วันพฤหัส, กรกฎาคม 9, 2020
Home > PR News > นีโอ คอร์ปอเรท ลั่น ”บีไนซ์” ปิดยอดขายทะลุ 1,000 ล้าน ประกาศแผนปี 2563 เตรียมสร้างปรากฏการณ์เทรนด์ผิวนุ่ม กระชับ ฉ่ำน้ำ ดันเป้าหมายเติบโต 24%

นีโอ คอร์ปอเรท ลั่น ”บีไนซ์” ปิดยอดขายทะลุ 1,000 ล้าน ประกาศแผนปี 2563 เตรียมสร้างปรากฏการณ์เทรนด์ผิวนุ่ม กระชับ ฉ่ำน้ำ ดันเป้าหมายเติบโต 24%

นีโอ คอร์ปอเรท ลั่น ”บีไนซ์” ปิดยอดขายทะลุ 1,000 ล้าน ประกาศแผนปี 2563 เตรียมสร้างปรากฏการณ์เทรนด์ผิวนุ่ม กระชับ ฉ่ำน้ำ ดันเป้าหมายเติบโต 24% เผยโฉม ”บีไนซ์ ฟรุต ที ซีรีส์” เจาะสาวทันสมัย ที่มีไลฟ์สไตล์รักการดูแลตัวเอง ขยายฐานกลุ่มลูกค้าใหม่

นีโอ คอร์ปอเรท ลั่น “บีไนซ์” ปิดยอดขายทะลุ 1,000 ล้านบาท ด้วยอัตราเติบโตแบบก้าวกระโดด 27% กวาดส่วนแบ่งตลาดครีมอาบน้ำกลุ่มท็อปทรี 16% ตอกย้ำนวัตกรรม “ดับเบิ้ลเฟิร์มมิ่ง” และ “ฟรุตเอสเซนซ์” ผิวกระชับ นุ่ม ชุ่มชื้น กลิ่นผลไม้โดนใจสาวทันสมัย ขึ้นชั้น Asean Benchmark เดินหน้าเจาะพรีเมียมขยายฐานกลุ่มใหม่โกอินเตอร์ พร้อมประกาศปี 2563 เตรียมสร้างปรากฏการณ์ใหม่
เทรนด์ผิวนุ่ม กระชับ ฉ่ำน้ำ ตั้งเป้าหมายเติบโตมากกว่า 24% เผยโฉม “บีไนซ์ ฟรุต ที ซีรีส์” มั่นใจปี 2563 ทั้งกรุ๊ปโตมากกว่า 18%

ปัทมา ถกลศรี ประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคชั้นนำของประเทศไทย อาทิ น้ำยารีดผ้าเรียบ-ปรับผ้านุ่ม ไฟน์ไลน์, ผลิตภัณฑ์แม่และเด็ก ดีนี่, ครีมอาบน้ำ บีไนซ์, ผลิตภัณฑ์ส่วนบุคคลผู้ชาย ทรอส, ผลิตภัณฑ์โรลออนและสเปรย์วีไวต์ เปิดเผยว่า “ในช่วงเดือนสุดท้ายของปี 2562 บริษัทวางแผนเร่งผลักดันยอดขายและอัตราเติบโตของสินค้าทุกกลุ่ม โดยเฉพาะ แบรนด์ “บีไนซ์” ซึ่งประสบความสำเร็จเกินคาด สามารถปิดยอดขายทะลุระดับ 1,000 ล้านบาท อัตราเติบโตสูงถึง 27% ก้าวกระโดดจากปีก่อน

ขณะเดียวกัน ตลาดครีมอาบน้ำผู้ใหญ่ที่มีมูลค่าเม็ดเงินมากกว่า 7,000 ล้านบาท แบรนด์ “บีไนซ์” มีส่วนแบ่งตลาด 16% อยู่ในอันดับ 3 ของ Category แต่มีการเติบโตสูงถึง 19% และเป็นแบรนด์ที่เติบโตสูงที่สุดในปีนี้ โดยเติบโตจากทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ แบ่งเป็น บีไนซ์ครีมอาบน้ำเพื่อความงามเติบโต 30% บีไนซ์ครีมอาบน้ำเพื่อสุขภาพผิวเติบโต 25% และบีไนซ์ผลิตภัณฑ์เพื่อจุดซ่อนเร้น เติบโต 20%

ภาพรวมตลาดครีมอาบน้ำในช่วงปีที่ผ่านมาเติบโตรวดเร็วมาก เนื่องจากมีผลิตภัณฑ์หลากหลายมากขึ้น ซึ่งตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงการนำกระแสและเทรนด์ใหม่ ๆ ระดับอินเตอร์เนชั่นแนลเข้ามาร่วมพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์

ทั้งนี้ บีไนซ์เน้นการศึกษาความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการและเป็นแบรนด์แรกที่นึกถึงเมื่อต้องการดูแลผิวสวย โดยวางแผนออกสินค้าที่มีนวัตกรรมใหม่ ๆ จับเทรนด์ตลาดใหม่ สร้างกระแสและสีสันในตลาด เพราะบีไนซ์ถือเป็นแบรนด์ที่มีจุดเด่นด้านนวัตกรรมด้วยคุณสมบัติการดูแลให้ผิวเนียนกระชับ (Double Firming) จาก Wheat Protein & Micro Collagen รวมถึง “ฟรุทเอสเซนซ์” (Fruit Essence) คุณค่าสารสกัดจากผลไม้ธรรมชาติที่ให้วิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระสูง บำรุงผิวให้สวยกระจ่างใสเหมือนเติมออร่าให้ผิว ซึ่งถือเป็นสูตรลับเฉพาะของบีไนซ์

รวมทั้งเลือกใช้แนวกลิ่นผลไม้จนกลายเป็นคาแร็กเตอร์ที่ชัดเจนและร่วมสมัย ได้รับความนิยมในทุกเพศทุกวัย ล่าสุด บีไนซ์สูตรผิวกระจ่างใส สีเขียว กลายเป็น Asean Benchmark ให้แก่หลายแบรนด์ในการพัฒนาสินค้าเพื่อเข้าสู่ตลาดเอเชีย

นอกจากนี้ การออกสินค้า Limited Edition ใหม่ ๆ เช่น ครีมอาบน้ำ Bingsu Shower Cream เป็นเจ้าแรก ซึ่งได้รับความสนใจในโลกออนไลน์อย่างมาก ในปีนี้ บีไนซ์พัฒนา Fruit Tea Shower Gel เจลอาบน้ำที่คัดสรรคุณค่าจากใบชาขาวและชาเขียว ช่วยลดเลือนริ้วรอย ต่อต้านอนุมูลอิสระผสมผสานกับสารสกัดจากผลไม้พรีเมียม ช่วยบำรุงผิวให้เนียนนุ่ม ขาวกระจ่างใส โดยมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากใบชา ช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้า พิสูจน์ได้จากการแชร์ใน โซเชียล มีเดียและทวีตกันอย่างต่อเนื่อง พร้อมคะแนนความชื่นชอบจากการรีวิวผลิตภัณฑ์ในโลกโซเชียลอีกด้วย

ที่สำคัญ จุดแข็งที่เหนือคู่แข่งของแบรนด์คือ การนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพในราคาที่จับต้องได้ ซึ่งทำให้บีไนซ์กลายเป็นแบรนด์ที่มีอัตราเติบโตสูงที่สุดในปีนี้ และในปี 2563 บริษัทวางแผนนำนวัตกรรมและสารสกัดใหม่จากธรรมชาติ เพื่อสร้างปรากฏการณ์เทรนด์ผิวนุ่ม กระชับ ฉ่ำน้ำ แบบฉบับของบีไนซ์ โดยตั้งเป้าหมายเติบโตไม่ต่ำกว่า 24% จากปีนี้”

ปัทมา กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “บริษัทวางกลยุทธ์เจาะตลาดพรีเมียมอย่างต่อเนื่อง เพราะผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณประโยชน์ที่จะได้จากครีมอาบน้ำมากขึ้น โดยผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นของปีนี้คือ บีไนซ์ มีสทีคไวท์ ครีมอาบน้ำที่เพิ่มส่วนผสมของออยล์จากดอกแมกโนเลีย เจาะกลุ่มเป้าหมายผู้หญิงทันสมัยที่มีไลฟ์สไตล์ดูแลใส่ใจตัวเองและขยายฐานกลุ่มลูกค้าใหม่ สำหรับสาว ๆ ที่ยังไม่เคยทดลองสินค้า รวมถึงจะขยายสู่ตลาดต่างประเทศด้วย

ล่าสุด เปิดตัวซีรีส์ใหม่ “บีไนซ์ ฟรุต ที ซีรีส์ ชาวเวอร์ เจล” สารสกัดจากผลไม้และใบชา ผสานนวัตกรรมฟรุต เอสเซนซ์ มี 3 กลิ่นหอม ได้แก่ White Tea & Strawberry ชาขาวและสตรอว์เบอร์รี่, Green Tea & Nachi Pear ชาเขียวและลูกแพร์นาชิ และ White Tea & Peach ชาขาวและลูกพีช โดยจัดงานส่งท้ายปี “BeNice The Beauty from Fruit Essence” เปิดประสบการณ์การอาบน้ำมิติใหม่ ท่ามกลางบรรยากาศสบาย ๆ สดใส พร้อมจิบน้ำชายามบ่าย ด้วยชาซิกเนเจอร์ที่ได้แรงบันดาลใจกลิ่นจาก บีไนซ์ ฟรุต ที ซีรีส์รังสรรค์โดย “ตาล” พิมพ์ชนก พลางกูร สุภัทรพันธุ์ กูรูชาชื่อดัง และร่วมกิจกรรมจัดดอกไม้ในกล่องของขวัญบีไนซ์”

ปัทมา ยังทิ้งท้ายถึงความมั่นใจในการผลักดันการเติบโตของกลุ่มนีโอ คอร์ปอเรท จะเป็นไปตามเป้าหมาย 18% ในฐานะผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภค ทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์ใช้ภายในครัวเรือน และผลิตภัณฑ์ดูแลตัวเองสำหรับผู้หญิงและผู้ชาย ซื่งแบรนด์ต่าง ๆ ล้วนมีชื่อเสียงด้านคุณภาพอยู่คู่กับตลาดประเทศไทยมาเป็นเวลานาน โดยสัดส่วนการจัดจำหน่ายสินค้า แบ่งออกเป็น แบรนด์ไฟน์ไลน์ 34% แบรนด์ดีนี่ 32% แบรนด์บีไนซ์ 16% และแบรนด์อื่น ๆ 18%

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *