญเป็นประจำทุกเดือน เพื่อให้มั่นใจได้ถึงมาตรฐานคุณภาพสูงสุด นอกจากนี้ เรายังใช้ กลยุทธ์ O2O ในการสื่อสารผ่านช่องทางดิจิทัลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ไลน์ เฟซบุ๊ก ดึงดูดลูกค้าจากออนไลน์มายังหน้าร้าน และ ยังมี ระบบ CRM ที่ช่วยจัดการสิทธิประโยชน์ของสมาชิกที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอีกด้วย” นายศุภวัฒน์กล่าวเสริม

เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่รีบเร่งของคนกรุง เนสกาแฟ ฮับ ได้เปิดตัวเครื่องดื่มพิเศษในธีม “NESCAFÉ Urban Vibes” หรือ “ชีวิตในเมือง” โดยนำเสนอเครื่องดื่มที่สามารถดื่มได้ตั้งแต่เช้าถึงเย็น โดยเริ่มต้นทุกเช้ากับกาแฟลาเต้เข้มๆ เพิ่มช็อตกาแฟสด ในเมนู รัช อาว ทริปเปิ้ล ช็อต (Rush Hour Triple Shot) ต่อด้วยเมนู บราวน์ ชูการ์ สไปค์ (Brown Sugar Spike) เพิ่มความสดชื่นยามบ่ายที่ผสานกาแฟสดกับบราวน์ชูการ์โซดาอย่างลงตัว และ เมนูยามเย็นกับ มัสคูล่า ฮัสเซิล (Muscular Hustle) เอาใจคนรักการออกกำลังกายกับเครื่องดื่มโปรตีนสูงผสมโซดาให้ความสดชื่น สัมผัสประสบการณ์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *