Home > วิกฤตตะวันออกกลาง

ธุรกิจไทยตั้งรับแรงกระแทก วิกฤตตะวันออกกลางเขย่าเศรษฐกิจโลก

สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยกระดับ กำลังส่งแรงกระเพื่อมต่อระบบเศรษฐกิจโลกอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น ไม่เพียงกระทบต้นทุนพลังงานโดยตรง แต่ยังลุกลามไปสู่ต้นทุนการผลิต โลจิสติกส์ และเงินเฟ้อ ทำให้ภาคธุรกิจทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยต้องเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับความผันผวนที่เพิ่มสูงขึ้น ผลกระทบดังกล่าวสะท้อนชัดในกลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง ซึ่งมีโครงสร้างต้นทุนเชื่อมโยงกับราคาพลังงานโดยตรง บทวิเคราะห์จากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ระบุว่า ต้นทุนพลังงานคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 35-50% ของต้นทุนรวม ส่งผลให้ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผ่านไปยังต้นทุนสินค้า ภาคธุรกิจจึงเผชิญความเสี่ยงด้านสภาพคล่องจากภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และสถานการณ์ดังกล่าวอาจทำให้การตัดสินใจลงทุนโครงการใหม่มีแนวโน้มชะลอตัว ทำให้การบริหารโครงการและการคัดเลือกงานต้องมีความรอบคอบมากขึ้นในระยะถัดไป ด้านภาคอสังหาริมทรัพย์เผชิญแรงกดดันสองด้าน ทั้งต้นทุนการพัฒนาโครงการที่เพิ่มขึ้นตามราคาวัสดุก่อสร้าง และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่กระทบต่อกำลังซื้อ ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุน พร้อมปรับพอร์ตโครงการและควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด เพื่อรักษาเสถียรภาพของผลประกอบการในระยะยาว ผู้บริหารจากหลายธุรกิจแสดงความเห็นต่อสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง รวมถึงแนวทางการตั้งรับของธุรกิจ อรรคเดช อุดมศิริธำรง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ ORN มองว่า สถานการณ์ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และสงครามเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เพียงวิกฤตระยะสั้น แต่คือ “New Normal” หรือความไม่แน่นอนเชิงโครงสร้างที่ภาคธุรกิจต้องปรับตัวอย่างจริงจัง โดยในระยะสั้น อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ได้รับผลกระทบโดยตรงจากต้นทุนก่อสร้างที่ผันผวนตาม Supply Chain โลก

Read More