Home > วิกฤตพลังงาน

มาตรการคืนภาษีโซลาร์รูฟท็อป 2 แสน พลิกเกมพลังงานบ้านไทยท่ามกลางวิกฤต

ท่ามกลางแรงกดดันด้านพลังงานจากราคาน้ำมันโลกที่ผันผวนต่อเนื่องจากสงครามตะวันออกกลาง ที่มีแนวโน้มจะส่งผลให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าและค่าครองชีพของครัวเรือนไทยถีบตัวสูงขึ้น ทำให้หลายฝ่ายต่างเร่งหามาตรการและทางออกเพื่อบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าพลังงานสะอาดอย่าง “พลังงานแสงอาทิตย์” ถือเป็นอีกหนึ่งทางออกสำคัญที่จะเข้ามาช่วยแบ่งเบาความกังวลในวิกฤตพลังงานที่เราต้องเจอ แต่ถึงกระนั้นก็ยังติดข้อจำกัดทั้งเรื่องงบประมาณในการติดตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับภาคครัวเรือน ล่าสุดต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ภาครัฐประกาศเดินหน้ามาตรการลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาท สำหรับการติดตั้ง “โซลาร์รูฟท็อป” (Solar Rooftop) ในบ้านอยู่อาศัย เพื่อเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ช่วยบรรเทาภาระค่าไฟของประชาชน และลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้า ซึ่งเป็นภาระต้นทุนของประเทศที่สูงถึงหลายแสนล้านบาทต่อปี แต่คำถามคือเราพูดถึงโซลาร์รูฟท็อปกันมานาน การมีมาตรการดังกล่าวเข้ามาจะช่วยให้ประชาชนได้ประโยชน์อย่างไร และจะสามารถบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานได้มากน้อยแค่ไหน จารุวรรณ พิพัฒน์พุทธพันธ์ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มติดตามและประเมินผล กองพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน (พพ.) ผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมผลักดันให้เกิดมาตรการดังกล่าว เผยว่า มาตรการลดหย่อนภาษีติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปวงเงินสูงสุด 200,000 บาท ออกแบบมาเพื่อให้ประชาชนเจ้าของบ้านได้รับประโยชน์โดยตรง โดยเฉพาะครัวเรือนที่ต้องการลดค่าไฟในระยะยาวและเสริมความมั่นคงด้านพลังงานในระดับครอบครัว โดยผู้มีสิทธิต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่เป็นเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า ติดตั้งระบบโซลาร์แบบ On-grid บนหลังคา ดาดฟ้า หรือพื้นที่อยู่อาศัยจริง กำลังการผลิตไม่เกิน 10 kWp และต้องซื้อจากผู้ประกอบการที่ออก e Tax Invoice

Read More

ถอดรหัสโรงไฟฟ้า บีแอลซีพี สะท้อนบทบาทโรงไฟฟ้าฐานในวิกฤตพลังงาน ตรึงต้นทุนผลิตไฟต่ำกว่า 2 บาท

ถอดรหัสโรงไฟฟ้า บีแอลซีพี สะท้อนบทบาทโรงไฟฟ้าฐานในวิกฤตพลังงาน ตรึงต้นทุนผลิตไฟต่ำกว่า 2 บาท สร้างเสถียรภาพและความมั่นคงด้านพลังงานไทย ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ (LNG) ผันผวนอย่างหนักจนโลกต้องเผชิญกับภาวะ Energy Shock ขณะเดียวกันประเทศไทยก็กำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบในช่วงปี 2568-2569 จากการหลั่งไหลเข้ามาของธุรกิจและการลงทุนด้าน Data Center และ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่งทะลุสถิติใหม่ที่ระดับ 37,000 เมกะวัตต์ ในช่วงฤดูร้อนปี 2569 คำถามสำคัญ คือ ประเทศไทยจะรับมือกับความต้องการไฟฟ้า ท่ามกลางต้นทุนพลังงานโลกที่พุ่งสูงขึ้นได้อย่างไร? “โรงไฟฟ้าฐาน” เสาเข็มทางพลังงานที่ตรึงต้นทุนต่ำกว่า 2 บาท ในภาวะวิกฤตเช่นนี้ทำให้บทบาทของ "โรงไฟฟ้าฐาน" (Base Load Power Plant) ทวีความสำคัญขึ้น โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี (BLCP) เป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดใหญ่ (IPP) กำลังการผลิต 1,434 เมกะวัตต์ และ เป็นหนึ่งในโรงไฟฟ้าฐานที่สำคัญของไทย ที่ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการเป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงด้านราคา ด้วยการรักษาต้นทุนการผลิตไฟฟ้าให้อยู่ในระดับต่ำและคงที่ ไม่เกิน 2

Read More

วิกฤตพลังงานโลกจากสงคราม สู่เทรนด์พลังงานทางเลือก

นับจากการโจมตีครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ระหว่างรัสเซียและยูเครนที่มีชนวนความขัดแย้งมาจากความต้องการแยกตัวของภูมิภาคดาเนียตสก์และลูกานสก์ ที่อยู่ทางตะวันออกของยูเครน กระทั่งปัจจุบันยังไม่มีข้อยุติ ความขัดแย้งระหว่างสองชาติขยายตัวออกมาสู่กลุ่มชาติพันธมิตรของทั้งสองประเทศ ซึ่งยูเครนได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และยุโรปบางประเทศ ที่แสดงออกชัดเจนด้วยมาตรการคว่ำบาตรที่มีต่อรัสเซีย ด้วยหวังว่าจะให้รัสเซียยอมจำนน และยุติการโจมตียูเครน ทว่า รัสเซียยังคงยืนยันเจตนารมณ์เดิมต่อไป แม้หลังบ้านจะมีการประชุมเจรจาเพื่อหาข้อยุติที่น่าจะเป็นที่พอใจทั้งสองฝ่าย กระนั้นรัสเซียไม่ได้นิ่งเฉยต่อการคว่ำบาตรที่เกิดขึ้น และการโต้กลับของรัสเซียดูจะสร้างความหวั่นวิตกไปทั่วโลก และอาจจะหนักหนาสาหัสกว่ามาตรการคว่ำบาตรที่รัสเซียได้รับ รัสเซียถูกคว่ำบาตรจากชาติตะวันตกด้วยมาตรการด้านการเงิน ทั้งการตัดธนาคารรัสเซียออกจากระบบการโอนเงินระหว่างประเทศ หรือ SWIFT รวมไปถึงยกเลิกการแลกเปลี่ยนกับธนาคารกลางรัสเซีย แน่นอนว่านั่นทำให้รัสเซียประสบปัญหาเงินเฟ้อสูงขึ้น เมื่อการพยุงเศรษฐกิจของรัสเซียจำเป็นที่จะต้องใช้เงินทุนที่สำรองไว้ในธนาคารจากต่างประเทศ นอกจากนี้ รัสเซียยังโดนคว่ำบาตรอีกหลายมาตรการที่ชาติตะวันตกเหล่านั้นจะนึกออก ซึ่งรวมไปถึงองค์กรและบริษัทเอกชนที่ลงทุนหรือทำการค้ากับรัสเซียเอง ต่างคว่ำบาตรใส่รัสเซียกันถ้วนหน้า อย่างไรก็ตาม รัสเซียซึ่งถือว่าเป็นชาติมหาอำนาจเช่นกัน การโต้กลับของรัสเซียทำให้ทั่วโลกแสดงอาการร้อนๆ หนาวๆ เพราะรัสเซียในฐานะผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติอันดับต้นๆ ของโลก รวมไปถึงสินค้าโภคภัณฑ์หลายรายการ ประกาศว่าจะงดส่งออกสินค้ากว่า 200 รายการจนถึงสิ้นปี 2566 ด้านสหรัฐอเมริกาเคยประกาศห้ามการนำเข้าน้ำมัน ก๊าซจากรัสเซีย ขณะที่สหราชอาณาจักรจะเลิกใช้น้ำมันจากรัสเซียภายในสิ้นปีนี้ ด้านสหภาพยุโรปจะพิจารณาลดการนำเข้าก๊าซธรรมชาติ 72% ของปริมาณการนำเข้าก๊าซจากรัสเซียทั้งหมดภายในปี 2565 และจะยุติการนำเข้าก๊าซจากรัสเซียให้ได้ภายในปี 2570 ทว่า ข้อมูลล่าสุด ณ ปัจจุบัน สหรัฐฯ ยังนำเข้าน้ำมันดิบจากรัสเซีย

Read More