Home > Cover Story (Page 4)

บางกอกเคเบิ้ล ดึง ION Energy เสริมแกร่งตลาดพลังงานสะอาด

เทรนด์พลังงานสะอาดในไทย นี่เป็นช่วงเวลาสำคัญที่กำลังเกิดการเปลี่ยนผ่านอย่างแท้จริง ปัจจัยหนุนจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศทั่วโลก กระแสความนิยมใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้น ความต้องการลดค่าครองชีพ โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าไทยที่อาจมีการปรับตัวสูงขึ้นในเวลาอันใกล้ แม้จะไม่มีตัวเลขที่ระบุชัดเจนถึงจำนวนครัวเรือนที่ติดตั้งโซลาร์ แต่ข้อมูลล่าสุดในช่วงเดือนเมษายน 2569 พบว่า ตลาดโซลาร์ในภาคครัวเรือนไทยกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากรัฐบาลได้ออกมาตรการ Quick Big Win ผ่านการลดหย่อนภาษี ซึ่งตั้งเป้าหมายสนับสนุนการติดตั้งในภาคครัวเรือนให้ได้ถึง 90,000 ครัวเรือนภายในช่วงปี 2567-2571 ข้อมูลจากการวิเคราะห์ด้วยดาวเทียมระบุว่า กำลังการผลิตติดตั้งเฉพาะในที่พักอาศัยอยู่ที่ประมาณ 1.38 กิกะวัตต์ ในช่วงปี 2568 และมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยที่ 10.25% ต่อปี ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่เติบโตเร็วที่สุด เมื่อเทียบกับภาคอุตสาหกรรมหรือโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ปัจจัยที่กระตุ้นให้ภาคครัวเรือนเริ่มติดตั้งโซลาร์มากขึ้นมาจาก ค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น โดยค่าไฟในงวดเดือน พ.ค.-ส.ค. 2026 คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 3.95 บาทต่อหน่วย และมีโอกาสเพิ่มถึง 4.9 บาทต่อหน่วย หากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อจนกระทบราคา LNG ทั่วโลก ยังมีมาตรการภาษี ที่ครัวเรือนที่ติดตั้งโซลาร์สามารถนำค่าใช้จ่ายมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สูงสุดได้ถึง 200,000 บาท เหตุผลสำคัญคือ สามารถประหยัดค่าไฟ 2,000-3,000

Read More

เปิดแนวคิด “เสาวณีย์ สิราริยกุล” กับภารกิจดันโตชิบาขึ้นเบอร์ 1

นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2512 ที่ “โตชิบา” แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าจากญี่ปุ่น ปักหมุดเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด จนถึงปัจจุบันโตชิบาอยู่ในตลาดเมืองไทยมานานถึง 56 ปี ผ่านทั้งยุคเฟื่องฟูและยุคที่ต้องเผชิญกับความท้าทาย ปีที่ผ่านมาถือเป็นอีกปีที่โตชิบาต้องเผชิญกับโจทย์ยาก ทั้งจากสภาพเศรษฐกิจที่ทำให้ภาพรวมของตลาดไม่สดใสนัก รวมถึงการเข้ามาของผู้เล่นหน้าใหม่ในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่ทำให้การแข่งขันดุเดือดมากขึ้นไปอีก แต่ท่ามกลางโจทย์ยากโตชิบากลับสามารถสร้างการเติบโตแบบสวนกระแสตลาดได้ถึง 22% ที่สำคัญยังทำให้ผลิตภัณฑ์ “ตู้เย็น” ที่เคยอยู่อันดับ 2 และไมโครเวฟก้าวขึ้นมาอยู่อันดับ 1 ได้เป็นผลสำเร็จ โดยมี “เสาวณีย์ สิราริยกุล” CEO ของ บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด เป็นผู้มีบทบาทสำคัญ เสาวณีย์ สิราริยกุล ถือเป็นผู้บริหารมืออาชีพที่คร่ำหวอดทั้งในธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค ธุรกิจค้าปลีก และธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (Home Appliance) มาอย่างยาวนาน ได้สั่งสมความรู้และมุมมองทางธุรกิจจากองค์กรชั้นนำมากมาย โดยเริ่มต้นเส้นทางการทำงานกับ Tesco Lotus (ปัจจุบันคือ Lotus’s)

Read More

Rynn น้ำดื่มรักษ์โลก เปลี่ยนน้ำประปาเป็นน้ำแร่เทสต์ดี

ในแต่ละวันร้านอาหารและโรงแรมมีการใช้น้ำดื่มบรรจุขวดพลาสติกเพื่อให้บริการแก่ลูกค้าในจำนวนมาก ซึ่งนั่นตามมาด้วยขยะจากขวดพลาสติกจำนวนมหาศาลที่การรีไซเคิลอาจไม่ใช่คำตอบที่เพียงพอเช่นกัน อีกทั้งยังเป็นต้นทุนของผู้ประกอบการ ทั้งจากการสต๊อกน้ำดื่ม การจัดส่ง และการจัดการพื้นที่จัดเก็บ นั่นทำให้ อนุสร โลหะพันธกิจ และ บุญญเดช มิตรอุปถัมภ์ ตัดสินใจก่อตั้ง บริษัท นาโนว่า จำกัด เพื่อสร้างระบบผลิตน้ำแร่ On-site รายแรกของไทย เปลี่ยนน้ำประปาให้เป็นน้ำแร่คุณภาพดี ภายใต้แบรนด์ “Rynn” หรือ “ริน” เพื่อสื่อความหมายที่เน้นการผลิตและเสิร์ฟน้ำ ณ จุดให้บริการ โดยมาพร้อมแนวคิด “น้ำสะอาด รักษาแร่ธาตุ ลดพลาสติก” เพื่อลดขยะพลาสติกในธุรกิจ Hospitality และเพื่อให้คนไทยเข้าถึงน้ำสะอาดที่ยังคงมีแร่ธาตุที่ดีต่อสุขภาพ โดยไม่ต้องพึ่งพาน้ำดื่มบรรจุขวดพลาสติก Rynn: Don’t Recycle, Refill อนุสร โลหะพันธกิจ เผยว่า แบรนด์ Rynn เกิดขึ้นด้วยเหตุผล 2 ประการ นั่นคือ 1. เพื่อสิ่งแวดล้อม และ 2. เพื่อผลิตน้ำดื่มที่มีคุณภาพและมีประโยชน์ต่อร่างกาย

Read More

ธุรกิจไทยตั้งรับแรงกระแทก วิกฤตตะวันออกกลางเขย่าเศรษฐกิจโลก

สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยกระดับ กำลังส่งแรงกระเพื่อมต่อระบบเศรษฐกิจโลกอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น ไม่เพียงกระทบต้นทุนพลังงานโดยตรง แต่ยังลุกลามไปสู่ต้นทุนการผลิต โลจิสติกส์ และเงินเฟ้อ ทำให้ภาคธุรกิจทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยต้องเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับความผันผวนที่เพิ่มสูงขึ้น ผลกระทบดังกล่าวสะท้อนชัดในกลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง ซึ่งมีโครงสร้างต้นทุนเชื่อมโยงกับราคาพลังงานโดยตรง บทวิเคราะห์จากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ระบุว่า ต้นทุนพลังงานคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 35-50% ของต้นทุนรวม ส่งผลให้ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผ่านไปยังต้นทุนสินค้า ภาคธุรกิจจึงเผชิญความเสี่ยงด้านสภาพคล่องจากภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และสถานการณ์ดังกล่าวอาจทำให้การตัดสินใจลงทุนโครงการใหม่มีแนวโน้มชะลอตัว ทำให้การบริหารโครงการและการคัดเลือกงานต้องมีความรอบคอบมากขึ้นในระยะถัดไป ด้านภาคอสังหาริมทรัพย์เผชิญแรงกดดันสองด้าน ทั้งต้นทุนการพัฒนาโครงการที่เพิ่มขึ้นตามราคาวัสดุก่อสร้าง และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่กระทบต่อกำลังซื้อ ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุน พร้อมปรับพอร์ตโครงการและควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด เพื่อรักษาเสถียรภาพของผลประกอบการในระยะยาว ผู้บริหารจากหลายธุรกิจแสดงความเห็นต่อสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง รวมถึงแนวทางการตั้งรับของธุรกิจ อรรคเดช อุดมศิริธำรง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ ORN มองว่า สถานการณ์ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และสงครามเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เพียงวิกฤตระยะสั้น แต่คือ “New Normal” หรือความไม่แน่นอนเชิงโครงสร้างที่ภาคธุรกิจต้องปรับตัวอย่างจริงจัง โดยในระยะสั้น อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ได้รับผลกระทบโดยตรงจากต้นทุนก่อสร้างที่ผันผวนตาม Supply Chain โลก

Read More

SACIT ชูขุมทรัพย์ภูมิปัญญา ขับเคลื่อนระบบนิเวศหัตถศิลป์ไทย

“ยางรัก” ถือเป็นหัวใจสำคัญของงานเครื่องเขิน งานลงรักปิดทอง เครื่องรัก หรือการซ่อมชามทองแบบ Kintsukiหากไม่มีวัตถุดิบนี้งานหัตถศิลป์เน้นความเงางามและคงทนระดับร้อยปีคงเกิดขึ้นไม่ได้ ยางรักถูกใช้ในงานหัตถศิลป์เพราะตัวยางรักจะกลายเป็นฟิล์มที่แข็งแกร่ง ทนต่อกรด ด่าง ความร้อน และกันน้ำได้อย่างดี มูลค่าตลาดหัตถกรรมไทยอยู่ที่ประมาณ 3.63 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.3 แสนล้านบาท มีการคาดการณ์ว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย 9.72% ต่อปี และข้อมูลจาก SACIT ยังระบุว่า ในปี 2567 มูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยรวมสูงถึง 379,198.64 ล้านบาท ตลาดหลักคือ สหรัฐอเมริกา อาเซียน และยุโรป กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่สร้างรายได้สูงสุดจากข้อมูลสถิติการส่งออกและจำหน่าย ได้แก่ เครื่องเงินและเครื่องทอง เครื่องประดับและอัญมณี เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน ผ้าทอมือและสิ่งทอ สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย หรือ SACIT ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย เร่งเดินหน้ายกระดับวัตถุดิบต้นทางสู่สินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ เพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศหัตถกรรมไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยปักหมุดในพื้นที่นำร่อง ที่ อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ดินแดนแห่งขุมทรัพย์ภูมิปัญญาที่ซ่อน “ยางรัก” วัตถุดิบล้ำค่าซึ่งเป็นหัวใจของงานศิลปหัตถกรรมไทยมาอย่างยาวนาน SACIT เร่งขับเคลื่อนภารกิจฟื้นฟูระบบนิเวศยางรักไทยอย่างครบวงจร

Read More

มาตรการคืนภาษีโซลาร์รูฟท็อป 2 แสน พลิกเกมพลังงานบ้านไทยท่ามกลางวิกฤต

ท่ามกลางแรงกดดันด้านพลังงานจากราคาน้ำมันโลกที่ผันผวนต่อเนื่องจากสงครามตะวันออกกลาง ที่มีแนวโน้มจะส่งผลให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าและค่าครองชีพของครัวเรือนไทยถีบตัวสูงขึ้น ทำให้หลายฝ่ายต่างเร่งหามาตรการและทางออกเพื่อบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าพลังงานสะอาดอย่าง “พลังงานแสงอาทิตย์” ถือเป็นอีกหนึ่งทางออกสำคัญที่จะเข้ามาช่วยแบ่งเบาความกังวลในวิกฤตพลังงานที่เราต้องเจอ แต่ถึงกระนั้นก็ยังติดข้อจำกัดทั้งเรื่องงบประมาณในการติดตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับภาคครัวเรือน ล่าสุดต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ภาครัฐประกาศเดินหน้ามาตรการลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาท สำหรับการติดตั้ง “โซลาร์รูฟท็อป” (Solar Rooftop) ในบ้านอยู่อาศัย เพื่อเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ช่วยบรรเทาภาระค่าไฟของประชาชน และลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้า ซึ่งเป็นภาระต้นทุนของประเทศที่สูงถึงหลายแสนล้านบาทต่อปี แต่คำถามคือเราพูดถึงโซลาร์รูฟท็อปกันมานาน การมีมาตรการดังกล่าวเข้ามาจะช่วยให้ประชาชนได้ประโยชน์อย่างไร และจะสามารถบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานได้มากน้อยแค่ไหน จารุวรรณ พิพัฒน์พุทธพันธ์ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มติดตามและประเมินผล กองพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน (พพ.) ผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมผลักดันให้เกิดมาตรการดังกล่าว เผยว่า มาตรการลดหย่อนภาษีติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปวงเงินสูงสุด 200,000 บาท ออกแบบมาเพื่อให้ประชาชนเจ้าของบ้านได้รับประโยชน์โดยตรง โดยเฉพาะครัวเรือนที่ต้องการลดค่าไฟในระยะยาวและเสริมความมั่นคงด้านพลังงานในระดับครอบครัว โดยผู้มีสิทธิต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่เป็นเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า ติดตั้งระบบโซลาร์แบบ On-grid บนหลังคา ดาดฟ้า หรือพื้นที่อยู่อาศัยจริง กำลังการผลิตไม่เกิน 10 kWp และต้องซื้อจากผู้ประกอบการที่ออก e Tax Invoice

Read More

จาก “เซ็นเตอร์วัน” สู่ “ONN ANU” ชาร์จพลังชีวิตย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

“ศูนย์การค้า เซ็นเตอร์วัน ช้อปปิ้ง พลาซ่า” หรือ “เซ็นเตอร์วัน” (Center One) เป็นช้อปปิ้ง มอลล์ในตำนานที่อยู่คู่กับย่านศูนย์กลางการเดินทางอย่างอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิมายาวถึง 31 ปี ผ่านร้อนผ่านหนาวและโจทย์ยากมาหลายต่อหลายครั้ง ล่าสุดเซ็นเตอร์วันกำลังจะสร้างตำนานบทใหม่ให้กับย่านนี้ ด้วยการเปิดตัวโครงการช้อปปิ้ง มอลล์ น้องใหม่ “ONN ANU” ที่กำลังจะเข้ามาเติมความมีชีวิตชีวาให้กับย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เซ็นเตอร์วัน เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2538  บริหารงานโดย บริษัท พีเพิล พลาซ่า จำกัด ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 4 ไร่ พื้นที่กว่า 20,000 ตารางเมตร ของย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ใจกลางกรุงเทพมหานคร “เดิมทีที่ตรงนี้เป็นดีพาร์ตเมนต์สโตร์ชื่อ ‘พีเพิล พลาซ่า’ เป็นตึกเก่าควบคู่มากับโรบินสัน อนุสาวรีย์ชัยฯ เลย ซึ่งอยู่มาราวๆ 10 ปี ทางเจ้าของเดิมเขาประกาศขาย กลุ่มของเราซึ่งเป็นผู้หลักผู้ใหญ่หลายๆ ท่าน จึงรวมตัวกันมาเทกโอเวอร์บริษัทเดิม แล้วเปลี่ยนจากพีเพิล พลาซ่า

Read More

ศุภาลัย เปลี่ยน “หมู่บ้าน” เป็น “ระบบนิเวศการใช้ชีวิต”

ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2569 ถือเป็นปีแห่งการตั้งรับและปรับสมดุล เนื่องจากต้องเผชิญกับปัจจัยทดสอบรอบด้าน ทั้งภาวะหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง และความเข้มงวดของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อที่ยังกดดันกำลังซื้อกลุ่มระดับกลาง-ล่างอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เทรนด์ของตลาดอสังหาฯ ในปี 2569 จาก “ที่อยู่อาศัย” สู่ “ระบบการใช้ชีวิต” เริ่มจากการเข้าสู่สังคมสูงวัยของไทย ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องปรับธุรกิจให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของสังคม ตลาดผู้สูงอายุ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว โครงการที่อยู่อาศัยใหม่ๆ จะเน้น Universal Design และเพิ่มบริการด้านสุขภาพเข้ามาเป็นจุดขายหลัก หรือผู้ประกอบการบางรายที่เน้นเจาะกลุ่ม Gen Z และ Gen Y ที่ต้องการความยืดหยุ่น อิสระ สะดวกต่อการย้ายที่อยู่ ทำให้เกิดธุรกิจแนว Build-to-Rent หรือคอนโดมิเนียมที่เน้นการปล่อยเช่าระยะยาวมากขึ้น ขณะที่ผู้บริโภคกลุ่ม Super Luxury ที่มองหาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวหลักอย่างภูเก็ต ที่ยังคงเติบโตได้ดี ผู้ประกอบการร่วมมือกับแบรนด์โรงแรมระดับโลกเพื่อดึงดูดกำลังซื้อจากต่างชาติและกลุ่ม High Net Worth ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ และอีกเทรนด์บ้าน Green & Smart Tech ที่กำลังได้รับความนิยม

Read More

อุตสาหกรรมกีฬาไทยโต อานิสงส์ถึง Supersports

ปี 2568 ที่ผ่านมา ปัจจัยลบรอบด้าน ทั้งปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ที่ไม่ได้สร้างผลกระทบแค่ความปลอดภัยส่วนบุคคล แต่ส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นในการจับจ่ายและการทำธุรกรรม ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างไทยกับกัมพูชา ธรณีพิบัติ รวมถึงความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจในการจับจ่ายของผู้บริโภคที่เลือกจะใช้จ่ายเงินกับของใช้ที่จำเป็น แต่การที่ไทยเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับการจัดอีเวนต์ด้านกีฬาทั้งในระดับโลกและระดับเอเชีย รวมถึงนักกีฬาไทยบางประเภทที่สามารถพาตัวเองขึ้นไปยืนเป็นมือหนึ่งของโลกได้ เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นความต้องการสินค้าและบริการด้านกีฬาในวงกว้าง ส่งผลให้ภาพรวมรายได้และผลประกอบการของบริษัทมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง อเล็กซองต์ อัมเอล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซี อาร์ ซี สปอร์ต จำกัด ให้ข้อมูลว่า แม้ปีที่ผ่านมา ซูเปอร์สปอร์ตต้องเผชิญกับปัจจัยลบรอบด้าน และมองว่าปัจจัยลบในปีที่ผ่านมาสร้างความกังวลมากกว่าปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในปีนี้ โดยเฉพาะสงครามตะวันออกกลาง “เรายังคงครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ในอุตสาหกรรมค้าปลีกกีฬาของไทย โดยมีสัดส่วนประมาณ 25% โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทมีอัตราการเติบโตของยอดขายเฉลี่ยอยู่ที่ 5% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน และถ้าถามว่า สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในปีนี้ สร้างความกังวลให้เท่ากับปีที่ผ่านมาหรือไม่ ซึ่งปีที่ผ่านมาเราเผชิญกับปัญหาในรูปแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยมาก่อน อย่างแผ่นดินไหว อาชญากรรมไซเบอร์ น้ำท่วม และความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา แน่นอนว่าสร้างความกังวลให้พอสมควร และแม้ว่าปีนี้โลกกำลังเผชิญกับสงครามตะวันออกกลางที่สร้างผลกระทบไปทั่วโลก แต่เป็นเรื่องที่อยู่เหนือการควบคุม ถึงกระนั้นปีที่ผ่านมาซูเปอร์สปอร์ตมีอัตราการเติบโตของยอดขายเฉลี่ยอยู่ที่ 5% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน ในขณะที่ช่องทางออนไลน์มีการเติบโตสูงกว่า

Read More

อนาคตอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย จากชิ้นส่วนสู่เทคโนโลยี

ปิดฉากไปแล้วสำหรับ Motor Show 2026 งานมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 47 งานใหญ่วงการยานยนต์ ซึ่งครั้งนี้ยังคงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ปิดยอดจองรวมสูงถึง 132,951 คัน เพิ่มขึ้น 71.8% เมื่อเทียบปีก่อนหน้า โดยค่ายรถจีนและรถไฟฟ้าเป็นกำลังขับเคลื่อนหลักของงาน และกำลังกลายเป็นแรงผลักดันของอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคตด้วยเช่นกัน ทิ้งช่วงจากงานมอเตอร์โชว์ไม่นาน ล่าสุดทางฝั่ง อินฟอร์ม่า มาร์เก็ตส์ (Informa Markets) ก็เดินหน้าสร้างแรงกระเพื่อมให้กับแวดวงยานยนต์ไทยอีกหนึ่งระลอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์และยาง ด้วยการประกาศจัดงาน Future Mobility Thailand 2026 (FMT 2026) ร่วมกับ TyreXpo Asia Bangkok & AutoMROtive 2026 ซึ่งเป็นการรวม 2 งานใหญ่มาไว้ในที่เดียวกัน โดยจะจัดขึ้นตามมาติดๆ ในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ ทั้ง 2 งาน ถือเป็นเวทีแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจระดับนานาชาติ ที่คาดว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญกว่า 60 ประเทศทั่วโลก และมีแบรนด์ชั้นนำกว่า 250

Read More