วันจันทร์, พฤษภาคม 20, 2024
Home > Cover Story > อสังหาฯ EEC โตไม่หยุด แกรนด์แอสเสท ผุดเมกะโปรเจกต์

อสังหาฯ EEC โตไม่หยุด แกรนด์แอสเสท ผุดเมกะโปรเจกต์

ทำเลในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ที่ครอบคลุม 3 จังหวัด คือ ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และระยอง ถือเป็นทำเลอสังหาฯ ที่ฆ่าไม่ตาย เพราะผู้ประกอบการอสังหาฯ โดยเฉพาะรายใหญ่มักจะเลือกไปปักหมุดและสร้างอาณาจักรเมื่อมองเห็นทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้

ซึ่งแตกต่างจากทำเลอสังหาฯ ที่ขายไม่ดี และมีโอกาสที่จะไปต่อได้ยาก เช่น สายไหม, ติวานนท์-นวลฉวี, บางนา-ตราด กม.10-30, แบริ่ง วัดด่าน, รัตนาธิเบศร์-ท่าอิฐ และพหลโยธิน-วังน้อย เป็นต้น โดยเหตุผลส่วนใหญ่ของทำเลที่ขายไม่ดี มีทั้งเป็นโครงการที่เก่าแล้ว ไม่ใช่พื้นที่ในยุคสมัย และโอกาสกู้เงินจากสถาบันการเงินมีจำกัด

ปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อพื้นที่ EEC คือการเป็นหมุดหมายสำคัญของภาครัฐในการพัฒนาให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ สำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แน่นอนว่าสิ่งที่ตามมา คือโอกาสในธุรกิจท่องเที่ยว การขยายตัวทางเศรษฐกิจในพื้นที่

ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ระบุว่า หากผู้ประกอบการอสังหาฯ ศึกษาเรื่องราวโครงการในพื้นที่ EEC เป็นอย่างดี จะมองเห็นโอกาสในการลงทุนอสังหาฯ ได้หลากหลายรูปแบบ เช่น การลงทุนซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่า การลงทุนซื้อบ้านหรือสร้างบ้านเพื่อขายทำกำไร การลงทุน ออฟฟิศ สำนักงานสำหรับขายหรือให้เช่า โดยมีกลุ่มเป้าหมายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เข้าไปทำงานในพื้นที่ดังกล่าว

แม้ว่าภาพรวมของพื้นที่ใน 3 จังหวัด ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ถือเป็นทำเลทองที่มีโอกาสเติบโตได้มากตามแผนการพัฒนาเศรษฐกิจเขตพิเศษภาคตะวันออก อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่ ทุกทำเล จะมีโอกาสประสบความสำเร็จได้เท่ากันเหมือนกันหมด เพราะสุดท้ายแล้วการจะหาให้เจอทำเลที่ใช่จริงๆ ต้องอาศัยการวิเคราะห์เจาะลึกข้อมูลความเคลื่อนไหวต่างๆ ในพื้นที่อย่างรอบด้าน

ล่าสุด ยักษ์ใหญ่ในวงการอสังหาฯ อย่าง แกรนด์ แอสเสทฯ มองเห็นโอกาสในพื้นที่นี้ เตรียมเจาะตลาดกลุ่มไฮเอนด์ และนักลงทุน หลังมองเห็นมูลค่าตลาดอสังหาฯ ในจังหวัดระยองเพิ่มขึ้น 2 เท่า จากอานิสงส์คนไทยและต่างชาติที่ย้ายมาอยู่ใกล้ที่ทำงานและดำเนินธุรกิจ เตรียมปักหมุดกางแผนเมกะโปรเจกต์ “อมาธารา เรสซิเดนเซส ระยอง” โครงการระดับอัลตราลักชัวรีติดทะเลอ่าวไทยแห่งแรก บนพื้นที่กว่า 92 ไร่ โดยมีที่อยู่อาศัยแบบพูลวิลล่า โรงแรม ร้านอาหาร บีชคลับ และบริการด้านสุขภาพแบบองค์รวม

ด้วยศักยภาพของจังหวัดระยองที่มี GDP ติดหนึ่งในสามของประเทศ และมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงเป็นอันดับสองของประเทศ จึงไม่น่าแปลกใจ หากผู้ประกอบการอสังหาฯ จะแห่ปักหมุดและเปิดโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง

วิทวัส วิภากุล กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงกรณีนี้ว่า “ระยองเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูง ซึ่ง GDP ติดหนึ่งในสามของประเทศ และมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงเป็นอันดับสองของประเทศ รองจากชลบุรี เฉลี่ยถึง 7.7 เปอร์เซ็นต์ต่อปี (ในช่วงปี 2547-2562) ขณะที่รายได้ต่อประชากรก็สูงเป็นอันดับหนึ่งของประเทศต่อเนื่องมากว่า 10 ปี ถือว่าเนื้อหอมสำหรับทั้งตลาดอสังหาฯ และการท่องเที่ยว

ด้วยจุดแข็งของทำเลใจกลางเขตอีอีซี ทั้งยังมีพื้นที่ติดทะเลอ่าวไทย ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยววิวทะเลใกล้กรุงเทพฯ ของทั้งชาวไทยและต่างชาติ จ.ระยอง ถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในหลากหลายอุตสาหกรรมชั้นนำของประเทศ

โดยปัจจุบันมีโครงการโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาแหล่งที่อยู่อาศัยคุณภาพมากมายที่เข้ามารองรับดีมานด์ที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งรวมถึงโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินในอนาคต ทั้งหมดนี้จะทำให้ชาวไทยและต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งเข้ามาทำงานและทำธุรกิจในพื้นที่มีความมั่นใจในการย้ายที่อยู่และลงหลักปักฐาน นอกจากนี้ เหล่านักลงทุนก็พร้อมที่จะเข้ามาทำธุรกิจที่ได้ผลตอบแทนสูงอย่างต่อเนื่อง คาดว่าอุปทานที่อยู่อาศัยใหม่ในระยองจะเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5.1 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ขณะที่ยอดขายใหม่จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 4.2 เปอร์เซ็นต์ต่อปี”

นอกจากเป้าหมายการจับกลุ่มลูกค้าในระดับบนที่มีกำลังซื้อแล้ว กลยุทธ์ที่แกรนด์ แอสเสทฯ ใช้ในโครงการนี้คือ การจับมือกับ อมาธารา เวลเลชเชอร์ รีสอร์ต ซึ่งเป็นผู้นำธุรกิจ Holistic Wellness ระดับ 5 ดาว มาบริหารเวลเนสในโครงการ

“เราตั้งใจปั้น อมาธารา เรสซิเดนเซส ระยอง ให้เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของภาคตะวันออกเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์เหนือระดับ แกรนด์ แอสเสทฯ พัฒนาโครงการเพื่อเจาะกลุ่มกำลังซื้อจริง โดยปัจจุบันกลุ่มลูกค้าระดับบนมองหาที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และการสร้างเฮลตี้ไลฟ์สไตล์ด้วยตัวเอง ลูกค้ากลุ่มนี้จึงต้องการพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง ความเป็นส่วนตัว พื้นที่สีเขียว และการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีผ่านดีไซน์ ฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัย เราได้จับมือกับ อมาธารา เวลเลย์เชอร์ รีสอร์ต ผู้นำธุรกิจ Holistic Wellness ระดับ 5 ดาวที่มีชื่อเสียงจากภูเก็ตมาช่วยบริหารบริการเวลเนสในโครงการด้วย” วิทวัสอธิบาย

ธุรกิจ Wellness มีแนวโน้มที่จะขยายตัวทั่วโลก ส่วนหนึ่งมาจากวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา กลายเป็นจุดเปลี่ยนในธุรกิจอสังหาฯ ที่จับเอาบริการด้านสุขภาพเข้ามาผนวกรวมกับธุรกิจอสังหาฯ ได้อย่างแยบยล และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ในทุกช่วงวัย ซึ่งกลายเป็นเทรนด์ใหม่ที่ผู้ประกอบการอสังหาฯ ต้องไม่ลืมที่จะหยิบเอาธุรกิจ Wellness มาปลุกปั้น และกลายเป็นอีกหนึ่งจุดขายสำคัญของธุรกิจอสังหาฯ ในห้วงยามนี้

ลูกค้าอสังหาฯ ในระดับบนมองหาคุณภาพชีวิต โดยให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน นับเป็นตลาดที่มาแรงในกลุ่มอสังหาฯ ลักชัวรี โดย กนกรัฐ อรรถญาณสกุล กรรมการบริหาร อมาธารา เวลเลย์เชอร์ รีสอร์ท อธิบายว่า

“ปัจจุบันลูกค้าระดับบนมองหาคุณภาพชีวิต ให้ความสำคัญกับการหาเวลาดูแลสุขภาพในเชิงป้องกันทั้งร่างกายและจิตใจ Amatara Welleisure Resort จึงมุ่งสร้างสรรค์สุขภาวะที่ดีแก่ผู้อยู่อาศัย เลือกที่อยู่อาศัยที่มีสภาพแวดล้อมบริสุทธิ์ ส่งเสริมสุขภาพ มีบริการสุขภาพเชิงป้องกัน เพื่อรองรับการใช้ชีวิตของคนทุกเจเนอเรชัน ตลาดอสังหาฯ ลักชัวรีมาแรงก็จริง แต่เวลเนสก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ไดร์ฟการตัดสินใจของกลุ่ม Wealth สำหรับบริการเวลเนสที่นำเสนอที่อมาธารา เรสซิเดนเซส ระยอง เราเน้นเรื่องการผสมผสานของกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกันกับไลฟ์สไตล์ที่มีรูปแบบเข้าถึงง่าย เพลิดเพลิน ผสมผสานภูมิปัญญาของตะวันออกที่เจริญด้วยการเข้าลึกถึงการดูแลสุขภาพจิตใจเข้ากับวิทยาศาสตร์ของตะวันตก ซึ่งมุ่งเน้นการดูแลสุขภาพกายที่สัมพันธ์ถึงจิตใจที่นำสมัย”

WISE คือการอยู่อาศัย 4 หลัก ที่แกรนด์ แอสเสทฯ เลือกใช้เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า คือ Well-Being การออกแบบประสบการณ์อยู่อาศัยที่ซัปพอร์ตชีวิตและสุขภาพที่ดี Individualised สร้างสรรค์โครงการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ให้เหมาะสำหรับแต่ละบุคคล Small Steps การปรับสมดุลไลฟ์สไตล์ค่อยเป็นค่อยไปแบบยั่งยืน และ Enjoyable ครีเอตการอยู่อาศัยที่ผ่อนคลายสำหรับทั้งครอบครัว

แน่นอนว่านอกจากแกรนด์ แอสเสทฯ แล้วยังมีผู้ประกอบการอีกหลายรายที่ตบเท้าเข้าไปแย่งชิงส่วนแบ่งในพื้นที่ EEC เมื่อยังเห็นโอกาสทองที่จะสร้างผลกำไร ทั้งนี้ยังมีปัจจัยแวดล้อมอื่นที่อาจจะส่งผล เช่น สถานการณ์เศรษฐกิจไทย ที่พร้อมจะอ่อนไหวไปกับสถานการณ์โลกอย่างสงครามในพื้นที่ตะวันออกกลาง ที่กำลังรอการปะทุอยู่ทุกเมื่อ.