วันศุกร์, พฤศจิกายน 27, 2020
Home > Cover Story > ศึกบิ๊กเซล “ลาซาด้า-ช้อปปี้” ใครจะปังปุริเย่ กว่ากัน

ศึกบิ๊กเซล “ลาซาด้า-ช้อปปี้” ใครจะปังปุริเย่ กว่ากัน

2 ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซในไทย ลาซาด้า (Lazada) และช้อปปี้ (Shopee) เริ่มลั่นกลองรบประชันโปรโมชั่นปลุกกระแสการจับจ่ายครั้งใหญ่รับเทศกาลชอปปิ้งระดับโลก 11.11 หลังจากตลอด 10 เดือนที่ผ่านมาของปี 2563 ทั้งสองฝ่ายต่างงัดกลยุทธ์สร้างเครือข่ายร้านค้าแบรนด์ใหญ่ แบรนด์ดัง แบรนด์กลาง และเอสเอ็มอี ทุ่มโปรโมชั่นทุกรูปแบบขยายฐานลูกค้าให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะการโหมโรงเล่นกิมมิกบิ๊กเซลทุกเดือน

ต้องยอมรับว่า ไอเดียกระตุ้นวันช้อปปิ้งของปรมาจารย์ “แจ็ค หม่า” ผู้ก่อตั้งอาณาจักร “อาลีบาบา (Alibaba)” จุดกระแสจนกลายเป็นต้นแบบกลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซทุกรายต้องเดินตามและต่อยอดจาก “วันคนโสด 11.11” วันที่ 11 เดือน 11 เปิดแคมเปญทุกเดือน จะเป็นวันที่ 8 เดือน 8 วันที่ 9 เดือน 9 หรือวันที่ 10 เดือน 10 ซึ่งบรรดานักช้อปต่างรอคอยแคมเปญนี้ พร้อมกับเปรียบเทียบว่า ค่ายไหนจะปังปุริเย่กว่ากัน

หากย้อนที่มาคร่าวๆ “วันคนโสด” เป็นธรรมเนียมของประเทศจีน ตรงกับวันที่ 11 เดือน 11 ของทุกปี เริ่มต้นโดยกลุ่มนักศึกษาจีนราวปี 2533 โดยใช้คำภาษาจีนที่แปลว่า “ท่อนไม้” และยังหมายถึง “เป็นโสด” ส่วนสาเหตุที่เรียกวันที่ 11 เดือน 11 เป็นวันคนโสด มาจากตัวเลข 1 สี่ตัวดูเหมือนท่อนไม้สี่ท่อน

ในวันนั้น มีธรรมเนียมเปิดโอกาสให้คนไร้คู่ได้นัดพบกับเพศตรงข้ามเพื่อหาคู่ และหนุ่มสาวโสดชาวจีนจะออกมาฉลองชีวิตโสดด้วยการช้อปปิ้งทั้งบนร้านค้าทั่วไปและร้านค้าออนไลน์

ขณะที่ซีกโลกฝั่งตะวันตกมี Black Friday หรือวันหลังวันขอบคุณพระเจ้า 11.11 ประมาณช่วงเวลาปลายเดือนพฤศจิกายน ร้านค้าต่างๆ จะจัดรายการลดราคาสินค้า กระตุ้นผู้คนมาช้อปปิ้งกัน เพื่อเป็นของขวัญในวันคริสต์มาส

ทั้งนี้ แจ็ค หม่า งัดกลยุทธ์วันคนโสดขึ้นมาเป็นจุดขายเปรี้ยงปร้างในปี 2552 โดยวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า รายได้ของร้านค้าต่างๆ และยอดขายของสินค้าหลายชนิดที่ขายดีมากหลายเท่าตัวในวันคนโสด ซึ่งอาลีบาบาเห็นโจทย์และตอบสนองลูกค้าเข้าเป้าอย่างได้ผล จนปีนั้นสามารถสร้างยอดขายถล่มทลายแซง Black Friday และพุ่งพรวดต่อเนื่องจากยอดขาย 200 กว่าล้านบาท เพิ่มเป็น 4,435 ล้านบาทในปีถัดมา และเติบโตดับเบิ้ลทุกปีจนถึง 430,334 ล้านบาท ในปี 2558

ปี 2559 มียอดขาย 571,590 ล้านบาท ปี 2560 อยู่ที่ 794,969 ล้านบาท และแตะระดับ 1 ล้านล้านบาท ในปี 2561

ส่วนในประเทศไทยนั้น อาลีบาบากวาดรายได้ผ่านลาซาด้ากรุ๊ป ซึ่งแจ็ค หม่า ซื้อกิจการจากบริษัทเยอรมันเมื่อปี 2559 เพื่อเป็นฐานรุกธุรกิจอีคอมเมิร์ซในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งในไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และเวียดนาม โดยชูจุดขายดีลพิเศษกว่า 50 ล้าน อย่างส่วนลด 90% ในกว่าล้านไอเทม ตลอดระยะเวลาการช้อปปิ้ง 24 ชั่วโมง

สำหรับปี 2563 ลาซาด้าประกาศเปิดแคมเปญมหกรรมช้อปปิ้ง Lazada 11.11 Biggest One-Day Sale โดยบริษัทระบุว่า เตรียมคูปองส่วนลดสูงสุด 1,111 บาท แจกทุกวัน เวลา 11 โมง ตั้งแต่วันที่ 1-11 พฤศจิกายนนี้ คูปองส่งฟรีทั่วไทย และโปรโมชั่น 5% Cashback เมื่อซื้อสินค้า LazMall ทุกชิ้น นอกจากนี้ ดึงซูเปอร์สตาร์นักแสดงชื่อดังชาวเกาหลี อีมินโฮ ขึ้นแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อสื่อสารความสะดวกสบายและความหลากหลายของสินค้าที่มีความทันสมัย ทั้งสินค้ากลุ่มแฟชั่น กีฬา ความงาม และสุขภาพ

นอกจากนั้น ให้อีมินโฮร่วมงานกับแบรนด์แอมบาสเดอร์ของลาซาด้าในแต่ละประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในภาพยนตร์โฆษณา ได้แก่ แอกเนส โมนิก้า (Agnez Monika) และเวอร์เรล บรามมาสต้า (Verrel Bramasta) ในประเทศอินโดนีเซีย ไอด้า จีบัต (Ayda Jebat) ในประเทศมาเลเซีย แคทรีน เบอร์นาร์โด (Kathryn Bernardo) ในประเทศฟิลิปปินส์ เบลล่า-ราณี แคมเปน ในประเทศไทย และ ชิ พู่ (Chi Pu) ในประเทศเวียดนาม

ก่อนหน้านี้ บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย) เร่งลงทุนรองรับปริมาณความต้องการของลูกค้าและเน้นจุดแข็งด้านการขนส่งที่รวดเร็ว โดยสร้างศูนย์คัดแยกสินค้า ลาซาด้า เอ็กซ์เพรส สุขสวัสดิ์ (Lazada Express SSW Sortation Centre) ซึ่งถือเป็นศูนย์คัดแยกสินค้าที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดของลาซาด้า เอ็กซ์เพรส ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพื้นที่กว่า 35,000 ตารางเมตร ใช้เทคโนโลยีการคัดแยกสินค้าอัจฉริยะที่คัดแยกสินค้าได้สูงสุดถึง 36,000 ชิ้นต่อชั่วโมง มีบริการรับสินค้าถึงสถานประกอบการและบริการจุดรับสินค้ากระจายอยู่ทั่วประเทศ

ขณะเดียวกัน เปิดตัวป๊อปอัปสโตร์ Lazada On Ground แห่งแรกในประเทศไทยที่ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ยาวถึงเดือนมกราคมปีหน้า เพื่อจัดแสดงสินค้าแบรนด์ชั้นนำบน LazMall จำนวนมากกว่า 40 แบรนด์ เชื่อมช่องทางออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน โดยเฉพาะการสร้างแบรนด์ LazMall ให้แข็งแกร่ง ในฐานะมอลล์ที่รวมสินค้าพรีเมียมแบรนด์ของแท้ และถือเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสำหรับแบรนด์ไทยและนานาชาติมากกว่า 18,000 แบรนด์ เนื่องจากสามารถสร้างยอดขายเติบโตสูงมากกว่า 100%

นางสาวธนิดา ซุยวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายธุรกิจ บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย) กล่าวว่า หนึ่งในความสำเร็จที่สำคัญของ LazMall คือ Premium Beauty Mall ในประเทศไทย ประกอบด้วยแบรนด์ความงามระดับพรีเมียมมากกว่า 40 แบรนด์ เช่น Estée Lauder, Kiehl’s, Shiseido และ Bobbi Brown กว่า 80% ของจำนวนแบรนด์ทั้งหมดใน Premium Beauty Mall เป็นคู่ค้าแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับลาซาด้า

นอกจากนี้ ยังเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแห่งแรกที่นำแบรนด์แฟชั่นพรีเมียมจากไทยดีไซเนอร์ชั้นนำเข้าสู่แพลตฟอร์ม ภายใต้ความร่วมมือกับสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพฯ (Bangkok Fashion Society หรือ BFS) โดยปัจจุบันมีแบรนด์ดีไซเนอร์ไทยกว่า 50 แบรนด์ บนแพลตฟอร์ม Thai Designer Club ของ LazMall ซึ่งหลายแบรนด์สร้างยอดขายเพิ่มขึ้นมากกว่า 200 เท่า นับตั้งแต่เริ่มขายสินค้าบน LazMall

“LazMall มีจุดเด่นที่การรับประกันสินค้าแบรนด์ของแท้ หากผู้บริโภคพบสินค้าปลอม เรายินดีคืนเงิน 5 เท่าของราคาสินค้าและรับประกันเวลาการจัดส่งสินค้ารวดเร็วทันใจ ผู้ซื้อสามารถรู้วันเวลาที่จะได้รับสินค้าล่วงหน้า”

ล่าสุด ลาซาด้ายังขยายแพลตฟอร์ม ลาซาด้า ยูนิเวอร์ซิตี้ สร้างหลักสูตรการอบรมมากกว่า 200 หลักสูตร ดึงผู้ขายมากกว่า 100,000 คนทั่วประเทศเข้าร่วมการอบรมทั้งในรูปแบบออฟไลน์ ออนไลน์ และไลฟ์สตรีม เพื่อผลักดันผู้ค้ากลุ่มเอสเอ็มอีเรียนรู้ฟีเจอร์ใหม่ๆ และเข้าสู่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซได้

ด้านหนึ่ง ลาซาด้าสามารถสร้างเครือข่ายดึงแบรนด์กลุ่มเอสเอ็มอีเข้ามาเป็นตัวเลือกให้ผู้บริโภคมากขึ้น และอีกด้านหนึ่งคัดสรรผู้ประกอบการที่มีคุณภาพ เพื่อรักษามาตรฐานแบรนด์ของแท้ด้วย

ฝ่ายคู่แข่งอย่างช้อปปี้ อีกหนึ่งผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน ปีนี้โหมโรงบิ๊กเซล 11.11 นอกจากแคมเปญลดทั้งร้านกว่า 50% แคมเปญ Flash Sale สินค้าราคาเริ่มต้นเพียง 9 บาท แจกโค้ดส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำทุกเที่ยงวันและเที่ยงคืนของทุกวันตั้งแต่วันที่ 1-11 พฤศจิกายนแล้ว ยังเน้นจุดขายการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ เช่น Shopee Live ให้ลูกค้าเปิดประมูลสินค้าและมีการสำรวจความคิดเห็นของผู้ชมเพื่อทำให้การ Live ทุกครั้งตื่นเต้น น่าติดตาม และสนุกยิ่งขึ้น

Shopee Feed การถ่ายทอดสดวิดีโอให้ลูกค้ามีส่วนร่วมและโต้ตอบได้แบบเรียลไทม์ และจัดรายการ Shopee Live Idol เฟ้นหานักเรียน นักศึกษาผู้ที่ใฝ่ฝันอยากเป็นดาวเด่นจากทั่วทั้งประเทศ โดยแสดงความสามารถและสร้างสรรค์การแสดง ผู้ชนะจะได้เป็นไอดอลดาวเด่นบนช้อปปี้ และรับรางวัลมูลค่า 70,000 บาท

อย่างไรก็ตาม แม้ดูเหมือนมาตามหลังลาซาด้า แต่ช้อปปี้พยายามดึงกลุ่มบริการเข้ามาเสริมความหลากหลายมากขึ้น เช่น กลุ่มร้านอาหารแบรนด์ดัง กลุ่มฟาสต์ฟู้ด จัด Deals Near Me ร่วมกับ Dairy Queen, McDonald’s, และ KOI ราคาเริ่มต้นเพียง 1 บาท และร่วมกับบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เปิดใช้แอร์เพย์ของช้อปปี้ชำระค่าอาหารและเครื่องดื่มที่ Central FoodPark ในศูนย์การค้าเซ็นทรัลฯ ทุกสาขาทั่วประเทศ ทั้งการนั่งรับประทานที่ร้าน และบริการเดลิเวอรี่

ล่าสุด ดึงโรงพยาบาลกรุงเทพในเครือกรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) เปิดตัวออฟฟิเชียลสโตร์บนอีคอมเมิร์ซแพลตฟอร์ม ภายใต้โครงการ Bangkok Hospital x Shopee 11.11 Big Sale รับไลฟ์สไตล์ New Normal โดยจัดแพ็กเกจตรวจสุขภาพราคาพิเศษ รับมหกรรม Shopee 11.11 Big Sale ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ของเมืองไทย โดยเตรียมแถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 ตุลาคมนี้

แต่ทั้งหมดคงต้องวัดกันว่า ลาซาด้าหรือช้อปปี้ ฝ่ายไหนจะมัดใจลูกค้าได้มากกว่ากัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *